ตรวจแนวชายแดน พร้อมคำขู่ทางทหารและแก้ไขวันที่
เกาหลีเหนือประกาศจัดวางกำลังยิงชุดใหม่ใกล้พรมแดนติดกับเกาหลีใต้ และมีแผนเปิดใช้ลำโพงโฆษณาชวนเชื่อข้ามแนวพรมแดนในเดือนตุลาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงลงพื้นที่ตรวจงานเสริมแนวป้องกัน ท่ามกลางความตึงเครียดจากการข้ามแนวแบ่งเขตทางทหารและเหตุทุ่นระเบิดระเบิด ซึ่งทำให้ทหารเกาหลีใต้บาดเจ็บ 3 นาย
สารบัญ
- ตรวจแนวชายแดน พร้อมคำขู่ทางทหารและแก้ไขวันที่
- เจ้าหน้าที่ตรวจอะไรบ้าง
- พักปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการข้ามแนว และเรียกร้องให้ตอบโต้
- ตำแหน่งยิงใหม่ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดการจัดกำลัง
- แผนใช้ลำโพงคืบหน้าในสองวัน
- เหตุทุ่นระเบิดระเบิดซึ่งเป็นชนวนของการเผชิญหน้า
- พัฒนาการของการเผชิญหน้า
- คิมเชื่อมโยงสิ่งกีดขวางกับแนวพรมแดนถาวร
- เหตุใดการลงพื้นที่ต่อสาธารณะจึงสำคัญ
- ประเด็นสำคัญ
คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และผู้อำนวยการกรมกิจการทั่วไปของพรรคแรงงาน เดินทางไปพร้อมกับที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม พัก จอง ชอน, เลขาธิการพรรค รี อิล ฮวาน และผู้บัญชาการระดับสูงของเสนาธิการกองทัพประชาชนเกาหลี เพื่อตรวจพื้นที่ก่อสร้างใกล้เส้นแบ่งเขตทางทหาร
เดิมมีการประกาศเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า การตรวจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่คิมแก้ไขข้อมูลดังกล่าวในแถลงการณ์ราว 4 ชั่วโมงต่อมา โดยระบุว่าเธอไปเยือนจุดต่าง ๆ ตามแนวชายแดนในช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 ตุลาคม
พักเรียกร้องให้ตอบโต้ทันทีต่อการกระทำที่คุกคามทหารเกาหลีเหนือโดยตรง คิมกล่าวว่าหน่วยยิงชุดใหม่เข้าประจำตำแหน่งยิงแล้ว และย้ำคำสั่งของพี่ชายให้ทำให้แนวพรมแดนติดกับเกาหลีใต้เป็นแนวถาวร แถลงการณ์ฉบับหลังของเธอยกระดับข้อเสนอติดตั้งลำโพง จากเรื่องที่อยู่ระหว่างพิจารณาเป็นแผนเปิดใช้งานภายในเดือนนี้
เจ้าหน้าที่ตรวจอะไรบ้าง
เกาหลีเหนือเริ่มเสริมแนวชายแดนในเดือนเมษายน 2024 โดยเพิ่มรั้วลวดหนาม ทุ่นระเบิด และสิ่งกีดขวางที่มีเป้าหมายเพื่อสกัดรถถังใกล้เส้นแบ่งเขตทางทหาร หรือ MDL เส้นดังกล่าวทอดผ่านเขตปลอดทหาร หรือ DMZ ซึ่งเป็นพื้นที่กันชนระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย
พักตรวจงานก่อสร้างสิ่งกีดขวางและให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติงาน ภาพที่เกาหลีเหนือเผยแพร่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่อยู่ใกล้แนวรั้วลวดหนามยาวและกำแพงสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธร่วมคณะพักยังปรากฏภาพขณะใช้กล้องส่องทางไกลด้วย
การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองและผู้บัญชาการทหารมารวมตัวกันที่จุดก่อสร้าง พักได้รับแต่งตั้งกลับเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางของพรรคแรงงานในเดือนสิงหาคม ส่วนรี ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคที่รับผิดชอบงานโฆษณาชวนเชื่อ ร่วมเดินทางกับคิมและผู้บัญชาการจากเสนาธิการกองทัพ
พักปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการข้ามแนว และเรียกร้องให้ตอบโต้
กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่าได้ใช้การกระจายเสียงเตือนและยิงเตือน เพื่อตอบโต้กรณีทหารเกาหลีเหนือข้ามเส้น MDL พักปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการข้ามแนวดังกล่าว โดยเรียกว่าเป็นความพยายามโยนความผิดให้เกาหลีเหนือเพื่อทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น
ระหว่างการตรวจพื้นที่ พักซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือ ปกป้องที่ตั้งของงานก่อสร้างว่า:
กองทัพของเรารู้ว่าแนวพรมแดนของเราอยู่ตรงไหนดีกว่าใคร และเรากำลังทำสิ่งที่ควรทำในดินแดนของเรา
พักยังเรียกร้องให้ทหารเปลี่ยนแนวพรมแดนเป็นป้อมปราการ และเรียกร้องให้จัดวางกำลังยิงที่มีศักยภาพทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัว เขากล่าวว่าเวลาสำหรับการตอบโต้กันด้วยวาจาได้ผ่านพ้นไปแล้ว
คำสั่งให้ตอบโต้ของเขามุ่งไปที่การกระทำซึ่งคุกคามความปลอดภัยของกำลังพลเกาหลีเหนือโดยตรง หลังเกาหลีใต้ใช้การกระจายเสียงเตือนและยิงเตือน เกาหลีใต้อธิบายว่าการเตือนของตนเป็นการตอบสนองต่อการข้ามแนว ขณะที่เกาหลีเหนือระบุว่าทหารของตนกำลังปฏิบัติงานในดินแดนของประเทศเอง คำอธิบายที่ขัดแย้งกันนี้ทำให้ทหารที่ก่อสร้างและทหารที่บังคับใช้แนวแบ่งเขตเผชิญหน้ากันโดยตรง
ตำแหน่งยิงใหม่ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดการจัดกำลัง
คิมกล่าวว่าผู้นำกองทัพเกาหลีเหนือควรทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าหน่วยยิงชุดใหม่เข้าประจำตำแหน่งยิงแล้ว แถลงการณ์ฉบับหลังของเธอยังกล่าวถึงหน่วยยุทธวิธีที่เข้าประจำตำแหน่งใหม่ตามแนวชายแดนด้วย
เกาหลีเหนือไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นอาวุธชนิดใด มีกำลังพลจำนวนเท่าใด มีการจัดกำลังในพื้นที่ใด หรือจะเริ่มเปิดใช้ลำโพงในวันใดที่แน่ชัด และยังไม่มีการยืนยันว่าเกาหลีใต้มีท่าทีตอบสนองต่อประกาศการตรวจพื้นที่ดังกล่าวแยกต่างหาก
หน่วยยิงคือกองกำลังที่ติดตั้งอาวุธสำหรับยิงโจมตี แต่คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับพิสัยหรือขนาดของหน่วย อย่างไรก็ตาม ประกาศของคิมได้เพิ่มข้อกล่าวอ้างเรื่องการจัดกำลังเข้ามาในโครงการก่อสร้าง โดยเกาหลีเหนือระบุว่ากำลังเสริมทั้งสิ่งกีดขวางทางกายภาพและกำลังพลที่พร้อมสนับสนุนการตอบโต้เหตุการณ์ต่าง ๆ
ข้อเรียกร้องของพักให้จัดกำลังที่ทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวก็มีเป้าหมายในทำนองเดียวกัน เจ้าหน้าที่เสนอให้การคุ้มครองกำลังพลที่ทำงานก่อสร้างเป็นภารกิจทางทหาร ควบคู่กับการสร้างรั้วและสิ่งกีดขวาง
แผนใช้ลำโพงคืบหน้าในสองวัน
แถลงการณ์ของคิมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมระบุว่าเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาเสริมกำลังอาวุธโจมตีทางยุทธวิธีใกล้ชายแดนด้านใต้ และกลับมาเปิดเครื่องกระจายเสียงมุ่งเป้าไปยังเกาหลีใต้ ภายในช่วงค่ำของวันที่ 21 ตุลาคม เธอประกาศว่าลำโพงทำสงครามจิตวิทยาจะเริ่มทำงานข้ามแนวพรมแดนภายในเดือนตุลาคม
ลำโพงทางทหารสามารถใช้กระจายเสียงข้อความได้หลายรูปแบบ การกระจายเสียงเตือนของเกาหลีใต้มีเนื้อหาให้ทหารที่กำลังเข้ามาหยุดหรือถอยกลับ ส่วนการกระจายเสียงที่คิมเสนอมีเป้าหมายทำสงครามจิตวิทยา โดยใช้ข้อความถึงผู้คนอีกฝั่งเพื่อกดดันหรือโน้มน้าวทัศนคติ
คิมกล่าวหาว่าทหารเกาหลีใต้ใช้การกระจายเสียงเตือนและยิงเตือนในอย่างน้อยสองจุดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เธอยังกล่าวว่าเกาหลีเหนือกำลังยับยั้งชั่งใจโดยไม่ยิงเตือนตอบโต้ ขณะเตรียมรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
แถลงการณ์ของเธอผนวกกำหนดการเปิดกระจายเสียงเข้ากับคำเตือนเรื่องปฏิบัติการทางทหาร การเปลี่ยนจากการพิจารณากลับมาเปิดใช้เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม มาเป็นการประกาศว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนนี้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ใช้เวลาเพียงสองวัน ทำให้การเผชิญหน้าตามแนวชายแดนมีกำหนดเวลาในทางการเมืองและการทหารที่ใกล้เข้ามา
เหตุทุ่นระเบิดระเบิดซึ่งเป็นชนวนของการเผชิญหน้า
ทหารเกาหลีใต้ 3 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุทุ่นระเบิดระเบิดใกล้ DMZ ฝั่งตะวันตกเมื่อวันที่ 21 กันยายน เกาหลีใต้ระบุว่าระเบิดดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดที่เกาหลีเหนือวางไว้ทางใต้ของเส้นแบ่งเขตทางทหาร ส่วนเกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบ
ต่อมาเกาหลีใต้เรียกร้องให้ยุติงานเสริมแนวป้องกัน การตรวจพื้นที่ การให้กำลังใจทหารที่ก่อสร้าง และคำสั่งซ้ำ ๆ ให้เสริมแนวพรมแดนแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือตั้งใจเดินหน้าโครงการต่อไป
ทุ่นระเบิดเป็นอันตรายต่อทหารที่เคลื่อนกำลังหรือปฏิบัติงานใกล้ DMZ เพราะอุปกรณ์ระเบิดอาจซ่อนอยู่จนกว่าจะมีคนเข้าใกล้หรือทำให้มันเคลื่อน เหตุทหารบาดเจ็บในเดือนกันยายนทำให้ข้อพิพาทเรื่องการก่อสร้างกลายเป็นประเด็นความปลอดภัยเร่งด่วนของกำลังพล ควบคู่กับเรื่องการควบคุมแนวพรมแดน
จิน ยอง ซึง ประธานคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ ประชุมกับผู้บัญชาการปฏิบัติการที่หน่วยแนวหน้าเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม เขาสั่งให้ตอบโต้อย่างหนักแน่นหากเกาหลีเหนือยั่วยุอีก พร้อมเดินหน้าปฏิบัติการเสริมสถานะของเกาหลีใต้ใน DMZ และประสานงานกับกองบัญชาการสหประชาชาติกรณีละเมิดข้อตกลงสงบศึก
พัฒนาการของการเผชิญหน้า
ประกาศล่าสุดเกิดขึ้นหลังมีลำดับเหตุการณ์ต่อเนื่อง ตั้งแต่การก่อสร้าง การบาดเจ็บของทหาร การเตือนทางทหาร ไปจนถึงแถลงการณ์ต่อสาธารณะ การแก้ไขของคิมระบุว่าการเยือนของเธอเกิดขึ้นหลังการประชุมของผู้บัญชาการเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ไม่ใช่วันเดียวกัน
- เมษายน 2024: เกาหลีเหนือเริ่มเสริมแนวพรมแดนด้วยรั้ว ทุ่นระเบิด และสิ่งกีดขวางที่มีเป้าหมายเพื่อสกัดรถถัง
- 21 กันยายน: ทหารเกาหลีใต้ 3 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุทุ่นระเบิดระเบิดใกล้ DMZ ฝั่งตะวันตก เกาหลีใต้กล่าวโทษว่าเกาหลีเหนือวางทุ่นระเบิด ซึ่งเปียงยางปฏิเสธ
- 19 ตุลาคม: คิม โย จองกล่าวว่าเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาเพิ่มอาวุธโจมตีทางยุทธวิธีและกลับมาเปิดการกระจายเสียงผ่านลำโพง
- 20 ตุลาคม: จิน ยอง ซึง ประธานคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้สั่งผู้บัญชาการแนวหน้าให้ตอบโต้อย่างหนักแน่นหากเกิดการยั่วยุอีก
- เช้ามืด 21 ตุลาคม: คิมระบุว่าเธอไปเยือนจุดเสริมแนวป้องกันชายแดน โดยแก้ไขวันที่ซึ่งประกาศไว้เดิมว่าเป็น 20 ตุลาคม
- ค่ำ 21 ตุลาคม: คิมประกาศว่าจะเปิดใช้ลำโพงทำสงครามจิตวิทยาข้ามแนวพรมแดนภายในเดือนตุลาคม
ลำดับเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าการเผชิญหน้าขยายวงอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่วัน ข้อพิพาทเรื่องการก่อสร้างและการยิงเตือนลุกลามไปสู่การประกาศต่อสาธารณะเรื่องตำแหน่งยิงใหม่และกำหนดการกระจายเสียง
คิมเชื่อมโยงสิ่งกีดขวางกับแนวพรมแดนถาวร
คิมนำเสนอโครงการเสริมแนวป้องกันว่าเป็นคำสั่งจากคิม จอง อึน ไม่ใช่มาตรการชั่วคราวเพื่อตอบสนองต่อการเตือนของเกาหลีใต้ เธอกล่าวว่าผู้นำสั่งห้ามยอมอ่อนข้อในการใช้อธิปไตยเหนือดินแดน และต้องการทำให้แนวพรมแดนติดกับรัฐปรปักษ์เป็นแนวถาวร
คิม โย จองกล่าวถึงคำสั่งของผู้นำเกาหลีเหนือระหว่างการตรวจพื้นที่ว่า เขาได้ออก:
คำสั่งให้เสริมแนวพรมแดนติดกับรัฐศัตรู ให้มั่นคงจนไม่มีวันถูกทำลาย
การที่เกาหลีเหนือเรียกเกาหลีใต้ว่าเป็นรัฐศัตรูเชื่อมโยงงานก่อสร้างเข้ากับนโยบายที่มองเกาหลีทั้งสองเป็นรัฐปรปักษ์ รั้ว สิ่งกีดขวาง และตำแหน่งยิงทำให้นโยบายดังกล่าวปรากฏเป็นรูปธรรม
คิมยังเรียกโครงการนี้ว่าภารกิจทางประวัติศาสตร์ และกล่าวว่ากระบวนการสถาปนาแนวพรมแดนด้านใต้ให้เป็นการถาวรนั้นไม่อาจย้อนกลับได้ สำหรับทหารที่ปฏิบัติงาน ถ้อยคำนี้ย้ำคำสั่งให้เดินหน้าก่อสร้าง แม้เกาหลีใต้เรียกร้องให้ยุติ
เหตุใดการลงพื้นที่ต่อสาธารณะจึงสำคัญ
เกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่การเมืองและทหารระดับสูงที่จุดอ่อนไหวใกล้เส้น MDL ซึ่งต่างจากการนำเสนอพื้นที่ดังกล่าวต่อสาธารณะตามปกติ นับตั้งแต่เกาหลีเหนือรับนโยบายความสัมพันธ์แบบเป็นปรปักษ์ ภาพเหล่านี้ทำให้การเยือนเป็นที่รับรู้ควบคู่ไปกับคำขู่และประกาศจัดกำลัง
การปรากฏตัวของคิมเชื่อมโยงโครงการนี้เข้ากับครอบครัวผู้ปกครองโดยตรง ส่วนบทบาทของพักเชื่อมโยงโครงการกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้อความร่วมของทั้งคู่คือการเสริมแนวป้องกันจะดำเนินต่อไป และภัยคุกคามต่อกำลังพลที่ทำงานอาจนำไปสู่การตอบโต้
ผู้บัญชาการของเกาหลีใต้ก็สั่งให้ตอบโต้อย่างหนักแน่นเช่นกัน สำหรับทหารใกล้แนวพรมแดน อันตรายเฉพาะหน้าอยู่ที่ลำดับเหตุการณ์ซึ่งทั้งสองฝ่ายกล่าวถึง นั่นคือกำลังพลเข้าใกล้หรือข้ามจุดที่มีข้อพิพาท ตามด้วยการเตือน และแต่ละฝ่ายต้องตัดสินว่าทหารของตนกำลังเผชิญภัยคุกคามที่ต้องใช้กำลังตอบโต้หรือไม่
แผนใช้ลำโพงในเดือนตุลาคมคือขั้นตอนถัดไปที่ประกาศแล้ว เมื่อรวมกับการก่อสร้างต่อเนื่องและข้อกล่าวอ้างเรื่องตำแหน่งยิงใหม่ แผนนี้เพิ่มประเด็นขัดแย้งอีกข้อให้กับแนวพรมแดนที่กองทัพทั้งสองฝ่ายต่างให้ข้อมูลไม่ตรงกันเรื่องการเคลื่อนกำลังและผู้รับผิดชอบต่อเหตุทหารบาดเจ็บ
ประเด็นสำคัญ
- คิม โย จองแก้ไขวันที่ตรวจพื้นที่เป็นช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 ตุลาคม หลังประกาศครั้งแรกระบุว่าเป็นวันที่ 20 ตุลาคม
- พัก จอง ชอนเรียกร้องให้ตอบโต้ทันทีต่อการกระทำที่คุกคามทหารเกาหลีเหนือโดยตรง
- คิมกล่าวว่าหน่วยยิงชุดใหม่เข้าประจำตำแหน่งยิงแล้ว และประกาศแผนเปิดใช้ลำโพงในเดือนตุลาคม
- เกาหลีเหนือเสริมแนวพรมแดนด้วยรั้ว ทุ่นระเบิด และสิ่งกีดขวางมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2024
- ทหารเกาหลีใต้ 3 นายได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 21 กันยายน เกาหลีใต้กล่าวโทษว่าเกาหลีเหนือวางทุ่นระเบิด ส่วนเกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบ
- กองทัพทั้งสองฝ่ายออกคำสั่งให้ตอบโต้อย่างหนักแน่น ขณะที่เกาหลีเหนือเดินหน้าเสริมแนวป้องกัน






