ช่องเปิดที่ซ่อนอยู่เผยป่าลึกลงไป 120 เมตร
มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงหลุมยุบแห่งหนึ่งในพื้นที่จ่า น้อย - แค กัต ภายในอุทยานแห่งชาติฟองญา - แกบ่าง ทางตอนกลางของเวียดนาม โดยมีปากหลุมกว้างเกือบ 2 เฮกตาร์และลึก 120 เมตร ทีมสำรวจพบต้นไม้ขนาดใหญ่ กระดูกลิง และเปลือกหอยสะสมจำนวนมหาศาลอยู่ภายใน แต่ยังไม่พบทางเชื่อมที่ชัดเจนไปยังระบบถ้ำด้านล่าง
สารบัญ
เล ลิว ซุง ผู้อำนวยการบริษัทท่องเที่ยวผจญภัย Jungle Boss ประกาศผลการค้นพบเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 การสำรวจโดยละเอียดดำเนินขึ้นระหว่างวันที่ 23 ถึง 29 กรกฎาคม 2025 โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ 24 คน เจ้าหน้าที่เทคนิคของบริษัท และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าร่วมเดินทางข้ามภูมิประเทศทุรกันดารกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนโรยตัวลงไปด้วยเชือก
หลุมยุบที่ยังไม่มีชื่อแห่งนี้ตั้งอยู่ในเทือกเขาหินปูนของอุทยานแห่งชาติในจังหวัดกว๋างจิ ปากหลุมรูปวงรีมีขนาดประมาณ 190 เมตรคูณ 140 เมตร ขณะที่พื้นที่ด้านล่างขยายกว้างขึ้นเป็นประมาณ 250 เมตรคูณ 200 เมตร เรือนยอดป่าหนาทึบช่วยบดบังปากหลุมส่วนใหญ่จากด้านบน
ซุงอธิบายเหตุผลที่การสำรวจเกิดขึ้นก่อนการประกาศผล:
"หลุมยุบแห่งนี้สำรวจไปเมื่อหนึ่งปีก่อน แต่เพิ่งประกาศต่อสาธารณชนในตอนนี้ และยังไม่ได้ตั้งชื่อ" ซุงกล่าว
ฝ่าม ห่ง ท้าย ผู้อำนวยการอุทยานแห่งชาติฟองญา - แกบ่าง ระบุว่าการค้นพบนี้มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ต่อการศึกษา geology และภูมิลักษณ์ Jungle Boss ได้ส่งข้อมูลการวัดภาคสนามและรายงานโดยละเอียดให้คณะกรรมการบริหารอุทยาน พร้อมข้อเสนอสำหรับการวิจัยเพิ่มเติมและการสำรวจเส้นทางเข้าถึงใหม่
จากจุดมืดสู่การออกสำรวจ
เควิน ดิทามอร์ สมาชิกสมาคมถ้ำวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ สังเกตเห็นจุดมืดขนาดใหญ่ผิดปกติเป็นคนแรก ขณะตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth ป่ารอบข้างทำให้ระบุลักษณะดังกล่าวจากภาพเพียงอย่างเดียวได้ยาก
จากนั้นดิทามอร์ ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ และเจ้าหน้าที่ Jungle Boss ได้สำรวจด้วยโดรนสามครั้งเพื่อระบุตำแหน่งให้ชัดเจน เที่ยวบินเหล่านั้นช่วยกำหนดเป้าหมายสำหรับการเดินทางผ่านป่าหินปูน ซึ่งการรู้ตำแหน่งกับการไปให้ถึงเป็นเรื่องที่ต่างกันมาก
เหงียน วัน อุย รองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยของ Jungle Boss ช่วยตรวจสอบด้วยโดรน หลังจากสำรวจป่าของฟองญา - แกบ่างมานานกว่า 20 ปี เขาระบุว่าหลุมยุบแห่งนี้เป็นหนึ่งในหลุมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบ
การค้นพบนี้เกิดขึ้นผ่านหลายขั้นตอน:
- ก่อนการสำรวจภาคพื้นดิน: ดิทามอร์พบจุดมืดในภาพถ่ายดาวเทียม จากนั้นจึงสำรวจด้วยโดรนสามครั้ง
- 27 เมษายน 2025: ทีมสำรวจเบื้องต้น 10 คน ซึ่งรวมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าท้องถิ่นสองคน เริ่มค้นหาเส้นทางไปยังหลุมยุบ
- วันที่สามของการเดินทางช่วงดังกล่าว: ทีมไปถึงขอบหลุม แต่ต้องย้อนกลับเนื่องจากภูมิประเทศยากลำบากและขาดแคลนอาหารกับน้ำดื่ม
- 23 ถึง 29 กรกฎาคม 2025: ทีมขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งมี 24 คนดำเนินการสำรวจโดยละเอียดและโรยตัวลงไปถึงพื้น
- 22 ตุลาคม 2026: Jungle Boss ประกาศผลการค้นพบต่อสาธารณชน
เหตุใดการเดินทางไปถึงจึงยากลำบาก
การสำรวจในเดือนเมษายนเผยให้เห็นความท้าทายในการทำงานในพื้นที่ส่วนนี้ของอุทยาน ทีมไปถึงขอบปากหลุม แต่ขาดแคลนน้ำและเสบียง จึงต้องถอนกำลังก่อนเริ่มโรยตัว
การสำรวจในเดือนกรกฎาคมรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมถ้ำวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่เทคนิคของ Jungle Boss และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าท้องถิ่น เส้นทางของพวกเขาพาดผ่านป่ากว่า 20 กิโลเมตรและสันเขาหินปูนคมชัน โดยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักในฤดูแล้ง
ที่ขอบหลุม ทีมติดตั้งระบบเชือกนิรภัยเพื่อโรยตัวลงมาตามผนังหินสูงชัน การไปถึงก้นหลุมต้องฝ่าทั้งเส้นทางป่าที่ยากลำบากและการโรยตัวอย่างควบคุมลงสู่พื้นที่ซึ่งอยู่ต่ำกว่าปากหลุมราว 120 เมตร
สภาพเหล่านี้ยังเป็นปัจจัยกำหนดการวิจัยระยะต่อไปด้วย การกลับไปสำรวจต้องเตรียมเสบียงสำหรับการเดินทาง อุปกรณ์สำหรับโรยตัว และเวลาเพียงพอในการตรวจสอบผนังกับพื้นหลุมก่อนเดินทางกลับ
โพรงที่กว้างขึ้นเมื่อพ้นขอบหลุม
การสำรวจบันทึกรูปทรงที่ไม่ธรรมดา โดยหลุมยุบขยายกว้างลงไปด้านล่าง คล้ายชามคว่ำ ปากหลุมมีขนาดประมาณ 190 เมตรตามแนวหนึ่งและ 140 เมตรตามอีกแนวหนึ่ง ส่วนพื้นที่ด้านในที่อยู่ลึกลงไปมีความยาวประมาณ 250 เมตรและกว้าง 200 เมตร
ดังนั้น จากการวัดโดยประมาณของทีม พื้นที่ด้านล่างจึงยาวและกว้างกว่าปากหลุมอย่างละราว 60 เมตร ผู้ที่มองลงมาจากขอบหลุมจะเห็นเพียงบางส่วนของโพรงขนาดใหญ่กว่ามากที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นหินโดยรอบ
คำบรรยายว่าปากหลุมครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 เฮกตาร์สอดคล้องกับรูปทรงวงรี หากวงรีมีขนาด 190 เมตรคูณ 140 เมตร จะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20,900 ตารางเมตร หรือราว 2.1 เฮกตาร์ ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณจากขนาดที่ระบุไว้ ส่วนขอบเขตจริงเป็นไปตามแนวหินธรรมชาติที่ไม่สม่ำเสมอ
หลุมยุบที่เพิ่งสำรวจแห่งนี้เป็นหนึ่งในหลุมยุบขนาดใหญ่ประมาณห้าแห่งที่บันทึกไว้ในฟองญา - แกบ่าง จากข้อมูลการสำรวจ หลุมนี้มีขนาดเล็กและตื้นกว่าหลุมยุบกงของอุทยาน
สิ่งที่ทีมพบที่พื้นหลุม
ก้อนหินปูนขนาดใหญ่กระจัดกระจายอยู่ใต้ผนัง เป็นหลักฐานของหินถล่มในอดีต ทีมยังพบร่องรอยหินงอกบนผนังหินและพืชพรรณเขียวชอุ่ม รวมถึงต้นไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ทั่วพื้นหลุม
หินงอกเป็นแร่ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อน้ำหยดจากเพดานถ้ำและทิ้งแร่ธาตุที่ละลายอยู่ไว้ทีละน้อย ร่องรอยเหล่านี้ เมื่อพิจารณาร่วมกับก้อนหินที่ร่วงลงมาและรูปทรงของโพรง จะเป็นลักษณะสำคัญให้ผู้วิจัยตรวจสอบเพื่อย้อนรอยพัฒนาการของพื้นที่
พบกระดูกและกะโหลกลิงอยู่บนพื้น ระหว่างการสำรวจ ทีมยังได้ยินเสียงลิงในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ นอกเหนือจากซากที่พบด้านล่าง
เปลือกหอยมีจำนวนมากเป็นพิเศษ โดยสะสมหนาแน่นใกล้ผนัง Jungle Boss ประเมินว่าอาจมีจำนวนถึงหลักล้าน การกระจายตัวของเปลือกหอยช่วยระบุตำแหน่งเฉพาะที่นักวิจัยในอนาคตจะตรวจสอบควบคู่กับพืชพรรณ ซากสัตว์ และตะกอนหิน
น้ำไหลไปทางไหน
มีรอยแตกและโพรงหลายร้อยแห่งตัดผ่านพื้นหินปูนใกล้ใจกลางหลุมยุบ ทีมบันทึกการกัดเซาะอย่างหนักในบริเวณนั้น พร้อมช่องเปิดที่น้ำอาจไหลซึมลงใต้ดินได้
ดิทามอร์กล่าวว่าน้ำดูเหมือนจะไหลออกผ่านรอยแตกและรูเล็ก ๆ จำนวนมาก แทนที่จะผ่านช่องขนาดใหญ่เพียงช่องเดียว เรื่องนี้ช่วยอธิบายได้ว่าน้ำไหลผ่านใต้พื้นได้อย่างไร แม้นักสำรวจจะไม่พบทางเข้าที่ใหญ่พอให้ติดตามเข้าไป
ทีมตรวจสอบรอยแยกสูงประมาณ 5 เมตร ซึ่งลึกเข้าไปในหิน 12 ถึง 15 เมตร แต่ตรวจไม่พบกระแสลมภายใน นักวิจัยยังพบว่าดินและหินจากการถล่มครั้งก่อนปกคลุมบางส่วนบริเวณเชิงผนัง และจุดที่เกี่ยวข้องกับการไหลของน้ำ
ยังไม่มีการยืนยันว่าหลุมยุบเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบถ้ำที่ลึกลงไป จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อระบุประวัติการก่อตัวของหลุมยุบ ที่มาและอายุของตะกอนเปลือกหอย รวมถึงว่ามีทางเชื่อมที่เข้าถึงได้อยู่นอกพื้นที่สำรวจหรือไม่
ความหมายของ 400 ล้านปีในพื้นที่แห่งนี้
ฝ่าม ห่ง ท้าย ผู้อำนวยการอุทยาน เชื่อมโยงการค้นพบนี้เข้ากับระบบธรณีวิทยาคาร์สต์ของฟองญา - แกบ่าง ซึ่งมีประวัติย้อนหลังไปราว 400 ล้านปี คาร์สต์คือภูมิประเทศที่น้ำค่อย ๆ ละลายหินที่ละลายน้ำได้ โดยเฉพาะหินปูน จนเกิดรอยแตก ถ้ำ และทางระบายน้ำใต้ดิน
น้ำสามารถขยายช่องเปิดขนาดเล็กให้กว้างขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ หากโพรงก่อตัวอยู่ใต้พื้นผิว หินด้านบนอาจสูญเสียฐานรองรับและพังถล่มลงในที่สุด จนเกิดเป็นหลุมยุบ การสำรวจครั้งใหม่นี้บันทึกลักษณะหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษากระบวนการดังกล่าว ได้แก่ หินปูนที่ร่วงลงมา ร่องรอยแร่บนผนัง และพื้นหลุมที่ถูกกัดเซาะจนมีช่องเปิดจำนวนมาก
ตัวเลขประมาณ 400 ล้านปีหมายถึงประวัติทางธรณีวิทยาของพื้นที่โดยรวม นักวิจัยยังต้องระบุว่าหลุมแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อใด และรูปทรงในปัจจุบันพัฒนาขึ้นอย่างไร
ท้ายเรียกร้องให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้นพบนี้ สำหรับอุทยาน งานทางวิทยาศาสตร์คือการเชื่อมโยงข้อมูลการวัดปากหลุมและพื้นที่ด้านในเข้ากับหลักฐานจากหิน ระบบระบายน้ำ และสิ่งมีชีวิตด้านล่าง
ลักษณะใหม่ในอุทยานที่บันทึกถ้ำไว้ 472 แห่ง
คณะกรรมการบริหารอุทยานแห่งชาติฟองญา - แกบ่างบันทึกถ้ำไว้ 472 แห่ง รวมความยาวที่สำรวจแล้วมากกว่า 254 กิโลเมตร เครือข่ายถ้ำแบ่งออกเป็นเจ็ดพื้นที่หลัก ได้แก่ ระบบฟองญา โวม และเนื๊อกม็อก
อุทยานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 2003 และขยายพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 2015 ภูมิประเทศหินปูนของอุทยานมีถ้ำที่เป็นที่รู้จัก เช่น เซินด่อง ห่างเอิน และพิกมี
การค้นพบในจ่า น้อย - แค กัต เพิ่มข้อมูลการวัดอีกชุดหนึ่งให้กับบัญชีดังกล่าว ได้แก่ ปากหลุมขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดป่า พื้นที่ด้านในที่กว้างกว่า ป่าที่ระดับความลึก และพื้นหลุมที่ระบายน้ำผ่านช่องเปิดเล็ก ๆ จำนวนมาก
สำหรับผู้บริหารอุทยาน บันทึกภาคสนามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิลักษณ์และสัตว์ป่าในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก การสำรวจครั้งต่อไปสามารถต่อยอดจากมิติที่วัดไว้และข้อมูลที่ทำแผนที่แล้ว โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่จากจุดมืดในภาพถ่ายดาวเทียม
สิ่งที่การสำรวจครั้งต่อไปจะตรวจสอบ
Jungle Boss เสนอให้ทำการวิจัยเพิ่มเติมในพื้นที่จ่า น้อย - แค กัต และสำรวจเพื่อหาเส้นทางเข้าถึงเพิ่มเติมจากภายนอกหลุมยุบ เส้นทางเหล่านี้อาจช่วยให้ทีมเข้าถึงพื้นที่บางส่วนโดยรอบ ซึ่งตรวจสอบได้ยากระหว่างการโรยตัว
เอกสารที่บริษัทส่งให้คณะกรรมการบริหารอุทยานประกอบด้วยรายงานการสำรวจและข้อมูลภาคสนาม งานที่เสนอจะต่อยอดการตรวจสอบด้านธรณีวิทยาและระบบนิเวศ ควบคู่กับการค้นหาจุดเข้าถึงเพิ่มเติม
ภารกิจเร่งด่วนคือการนำข้อสังเกตเบื้องต้นมาเรียบเรียงเป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ขึ้นเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้ ทั้งเส้นทางการไหลของน้ำ พัฒนาการของโครงสร้างหิน และสิ่งที่พืชพรรณกับตะกอนซากสัตว์บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ก้นหลุม
ประเด็นสำคัญ
- หลุมยุบที่ยังไม่มีชื่อตั้งอยู่ในพื้นที่จ่า น้อย - แค กัต ภายในอุทยานแห่งชาติฟองญา - แกบ่าง จังหวัดกว๋างจิ
- ปากหลุมมีขนาดประมาณ 190 เมตรคูณ 140 เมตร ส่วนพื้นที่ด้านในขยายกว้างเป็นประมาณ 250 เมตรคูณ 200 เมตร และลึก 120 เมตร
- ทีม 24 คนสำรวจพื้นที่ระหว่างวันที่ 23 ถึง 29 กรกฎาคม 2025 และประกาศผลการค้นพบต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026
- ทีมพบต้นไม้ขนาดใหญ่ หินปูนที่ร่วงลงมา ซากลิง และเปลือกหอยที่คาดว่ามีจำนวนถึงหลักล้าน
- น้ำดูเหมือนจะระบายผ่านช่องเปิดเล็ก ๆ หลายแห่ง แต่ไม่พบทางเข้าที่ชัดเจนไปยังระบบถ้ำที่ลึกลงไป
- Jungle Boss ส่งผลการค้นพบให้ผู้บริหารอุทยานแล้ว พร้อมเสนอให้ทำวิจัยเพิ่มเติมและสำรวจเส้นทางเข้าถึง






