ประเดิมสนามด้วยความประหม่า ก่อนกลายเป็นจังหวะตัดสินเกม
เมื่ออายุ 20 ปี 204 วัน เจิงเซิ่งอันเปลี่ยนความผิดพลาดในการรับลูกให้กลายเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในรอบชิงแชมป์ ผู้เล่นตำแหน่งฟิลด์ขวาของเว่ยฉวนดรากอนส์ตีโฮมรันสามแต้มในอินนิงที่ห้าที่ไทเปโดม เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 พาทีมเอาชนะ CTBC บราเธอร์ส 3-1 และขึ้นนำไต้หวันซีรีส์ 2-0
สารบัญ
- ประเดิมสนามด้วยความประหม่า ก่อนกลายเป็นจังหวะตัดสินเกม
- เหตุใดดรากอนส์จึงไว้วางใจผู้ตีโฮมรันอายุน้อยที่สุดของทีม
- อินนิงเดียวเปลี่ยนเกมถึงสองครั้ง
- โฮมรันที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ดรากอนส์
- เมอร์เซเดสประคองความได้เปรียบ ขณะที่เปญาออกจากเกมเพราะบาดเจ็บ
- เหตุใดสถิติช่วงไร้แต้มของบราเธอร์สจึงมีสองยอด
- ฮิราโนะต้องการให้ผู้เล่นขึ้นเบสเมื่อเจอกับผู้ขว้างชั้นนำ
- ผู้ชมแน่นสนาม ซีรีส์ตัดสินกันด้วยความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย
- เกมที่ 3 เป็นโอกาสถัดไปของ CTBC
- ประเด็นสำคัญ
เจิงกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ดรากอนส์ที่ตีโฮมรันในซีรีส์ชิงแชมป์ของไชนีสโปรเฟสชันนัลเบสบอลลีก ทำลายสถิติเดิมของฉางไท่ซานที่อายุ 22 ปี 4 วัน มีผู้เล่นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ลีกที่ทำได้ตั้งแต่อายุน้อยกว่าเขา คือ เยว่เฉิงหัวของบราเธอร์ส ซึ่งอายุ 19 ปี 277 วันเมื่อตีโฮมรันในซีรีส์ปี 2020
การตีครั้งนั้นทำให้ดรากอนส์ได้ครบทั้งสามแต้ม ท่ามกลางผู้ชม 39,568 คน และยังเป็นการตอบโต้ความผิดพลาดของเจิงในครึ่งบนของอินนิงเดียวกันทันที ซึ่งมีส่วนให้ CTBC ทำแต้มแรกของซีรีส์ได้
ตอนนี้เว่ยฉวนต้องการชัยชนะอีกสองนัดเพื่อคว้าแชมป์ CPBL สมัยที่หก ส่วนบราเธอร์สต้องชนะสี่จากห้าเกมที่อาจเหลืออยู่จึงจะคว้าแชมป์ได้
เหตุใดดรากอนส์จึงไว้วางใจผู้ตีโฮมรันอายุน้อยที่สุดของทีม
นี่เป็นการลงเล่นไต้หวันซีรีส์ครั้งแรกของเจิง โดยเขาเป็นตัวจริงในตำแหน่งฟิลด์ขวาและตีลำดับที่เก้า ซึ่งเป็นตำแหน่งสุดท้ายในลำดับการตี โค้ชเลือกเขาส่วนหนึ่งเพราะผลงานก่อนหน้านี้ที่ทำได้ดีเมื่อต้องเจอกับเฟลิกซ์ เปญา ผู้ขว้างตัวจริงของบราเธอร์ส
สถิติในฤดูกาลปกติของเขาเป็นเหตุผลประกอบการเลือกที่มีน้ำหนัก แม้จะไม่มากนักก็ตาม ระหว่างฤดูกาล เจิงตีโฮมรันได้หนึ่งครั้งจากการลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ 41 นัด และตีได้รวมสี่ครั้งตลอดอาชีพ หนึ่งในนั้นเป็นการตีใส่เปญา
ก่อนเกมที่ 2 เจิงยอมรับว่าความสำคัญของนัดนี้ทำให้เขากดดัน การเตรียมตัวข้างสนามในเกมเปิดสนามทำให้เขาขนลุก และวันถัดมาเขายังตัวสั่นระหว่างซ้อมตี เขากังวลว่าความประหม่าอาจกระทบสมาธิเมื่อเกมเริ่มขึ้น
การเลือกเจิงจึงเป็นการมอบหน้าที่ท้าทายให้ผู้เล่นอายุน้อยที่มีผลงานโฮมรันจำกัด พร้อมเปิดโอกาสให้เขาได้เจอกับผู้ขว้างที่เขาเคยตีลูกทรงพลังได้แล้วอีกครั้ง
อินนิงเดียวเปลี่ยนเกมถึงสองครั้ง
สี่อินนิงแรกจบลงโดยไม่มีแต้ม ในที่สุด CTBC ก็ทำแต้มได้ในครึ่งบนของอินนิงที่ห้า เมื่อเกาหยูเจี๋ยและซ่งเซิ่งรุ่ยตีซิงเกิลต่อเนื่องกันขณะมีหนึ่งเอาต์
เจิงรับลูกตีของซ่งที่มาทางฟิลด์ขวาพลาด ทำให้บราเธอร์สมีผู้เล่นอยู่บนเบสสองและสาม จากนั้นฉางเหรินเหว่ยตีลูกกราวด์บอลเข้าเขตอินฟิลด์ ส่งผู้เล่นกลับมาทำแต้มแรกได้ การตีกราวด์เอาต์ยังสามารถทำให้ผู้เล่นทำแต้มได้ แม้ผู้ตีจะถูกเอาต์ หากผู้เล่นวิ่งถึงโฮมระหว่างเพลย์
เว่ยฉวนตอบโต้ทันที เฉินจื่อหาวขึ้นเบสได้จากความผิดพลาดในการรับลูกของเฉินจวิ้นซิว ผู้เล่นเบสหนึ่งของบราเธอร์ส ก่อนเจียงเส้าหงจะตีซิงเกิลตามมา เจิงก้าวขึ้นตีขณะที่มีเพื่อนร่วมทีมอยู่บนเบสสองคน และหวดลูกฟาสต์บอลของเปญาข้ามกำแพงฟิลด์ขวา
โฮมรันครั้งนี้พาผู้เล่นทั้งสามกลับมาทำแต้ม พลิกจากตามหลัง 0-1 เป็นนำ 3-1 ด้วยการตีเพียงครั้งเดียว นี่เป็นโฮมรันแรกของทั้งสองทีมในไต้หวันซีรีส์ปีนี้ที่ไทเปโดม
เจิงกล่าวภายหลังว่าโค้ชและเพื่อนร่วมทีมรุ่นเก๋าให้กำลังใจเขาให้ลืมความผิดพลาดในการรับลูก และตั้งใจใช้โอกาสถัดไปช่วยทีม เขาจบเกมด้วยผลงานตีได้หนึ่งครั้งจากสามครั้งที่ขึ้นตี ทำแต้มให้ทีมสามแต้ม และคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำเกม
โฮมรันที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ดรากอนส์
ความสำเร็จของเจิงไม่ได้มีเพียงสถิติด้านอายุ ลูกตีของเขาเป็นโฮมรันสามแต้มครั้งที่สองเท่านั้นในประวัติศาสตร์ไต้หวันซีรีส์ของดรากอนส์ และเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี
ซุนเฉาหลี่เคยตีโฮมรันสามแต้มครั้งก่อนของทีมในอินนิงที่เก้า ระหว่างฤดูกาลแรกของลีกเมื่อปี 1990 เว่ยฉวนไม่เคยตีแกรนด์สแลม ซึ่งเป็นโฮมรันที่ขณะตีมีผู้เล่นอยู่ครบทั้งสามเบส ในซีรีส์ชิงแชมป์มาก่อน
เจิงยังกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับสามที่ลงเล่นให้ดรากอนส์ในไต้หวันซีรีส์ หวังเจี้ยนเชียงอายุ 19 ปี 243 วันในปี 1999 ส่วนฉางไท่ซานอายุ 19 ปี 364 วันในปี 1996
สถิติเหล่านี้ทำให้การประเดิมสนามของเจิงเชื่อมโยงกับผู้เล่นดรากอนส์หลายยุค ผลงานที่เขาทำได้ในนัดนี้เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ เพราะผู้เล่นที่ตีโฮมรันได้เพียงครั้งเดียวในฤดูกาลปกติเป็นคนทำแต้มทั้งหมดที่เว่ยฉวนต้องใช้เพื่อชนะเกมที่ 2
เมอร์เซเดสประคองความได้เปรียบ ขณะที่เปญาออกจากเกมเพราะบาดเจ็บ
คริสโตเฟอร์ เมอร์เซเดส ผู้ขว้างตัวจริงของดรากอนส์ เปิดโอกาสให้แนวรุกมีเวลาหาจังหวะตีชี้ขาด เขาขว้าง 85 ลูกตลอดหกอินนิง เสียห้าฮิต เดินผู้ตีหนึ่งคน และเสียเอิร์นด์รันหนึ่งแต้ม พร้อมสไตรก์เอาต์สามคน
เมอร์เซเดสคว้าชัยชนะด้วยผลงานที่เรียกว่า “ควอลิตีสตาร์ต” ในกีฬาเบสบอล คือขว้างอย่างน้อยหกอินนิงและเสียเอิร์นด์รันไม่เกินสามแต้ม จากนั้นเว่ยฉวนก็ป้องกันไม่ให้ CTBC ทำแต้มได้ตลอดสามอินนิงสุดท้าย
เปญาเป็นฝ่ายแพ้ หลังเสียฮิตสี่ครั้ง เดินผู้ตีสามคน และเสียสามแต้ม โดยเป็นเอิร์นด์รันสองแต้ม พร้อมสไตรก์เอาต์สามคน เขาขว้างครบสี่อินนิงกับอีกสองเอาต์ ซึ่งมักเขียนในสถิติเบสบอลว่า 4.2 อินนิง
การลงเล่นของเขาสิ้นสุดลงหลังเจอจังหวะยากอีกครั้งในอินนิงที่ห้า หลังเจิงตีโฮมรัน หลี่ไคเหว่ยตีลูกกลับไปทางเนินขว้างและลูกกระแทกเท้าขวาของเปญา แม้เปญาจะทำเอาต์ได้ แต่ก็ออกจากเกม โดยไช่ฉีเจ๋อเข้ามารับช่วงต่อ
เจิงเองก็ต้องได้รับความช่วยเหลือเพื่อออกจากสนาม หลังขึ้นตีในครึ่งล่างของอินนิงที่เจ็ด ดรากอนส์ระบุว่าเขาเป็นตะคริวที่ต้นขา แต่ไม่มีการแจ้งความคืบหน้าเรื่องความพร้อมลงเล่นเกมที่ 3 ของผู้เล่นทั้งสองคน
เหตุใดสถิติช่วงไร้แต้มของบราเธอร์สจึงมีสองยอด
แต้มที่ CTBC ทำได้ในอินนิงที่ห้าเป็นการยุติช่วงไร้แต้มติดต่อกัน 13 อินนิงนับตั้งแต่เริ่มไต้หวันซีรีส์ครั้งนี้ โดยเก้าอินนิงมาจากเกมที่ 1 ซึ่งแพ้ 0-3 และอีกสี่อินนิงเป็นช่วงต้นเกมที่ 2 บราเธอร์สทำแต้มแรกของซีรีส์ได้ในอินนิงที่ 14
หากนับช่วงท้ายไต้หวันซีรีส์ปี 2025 ด้วย สถิติช่วงไร้แต้มในซีรีส์ชิงแชมป์ของทีมยาวถึง 18 อินนิง ห้าอินนิงที่ทำแต้มไม่ได้จากเกมสุดท้ายของปีนั้น ซึ่งแข่งกัน 11 อินนิง ต่อเนื่องมาถึง 13 อินนิงแรกของปีนี้ ยอดรวมดังกล่าวแซงสถิติเดิมของบราเธอร์สที่ไม่ทำแต้มติดต่อกัน 15 อินนิงในซีรีส์ชิงแชมป์
CTBC เคยต้องรอนานกว่านี้กว่าจะทำแต้มแรกได้ภายในซีรีส์เดียว ในปี 2025 ทีมทำแต้มได้ในอินนิงที่ 16 ของซีรีส์ชิงแชมป์ ส่วนปีนี้พวกเขาทำแต้มแรกได้เร็วขึ้นสองอินนิง
บราเธอร์สยังยุติช่วงไร้ฮิตที่สั้นกว่าด้วย เมื่อเฉินจวิ้นซิวตีซิงเกิลในอินนิงแรกของเกมที่ 2 ฮิตดังกล่าวยุติช่วงไร้ฮิตห้าอินนิงติดต่อกันที่ต่อเนื่องมาจากเกมเปิดสนาม อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมสองเกมที่แข่งจบแล้ว CTBC ยังทำได้เพียงแต้มเดียวตลอด 18 อินนิง
ฮิราโนะต้องการให้ผู้เล่นขึ้นเบสเมื่อเจอกับผู้ขว้างชั้นนำ
เคอิจิ ฮิราโนะ ผู้จัดการทีมบราเธอร์สกล่าวชื่นชมผู้ขว้างตัวจริงสองคนแรกของดรากอนส์ รวมถึงเมอร์เซเดส ว่าคาดเดาความคิดของผู้ตีได้และทำให้คาดเดาการเลือกลูกขว้างได้ยาก แนวทางตอบโต้ของเขาคือพยายามขึ้นเบสและสร้างแรงกดดัน ซึ่งอาจทำให้คู่แข่งพลาดได้
ลำดับต้นของไลน์อัปตีของ CTBC เป็นจุดที่น่ากังวลเป็นพิเศษ ฉางเหรินเหว่ยและฉางซื่อหลุนต่างตีไม่โดนเลยจากการขึ้นตีคนละแปดครั้งในสองเกมแรก รวมกันทำผลงาน 0 จาก 16
ฮิราโนะสลับตำแหน่งการตีของทั้งคู่ระหว่างสองเกม ฉางซื่อหลุนตีเป็นคนแรกในเกมเปิดสนาม โดยฉางเหรินเหว่ยตีเป็นคนที่สอง ส่วนเกมที่ 2 สลับลำดับกัน แต่ไม่ว่าจัดลำดับแบบใด ทั้งคู่ก็ยังตีไม่โดน แม้กราวด์เอาต์ของฉางเหรินเหว่ยจะช่วยให้ทีมทำแต้มเดียวได้ก็ตาม
ผู้เล่นทั้งสองคนเคยช่วยให้บราเธอร์สฟื้นจากการรั้งอันดับสุดท้ายในครึ่งแรกของฤดูกาล จนคว้าแชมป์ครึ่งหลังได้ ฮิราโนะต้องการให้พวกเขาใช้ประสบการณ์จากการเผชิญหน้ากับผู้ขว้างตัวท็อปของดรากอนส์เพื่อเข้าใจหน้าที่ของตนให้ดีขึ้น นั่นคือขึ้นเบสให้ได้และสร้างโอกาสที่ดีกว่าให้ผู้ตีคนถัดไป
CTBC เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศหลังคว้าชัยชนะในรอบเพลย์ออฟเหนือยูนิไลออนส์ 8-2เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ในเกมตัดสินนัดนั้น บราเธอร์สทำแต้มได้ติดต่อกันห้าอินนิง แต่เมื่อต้องเจอกับเว่ยฉวน แนวรุกยังสร้างลำดับการทำแต้มต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันไม่ได้
ผู้ชมแน่นสนาม ซีรีส์ตัดสินกันด้วยความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย
ไทเปโดมมีผู้ชม 40,000 คนในเกมเปิดสนาม และ 39,568 คนในเกมที่ 2 รวมผู้ชมทั้งสองนัด 79,568 คน จำนวนผู้ชมวันอาทิตย์น้อยกว่านัดเปิดสนามเพียง 432 คน
ชัยชนะสองนัดของเว่ยฉวนเกิดขึ้นแม้พลาดโอกาสทำแต้ม ในอินนิงแรกของเกมที่ 2 หลี่ไคเหว่ยขึ้นเบสด้วยการตีบันต์ซิงเกิล แต่ถูกจับขณะพยายามขโมยเบส กัวเทียนซินเดินผู้ตีและเลื่อนไปเบสสองจากการขว้างสกัดเบสที่พลาด ก่อนถูกจับขณะพยายามขโมยเบสสาม
ฉางเจิ้งอวี่ตีฮิตตามมา แต่ดรากอนส์จบอินนิงโดยทำแต้มไม่ได้ นี่เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ไต้หวันซีรีส์ที่ทีมหนึ่งมีผู้เล่นถูกจับขณะพยายามขโมยเบสถึงสองคนในอินนิงเดียว
เอาต์เหล่านั้นช่วยให้เกมยังเสมอกันแบบไร้แต้มจนถึงอินนิงที่ห้า จากนั้น CTBC ฉวยแต้มจากความผิดพลาดของเจิง ก่อนเว่ยฉวนจะเปลี่ยนความผิดพลาดของบราเธอร์ส ซิงเกิล และโฮมรันให้กลายเป็นสามแต้ม การทำแต้มทั้งหมดเกิดขึ้นในอินนิงเดียว
เกมที่ 3 เป็นโอกาสถัดไปของ CTBC
ทั้งสองทีมพักวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม ก่อนกลับมาแข่งเกมที่ 3 ที่ไทเปโดมในวันอังคารที่ 20 ตุลาคม CTBC จะเป็นทีมเหย้าที่กำหนด โดยตีในครึ่งล่างของแต่ละอินนิง แม้สนามแข่งขันจะยังเป็นที่เดิม
ลำดับเหตุการณ์ในซีรีส์แสดงให้เห็นว่าผลงานของบราเธอร์สเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเพียงใด:
- 12 ตุลาคม: CTBC เอาชนะยูนิไลออนส์ 8-2 ผ่านเข้าสู่ไต้หวันซีรีส์เพื่อพบกับเว่ยฉวนเป็นครั้งแรก
- 17 ตุลาคม: ดรากอนส์ชนะเกมเปิดสนาม 3-0 ต่อหน้าผู้ชม 40,000 คน
- 18 ตุลาคม: โฮมรันสามแต้มของเจิงพาดรากอนส์คว้าชัย 3-1 และขึ้นนำซีรีส์ 2-0
- 19 ตุลาคม: ซีรีส์พักการแข่งขันหนึ่งวัน
- 20 ตุลาคม: กำหนดแข่งเกมที่ 3 ที่ไทเปโดม โดย CTBC เป็นทีมเหย้าที่กำหนด
สถิติการแข่งขันชิงแชมป์ CPBL ทำให้เว่ยฉวนอยู่ในสถานะได้เปรียบอย่างมาก ทีมที่ขึ้นนำ 2-0 ในซีรีส์ซึ่งต้องชนะสี่เกมเพื่อคว้าแชมป์ สามารถคว้าแชมป์ได้ 89.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนทีมที่แพ้สองเกมแรกคว้าแชมป์ได้ 10.5 เปอร์เซ็นต์
ทีมที่พลิกกลับมาคว้าแชมป์ได้มีสองทีม คือดรากอนส์ในปี 1997 และ EDA ไรโนส์ในปี 2016 ทั้งคู่ชนะรวดสี่เกมหลังแพ้สองเกมแรก โดยเอาชนะไชน่าไทมส์อีเกิลส์และ CTBC ตามลำดับ ตอนนี้บราเธอร์สต้องพลิกสถานการณ์จากการตามหลังตั้งแต่ต้นด้วยเงื่อนไขเดียวกัน โดยเริ่มจากการหาเกมรุกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในวันอังคาร
ประเด็นสำคัญ
- เว่ยฉวนเอาชนะ CTBC 3-1 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ขึ้นนำไต้หวันซีรีส์ 2-0
- เจิงเซิ่งอันตีโฮมรันสามแต้มที่ตัดสินเกมในการประเดิมสนามรอบชิงแชมป์ และคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำเกม
- เมื่ออายุ 20 ปี 204 วัน เจิงกลายเป็นผู้ตีโฮมรันอายุน้อยที่สุดของดรากอนส์ในไต้หวันซีรีส์ และอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองของลีก
- คริสโตเฟอร์ เมอร์เซเดสเสียหนึ่งแต้มตลอดหกอินนิง คว้าชัยชนะไปครอง
- บราเธอร์สทำได้เพียงหนึ่งแต้มในสองเกมแรก
- กำหนดแข่งเกมที่ 3 วันที่ 20 ตุลาคมที่ไทเปโดม โดย CTBC เป็นทีมเหย้าที่กำหนด






