ระบบมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดองเวียดนามมาถึงนครโฮจิมินห์
ชิ้นส่วนชุดแรกของระบบโปรตอนบำบัด มูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดองเวียดนาม เดินทางถึงสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาล Tam Anh ในเขต Phu My Hung นครโฮจิมินห์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ตุลาคม 2026 การส่งมอบครั้งนี้ทำให้เวียดนามเข้าใกล้การให้บริการรังสีรักษามะเร็งรูปแบบหนึ่ง ซึ่งออกแบบมาเพื่อจำกัดรังสีให้กระจุกตัวอยู่ในก้อนเนื้องอก พร้อมลดการสัมผัสรังสีของเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ถัดออกไป
สารบัญ
- ระบบมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดองเวียดนามมาถึงนครโฮจิมินห์
- วันลงนามสองวันและกำหนดการส่งมอบ
- โปรตอนส่งรังสีแตกต่างอย่างไร
- เหตุใดผู้ป่วยจึงนั่งแทนนอน
- ใช้พื้นที่น้อยลง แต่ยังต้องก่อสร้างเฉพาะทาง
- ซอฟต์แวร์วางแผนและระบบควบคุมลำรังสีทำงานอย่างไร
- เหตุใดจึงให้ความสำคัญกับมะเร็งในเด็กเป็นพิเศษ
- ฝึกอบรมแพทย์และนักฟิสิกส์ก่อนเปิดให้บริการ
- การรักษาในประเทศอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตครอบครัวอย่างไร
- ประเด็นสำคัญ
ระบบ MEVION S250-FIT จากสหรัฐฯ จะใช้ลำโปรตอนแบบคงที่ พร้อมอุปกรณ์จัดท่าและหมุนตัวผู้ป่วยในท่านั่งตัวตรง ขณะนี้ Tam Anh กำลังสร้างห้องฉายรังสีเฉพาะทาง ก่อนติดตั้งโครงรองรับและฐานของระบบ
โรงพยาบาลวางแผนเริ่มติดตั้งตั้งแต่ต้นปี 2027 จากนั้นจะทดสอบระบบและเริ่มให้บริการทางคลินิกตั้งแต่กลางปีเดียวกัน ควบคู่กับการเปิดโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลมะเร็งแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม Mevion ระบุเป้าหมายไว้ช้ากว่านั้น โดยประกาศเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ว่าระบบอาจเริ่มใช้งานได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2027 จึงยังไม่มีการยืนยันวันเปิดให้บริการที่แน่นอน
Mevion ระบุว่าโครงการนี้เป็นการติดตั้งระบบโปรตอนบำบัดแห่งแรกของเวียดนาม สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกให้รักษาด้วยวิธีนี้ การมีบริการภายในประเทศจะเป็นทางเลือกแทนการเดินทางไปต่างประเทศ แต่ยังไม่มีการประกาศค่ารักษาและรายละเอียดความคุ้มครองประกันภัย
นพ. Nguyen The Hien หัวหน้าภาควิชารังสีรักษา และ Tran Anh Duong หัวหน้านักฟิสิกส์การแพทย์ เข้าร่วมกำกับดูแลการส่งมอบชิ้นส่วนชุดแรก การส่งมอบนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ยังต้องอาศัยงานก่อสร้างเฉพาะทาง การติดตั้งอุปกรณ์ การตรวจสอบทางเทคนิค และการเตรียมบุคลากรก่อนเริ่มรักษาผู้ป่วย
วันลงนามสองวันและกำหนดการส่งมอบ
ประกาศการลงนามสัญญาของ Tam Anh ระบุว่ามีการลงนามข้อตกลงซื้อและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมี To Lam เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามร่วมเป็นสักขีพยาน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ David Fogel และ Michael G. DeSombre เข้าร่วมด้วย ส่วน Mevion ระบุวันที่ทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้ายเป็นวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ทั้งสองหน่วยงานไม่ได้อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างหมุดหมายตามสัญญาทั้งสองครั้ง
ขั้นตอนหลักตามที่โรงพยาบาลและผู้ผลิตระบุไว้มีดังนี้
- 18 กุมภาพันธ์ 2026: Tam Anh ประกาศการลงนามข้อตกลงซื้อและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
- เมษายน 2026: Stanford Medicine เริ่มใช้ระบบนี้ ตามข้อมูลของ Tam Anh
- 26 พฤษภาคม 2026: Mevion ประกาศข้อตกลงซื้อขายขั้นสุดท้ายกับ Tam Anh
- ปลายเดือนกันยายน 2026: แพทย์และผู้เชี่ยวชาญของ Tam Anh เยี่ยมชมโรงงาน Mevion ในสหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- 20 ตุลาคม 2026: ชิ้นส่วนชุดแรกเดินทางถึงสถานที่ก่อสร้างใน Phu My Hung
- ต้นปี 2027: Tam Anh วางแผนเริ่มติดตั้ง
- ในปี 2027: Tam Anh ตั้งเป้าเริ่มดำเนินงานตั้งแต่กลางปี ขณะที่ Mevion ระบุว่าคาดว่าจะเปิดได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2027
โรงพยาบาลระบุว่าเป็นสถาบันแห่งที่สองของโลกและแห่งแรกในเอเชียที่สั่งซื้อระบบรุ่นนี้ ต่อจาก Stanford ส่วนประกาศของ Tam Anh เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ยังระบุว่าเวียดนามเป็นประเทศที่สองนอกสหรัฐฯ ที่สามารถซื้อระบบนี้ได้ การจัดอันดับเหล่านี้ใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกัน ทั้งประเภท สถาบัน และประเทศ ขณะที่หมุดหมายสำคัญในประเทศคือแผนเริ่มให้บริการโปรตอนบำบัดในเวียดนาม
โปรตอนส่งรังสีแตกต่างอย่างไร
โปรตอนบำบัดใช้อนุภาคที่มีประจุบวกซึ่งอยู่ภายในอะตอม เครื่องจะเร่งอนุภาคให้เป็นลำรังสี และทีมรักษาจะปรับพลังงานเพื่อให้รังสีส่วนใหญ่ถูกปล่อยออกมาที่ระดับความลึกของก้อนเนื้องอก
รังสีรักษาแบบเดิมใช้โฟตอน ซึ่งโดยทั่วไปคือรังสีเอกซ์ และปล่อยรังสีตามแนวทางที่ผ่านเข้าไปในร่างกาย รวมถึงบริเวณเลยก้อนเนื้องอกไป โปรตอนสามารถลดปริมาณรังสีที่ไปถึงเนื้อเยื่อหลังเป้าหมายได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังต้องวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องเนื้อเยื่อปกติตามแนวทางเข้าของลำรังสี
ประกาศข้อตกลงซื้อขายของ Mevion ระบุว่าความแตกต่างนี้อาจช่วยลดการสัมผัสรังสีของเนื้อเยื่อปกติและบรรเทาผลข้างเคียงในสถานการณ์ทางคลินิกบางกรณี โดยเฉพาะมะเร็งในเด็กและเนื้องอกที่ซับซ้อน ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเนื้องอกและแผนรักษาเฉพาะบุคคล
Tina Yu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริษัท Mevion กล่าวถึงเป้าหมายของบริษัทในการนำระบบนี้มายังเวียดนามว่า
ความร่วมมือของเรากับโรงพยาบาลทั่วไป Tam Anh ถือเป็นก้าวสำคัญในพันธกิจของ Mevion ที่จะทำให้ผู้ป่วยทั่วโลกเข้าถึงการรักษามะเร็งที่ก้าวหน้าที่สุดได้
เหตุใดผู้ป่วยจึงนั่งแทนนอน
นพ. Hien อธิบายว่าเครื่องรังสีรักษาทั่วไปจำนวนมากจะหมุนเครื่องขนาดใหญ่รอบตัวผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงรักษา ส่วน S250-FIT จะตรึงแหล่งกำเนิดโปรตอนไว้กับที่ และใช้อุปกรณ์จัดตำแหน่งที่แม่นยำเพื่อหมุนและจัดแนวผู้ป่วยให้ตรงกับมุมฉายรังสีที่ต้องการ
Mevion ระบุว่าระบบที่ติดตั้ง ณ Tam Anh จะมีระบบจัดท่าผู้ป่วยในท่ายืนหรือนั่งตัวตรงจาก Leo Cancer Care การขยับตัวผู้ป่วยแทนการหมุนชุดอุปกรณ์ขนาดใหญ่ช่วยลดพื้นที่และข้อกำหนดด้านโครงสร้างของห้องรักษา
Tam Anh คาดว่าท่านั่งจะมีข้อดีในทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มที่นอนราบเป็นเวลานานได้ยาก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีอาการปวดกระดูกสันหลัง หายใจลำบาก หรือมีภาวะอ้วน โรงพยาบาลยังระบุว่าการนั่งตัวตรงอาจช่วยให้ปอดขยายตัวได้เป็นธรรมชาติมากขึ้นและหายใจได้สบายขึ้น
การหายใจทำให้กะบังลมเคลื่อนและอวัยวะในทรวงอกกับช่องท้องขยับตาม หากท่านั่งช่วยให้การเคลื่อนไหวดังกล่าวน้อยลงหรือคาดการณ์ได้มากขึ้นในผู้ป่วยรายหนึ่ง ทีมรักษาอาจลดระยะเผื่อความปลอดภัยรอบก้อนเนื้องอกได้ ระยะเผื่อนี้คือพื้นที่เพิ่มเติมที่รวมไว้ในแผนฉายรังสีเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวและความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการจัดท่า
ต้องจัดตำแหน่งผู้ป่วยให้แม่นยำซ้ำในทุกครั้งที่รักษา การถ่ายภาพขณะอยู่ในท่ารักษาจึงเป็นส่วนสำคัญของระบบที่นำเสนอ ช่วยให้บุคลากรตรวจสอบตำแหน่งก้อนเนื้องอกและอวัยวะข้างเคียงก่อนฉายรังสี
ใช้พื้นที่น้อยลง แต่ยังต้องก่อสร้างเฉพาะทาง
Tam Anh ระบุว่าระบบนี้ใช้พื้นที่ติดตั้งประมาณ 111.5 ตารางเมตร โดยแผนการติดตั้งและดำเนินงานเปรียบเทียบพื้นที่ดังกล่าวกับศูนย์โปรตอนบำบัดรุ่นก่อน โดยเฉพาะสถานพยาบาลที่มีห้องรักษาหลายห้อง ซึ่งอาจใช้พื้นที่หลายพันตารางเมตร
ผังแบบดั้งเดิมอาจต้องใช้เครื่องเร่งอนุภาคแยกต่างหาก อุปกรณ์ส่งลำรังสีขนาดใหญ่ และโครงสร้างหมุนที่มีน้ำหนักหลายร้อยตัน การออกแบบขนาดกะทัดรัดนี้รวมเครื่องเร่งอนุภาคไว้ในระบบ และไม่ต้องหมุนโครงสร้างขนาดใหญ่ดังกล่าวรอบตัวผู้ป่วย
Mevion ระบุว่า S250-FIT เป็นระบบที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ให้ติดตั้งในห้องรังสีรักษาแบบเดิมที่มีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ Phu My Hung นั้น Tam Anh กำลังเตรียมห้องป้องกันรังสีเฉพาะภายในโรงพยาบาลแห่งใหม่ โดยออกแบบฐานราก เหล็กเสริมแรง และวัสดุป้องกันรังสีให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการติดตั้งและความปลอดภัยจากรังสี
พัฒนาการอันยาวนานของโปรตอนบำบัดช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงให้ความสำคัญกับขนาดของระบบ Tam Anh ระบุว่าแนวคิดการรักษานี้เริ่มขึ้นในปี 1946 การรักษาผู้ป่วยรายแรกเกิดขึ้นในปี 1954 และศูนย์โปรตอนแห่งแรกที่ออกแบบมาเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลเริ่มดำเนินงานในปี 1990 โครงการปัจจุบันมีเป้าหมายนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในโรงพยาบาลที่มีขนาดกะทัดรัดขึ้น โดยยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการใช้งาน
ซอฟต์แวร์วางแผนและระบบควบคุมลำรังสีทำงานอย่างไร
คำอธิบายเทคโนโลยีของระบบจาก Tam Anh ระบุว่า S250-FIT เป็นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการที่ประกอบด้วยเครื่องเร่งอนุภาค ระบบถ่ายภาพ CT ระบบส่งลำรังสี และการวางแผนการรักษาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วย ภาพสแกน CT ให้ภาพสามมิติ ซึ่งช่วยให้บุคลากรระบุตำแหน่งก้อนเนื้องอกและอวัยวะข้างเคียง
Mevion ระบุว่า RaySearch Laboratories เป็นผู้จัดหาซอฟต์แวร์วางแผน RayStation ซึ่งมีฟีเจอร์วางแผน HYPERSCAN และ DirectARC ส่วน Tam Anh ยังกล่าวถึง SmartARC การถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์สองระดับพลังงาน และเครื่องสแกน CT ที่มีช่องเปิดขนาดใหญ่ คำอธิบายเหล่านี้ครอบคลุมเครื่องมือวางแผนและส่งรังสีหลายประเภท ซึ่งอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อใช้รักษาผู้ป่วย
HYPERSCAN จะกวาดลำโปรตอนแคบไปทั่วบริเวณเป้าหมาย Tam Anh อ้างว่าการสแกนและการเปลี่ยนระหว่างชั้นการรักษาอาจเร็วกว่าแนวทางทั่วไปได้ถึง 20 เท่า ขณะที่เทคโนโลยีปรับรูปทรงลำรังสี Adaptive Aperture สามารถทำให้ขอบลำรังสีคมชัดขึ้นสามเท่า โรงพยาบาลไม่ได้ระบุระบบที่ใช้เปรียบเทียบในคำอธิบายดังกล่าว
Tam Anh ยังกล่าวถึงแม่เหล็กยิ่งยวดที่มีความเข้มสนามแม่เหล็ก 10 เทสลา เทสลาเป็นหน่วยวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก แม่เหล็กกำลังสูงช่วยให้เครื่องเร่งอนุภาคมีขนาดกะทัดรัด ขณะผลิตลำโปรตอนที่จำเป็นสำหรับการรักษา
มีการระบุว่าปัญญาประดิษฐ์ช่วยในการวางแผนและปรับการรักษาเมื่อกายวิภาคของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลง เช่น น้ำหนักลดหรือก้อนเนื้องอกหดเล็กลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะลำรังสีต้องยังคงไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมควบคุมปริมาณรังสีที่อวัยวะข้างเคียงได้รับให้อยู่ในขอบเขตของแผนรักษา
เหตุใดจึงให้ความสำคัญกับมะเร็งในเด็กเป็นพิเศษ
ตามข้อมูลของ Tam Anh นั้น Stanford Medicine เริ่มใช้งานระบบนี้ในเดือนเมษายน 2026 หลังผ่านการอนุมัติตามกฎระเบียบของสหรัฐฯ และได้รับเครื่องหมายรับรอง CE ของยุโรป ประกาศของ Tam Anh เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่า FDA อนุมัติระบบรุ่นใหม่นี้ในเดือนตุลาคม 2025 ส่วน Mevion ระบุว่าทั้ง S250-FIT และระบบ S250i ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในเวียดนามแล้ว
Tam Anh ระบุว่าเด็กคนแรกที่ได้รับการรักษาด้วยระบบนี้ที่ Stanford คือ Stephen De La Torre อายุ 7 ปี ซึ่งป่วยด้วยเนื้องอกสมองร้ายที่พบได้น้อย เขาเข้ารับการผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออก ก่อนรับรังสีรักษาเพิ่มเติม
นพ. Susan Hiniker ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษามะเร็งในเด็กของ Stanford Medicine เน้นย้ำถึงศักยภาพในการลดผลข้างเคียงระยะยาวในเด็ก อวัยวะและเนื้อเยื่อที่กำลังเติบโตมีความไวต่อรังสีเป็นพิเศษ การควบคุมปริมาณรังสีที่ไปถึงบริเวณนอกเป้าหมายการรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ
Tam Anh ระบุว่าเนื้องอกในสมอง ศีรษะและลำคอ ไขสันหลัง ปอด ตับ และระบบทางเดินอาหาร เป็นตำแหน่งที่ซับซ้อนซึ่งระบบนี้อาจช่วยรักษาได้ ความเหมาะสมของโปรตอนบำบัดขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของผู้ป่วยแต่ละรายและการประเมินทางคลินิกของทีมรักษา
โรงพยาบาลยังอ้างถึงผลการตรวจสอบทางเทคนิคที่นำเสนอในการประชุม ESTRO 2026 ซึ่งรวมถึงความแม่นยำของลำรังสีต่ำกว่าหนึ่งมิลลิเมตร และผลการตรวจสอบคุณภาพอยู่ระหว่าง 97% ถึง 99.8% ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกความแม่นยำของอุปกรณ์และผลการตรวจสอบคุณภาพ ส่วนผลลัพธ์ของผู้ป่วย เช่น การควบคุมก้อนเนื้องอกและผลข้างเคียง จะประเมินผ่านการติดตามผลทางคลินิก
ฝึกอบรมแพทย์และนักฟิสิกส์ก่อนเปิดให้บริการ
นพ. Pham Xuan Dung ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งของ Tam Anh ในนครโฮจิมินห์ ระบุว่าโรงพยาบาลมีเป้าหมายสำคัญสามประการในการเยี่ยมชมโรงงาน Mevion ช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 ได้แก่ การตกลงกำหนดการติดตั้ง การเตรียมบุคลากร และการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ
Mevion รับปากว่าจะจัดการฝึกอบรมเฉพาะทางให้แพทย์และนักฟิสิกส์การแพทย์ นักฟิสิกส์การแพทย์มีหน้าที่ช่วยคำนวณและตรวจสอบปริมาณรังสี ทดสอบสมรรถนะของอุปกรณ์ และรับรองว่าการรักษาที่ให้แก่ผู้ป่วยตรงกับแผนที่ได้รับอนุมัติ
Tam Anh ยังต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสถาบันอย่าง Stanford และตั้งเป้าจะเป็นศูนย์ฝึกอบรมโปรตอนบำบัดสำหรับเวียดนามและภูมิภาคในอนาคต เป้าหมายนี้ขยายขอบเขตโครงการให้ไกลกว่าการจัดซื้ออุปกรณ์ ไปสู่การสร้างบุคลากรที่สามารถใช้งานและถ่ายทอดเทคนิคดังกล่าวได้
บริษัท TD Tech ซึ่ง Mevion ระบุว่าเป็นผู้จัดจำหน่ายในเวียดนาม มีส่วนร่วมในการนำระบบนี้เข้าประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล ผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้จัดหาระบบจัดท่า และผู้ให้บริการซอฟต์แวร์วางแผน ตลอดจนทีมก่อสร้างและทีมคลินิกในประเทศ
การรักษาในประเทศอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตครอบครัวอย่างไร
ประโยชน์ที่ Tam Anh ให้ความสำคัญในเบื้องต้นคือการเข้าถึงบริการในพื้นที่ ผู้ป่วยที่เหมาะสมอาจรับโปรตอนบำบัดในนครโฮจิมินห์ แทนการจัดการเดินทางไปรักษาในต่างประเทศ สำหรับครอบครัว วิธีนี้อาจช่วยลดการเดินทางระหว่างประเทศ ความจำเป็นในการหาที่พัก และเวลาที่ต้องห่างจากญาติระหว่างการรักษา
ประโยชน์ด้านค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายจะขึ้นอยู่กับค่ารักษาและความคุ้มครองประกันภัยที่จะกำหนดในภายหลัง Tam Anh ระบุว่าค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ระยะเวลาการรักษา และส่วนลดจากประกันภัยที่ใช้ได้ โรงพยาบาลยังไม่ได้เผยแพร่ราคามาตรฐานหรือระยะเวลาการรักษาที่แน่นอน
เงินลงทุนเกือบ 2 ล้านล้านดองเวียดนามหมายถึงราคาซื้อระบบ ขณะที่ผู้ป่วยยังต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาของตนเอง ดังนั้นแผนเปิดให้บริการในปี 2027 จึงมีหมุดหมายสำคัญในทางปฏิบัติสองประการ ได้แก่ การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานทางคลินิก และการกำหนดวิธีที่ผู้ป่วยจะเข้าถึงการรักษา
Ngo Chi Dung ประธานกลุ่มบริษัท Tam Anh นำเสนอการจัดซื้อครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในวงกว้างด้านการวินิจฉัยและรักษามะเร็ง สำหรับโครงการ Phu My Hung ขั้นตอนที่ชัดเจนต่อจากนี้คือการก่อสร้างห้องป้องกันรังสีให้เสร็จ เริ่มติดตั้งระบบตั้งแต่ต้นปี 2027 และทดสอบพร้อมเตรียมบุคลากรก่อนเริ่มให้บริการทางคลินิก
ประเด็นสำคัญ
- ชิ้นส่วนชุดแรกของ MEVION S250-FIT เดินทางถึงสถานที่ก่อสร้างของ Tam Anh ใน Phu My Hung เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026
- ระบบนี้มีมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดองเวียดนาม และมีเป้าหมายนำโปรตอนบำบัดมาให้บริการในเวียดนาม
- Tam Anh วางแผนเริ่มติดตั้งตั้งแต่ต้นปี 2027 และเปิดดำเนินงานตั้งแต่กลางปี ขณะที่ Mevion ระบุว่าคาดว่าจะเปิดได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2027
- ระบบขนาดกะทัดรัดใช้ลำโปรตอนแบบคงที่ จัดท่าผู้ป่วยในท่านั่งตัวตรง มีระบบถ่ายภาพ CT และใช้คอมพิวเตอร์ช่วยวางแผนการรักษา
- โปรตอนบำบัดช่วยลดรังสีที่ไปถึงบริเวณเลยก้อนเนื้องอก และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและผู้ที่มีเนื้องอกซับซ้อน
- มีแผนจัดการฝึกอบรมเฉพาะทาง แต่ยังไม่มีการประกาศค่ารักษาและรายละเอียดความคุ้มครองประกันภัย






