ข้อเสนอให้สภาสูงช่วยเลือกผู้บริหารการเลือกตั้ง
คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญของบังกลาเทศกำลังพิจารณาว่า สภาสูงของรัฐสภาในอนาคตจะเสนอชื่อหัวหน้าและที่ปรึกษาของรัฐบาลรักษาการเพื่อดูแลการเลือกตั้งได้หรือไม่ โดยมีข้อเสนอที่แตกต่างกัน ทั้งการให้รองประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งดังกล่าว การเลือกประธานสภาด้วยความเห็นชอบร่วมกัน หรือเลือกบุคคลอื่นที่รัฐบาลและฝ่ายค้านยอมรับ
สารบัญ
- ข้อเสนอให้สภาสูงช่วยเลือกผู้บริหารการเลือกตั้ง
- จะเลือกตั้งรัฐบาลรักษาการอย่างไร?
- วาระต่างกันช่วยให้สภาสูงยังคงทำหน้าที่
- ส.ส. อาจมีอิสระในการลงคะแนนมากขึ้น
- ประธานจากฝ่ายค้านอาจช่วยเพิ่มการตรวจสอบ
- ความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการเกี่ยวข้องทั้งการแต่งตั้งและการบริหาร
- ใครควรกำกับดูแลองค์กรตามรัฐธรรมนูญ?
- ข้อขัดแย้งกับฝ่ายค้านไม่ได้จำกัดอยู่ที่ข้อเสนอรายประเด็น
- ประสบการณ์ปี 2011 ยังมีอิทธิพลต่อการหารือ
- จากนี้ถึงเดือนมกราคมจะเกิดอะไรขึ้น?
- ประเด็นสำคัญ
ซาลาฮุดดิน อาห์เหม็ด รัฐมนตรีมหาดไทยซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการพิเศษ เปิดเผยทางเลือกเหล่านี้หลังการประชุมครั้งที่ 9 ณ อาคารรัฐสภาแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2026 การหารือยังครอบคลุมข้อเสนอให้สภาล่างมีวาระ 4 ปี สภาสูงมีวาระ 6 ปี และให้ประธานาธิบดีแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานหรือคณะกรรมการตามกฎหมายอย่างน้อย 6 แห่ง
คณะกรรมการยังไม่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก โครงสร้าง หรือหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ แนวคิดหลักคือการกำหนดให้พรรคฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องหาข้อตกลงร่วมกันในการเลือกฝ่ายบริหารที่จะกำกับดูแลช่วงเลือกตั้ง
การประชุมเริ่มเวลา 11.00 น. และสิ้นสุดราว 17.30 น. โดยพัก 1 ชั่วโมง มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญ ทนายความศาลฎีกา อาจารย์กฎหมาย และนักวิชาการประมาณ 60 คน โดยมีผู้เข้าร่วม 44 คน บางคนส่งความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ส่วนคนอื่นได้รับการขอให้ส่งภายใน 1 สัปดาห์ถึง 10 วัน
กรอบเวลาการปฏิรูปยาวไปจนพ้นการประชุมรัฐสภาครั้งถัดไป โดยตั้งใจให้การหารือและการร่างเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม และตั้งเป้าเสนอร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือนมกราคม 2027 นูรุล อิสลาม โมนี ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ข้อเสนอนี้จะไม่เข้าสู่การประชุมสมัยที่เริ่มวันที่ 9 พฤศจิกายน
จะเลือกตั้งรัฐบาลรักษาการอย่างไร?
ซาลาฮุดดินอธิบายข้อเสนอที่ให้สภาสูงยังคงทำหน้าที่ต่อไปเมื่อมีการยุบสภาล่าง การคงอยู่ของสภาสูงจะทำให้มีองค์กรรัฐสภาที่สามารถใช้จัดตั้งฝ่ายบริหารรักษาการในช่วงเลือกตั้งได้
ข้อเสนอหนึ่งคือจัดตั้งตำแหน่งรองประธานาธิบดี โดยผู้ดำรงตำแหน่งจะควบตำแหน่งประธานสภาสูงด้วย จากนั้นบุคคลดังกล่าวอาจรับผิดชอบรัฐบาลรักษาการ อีกแนวทางคือให้รัฐบาลและฝ่ายค้านตกลงเลือกประธานสภาเพื่อเป็นผู้นำการบริหารการเลือกตั้ง
ข้อเสนออื่นเปิดทางให้เลือกบุคคลที่ไม่ใช่ประธานสภาโดยอาศัยความเห็นชอบร่วมกัน นอกจากนี้ อาจคัดเลือกที่ปรึกษาโดยได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงจากสมาชิกสภาสูงด้วย แนวทางเหล่านี้เป็นทางเลือกในการคัดเลือกที่อยู่ระหว่างการหารือ ไม่ใช่รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง
ผู้เข้าร่วมประชุมหารือเรื่องการกันฝ่ายตุลาการออกจากกระบวนการคัดเลือก และยุติการพึ่งพาประธานาธิบดีในฐานะทางเลือกสุดท้าย ซาลาฮุดดินกล่าวว่า เป้าหมายคือจัดตั้งรัฐบาลรักษาการผ่านฉันทามติ การบรรจุกระบวนการดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญจะทำให้รัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านในอนาคตมีขั้นตอนที่ชัดเจนให้ปฏิบัติตาม
ประเด็นสำคัญที่สุดในการออกแบบระบบคือจะบรรลุข้อตกลงอย่างไรเมื่อพรรคการเมืองมีความเห็นไม่ตรงกัน ข้อเสนอต่าง ๆ วางความยินยอมร่วมกันไว้เป็นหัวใจของการคัดเลือก แต่คณะกรรมการยังไม่ได้เผยแพร่กระบวนการฉบับสมบูรณ์ที่ครอบคลุมการแต่งตั้ง หน้าที่ และการจัดการเมื่อเกิดทางตัน
วาระต่างกันช่วยให้สภาสูงยังคงทำหน้าที่
ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้สภาล่างมีวาระ 4 ปี และสภาสูงมีวาระ 6 ปี ดังนั้นสภาสูงที่เสนอจะมีวาระยาวกว่าสภาล่าง 2 ปี ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าสภาสูงอาจยังทำงานต่อในระหว่างที่มีการเลือกตั้งอีกสภาหนึ่งได้อย่างไร
รัฐสภาที่มีสองสภาเรียกว่าระบบนิติบัญญัติแบบสองสภา ในรูปแบบที่หารือกันนี้ สภาสูงจะมีบทบาทมากกว่าการพิจารณากฎหมาย เพราะอาจเป็นองค์กรที่ใช้คัดเลือกผู้บริหารการเลือกตั้งด้วย
องค์ประกอบของสภาสูงจึงมีความสำคัญทั้งต่อการออกกฎหมายและการบริหารจัดการเลือกตั้ง ข้อเสนอรวมถึงการมีตัวแทนจากทั้ง 64 เขตและจากชุมชนชาติพันธุ์ต่าง ๆ ผู้เชี่ยวชาญยังหารือถึงการเพิ่มจำนวนบุคคลที่ประธานาธิบดีเสนอชื่อจากที่เสนอไว้ 5 คน และการกำหนดคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านั้นให้ชัดเจน
ซาลาฮุดดินกล่าวว่า ผู้เข้าร่วมบางคนเสนอให้เลือกบุคคลที่สร้างคุณูปการต่อประเทศในสาขาต่าง ๆ เช่น ศิลปะ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นเกณฑ์ที่ระบุไว้สำหรับการแต่งตั้ง แทนการเปิดคุณสมบัติไว้โดยไม่มีข้อกำหนดชัดเจน
ผู้เข้าร่วมบางคนตั้งคำถามว่าบังกลาเทศจำเป็นต้องมีสภาที่สองหรือไม่ และเสนอให้มีสภาที่ปรึกษาแทน การเลือกระหว่างสองแนวทางนี้ยังกระทบต่อข้อเสนอเรื่องรัฐบาลรักษาการด้วย เพราะแนวทางที่อาศัยสภาสูงตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าต้องจัดตั้งสภาดังกล่าวก่อน
ส.ส. อาจมีอิสระในการลงคะแนนมากขึ้น
มาตรา 70 ซึ่งจำกัดสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการลงคะแนนสวนมติพรรค เป็นอีกประเด็นสำคัญ ผู้เข้าร่วมประชุมหารือถึงการเปิดให้ ส.ส. แสดงความคิดเห็นและลงคะแนนอย่างอิสระในเรื่องส่วนใหญ่ โดยยังคงวินัยพรรคไว้ใน 4 หมวด
- การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- ร่างกฎหมายการเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องการเงินที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ
- การลงมติไว้วางใจและไม่ไว้วางใจ ซึ่งใช้ตัดสินว่ารัฐบาลยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภาหรือไม่
- เรื่องความมั่นคงแห่งชาติหรือสถานการณ์สงคราม
ซาลาฮุดดินกล่าวว่า ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญโดยรวมสอดคล้องกับการหารือก่อนหน้านี้ของคณะกรรมการ ข้อเสนอนี้จะเปิดโอกาสให้ ส.ส. เห็นต่างจากพรรคได้มากขึ้นในการพิจารณากฎหมายทั่วไปและกิจการรัฐสภาอื่น ๆ ขณะเดียวกันยังคงควบคุมเข้มงวดกว่าเดิมในเรื่องความอยู่รอดของรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเงิน และความมั่นคง
ผู้เข้าร่วมยังหารือถึงการเปิดให้สมาชิกรัฐสภาบันทึกข้อสงวนความเห็น ซึ่งเป็นคำชี้แจงอย่างเป็นทางการว่ามีความเห็นต่างอย่างไร สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นคือ ส.ส. สามารถแสดงจุดยืนแตกต่างจากผู้นำพรรคได้ในประเด็นต่าง ๆ มากขึ้น และบันทึกจุดยืนนั้นไว้เป็นหลักฐาน
การหารือของคณะกรรมการยังครอบคลุมการเลือกตั้งโดยตรงสำหรับที่นั่งที่สงวนไว้ให้สตรี เมื่อพิจารณาควบคู่กับข้อเสนอให้มีตัวแทนจากเขตต่าง ๆ และกลุ่มชาติพันธุ์ในสภาสูง ข้อเสนอนี้เกี่ยวข้องทั้งกับผู้ที่จะเข้าสู่รัฐสภาและเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสมาชิกหลังได้รับเลือกตั้ง
ประธานจากฝ่ายค้านอาจช่วยเพิ่มการตรวจสอบ
มาตรา 76 ซึ่งเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการรัฐสภา ปรากฏในข้อเสนอที่ต้องการให้สมาชิกฝ่ายค้านมีบทบาทมากขึ้นในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซาลาฮุดดินกล่าวว่า คณะกรรมการจะพิจารณารูปแบบที่สอดคล้องกับข้อตกลงในกฎบัตรแห่งชาติเดือนกรกฎาคม
ข้อเสนอรวมถึงการให้สมาชิกฝ่ายค้านเป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญที่สำคัญ โดยมีการหารือถึงคณะกรรมาธิการบัญชีสาธารณะและคณะกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนคณะกรรมาธิการที่กำกับดูแลกิจการภายในและการต่างประเทศ หน่วยงานเหล่านี้ตรวจสอบเรื่องตั้งแต่การใช้จ่ายภาครัฐไปจนถึงการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ
อาซิฟ นาซรูล ศาสตราจารย์และอดีตที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลรักษาการ เรียกร้องให้ตรากฎหมายตามมาตรา 76 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมาธิการรัฐสภา การให้ฝ่ายค้านเป็นประธานคณะกรรมาธิการและการให้อำนาจคณะกรรมาธิการเรียกคำชี้แจงเป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวเนื่องกันของระบบตรวจสอบที่เสนอ
ซาลาฮุดดินกล่าวว่า กฎบัตรกำหนดแนวทางที่ตกลงกันไว้ให้จัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการแก่ฝ่ายค้านตามสัดส่วนที่นั่ง อย่างไรก็ตาม อาซิฟกล่าวว่า ในการประชุมไม่มีผู้ตอบข้อเสนอของเขาเรื่องให้ฝ่ายค้านเป็นผู้นำคณะกรรมาธิการสำคัญ ประธานคณะกรรมการอธิบายทิศทางนโยบายที่มุ่งหมายไว้ ขณะที่อาซิฟต้องการคำมั่นเกี่ยวกับการนำแนวทางนั้นไปใช้
ความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการเกี่ยวข้องทั้งการแต่งตั้งและการบริหาร
ผู้เชี่ยวชาญหารือเรื่องกฎหมายกำกับการแต่งตั้งผู้พิพากษาและการจัดตั้งสำนักเลขาธิการศาลฎีกาแยกต่างหาก สำนักเลขาธิการคือสำนักงานธุรการที่ดูแลงานด้านการจัดองค์กรของหน่วยงาน ส่วนสำนักเลขาธิการฝ่ายตุลาการที่แยกออกมาจะทำให้ศาลมีโครงสร้างบริหารของตนเอง
ซาลาฮุดดินกล่าวว่า รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าว แต่ระบุว่าการไม่สามารถผลักดันกฤษฎีกาของรัฐบาลรักษาการชุดก่อนให้เป็นกฎหมายของรัฐสภา เกิดจากข้อบกพร่องในกฤษฎีกาฉบับนั้น เขาไม่ได้แจกแจงข้อบกพร่องดังกล่าวในการแถลง
รัฐมนตรีมหาดไทยชี้แจงจุดยืนของรัฐบาลว่า:
เรามุ่งมั่นที่จะจัดตั้งสำนักเลขาธิการศาลฎีกา แต่เราไม่ได้เปลี่ยนกฤษฎีกาของรัฐบาลชุดก่อนให้เป็นกฎหมาย เพราะกฤษฎีกานั้นมีข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องหลายประการ เรายังคงมุ่งมั่นในเรื่องนี้
อาซิฟกล่าวว่า เขาได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับกฎหมายแต่งตั้งผู้พิพากษาและการจัดตั้งสำนักเลขาธิการ และได้รับคำยืนยันจากโมฮัมเหม็ด อาซาดุซซามาน รัฐมนตรีกฎหมาย ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องเหล่านี้ในภายหลัง เขาระบุว่าคำยืนยันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโครงการยังคงดำเนินอยู่ แม้มาตรการก่อนหน้านี้ยังไม่ได้กลายเป็นกฎหมาย
ผู้เข้าร่วมยังเสนอให้โอนความรับผิดชอบด้านการบริหารเกี่ยวกับการควบคุมและวินัยของผู้พิพากษาศาลชั้นรองไปให้ฝ่ายตุลาการ ซึ่งจะตอบโจทย์ว่าใครเป็นผู้บริหารผู้พิพากษาที่อยู่ต่ำกว่าศาลฎีกา ควบคู่ไปกับคำถามอีกข้อเรื่องการแต่งตั้งผู้พิพากษา
ใครควรกำกับดูแลองค์กรตามรัฐธรรมนูญ?
ผู้เข้าร่วมอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีกับนายกรัฐมนตรี โดยพิจารณาข้อเสนอให้เปลี่ยนอำนาจแต่งตั้งและเสริมความเป็นอิสระของหน่วยงานรัฐ ซาลาฮุดดินกล่าวว่า มีข้อเสนอให้ประธานาธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานและคณะกรรมการตามกฎหมายอย่างน้อย 6 แห่ง
หน่วยงานตามกฎหมายคือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมาย ส่วนองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีสถานะโดยตรงจากรัฐธรรมนูญ ผู้เข้าร่วมประชุมหารือถึงการให้คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีสถานะเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อวางรากฐานทางกฎหมายให้มั่นคงยิ่งขึ้น
กรอบที่เสนอและเรียกว่า “คณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญด้านองค์กรตามกฎหมาย” ก็ถูกนำมาหารือด้วย ซาลาฮุดดินกล่าวว่า เป้าหมายคือพิจารณาว่าจะจัดตั้งองค์กรเหล่านี้อย่างไร กำหนดหน้าที่อย่างไร และทำให้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระอย่างไร
ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้มีคณะกรรมการคัดเลือกที่เป็นกลางเพื่อพิจารณาการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่คณะกรรมการการเลือกตั้งและองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ข้อเสนอเกี่ยวข้องทั้งกับผู้มีอำนาจแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสม
อำนาจตรวจสอบโดยศาลเป็นอีกประเด็นหนึ่ง หมายถึงอำนาจของศาลในการพิจารณาว่าการดำเนินการของรัฐบาลหรือกฎหมายสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผู้เข้าร่วมประชุมหารือถึงอำนาจดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งทางปกครอง กฎหมายทั่วไป และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงหลักโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ
ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ที่แสดงความเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลสูงควรแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยตรงหรือไม่ สนับสนุนให้รัฐสภานำคำวินิจฉัยดังกล่าวมาบรรจุอย่างเป็นทางการผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การหารือนี้วางบทบาทการตีความรัฐธรรมนูญของศาลไว้ควบคู่กับความรับผิดชอบของรัฐสภาในการแก้ไขบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อขัดแย้งกับฝ่ายค้านไม่ได้จำกัดอยู่ที่ข้อเสนอรายประเด็น
คณะกรรมการพิเศษ 12 คนไม่มีตัวแทนจากฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายค้านปฏิเสธกระบวนการของคณะกรรมการและเรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎบัตรแห่งชาติเดือนกรกฎาคมภายใต้อาณัติจากประชามติ รวมถึงผ่านสภาปฏิรูปรัฐธรรมนูญ
กฎบัตรดังกล่าวได้รับการรับรองในช่วงรัฐบาลรักษาการที่นำโดยมูฮัมหมัด ยูนุส หลังการเลือกตั้งวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สมัครจากพรรคชาตินิยมบังกลาเทศที่ชนะเลือกตั้งเข้าพิธีสาบานตนในฐานะ ส.ส. ขณะที่ผู้ชนะจากพันธมิตรที่นำโดยพรรคญะมาอัต-อี-อิสลามสาบานตนทั้งในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในบทบาทที่เสนอไว้ของสภาปฏิรูป
ซาลาฮุดดินกล่าวว่ายังไม่มีการจัดตั้งสภาปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และ ส.ส. ได้รับเลือกตั้งและสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาแล้ว เขากล่าวว่ารัฐบาลเคารพอาณัติจากประชามติ พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้เปลี่ยนกฤษฎีกาว่าด้วยประชามติให้เป็นกฎหมาย เพราะไม่ได้ตั้งใจให้มีการลงประชามติเพิ่มเติมภายใต้กฤษฎีกานั้น เขาระบุว่าประชามติในอนาคตหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดำเนินการตามมาตรา 142
ดังนั้น ข้อขัดแย้งจึงเกี่ยวข้องทั้งกับอำนาจและกระบวนการปฏิรูป ตลอดจนเนื้อหาของการปฏิรูป รัฐบาลกำลังดำเนินการผ่านคณะกรรมการรัฐสภาว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่ายค้านต้องการให้ดำเนินการตามอาณัติจากประชามติผ่านกระบวนการของสภาที่ตนสนับสนุน
ซาลาฮุดดินเชิญฝ่ายค้านเข้าร่วมอีกครั้งและกล่าวว่าจะพิจารณาข้อเสนอของฝ่ายค้าน เมื่อถูกถามว่าพรรค BNP จะถอนหรือผ่อนปรนข้อคัดค้านที่บันทึกไว้ในเอกสารสงวนความเห็นต่อกฎบัตรเดือนกรกฎาคมหรือไม่ เขากล่าวว่ายังไม่มีการตัดสินใจ พรรคฝ่ายค้านต้องระบุประเด็นที่ต้องการให้มีการผ่อนปรน
อาซิฟเรียกร้องให้คณะกรรมการออกแบบระบบรัฐบาลรักษาการโดยคำนึงถึงความเห็นของฝ่ายค้าน และให้พรรคฝ่ายค้านมีส่วนร่วมในการหารือ เขากล่าวว่าเรื่องชื่อของหน่วยงานปฏิรูปเป็นข้อขัดแย้งทางการเมืองที่เขาไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง สิ่งที่เขากังวลคือการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่
ประสบการณ์ปี 2011 ยังมีอิทธิพลต่อการหารือ
อาซิฟกล่าวถึงการเข้าร่วมการหารือแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2011 ซึ่งขณะนั้นคณะกรรมการนำโดยสุรันจิต เสงคุปตะ ภายใต้รัฐบาลพรรคอวามีลีก เขากล่าวว่าเข้าร่วมการหารือครั้งนั้นด้วยความคาดหวังสูง แต่ภายหลังรู้สึกผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 15
การยกเลิกระบบรัฐบาลรักษาการในปี 2011 ก็เป็นประเด็นหนึ่งในการแถลงของซาลาฮุดดิน เขากล่าวหารัฐบาลในช่วงนั้นว่าละทิ้งการสนับสนุนจากสมาชิกคณะกรรมการที่ต้องการคงระบบดังกล่าวไว้ หลังสมาชิกได้พบกับนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นั่นคือคำอธิบายของรัฐมนตรีคนปัจจุบันต่อการตัดสินใจทางการเมืองในอดีต
อาซิฟเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมคำนึงถึงความคาดหวังจากการลุกฮือของประชาชน การเรียกร้องของเขาเชื่อมโยงการเจรจาในปัจจุบันกับความต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของสาธารณชน ขณะที่ประสบการณ์ที่เขาเล่าจากปี 2011 ชี้ให้เห็นว่า คำมั่นที่ให้ไว้ระหว่างการหารือจะถูกประเมินจากผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญในท้ายที่สุด
คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้พบกับพรรคการเมืองและพันธมิตร นักวิชาการ ผู้แทนสื่อ องค์กรทางสังคมและวิชาชีพ ผู้นำสตรี และผู้ที่มีส่วนร่วมในการลุกฮือแล้ว ซาลาฮุดดินกล่าวว่าข้อเสนออาจขยายขอบเขตเกินกว่ากฎบัตรเดือนกรกฎาคม โดยครอบคลุมข้อเรียกร้องของประชาชนและคำมั่นในแถลงการณ์หาเสียงด้วย
จากนี้ถึงเดือนมกราคมจะเกิดอะไรขึ้น?
เจ้าหน้าที่วางแผนรวบรวมความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนสรุปร่าง กำหนดการที่เสนอมีเป้าหมายให้การหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและการร่างเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม และเสนอร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือนมกราคม 2027 ซึ่งอาจอยู่ในสมัยประชุมแรกของรัฐสภาในปีนั้น
นูรุล อิสลาม โมนี ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า การประชุมสมัยเดือนพฤศจิกายนมีเป้าหมายหลักเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภาประชุมภายใน 60 วันนับจากสมัยประชุมก่อนหน้า เขาอธิบายกรอบเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า:
ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการจะไม่เข้าสู่การประชุมสมัยนี้
วันสำคัญและขั้นตอนถัดไปมีดังนี้:
- 12 กุมภาพันธ์ 2026: หลังการเลือกตั้งเกิดแนวทางที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการสาบานตนรับตำแหน่งในรัฐสภาและสภาปฏิรูป
- 13 กรกฎาคม: มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ หลังเกิดความล่าช้าในการเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายค้าน
- 24 ตุลาคม: การประชุมครั้งที่ 9 พิจารณาการคัดเลือกผู้บริหารรัฐบาลรักษาการ อำนาจรัฐสภา และความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการ
- ภายใน 1 สัปดาห์ถึง 10 วันหลังการประชุม: ขอให้ส่งความเห็นเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร
- 9 พฤศจิกายน: กำหนดเปิดประชุมรัฐสภาสมัยที่ 4 โดยไม่มีข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- ธันวาคม 2026: เป้าหมายในการสรุปการหารือและการร่าง
- มกราคม 2027: เป้าหมายในการเสนอร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เดือนมกราคมเป็นกำหนดเป้าหมายในการเสนอร่าง โดยคาดว่าจะมีขั้นตอนรัฐสภาเพิ่มเติมตามมา กระบวนการที่วางไว้ประกอบด้วยการเสนอร่างกฎหมาย ส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้องพิจารณา และนำกลับเข้าสู่รัฐสภาเพื่อผ่านความเห็นชอบ โมนีกล่าวว่าการหารือจะใช้เวลามาก และปฏิเสธที่จะระบุวันเสร็จสิ้นที่แน่นอน
ประเด็นสำคัญ
- ข้อเสนอให้สภาสูงช่วยเสนอชื่อหัวหน้าและที่ปรึกษาของรัฐบาลรักษาการเพื่อดูแลการเลือกตั้ง โดยให้รัฐบาลและฝ่ายค้านตกลงร่วมกัน
- ทางเลือกมีทั้งให้รองประธานาธิบดีควบตำแหน่งประธานสภาสูง เลือกประธานสภาด้วยฉันทามติ หรือเลือกบุคคลอื่นที่ตกลงร่วมกัน
- ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้สภาล่างมีวาระ 4 ปี และสภาสูงมีวาระ 6 ปี
- การแก้ไขมาตรา 70 อาจเปิดทางให้ ส.ส. ลงคะแนนอย่างอิสระได้ นอกเหนือจาก 4 หมวดที่กำหนดไว้
- การแต่งตั้งผู้พิพากษา สำนักเลขาธิการศาลฎีกา และการให้ฝ่ายค้านเป็นผู้นำคณะกรรมาธิการรัฐสภา อยู่ระหว่างการหารือด้วย
- พรรคฝ่ายค้านยังไม่เข้าร่วมคณะกรรมการ ท่ามกลางข้อขัดแย้งเรื่องอาณัติจากประชามติและกระบวนการสภาปฏิรูป
- คณะกรรมการตั้งเป้าเสนอร่างกฎหมายในเดือนมกราคม 2027 แต่ยังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับกรอบรัฐบาลรักษาการ






