การอนุมัติจากธนาคารเป็นกุญแจสำคัญต่อแผนระดมทุนใหม่
นิว เวิลด์ ดีเวลลอปเมนต์ กำลังขอขยายเวลาเงินกู้ราว 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงออกไปอีกสองปี พร้อมเสนอชำระคืนประมาณ 8.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงพยายามขอเวลาเพิ่มเพื่อบริหารหนี้และเตรียมความพร้อมสำหรับการขายหุ้นที่อาจเกิดขึ้น
สารบัญ
- การอนุมัติจากธนาคารเป็นกุญแจสำคัญต่อแผนระดมทุนใหม่
- สิ่งที่ธนาคารถูกขอให้ยอมรับ
- การรีไฟแนนซ์ปี 2025 นำมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร
- เหตุใดการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิจึงสำคัญต่อครอบครัวเฉิง
- ผลขาดทุนทำให้ต้องจับตาสภาพคล่อง
- หลักประกันอสังหาริมทรัพย์เพิ่มความคุ้มครองให้ธนาคาร
- ผู้ถือพันธบัตรเผชิญข้อเสนอแลกเปลี่ยนแยกต่างหาก
- การเจรจาลงทุนทำให้ประเด็นความเป็นเจ้าของถูกจับตา
- การผ่อนปรนโครงการ 11 สกายส์เปลี่ยนภาระผูกพันครั้งใหญ่
- ประเด็นสำคัญ
การหารือเบื้องต้นซึ่งแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยเมื่อเดือนตุลาคม 2026 จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากผู้ให้กู้ ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดทางให้บริษัทดำเนินการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถซื้อหุ้นใหม่ตามสัดส่วนการถือครองปัจจุบัน
บริษัทตั้งเป้าสรุปการเจรจาเงินกู้ภายในเดือนมกราคม 2027 และอาจประกาศเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมได้เร็วที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2026 ทำให้การหารือกับธนาคารและการเตรียมระดมทุนใหม่เป็นส่วนที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในความพยายามจัดหาเงินทุน
วงเงินดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 62% ของหนี้สินรวมราว 1.43 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกงที่นิว เวิลด์รายงาน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ขนาดของวงเงินทำให้การเจรจามีความสำคัญต่อสถานะการเงินของบริษัท แม้บริษัทยังเดินหน้าแลกเปลี่ยนพันธบัตร หาพันธมิตรลงทุนที่อาจเป็นไปได้ และขอผ่อนปรนภาระผูกพันในโครงการ 11 สกายส์ ใกล้สนามบินนานาชาติฮ่องกง
ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง และเงื่อนไขที่เสนออาจเปลี่ยนแปลงหรือการเจรจาอาจล้มเหลว นิว เวิลด์ยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความเห็นในทันที
สิ่งที่ธนาคารถูกขอให้ยอมรับ
ข้อเสนอของนิว เวิลด์ประกอบด้วยการเลื่อนกำหนดชำระคืนและการลดเงินต้นทันที โดยเงินต้นคือจำนวนเงินที่กู้มาแต่แรก การชำระคืน 10% ของวงเงิน 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงจะอยู่ที่ประมาณ 8.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ทำให้เหลือยอดราว 7.92 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงก่อนการปรับเปลี่ยนอื่นใด
การขยายเวลาจะช่วยให้บริษัทมีเวลามากขึ้นในการหาเงินสดจากการขายอสังหาริมทรัพย์ การขายสินทรัพย์ หรือการหานักลงทุนรายใหม่ ส่วนการชำระคืนบางส่วนจะทำให้ผู้ให้กู้ได้รับเงินคืนส่วนหนึ่งระหว่างรอยอดคงเหลือ
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการหารือระบุว่า ผู้ให้กู้ทุกรายต้องอนุมัติแผนก่อนจึงจะดำเนินการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่เกี่ยวข้องได้ ดังนั้น การเจรจากับธนาคารบางแห่งจึงเป็นเพียงขั้นต้นของกระบวนการที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ให้กู้ทั้งหมด
เงินกู้มีวันครบกำหนดชำระแตกต่างกัน โดยวันครบกำหนดที่เร็วที่สุดในแผนรีไฟแนนซ์ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 คือวันที่ 30 มิถุนายน 2028 การขยายเวลาอีกสองปีตามข้อเสนอจะเลื่อนกำหนดชำระคืนของเงินกู้ที่เกี่ยวข้องออกไป ส่วนกำหนดการสุดท้ายขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ธนาคารยอมรับ
การรีไฟแนนซ์ปี 2025 นำมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร
นิว เวิลด์ลงนามข้อตกลงรีไฟแนนซ์ครั้งก่อนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025 หลังเจรจานานหลายเดือน ซึ่งช่วยให้บริษัทพ้นจากภาวะใกล้ผิดนัดชำระหนี้ ข้อตกลงครอบคลุมเงินประมาณ 8.82 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมักปัดเป็น 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง และได้รับการระบุว่าเป็นการรีไฟแนนซ์หนี้ครั้งใหญ่ที่สุดของฮ่องกง
ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกันตามกลุ่มเงินกู้ เงินกู้ประมาณ 6.34 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเดิมครบกำหนดในปี 2025 และ 2026 ได้รับการขยายเวลาออกไปสามปี ส่วนเงินกู้ที่ครบกำหนดตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไปยังคงกำหนดชำระคืนเดิม โดยนิว เวิลด์จัดหาหลักประกันเพิ่มเติมและมาตรการคุ้มครองอื่น ๆ ให้แก่เจ้าหนี้
ข้อเสนอปัจจุบันต่อยอดจากความพยายามก่อนหน้านี้ในการเลื่อนภาระชำระคืนออกไป โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:
- กุมภาพันธ์ 2025: นิว เวิลด์เสนอเพิ่มหลักประกันอสังหาริมทรัพย์ ขณะเจรจารีไฟแนนซ์กับธนาคาร
- 30 มิถุนายน 2025: บริษัทลงนามข้อตกลงรีไฟแนนซ์ครอบคลุมเงินประมาณ 8.82 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยเงินกู้ที่ครบกำหนดเร็วที่สุดครบกำหนดวันที่ 30 มิถุนายน 2028
- ตุลาคม 2026: มีการหารือเบื้องต้นเรื่องการขยายเวลาเงินกู้ราว 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงออกไปอีกสองปี
- พฤศจิกายน 2026: อาจประกาศเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมได้เร็วที่สุดภายในเดือนนี้
- มกราคม 2027: บริษัทตั้งเป้าสรุปการเจรจาขยายเวลาเงินกู้
เงิน 6.34 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงที่ได้รับการขยายเวลาชำระคืนในปี 2025 คิดเป็นประมาณ 72% ของวงเงินราว 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนที่เหลือเป็นหนี้ที่มีกำหนดครบชำระในภายหลังอยู่แล้ว
เหตุใดการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิจึงสำคัญต่อครอบครัวเฉิง
ครอบครัวเฉิงซึ่งเป็นผู้ควบคุมนิว เวิลด์ พิจารณาข้อเสนอเพิ่มทุนมาหลายเดือนแล้ว การเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิจะเปิดทางให้ผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึงครอบครัวเฉิง ใส่เงินทุนใหม่เข้ามา
ส่วนของผู้ถือหุ้นคือเงินลงทุนที่แลกกับความเป็นเจ้าของ ต่างจากเงินกู้ธนาคารตรงที่ไม่มีภาระต้องชำระคืนเงินต้นตามกำหนด สำหรับบริษัทที่กำลังบริหารหนี้จำนวนมาก การเพิ่มทุนช่วยนำเงินสดเข้ามาโดยไม่เพิ่มกำหนดชำระคืนเงินกู้อีกชุดหนึ่ง
การเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นใหม่ตามสัดส่วนการถือหุ้นปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมตามสัดส่วนโดยทั่วไปจะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นไว้ได้ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วมอาจมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทที่ขยายกิจการแล้วลดลง
หากการเพิ่มทุนเสร็จสิ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเฉิง ก็จะเป็นสัญญาณสนับสนุนทางการเงินครั้งสำคัญ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินที่จะระดมทุน ราคาเสนอขายหุ้น และภาระผูกพันทางการเงินของครอบครัว รายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเงินสดจะเข้าสู่นิว เวิลด์มากเพียงใด และสัดส่วนความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ผลขาดทุนทำให้ต้องจับตาสภาพคล่อง
นิว เวิลด์รายงานผลขาดทุนประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบการเงินล่าสุด และมีหนี้สินรวมราว 1.43 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน โครงการที่พักอาศัย สำนักงาน และศูนย์การค้าของบริษัทครอบคลุมทั้งฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งภาวะขาลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
ราคาบ้านที่ลดลงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอกดดันรายได้ ขณะที่สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยสูงทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น ปัจจัยทั้งสองทำให้การสร้างเงินสดทำได้ยากขึ้น ในขณะที่บริษัทยังต้องชำระดอกเบี้ยและเตรียมรับมือกับหนี้ที่ครบกำหนด
ตัวเลขทางการเงินก่อนหน้านี้ของบริษัทแสดงให้เห็นว่าแรงกดดันจากหนี้สะสมขึ้นก่อนการรีไฟแนนซ์ในเดือนมิถุนายน 2025 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2024 หนี้สินสุทธิรวมอยู่ที่ประมาณ 1.2463 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 1.465 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง และอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 57.5%
หนี้สินสุทธิคำนวณโดยนำเงินสดมาหักออกจากเงินกู้ ส่วนหนี้สินรวมคือยอดเงินกู้ก่อนหักเงินสด ดังนั้นตัวเลขหนี้สินรวมล่าสุดและหนี้สินสุทธิก่อนหน้านี้ของนิว เวิลด์จึงวัดคนละรายการ ภารกิจในทางปฏิบัติคือสร้างเงินสดให้เพียงพอต่อการชำระหนี้ พร้อมลดจำนวนหนี้ที่ค้างอยู่
หลักประกันอสังหาริมทรัพย์เพิ่มความคุ้มครองให้ธนาคาร
การเจรจาของนิว เวิลด์ในช่วงต้นปี 2025 แสดงให้เห็นว่าบริษัทเสนออสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเพียงใดเพื่อสนับสนุนการรีไฟแนนซ์ ข้อเสนอในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มสินทรัพย์มูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับเงินกู้ที่ครบกำหนดในปี 2027 และหลังจากนั้น ทำให้มูลค่าหลักประกันที่เสนอรวมเป็น 1.91 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อเสนอส่วนก่อนหน้านั้นครอบคลุมสินทรัพย์ 25 รายการ มูลค่า 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการรีไฟแนนซ์เงินกู้ 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ครบกำหนดในปี 2025 และ 2026 โดยมีสินทรัพย์มูลค่าราว 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ระบุว่ายังไม่มีภาระผูกพันเป็นหลักประกัน หมายถึงยังไม่ได้ใช้ค้ำประกันเงินกู้อื่น
อสังหาริมทรัพย์ที่เสนอเป็นหลักประกัน ได้แก่ นิว เวิลด์ ทาวเวอร์, เค11 อาร์ต มอลล์ และสำนักงาน 11 สกายส์ในฮ่องกง ตลอดจนเซี่ยงไฮ้ เค11 อาร์ต มอลล์ และเซินเจิ้น เค11 อีโคโคสต์ ส่วนเค11 เซี่ยงไฮ้ หวยไห่ มิดเดิล โรด และโรสวูด ภูเก็ต เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ 13 รายการที่เสนอค้ำประกันเงินกู้ซึ่งครบกำหนดในภายหลัง
หลักประกันทำให้ผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องเหนือสินทรัพย์ หากผู้กู้ไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้ อสังหาริมทรัพย์บางส่วนในชุดหลักประกันที่เสนอค้ำประกันหนี้อื่นอยู่แล้ว ผู้ให้กู้รายใหม่จึงจะได้รับจำนองลำดับรอง ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องอยู่หลังผู้ให้กู้เดิม ต่อมา ข้อตกลงเดือนมิถุนายน 2025 กำหนดให้มีหลักประกันเพิ่มเติม ทำให้หลักประกันสินทรัพย์เป็นส่วนสำคัญของข้อตกลงหนี้บริษัท
ผู้ถือพันธบัตรเผชิญข้อเสนอแลกเปลี่ยนแยกต่างหาก
นิว เวิลด์ยังพยายามจัดการกับพันธบัตรที่ใกล้ครบกำหนดผ่านข้อเสนอแลกเปลี่ยนที่เปิดตัวเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2026 ข้อเสนอครอบคลุมพันธบัตรมูลค่าราว 991 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การแลกเปลี่ยนพันธบัตรคือการขอให้นักลงทุนเปลี่ยนหนี้เดิมเป็นหลักทรัพย์ชุดใหม่ภายใต้เงื่อนไขใหม่ สำหรับผู้กู้ วิธีนี้ช่วยปรับภาระการชำระเงินได้ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เสนอและจำนวนนักลงทุนที่ตอบรับ
ยอดเข้าร่วมก่อนกำหนดสำหรับผู้ตอบรับเร็วต่ำกว่าเพดานที่บริษัทกำหนดไว้ เพดานดังกล่าวคือจำนวนสูงสุดที่ต้องการสำหรับข้อเสนอในช่วงนั้น ไม่มีการเปิดเผยยอดเข้าร่วมสุดท้ายและผลที่มีต่อกำหนดการชำระเงินของนิว เวิลด์
การแลกเปลี่ยนพันธบัตรและการเจรจากับธนาคารเกี่ยวข้องกับเจ้าหนี้คนละกลุ่ม หากดำเนินการทั้งสองส่วนได้สำเร็จ ก็จะช่วยจัดการภาระชำระหนี้ที่แยกจากกัน ส่วนการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิจะนำเงินใหม่เข้ามา แทนที่จะปรับโครงสร้างหนี้เดิม
การเจรจาลงทุนทำให้ประเด็นความเป็นเจ้าของถูกจับตา
เบน แคปิตอลกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ซึ่งอาจรวมถึงเงินทุนใหม่จากครอบครัวเฉิงด้วย ธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นแหล่งเงินทุนที่อาจเกิดขึ้นอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิ
ประเด็นความเป็นเจ้าของมีผลต่อธุรกรรมที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้เช่นกัน เมื่อต้นปี 2026 แบล็กสโตนถอนตัวจากข้อเสนอเป็นพันธมิตรลงทุนมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังครอบครัวเฉิงปฏิเสธที่จะสละอำนาจควบคุมนิว เวิลด์
ข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นทั้งสองรายการแสดงให้เห็นว่า การระดมทุนเกี่ยวข้องทั้งกับการตัดสินใจว่าใครจะเป็นเจ้าของและกำกับดูแลบริษัท รวมถึงจำนวนเงินที่นักลงทุนจะใส่เข้ามา การเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิเปิดทางให้ผู้ถือหุ้นปัจจุบันเข้าร่วมตามสัดส่วน ขณะที่การเจรจากับนักลงทุนภายนอกอาจทำให้การจัดสรรความเป็นเจ้าของและอำนาจตัดสินใจแตกต่างออกไป
ยังไม่มีการประกาศเงื่อนไขสุดท้ายสำหรับการลงทุนของเบน ขนาด โครงสร้าง และความเกี่ยวข้องกับเงินสมทบจากครอบครัวยังไม่ชัดเจน ทำให้การขยายเวลาเงินกู้กับธนาคารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามจัดหาเงินทุนในภาพรวม
การผ่อนปรนโครงการ 11 สกายส์เปลี่ยนภาระผูกพันครั้งใหญ่
การท่าอากาศยานฮ่องกงตกลงเข้าควบคุม 11 สกายส์ ซึ่งเป็นโครงการศูนย์การค้าและสำนักงานมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงของนิว เวิลด์ ใกล้สนามบินทั้งหมด ข้อตกลงรวมถึงการยกเว้นค่าเช่ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ฮ่องกงที่บริษัทตกลงจะชำระ
การท่าอากาศยานระบุว่า ข้อตกลงจะยุติสัญญาโครงการก่อนกำหนด โดยบริษัทย่อยที่นิว เวิลด์ถือหุ้นทั้งหมดจะคืนสิทธิการเช่าที่เกี่ยวข้อง ทรัพย์สินของโครงการ ซึ่งรวมถึงอาคารสำนักงานสามแห่งและศูนย์รวมความบันเทิง จะโอนให้การท่าอากาศยานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สัญญาเช่าจะสิ้นสุดในวันที่ 1 เมษายน 2027
ภายใต้ข้อตกลง นิว เวิลด์จะมอบเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงให้แก่การท่าอากาศยาน เอคโค หว่อง กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าเงินสมทบประกอบด้วยเงินสดประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง และบริการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 1.05 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ข้อตกลงจึงผสานการผ่อนปรนภาระค่าเช่าในอนาคตเข้ากับเงินสมทบจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการโอนอำนาจควบคุมโครงการ
การท่าอากาศยานระบุว่าจะรับผิดชอบการพัฒนาธุรกิจและการบริหารโครงการทั้งหมด โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหน่วยงานกล่าวว่า การท่าอากาศยานและนิว เวิลด์ทำงานร่วมกันในโครงการ 11 สกายส์มาตั้งแต่ปี 2018
บริษัทยังเดินหน้าขายอสังหาริมทรัพย์และจำหน่ายสินทรัพย์ เอคโค หว่อง กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคยระบุว่าการลดหนี้เป็นภารกิจสำคัญ พร้อมตั้งเป้าสร้างเงินสด 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปีงบการเงิน 2025 ผ่านการขายโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และกิจการต่าง ๆ
นิว เวิลด์ระบุแยกต่างหากว่า บริษัทบรรลุเป้ายอดขายตามสัญญา 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับปีงบการเงินดังกล่าวแล้ว ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2025 ยอดขายตามสัญญาบันทึกข้อตกลงกับผู้ซื้อ ส่วนเวลาที่ได้รับเงินสดขึ้นอยู่กับกำหนดการชำระเงินและความคืบหน้าของโครงการ
ขนาดและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่นิว เวิลด์ถือครองช่วยอธิบายว่าเหตุใดการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดจึงต้องใช้เวลา รายงานประจำปี 2024 ของบริษัทระบุว่ามีโครงการฟื้นฟูเมืองเจ็ดแห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ รวมพื้นที่อาคาร 1.622 ล้านตารางเมตร หรือประมาณ 43.6% ของที่ดินสำรองทั้งหมด 3.721 ล้านตารางเมตร
การฟื้นฟูเมืองเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่เดิมใหม่ โดยต้องผ่านขั้นตอนวางแผน เตรียมการ และก่อสร้าง ก่อนจะขายหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จได้ ความพยายามจัดหาเงินทุนในปัจจุบันของนิว เวิลด์จึงรวมหลายแนวทางเพื่อบริหารช่องว่างดังกล่าว ได้แก่ การขยายระยะเวลาเงินกู้ การชำระคืนบางส่วน การเพิ่มทุน การทำธุรกรรมสินทรัพย์ และการปรับเปลี่ยนภาระผูกพันของโครงการ
ประเด็นสำคัญ
- นิว เวิลด์กำลังหารือเรื่องการขยายเวลาเงินกู้ราว 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงออกไปอีกสองปี และเสนอชำระคืนเงินต้น 10% หรือประมาณ 8.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- ผู้ให้กู้ทุกรายต้องเห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่เกี่ยวข้องได้ บริษัทตั้งเป้าสรุปการเจรจาภายในเดือนมกราคม 2027
- อาจประกาศเพิ่มทุนแบบจัดสรรสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมได้เร็วที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2026 แต่ยังไม่มีการเปิดเผยขนาด ราคา และการสนับสนุนจากครอบครัว
- วงเงินเงินกู้คิดเป็นประมาณ 62% ของหนี้สินรวม 1.43 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกงที่รายงาน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
- การแลกเปลี่ยนพันธบัตรมูลค่า 991 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนที่อาจเกิดขึ้นจากเบน แคปิตอล และข้อตกลงโครงการ 11 สกายส์ เป็นส่วนอื่น ๆ ของความพยายามจัดหาเงินทุน
- ทรัพย์สิน 11 สกายส์จะโอนให้การท่าอากาศยานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสัญญาเช่าจะสิ้นสุดในวันที่ 1 เมษายน 2027 นิว เวิลด์จะสมทบเงินกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งรวมเงินสดประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงและบริการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 1.05 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- การขยายเวลายังอยู่ระหว่างหารือ หลังการรีไฟแนนซ์ครั้งใหญ่เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025






