ช่างตัดเสื้อที่ยังมีชีวิต คะแนนเสียงที่หายไป และงานค้างที่พอกพูน
กัมตา ปราสาด ช่างตัดเสื้อวัย 53 ปีในกรุงเดลี ซึ่งมีรายได้วันละ 250 รูปีเพื่อเลี้ยงดูคน 4 คน กำลังใช้เวลาทำงานไปกับการเดินทางไปสำนักงานของรัฐเพื่อพิสูจน์ว่าตนยังมีชีวิตอยู่ ข้อมูลทะเบียนเลือกตั้งระบุว่าเขาเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ ชื่อของเขายังถูกบันทึกผิดเป็นกันตา ปราสาด
สารบัญ
- ช่างตัดเสื้อที่ยังมีชีวิต คะแนนเสียงที่หายไป และงานค้างที่พอกพูน
- มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกนำชื่อออกกี่คน?
- การตรวจสอบโดยสาธารณะพบว่าผู้มีชื่อหายไปยังอาศัยอยู่
- เมื่อบ้านไม่มีเอกสารที่เจ้าหน้าที่ต้องการ
- การรื้อถอนและการย้ายถิ่นทำให้ตรวจสอบที่อยู่ซับซ้อน
- เหตุใดแบบฟอร์ม 6 จึงกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย
- เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งเสนอให้เปลี่ยนวิธีแก้ไข
- การเร่งนำชื่อกลับเข้าทะเบียนเผชิญคิวคำร้องจำนวนมาก
- เบงกอลตะวันตกแสดงให้เห็นภาระของการอุทธรณ์
- การประท้วงเคลื่อนจากท้องถนนสู่ศาล
- วันสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้รณรงค์ต้องจับตา
- ประเด็นสำคัญ
ปราสาดเป็นหนึ่งในผู้คนนับล้านที่ถูกตัดสิทธิระหว่างการทบทวนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งใหญ่เป็นพิเศษ (SIR) ของอินเดีย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อนำผู้เสียชีวิต รายชื่อซ้ำ และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ย้ายที่อยู่หรือไม่มีคุณสมบัติออกจากทะเบียน เขาระบุว่าได้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติและการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด และใช้สิทธิเลือกตั้งมานาน 35 ปี
ปราสาดเล่าถึงช่วงเวลาที่รู้ว่าตนถูกนำชื่อออก และความพยายามที่จะขอให้แก้ไข:
ผมตกใจมากตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ ตั้งแต่นั้นมาก็ไปทุกที่เพื่อพิสูจน์ว่าผมยังมีชีวิตอยู่
ข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า มีชื่อถูกลบทั่วประเทศประมาณ 133 ล้านชื่อ ในกรุงเดลี ข้อมูลการดำเนินการคำร้อง ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2026 แสดงว่า ในช่วง 42 วัน มีคำร้องแบบฟอร์ม 6 เพื่อขอเพิ่มชื่อประมาณ 450,000 คำร้องที่ได้รับการพิจารณาแล้วเพียง 1,238 คำร้อง หรือประมาณ 0.27% การพิจารณาแล้วเสร็จหมายถึงคำร้องได้รับคำวินิจฉัย ส่วนผู้ยื่นคำร้องกำลังขอให้เพิ่มชื่อในทะเบียนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าใครมีสิทธิลงคะแนน
คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า ผู้มีคุณสมบัติที่ถูกตัดชื่อโดยผิดพลาดสามารถยื่นคำร้อง เอกสารประกอบ และอุทธรณ์ได้ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทบทวนกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถูกตัดชื่อ อย่างไรก็ตาม สำหรับปราสาดและคนอื่น ๆ กระบวนการแก้ไขหมายถึงการสูญเสียรายได้ การเข้ารับฟังซ้ำหลายครั้ง และความไม่แน่นอนว่าชื่อจะกลับมาเมื่อใด
มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกนำชื่อออกกี่คน?
ตัวเลขของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 กันยายน แบ่งการลบชื่อทั่วประเทศประมาณ 133 ล้านชื่อออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 95 ล้านชื่อที่ระบุว่าขาดการติดต่อ ย้ายที่อยู่ หรืออื่น ๆ, 27 ล้านชื่อที่บันทึกว่าเสียชีวิต และ 10.1 ล้านชื่อที่พบว่ามีการลงทะเบียนซ้ำ กลุ่มขาดการติดต่อ ย้ายที่อยู่ หรืออื่น ๆ คิดเป็นมากกว่า 71% ของชื่อที่ถูกลบทั้งหมด
ร่างทะเบียนเลือกตั้งของกรุงเดลีเป็นความท้าทายด้านการบริหารที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ คำร้องต่อศาลฎีกาแห่งหนึ่งระบุว่ามีผู้ถูกตัดชื่อ 4,756,722 คน หรือ 32.78% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนการทบทวน ขณะที่รายงานอีกฉบับเกี่ยวกับร่างทะเบียนวันที่ 31 สิงหาคมระบุตัวเลขไว้ที่ 4.2 ล้านคน ตัวเลขที่สูงกว่าหมายความว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดลีที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนถูกตัดออกประมาณ 1 ใน 3
ในจำนวนผู้ถูกตัดชื่อทั้งหมดของเดลี มีประมาณ 3.159 ล้านคนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มย้ายออกถาวร การจัดประเภทนี้ทำให้การจัดการกรณีเปลี่ยนที่อยู่กลายเป็นประเด็นสำคัญของข้อโต้แย้ง โดยเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าผู้คนอาศัยอยู่ที่ใดในปัจจุบัน ขณะที่ประชาชนต้องมีช่องทางที่ใช้งานได้จริงในการลงทะเบียนตามที่อยู่ปัจจุบัน
หน้า SIR 2026 ของฝ่ายปกครองเขตนิวเดลีบันทึกการประกาศกำหนดการทบทวนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม และระบุวันที่ 31 สิงหาคมเป็นวันที่เผยแพร่รายชื่อผู้ขาดการติดต่อ ย้ายที่อยู่ เสียชีวิต และลงทะเบียนซ้ำในเดลี โครงการนี้ใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2026 เป็นวันกำหนดคุณสมบัติ หรือวันที่อ้างอิงสำหรับพิจารณาว่าบุคคลมีสิทธิหรือไม่
ภาคประชาสังคมยังพบว่ามีการลบชื่อในรอบก่อนหน้าอีกประมาณ 1.1 ล้านชื่อ ผ่านการปรับปรุงรายชื่อรายเดือนก่อนระงับการแก้ไขเพื่อทำ SIR ส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2026 ทะเบียนเลือกตั้งเดลีเดือนมกราคม 2025 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 15 ล้านคน การลบชื่อก่อนหน้านั้นและการตัดชื่อในร่างทะเบียนครั้งหลังเกิดขึ้นคนละช่วงของกระบวนการทบทวน
การตรวจสอบโดยสาธารณะพบว่าผู้มีชื่อหายไปยังอาศัยอยู่
ราเจนดรา กุมาร อาสาสมัครจาก Jan Sarokar ระบุว่า ในบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 9,000 คนในชุมชนของปราสาด มีประมาณ 2,000 คนถูกตัดชื่อ หรือราว 22% โดยถูกจัดประเภทว่าขาดการติดต่อ ย้ายที่อยู่ เสียชีวิต หรือไปลงทะเบียนที่อื่น ปราสาดเป็นคนเดียวในชุมชนนั้นที่กุมารพบว่าถูกบันทึกว่าเสียชีวิตโดยผิดพลาด
การตรวจสอบสาธารณะในหน่วยเลือกตั้ง 2 แห่งของเขตเลือกตั้งโอกห์ลาในเดลีพบว่า มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างน้อย 100 คนถูกจัดประเภทผิดว่าเป็นผู้ขาดการติดต่อ ย้ายที่อยู่ เสียชีวิต หรือลงทะเบียนซ้ำ อาสาสมัครลงพื้นที่เยี่ยม 258 ครัวเรือนในช่วง 7 วัน ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ประชาชนเข้าร่วมการไต่สวนสาธารณะที่บัตลาเฮาส์ ซึ่งจัดโดย Jan Sarokar, Mazdoor Kisan Shakti Sangathan, Voter Adhikar Manch และ National Federation of Indian Women
ในการไต่สวนอีกครั้ง คณะกรรมการอิสระซึ่งมีอดีตผู้พิพากษา A K Patnaik, Rekha Sharma และ Anjana Prakash เป็นประธาน รับฟังข้อร้องเรียนจากเดลี เบงกอลตะวันตก เตลังคานา และพิหาร อดีตสมาชิกสภาล่าง ทารุน มอนดัล กล่าวว่า ชื่อของเขาถูกนำออกทั้งที่ครอบครัวดำเนินการตามขั้นตอนลงทะเบียนครบถ้วนแล้ว
คณะกรรมการเสนอให้อ่านร่างทะเบียนเลือกตั้งออกเสียงในที่ประชุมสาธารณะ วิธีนี้จะเปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านช่วยกันระบุผู้พักอาศัยที่ตกหล่น การจัดประเภทที่ผิดพลาด และรายการซ้ำ ควบคู่ไปกับกระบวนการยื่นคำร้องรายบุคคล
เมื่อบ้านไม่มีเอกสารที่เจ้าหน้าที่ต้องการ
กามัล ลาล ครูโรงเรียนเอกชนวัย 38 ปี ระบุว่าเจ้าหน้าที่จัดประเภทว่าเขาย้ายที่อยู่ ทั้งที่ยังอาศัยอยู่ใต้สะพานลอยแห่งหนึ่งในเดลีร่วมกับอีกหลายสิบครอบครัว หลังพบว่าตนถูกตัดชื่อในเดือนกันยายน เขาติดต่อเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง เข้าร่วมการไต่สวน และยื่นคำร้องซ้ำหลายครั้ง
ลาลอธิบายว่าการเรียกขอเอกสารกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยในชุมชนไม่เป็นทางการอย่างไร:
น่าผิดหวังมากที่เราเคยลงคะแนนเสียงในประเทศนี้ แต่ตอนนี้ชื่อเราถูกตัดออกเพราะเราไม่มีเอกสารที่ดินหรือใบแจ้งค่าน้ำ
ในการไต่สวนของภาคประชาสังคม ลาลกล่าวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 728 จาก 729 คนในเบลาเอสเตตถูกตัดชื่อ เขาระบุว่าปู่ของเขามาถึงที่นั่นในปี 1913 และชาวบ้านยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียนมากกว่า 500 ฉบับ
มายา เทวี คนงานรับใช้ในบ้านวัย 58 ปีจากมายูร์วิหาร เล่าถึงครอบครัวที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนไม่ครบ โดยชื่อของเธอและลูกสาวสองคนหายไป แต่สามีและลูกชายยังมีชื่ออยู่ หลังบ้านของพวกเธอถูกรื้อถอน สมาชิกครอบครัวทั้ง 5 คนต้องอาศัยในห้องเล็ก ๆ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน เธอกล่าวว่าเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งในพื้นที่ที่เธอติดต่อขอความช่วยเหลือไม่เคยมาพบ
มัมตา วัย 39 ปี กังวลว่าการสูญเสียข้อมูลทะเบียนเลือกตั้งอาจกระทบการเข้าถึงอาหารอุดหนุนและโครงการสวัสดิการอื่น ๆ ด้วย ความกังวลของเธอสะท้อนบทบาทที่กว้างขึ้นของทะเบียนเลือกตั้งในการบันทึกอัตลักษณ์และประวัติที่อยู่อาศัยของครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อมีเอกสารอื่นอยู่จำกัด
การรื้อถอนและการย้ายถิ่นทำให้ตรวจสอบที่อยู่ซับซ้อน
การวิเคราะห์บัญชีรายชื่อผู้ถูกตัดสิทธิในเดลีพบว่า มีหน่วยเลือกตั้ง 9 แห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการรื้อถอน ซึ่งมีผู้ถูกตัดชื่อ 8,800 คนจากทั้งหมด 10,015 คน หรือประมาณ 88% ทั่วทั้งเมืองหลวง พบหน่วยเลือกตั้ง 639 แห่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าครึ่งถูกตัดชื่อ
การวิเคราะห์เดียวกันระบุว่า มีเพียง 51 จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 14,947 แห่งในเดลีที่มีอัตราการตัดชื่อไม่เกินเกณฑ์ 2% ตามแนวทางของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากมีการตัดชื่อเกินระดับดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทะเบียนเลือกตั้งซึ่งรับผิดชอบการจัดทำและปรับปรุงทะเบียนในพื้นที่ต้องตรวจสอบเป็นรายบุคคล
ในวาซีร์ปูร์ มีประชาชน 991 คนถูกตัดชื่อ ส่วนใหญ่ถูกจัดประเภทว่าขาดการติดต่อหรือติดตามตัวไม่ได้ หลังย้ายไปอยู่บ้านของรัฐ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีมอบกุญแจแฟลตให้ครอบครัวเหล่านี้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2025 ก่อนที่ชุมชนเดิมจัยเลอร์วาลาบาฆจะถูกรื้อถอนในเดือนมิถุนายนปีนั้น
ในปัตปาร์คัญช์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,057 คนจาก 1,199 คนถูกตัดชื่อ หลังการรื้อถอนในเดือนกรกฎาคม 2024 แม้หลายครอบครัวจะกลับมาและสร้างบ้านขึ้นใหม่ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง โสวินทรา กุมาร เกาตัม กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยจำนวนมากกับทะเบียนเลือกตั้งปี 2002 ได้ ที่ค่ายมาดราซีเดิมในจังกปุระ ซึ่งถูกรื้อถอนเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 934 คนจาก 1,093 คนถูกตัดชื่อ
ครอบครัวที่พลัดถิ่นจากค่ายมาดราซีบางส่วนได้รับแฟลตในนาเรลาภายใต้นโยบายฟื้นฟูและย้ายถิ่นฐานชุมชนแออัดและชุมชนกระท่อมของเดลีปี 2015 ส่วนที่เหลือเช่าห้องอยู่ที่อื่น กรณีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ต้องทำควบคู่กันสองด้าน คือการบันทึกที่อยู่ใหม่และการรักษาประวัติการเลือกตั้งที่ผูกกับที่อยู่เดิมไว้
เหตุใดแบบฟอร์ม 6 จึงกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย
แบบฟอร์ม 6 ใช้ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนเลือกตั้ง โดยหลักแล้วสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่ ในคำรับรองของแบบฟอร์มระบุว่าผู้ยื่นกำลังขอเพิ่มชื่อเป็นครั้งแรก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เคยลงทะเบียนแล้วแต่ได้รับคำแนะนำให้ใช้แบบฟอร์มนี้ระบุว่า ข้อความดังกล่าวขัดกับประวัติการลงคะแนนของตน
มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเป็นตัวแทนของประชาชนปี 1950 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ทำคำรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งที่รู้หรือเชื่อว่าเป็นเท็จ หรือไม่เชื่อว่าเป็นความจริง ผู้ร้องได้อ้างบทบัญญัตินี้ในการคัดค้านข้อกำหนดดังกล่าว ส่วนแบบฟอร์ม 8 ใช้สำหรับเปลี่ยนที่อยู่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนอยู่แล้ว หรือแก้ไขข้อมูลในทะเบียน
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ผู้พิพากษาศาลสูงเดลี ดินีช เมห์ตา และอดิตี เชาธรี ปิดคดีคำร้องที่นิโลตปาล ดัตตาและผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกคนหนึ่งยื่น หลังย้ายที่อยู่และพลาดการสำรวจรายชื่อ ศาลรับฟังคำชี้แจงของทนายคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าทั้งสองสามารถยื่นแบบฟอร์ม 6 โดยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทะเบียนเลือกตั้ง และปฏิเสธข้อกังวลที่ว่าพวกเขาอาจถูกกล่าวหาว่าให้คำรับรองอันเป็นเท็จ
ศาลสูงบอมเบย์ประจำรัฐกัวยังตั้งข้อสงสัยต่อการใช้แบบฟอร์ม 6 แทนแบบฟอร์ม 8 ในกรณีสมาชิกครอบครัว 5 คนที่ย้ายภายในเขตเลือกตั้งซานตาครูซ คำร้องต่อศาลฎีกาฉบับหนึ่งคัดค้านทั้งข้อกำหนดให้ใช้แบบฟอร์ม 6 และคำรับรองเพิ่มเติมของ SIR เกี่ยวกับการลงทะเบียนเดิมของผู้ยื่นหรือญาติ
เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งเสนอให้เปลี่ยนวิธีแก้ไข
หัวหน้าเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งรัฐมหาราษฏระเสนอให้ตัดคำว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่” ออกจากชื่อแบบฟอร์ม 6 และเพิ่มคำรับรองทางเลือกสำหรับผู้ยื่นที่เคยลงทะเบียนแล้ว ข้อเสนอนี้ยังเปิดทางให้ประชาชนแจ้งหมายเลขบัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมรูปถ่ายใบเดิม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการเดิมได้
การแก้ไขแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ในกฎหมายจำเป็นต้องให้รัฐบาลกลางแก้ไขกฎการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 1960 อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งสูงสุด เอส วาย กูเรชี คัดค้านการใช้แบบฟอร์ม 6 กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถูกตัดชื่อ ขณะที่ผู้นำพรรคคองเกรส พี จิดัมพรัม วิจารณ์ค่าใช้จ่ายในการนำคนออกจากทะเบียนแล้วจัดกระบวนการให้กลับเข้ามาอีกครั้ง
กรณีรัฐกัวแสดงให้เห็นอุปสรรคอีกประการในระบบซอฟต์แวร์การเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 97 คนที่ถูกตัดชื่อส่งเอกสารและได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทะเบียนในพื้นที่ว่ามีคุณสมบัติ แต่ระบบ ECINet ไม่มีทางเลือกให้ยกเลิกการลบชื่อ พวกเขาจึงยังคงไม่มีชื่อในทะเบียนฉบับสุดท้าย และได้รับแจ้งให้ยื่นแบบฟอร์ม 6 ใหม่
กรรมการการเลือกตั้ง วิเวก โจชี และสุขบีร์ ซิงห์ ซันดู ยังทักท้วงการเปลี่ยนแปลงแบบฟอร์มออนไลน์โดยไม่มีการแก้ไขกฎ ศาลฎีกาหารือเกี่ยวกับแบบฟอร์มฉบับปรับปรุงเมื่อวันที่ 5, 12 และ 14 ตุลาคม การไต่สวน SIR ของเดลีถูกเลื่อนจากวันที่ 30 ตุลาคมมาเป็นวันที่ 28 ตุลาคม
การเร่งนำชื่อกลับเข้าทะเบียนเผชิญคิวคำร้องจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 29 กันยายน คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งให้จัดโครงการลงทะเบียนพิเศษใน 20 รัฐและดินแดนสหภาพที่ดำเนินการทบทวนเสร็จสิ้นแล้ว คำสั่งในภาพรวมยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ SIR เสร็จสิ้นหรือกำลังดำเนินการ เปรียบเทียบทะเบียนเก่าและปัจจุบัน ระบุผู้อยู่อาศัยที่ถูกตัดชื่อ และลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้รับคำแนะนำให้เข้าพบผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างน้อย 20 ถึง 25 คนต่อสัปดาห์ และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในประมาณ 1 เดือน โดยต้องบันทึกสถานะปัจจุบันของผู้อยู่อาศัย ช่วยผู้มีคุณสมบัติยื่นแบบฟอร์ม 6 และแจ้งผลการตรวจสอบแก่เจ้าหน้าที่ทะเบียนกับพรรคการเมืองที่ได้รับการรับรอง มีข้อเสนอให้จัดหน่วยบริการในที่พักพิงยามค่ำคืน ชุมชนแรงงาน กลุ่มคนไร้บ้าน และประชาชนชายขอบอื่น ๆ
ตัวเลขการดำเนินการของเดลีแสดงให้เห็นขนาดของคิวคำร้อง มีคำร้องประมาณ 239,000 คำร้องจากผู้ที่ขอกลับเข้าทะเบียนหรือขอลงทะเบียนเป็นครั้งแรก หลังเผยแพร่ร่างทะเบียน คำร้องเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคำขอแบบฟอร์ม 6 ทั้งหมดประมาณ 450,000 ฉบับ ซึ่งในช่วง 42 วันมีเพียง 1,238 ฉบับที่ได้รับคำวินิจฉัย
รายงานอัปเดตฉบับหลังระบุว่า มีการตรวจสอบแล้วมากกว่า 60% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดลีประมาณ 3.3 ล้านคนที่ได้รับหนังสือแจ้ง หลังผ่อนคลายขั้นตอน เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งสามารถรับเอกสารที่บ้านและแก้ไขการสะกดผิดเล็กน้อยได้ หนังสือแจ้งมากกว่า 1.9 ล้านฉบับเกี่ยวข้องกับข้อคลาดเคลื่อนที่ตรวจพบจากความเชื่อมโยงของข้อมูล เช่น ชื่อหรืออายุไม่ตรงกัน ขณะที่เกือบ 1.4 ล้านฉบับเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับการทบทวนปี 2002 ได้
เบงกอลตะวันตกแสดงให้เห็นภาระของการอุทธรณ์
ระบบอุทธรณ์ของรัฐเบงกอลตะวันตกเป็นอีกตัวชี้วัดหนึ่งของภาระงานหลังการตัดชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 6 ล้านคนต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยผู้พิพากษาเนื่องจากข้อคลาดเคลื่อนที่พบจากความเชื่อมโยงของข้อมูล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการลบชื่อ 2.716 ล้านคน ศาลอุทธรณ์ 19 คณะที่จัดตั้งตามคำสั่งศาลฎีกาในคำร้องหมายเลข Writ Petition (Civil) 1089/2025 ตั้งอยู่ในเมืองโกลกาตาทั้งหมด ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องเดินทางหลายร้อยกิโลเมตร
ฐานข้อมูลการอุทธรณ์ฉบับละเอียดบันทึกคำร้อง 3.81 ล้านฉบับ และคำวินิจฉัย 82,782 ฉบับ หรือประมาณ 2.2% ของทั้งหมด ในบรรดาคดีที่มีคำวินิจฉัย มี 75,443 คดีที่ได้คืนชื่อ และ 7,339 คดีที่ถูกปฏิเสธ เขตมัลดาตัดสินคำอุทธรณ์แล้ว 1,027 คดีจากทั้งหมด 685,000 คดี หรือประมาณ 0.15% ส่วนรายงานยอดรวมอีกฉบับระบุว่ามีคำวินิจฉัยมากกว่า 100,000 คดี
การตรวจสอบคำอุทธรณ์ขอเพิ่มชื่อที่ถูกปฏิเสธ 6,444 คดี ซึ่งบันทึกระหว่างวันที่ 13 เมษายนถึง 10 กันยายน ประเมินว่า 80.2% เกี่ยวข้องกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีชื่อมุสลิม ข้อมูลมีชื่อบุคคลแต่ไม่มีข้อมูลอัตลักษณ์ทางศาสนาอย่างเป็นทางการ และไม่มีข้อมูลสัดส่วนทางศาสนาของผู้ยื่นอุทธรณ์ทั้งหมด ผู้หญิงคิดเป็น 52.7% ของผู้ที่ถูกปฏิเสธ
ศาลอุทธรณ์ยังรับฟังคำอุทธรณ์จากคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการมีคำวินิจฉัยรับรองแล้ว ผู้พิพากษาอินทราจิต ฉัตเตอร์จี กล่าวว่า คำอุทธรณ์ทั้ง 254,000 คดีที่คัดค้านการเพิ่มชื่อ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศาลท่านและครอบคลุม 10 เขตเลือกตั้งในเขตมูร์ชิดาบาด ล้วนยื่นโดยรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง รัฐเบงกอลตะวันตกระบุว่าผู้ชนะการอุทธรณ์จะได้รับการลงทะเบียนสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต
การประท้วงเคลื่อนจากท้องถนนสู่ศาล
พรรคฝ่ายค้านและองค์กรเยาวชนกล่าวหาว่า เกียนเนช กุมาร ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งสูงสุด ออกแบบการทบทวนรายชื่อเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคภารติยะชนตะ พรรคและคณะกรรมการปฏิเสธข้อกล่าวหา ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้กุมารลาออก ขณะที่ตำรวจใช้กำลังและควบคุมตัวผู้ประท้วงในกรุงเดลีและพื้นที่อื่น ๆ
พรรค Cockroach Janata ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรมเกี่ยวกับความผิดปกติในการสอบ ได้หันมาให้ความสนใจกับสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อภิจิต ดิปเก ผู้ก่อตั้ง ประกาศพักการชุมนุมครั้งใหม่จนกว่าจะถึงเทศกาลดิวาลี และขอให้ผู้สนับสนุนใช้เวลากับครอบครัว องค์กรยังคงเรียกร้องให้ปล่อยตัวซอราบ ดาส และอชูโตช รังกา จากเรือนจำติฮาร์
ดาสและรังกาเป็น 2 ใน 14 คนที่ถูกควบคุมตัวหลังฝ่าแนวกั้นที่จันตาร์มันตาร์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้พิพากษาฝ่ายบริหารพิเศษอ้างถึงความเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ยังคงมีอยู่ในการขยายเวลาควบคุมตัว องค์กรของทั้งคู่ยื่นคัดค้านคำสั่งขยายเวลาวันที่ 19 ตุลาคมต่อศาลสูงเดลี โดยอ้างมาตรา 21 ของรัฐธรรมนูญซึ่งคุ้มครองเสรีภาพส่วนบุคคล และขอให้ปล่อยตัวโดยเร่งด่วน
ในการชุมนุมที่คอนนอตเพลซเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม มีผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 100 คน ดิปเกและเนฮา โบรา ผู้นำนักศึกษา ถูกควบคุมตัวก่อนวันชุมนุมและได้รับการปล่อยตัวในวันถัดมา ตำรวจอ้างข้อจำกัด การไม่ได้รับอนุญาต และความปลอดภัยสาธารณะ ส่วนผู้ประท้วงยืนยันว่าชุมนุมอย่างสงบพร้อมถือธงชาติ
ศาลฎีกาขอคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งต่อคำร้องของฝ่ายค้าน ตกลงที่จะพิจารณาการนำจันตาร์มันตาร์ออกจากรายชื่อสถานที่ที่อนุญาตให้จัดการชุมนุม และสั่งให้เก็บรักษาภาพจากกล้องวงจรปิดหลังมีข้อกล่าวหาว่าตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ปรามิลา ชยาปาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ก็แสดงความกังวลเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และสนับสนุนการชุมนุมอย่างสงบ
วันสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้รณรงค์ต้องจับตา
เจ้าหน้าที่ให้คำมั่นกับปราสาดว่าจะนำชื่อของเขากลับคืนมา แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเสร็จเมื่อใด การไต่สวนและกำหนดเวลาลงทะเบียนที่ใกล้เข้ามาทำให้ความรวดเร็วในการแก้ไขเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับประชาชนที่ยังรออยู่
- 21 ตุลาคม: ดาสและรังกามีกำหนดเข้าพบผู้พิพากษาฝ่ายบริหารอีกครั้ง
- 26 ตุลาคม: สิ้นสุดช่วงยื่นคำร้องและข้อคัดค้านในรัฐมหาราษฏระ
- 28 ตุลาคม: ศาลฎีกามีกำหนดไต่สวนกรณี SIR ของเดลี
- 29 ตุลาคม: กำหนดเส้นตายที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดลีซึ่งได้รับหนังสือแจ้งต้องพิสูจน์คุณสมบัติ
- 16 พฤศจิกายน: กำหนดเผยแพร่ทะเบียนเลือกตั้งฉบับสุดท้ายของรัฐมหาราษฏระ
- 4 ธันวาคม: กำหนดเผยแพร่ทะเบียน SIR ฉบับสุดท้ายของเดลี
ภารกิจเร่งด่วนของปราสาดยังคงเป็นการทำให้ข้อมูลในทะเบียนถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ต้องเลี้ยงดูครอบครัว สำหรับสำนักงานการเลือกตั้ง ภารกิจประกอบด้วยการทบทวนกรณีผู้ถูกตัดชื่อ การดำเนินการคำร้อง และการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่กับอัตลักษณ์ก่อนเผยแพร่ทะเบียนฉบับสุดท้าย
ประเด็นสำคัญ
- มีชื่อถูกลบทั่วประเทศระหว่าง SIR ประมาณ 133 ล้านชื่อ โดยมากกว่า 71% ถูกจัดประเภทว่าขาดการติดต่อ ย้ายที่อยู่ หรืออื่น ๆ
- คำร้องต่อศาลฎีกาฉบับหนึ่งระบุว่า ร่างทะเบียนของเดลีมีผู้ถูกตัดชื่อ 4,756,722 คน หรือประมาณหนึ่งในสามของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดิม
- การตรวจสอบสาธารณะและคำให้การของประชาชนพบว่ามีผู้ที่ยังมีชีวิตและมีคุณสมบัติถูกจัดประเภทว่าเสียชีวิตหรือย้ายที่อยู่
- ในช่วง 42 วัน มีคำร้องแบบฟอร์ม 6 ในเดลีประมาณ 450,000 ฉบับที่ได้รับคำวินิจฉัยเพียง 1,238 ฉบับ
- ศาลสูงเดลีรับรองการใช้แบบฟอร์ม 6 เพื่อขอกลับเข้าทะเบียนสำหรับผู้ร้อง 2 คน ขณะที่การคัดค้านในวงกว้างยังดำเนินต่อที่ศาลฎีกา
- เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งรัฐมหาราษฏระเสนอให้แก้ไขแบบฟอร์มเพื่อให้รองรับผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้ว
- การตรวจสอบรอบใหม่ ค่ายลงทะเบียน และการไต่สวนในศาลที่ใกล้เข้ามาจะมีผลต่อกระบวนการแก้ไข






