ทรัมป์ จูเนียร์ ใช้เวลาสองวันล่าสัตว์ในมองโกเลียกับอูมาร์ เครมเลฟ นักธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์กับเครมลิน

ใช้เวลาอ่าน 11 นาที
Trump Jr. Spent Two Days Hunting in Mongolia With Kremlin Linked Businessman Umar Kremlev

ทริปล่าสัตว์ห่างไกลกับสายสัมพันธ์ทางการเมือง

โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ใช้เวลาสองวันที่แคมป์ล่าสัตว์ทางตะวันตกของมองโกเลียกับอูมาร์ เครมเลฟ นักธุรกิจชาวรัสเซีย ในเดือนสิงหาคม 2026 ระหว่างการเดินทางที่มีทั้งการพบปะประธานาธิบดีมองโกเลีย และค่าใช้จ่ายของสหรัฐฯ ที่บันทึกไว้ 18,715 ดอลลาร์ สำหรับห้องพักโรงแรมของเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี

สารบัญ
  1. ทริปล่าสัตว์ห่างไกลกับสายสัมพันธ์ทางการเมือง
  2. ทั้งสองเดินทางไปถึงแคมป์ได้อย่างไร
  3. วิดีโอเผยให้เห็นทริป แต่ไม่เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน
  4. แกะหายากและการล่าสัตว์ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์
  5. เงินที่รัฐบาลจ่าย 18,715 ดอลลาร์ครอบคลุมอะไรบ้าง
  6. เหตุใดสายสัมพันธ์ของเครมเลฟในรัสเซียจึงสำคัญ
  7. มิตรภาพที่เกิดขึ้นก่อนการเดินทางไปมองโกเลีย
  8. การจ่ายเงินในงานฉลองสมรสทำให้สภาคองเกรสตรวจสอบ
  9. พบประธานาธิบดี แต่คำอธิบายต่างกัน
  10. ข้อกังวลด้านความมั่นคงเน้นเรื่องการเข้าถึง
  11. ประเด็นสำคัญ

เครมเลฟ ประธานสมาคมมวยสากลนานาชาติ (IBA) เดินทางถึงอูลานบาตอร์ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากคาซัคสถานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ก่อนเข้าร่วมทริปล่าสัตว์กับบุตรชายคนโตของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในจังหวัดอุฟส์ เขาเดินทางมาพร้อมอาร์ตูร์ มาร์ตีรอซอฟ หุ้นส่วนของวอสคอด กองทุนเงินร่วมลงทุนที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

การพบกันครั้งนี้ทำให้สมาชิกครอบครัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบกับนักธุรกิจที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงแวดวงความมั่นคงของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ก่อนหน้านี้ทั้งคู่พบกันในงานฉลองสมรสที่บาฮามาส ซึ่งมีรายงานว่าเครมเลฟเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายหลายแสนดอลลาร์ รวมถึงค่าเช่าเกาะและการจุดดอกไม้ไฟ

ตัวแทนของทรัมป์ จูเนียร์ ระบุว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกันเป็นการส่วนตัวและไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยทั้งคู่รู้จักกันผ่านคนรู้จักร่วมกันในแวดวงการล่าสัตว์

รายละเอียดการเดินทางไปมองโกเลียถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ผ่านการสืบสวนที่อาศัยข้อมูลจากไกด์และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น บันทึกเที่ยวบิน ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ และเอกสารค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง รายละเอียดดังกล่าวเชื่อมโยงประเด็นสามเรื่องเข้าด้วยกัน ได้แก่ มิตรภาพส่วนตัว ค่าใช้จ่ายสาธารณะในการคุ้มครองสมาชิกครอบครัวประธานาธิบดี และการเข้าถึงบุคคลระดับสูงทางการเมือง

หลังเครมเลฟเดินทางกลับ ทรัมป์ จูเนียร์ ยังคงล่าสัตว์ทางตะวันตกของมองโกเลียต่ออีกราวหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นเขากลับสู่เมืองหลวงและเข้าพบประธานาธิบดีอุคนากีน คูเรลซุค โดยตัวแทนของประธานาธิบดีให้ข้อมูลต่างกันเกี่ยวกับหัวข้อที่หารือ

โฆษณา

ทั้งสองเดินทางไปถึงแคมป์ได้อย่างไร

ทรัมป์ จูเนียร์ เดินทางถึงอูลานบาตอร์ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ก่อนเดินทางต่อหลายร้อยกิโลเมตรไปยังแคมป์ในจังหวัดอุฟส์ คณะเดินทางขนาดเล็กมีไกด์ คนขับรถ และพ่อครัวคอยสนับสนุน รวมถึงเควิน สมอลล์ ผู้บริจาคเงินให้พรรครีพับลิกันมายาวนาน ซึ่งเคยร่วมทริปล่าสัตว์ต่างประเทศกับเขามาก่อน

มีการเสนอที่นั่งในทริปล่าสัตว์ที่มองโกเลียกับทรัมป์ จูเนียร์ ผ่านการประมูลเพื่อการกุศล ผู้ชนะคนหนึ่งเข้าร่วมคณะเดินทางเพื่อล่าแกะภูเขา ส่วนเครมเลฟเข้าร่วมโดยไม่ได้ผ่านการประมูลดังกล่าว

เครมเลฟออกจากงานแถลงข่าวของ IBA ในคาซัคสถาน แล้วขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำข้ามคืนไปมองโกเลียเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม จากนั้นเขาและมาร์ตีรอซอฟเดินทางต่อไปยังแคมป์ เครมเลฟใช้เวลาสองวันกับทรัมป์ จูเนียร์ ก่อนกลับสู่อูลานบาตอร์

ลำดับเหตุการณ์การเดินทางและการเปิดเผยข้อมูลในภายหลังมีดังนี้:

  • 23 สิงหาคมถึง 6 กันยายน: บันทึกค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลางระบุค่าที่พักโรงแรมสำหรับ “การเยือน” มองโกเลียของหน่วยอารักขาประธานาธิบดี โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม
  • 27 สิงหาคม: เครมเลฟเดินทางจากคาซัคสถานถึงอูลานบาตอร์ ก่อนเข้าร่วมคณะล่าสัตว์
  • 30 สิงหาคม: เครมเลฟโพสต์วิดีโอสองคลิปเกี่ยวกับการเดินทางบนเทเลแกรม
  • หลังพักที่แคมป์สองวัน: เครมเลฟกลับสู่เมืองหลวง ก่อนเดินทางต่อไปยังยาคุตสค์เพื่อร่วมงานมวย
  • กันยายน: มีการเปิดเผยว่าเครมเลฟช่วยออกค่าใช้จ่ายงานฉลองสมรสของทรัมป์ จูเนียร์ ทำให้สภาคองเกรสตรวจสอบเรื่องนี้
  • 27 ตุลาคม: มีการเผยแพร่รายละเอียดการพบกันระหว่างทั้งคู่ในทริปล่าสัตว์ที่มองโกเลีย

วิดีโอเผยให้เห็นทริป แต่ไม่เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน

โพสต์บนเทเลแกรมของเครมเลฟเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมมีวิดีโอที่เขาบอกว่ากำลังบินไปมองโกเลียกับมาร์ตีรอซอฟ และอีกคลิปเป็นภาพจากทริป คำบรรยายถามผู้ชมว่าคิดอย่างไรกับการล่าสัตว์

ไม่ปรากฏทรัมป์ จูเนียร์ ในภาพ แม้จะเห็นผู้จัดทริปล่าสัตว์ของเขาสองคน ผู้ร่วมทริปท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าวว่า ทรัมป์ จูเนียร์ และเครมเลฟพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีคนถ่ายภาพทั้งคู่ด้วยกันระหว่างพักที่แคมป์

ไกด์และเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการมาเยือน ขณะที่บันทึกเที่ยวบินและข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ช่วยติดตามการเดินทางของผู้ร่วมทริป หลังจากนั้นทั้งสองเดินทางไปคนละทาง เครมเลฟไปยาคุตสค์เพื่อร่วมงานของ IBA ส่วนทรัมป์ จูเนียร์ ยังคงอยู่ในมองโกเลีย

โฆษณา

แกะหายากและการล่าสัตว์ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์

ไกด์คนหนึ่งกล่าวว่า ทรัมป์ จูเนียร์ ล่าแกะอาร์กาลีอัลไตได้หนึ่งตัวระหว่างทริป สัตว์ชนิดนี้เป็นแกะภูเขาหายากที่นักล่าถ้วยรางวัลให้คุณค่าเพราะเขาขนาดใหญ่ และมีการระบุว่าใกล้สูญพันธุ์ในรายงานเกี่ยวกับทริปนี้

มีรายงานว่าทรัมป์ จูเนียร์ เคยล่าแกะอาร์กาลีอัลไตในมองโกเลียมาแล้วอย่างน้อยสองตัวตั้งแต่ปี 2019 หากนับตัวล่าสุด จำนวนที่มีรายงานว่าล่าได้จะเพิ่มเป็นอย่างน้อยสามตัว ประสบการณ์ล่าสัตว์ในมองโกเลียครั้งก่อนของเขายังปรากฏในภาพยนตร์สั้นเรื่อง Lost in Mongolia เมื่อปี 2022

หลังเครมเลฟเดินทางกลับ ทรัมป์ จูเนียร์ เดินทางไปจังหวัดบายัน-ออลกี ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งทางตะวันตกของมองโกเลีย เพื่อล่าแพะไอบิกซ์ไซบีเรีย ไอบิกซ์เป็นแพะป่าที่ปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศภูเขาสูงชัน ส่วนอาร์กาลีเป็นแกะป่า

การล่าสัตว์ดำเนินต่อไปราวหนึ่งสัปดาห์ ก่อนทรัมป์ จูเนียร์ กลับสู่อูลานบาตอร์ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับใบอนุญาตหรือค่าธรรมเนียมการอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ที่ถูกล่าในครั้งนี้

เงินที่รัฐบาลจ่าย 18,715 ดอลลาร์ครอบคลุมอะไรบ้าง

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในอูลานบาตอร์จ่ายเงิน 18,715 ดอลลาร์เป็นค่าห้องพักโรงแรมสำหรับ “การเยือน” มองโกเลียของหน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคมถึง 6 กันยายน ตามบันทึกค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง ทรัมป์ จูเนียร์ เดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยดังกล่าวเพราะเป็นสมาชิกครอบครัวของประธานาธิบดี

รายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะไม่มีเอกสารแจกแจงรายการค่าใช้จ่ายฉบับต้นทาง

ค่าใช้จ่ายที่บันทึกไว้เป็นค่าที่พักที่เกี่ยวข้องกับชุดเจ้าหน้าที่อารักขา ทริปล่าสัตว์ การจัดการเดินทางส่วนตัว และการจองโรงแรมให้เจ้าหน้าที่ เป็นค่าใช้จ่ายคนละประเภทกัน โดยการจ่ายเงินของภาครัฐที่ระบุในเอกสารเป็นค่าห้องพักโรงแรม

ช่วงเวลาการจองครอบคลุม 15 วันตามปฏิทิน เริ่มก่อนเครมเลฟเดินทางถึงเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม และต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน จึงสะท้อนช่วงเวลาปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่ยาวกว่าสองวันที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกันที่แคมป์

สำหรับผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน ค่าใช้จ่ายที่เปิดเผยอย่างชัดเจนจนถึงขณะนี้คือค่าที่พักโรงแรมที่สถานเอกอัครราชทูตเป็นผู้จ่าย สำหรับผู้เดินทาง การมีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีร่วมเดินทางหมายความว่าทริปส่วนตัวต้องมีปฏิบัติการด้านความมั่นคงของรัฐบาลในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงของมองโกเลียด้วย

โฆษณา

เหตุใดสายสัมพันธ์ของเครมเลฟในรัสเซียจึงสำคัญ

เครมเลฟ วัย 43 ปี เป็นผู้นำ IBA ตั้งแต่ปี 2020 และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสหพันธ์มวยรัสเซียตั้งแต่ปี 2017 นามสกุลเดิมของเขาคือลุตฟุลโลเยฟ ภายใต้การนำของเขา สมาคมระหว่างประเทศแห่งนี้ได้รับเงินหลายสิบล้านดอลลาร์จากแก๊ซพรอม บริษัทพลังงานของรัฐรัสเซีย

คณะกรรมการโอลิมปิกสากลถอนการรับรอง IBA ในปี 2023 โดยอ้างข้อกังวลหลายประการ ซึ่งรวมถึงการขาดความโปร่งใสทางการเงิน การตัดสินใจดังกล่าวทำให้สมาคมหมดบทบาทในการจัดการแข่งขันมวยโอลิมปิก และเชื่อมโยงตำแหน่งของเครมเลฟในวงการกีฬาระหว่างประเทศเข้ากับข้อพิพาทด้านธรรมาภิบาลและการเงิน

ผลประโยชน์ทางธุรกิจของเครมเลฟยังครอบคลุมไปไกลกว่าวงการมวย ในปี 2024 เขากลายเป็นเจ้าของรอล์ฟ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของเซอร์เกย์ เปตรอฟ นักธุรกิจ ปูตินเคยสั่งให้บริษัทอยู่ภายใต้การบริหารชั่วคราวก่อนเปลี่ยนเจ้าของ

รายงานเชิงสืบสวนเชื่อมโยงการเข้าซื้อรอล์ฟของเครมเลฟกับมิตรภาพของเขากับอเล็กเซย์ รูเบซนี หัวหน้าหน่วยอารักขาประธานาธิบดีรัสเซีย มีรายงานว่าความสัมพันธ์เดียวกันนี้ยังช่วยให้เขาได้ครอบครองทรัพย์สินในธุรกิจลอตเตอรี่และรับพนัน

ยูเครนใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบเจาะจงต่อเครมเลฟในเดือนมกราคม 2023 ในเดือนเมษายน 2026 ปูตินมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งมิตรภาพของรัสเซียให้แก่เขา และมีรายงานว่าเดือนถัดมาเขาได้ร่วมคณะผู้แทนของประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางไปจีน สายสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยอธิบายเหตุที่การเข้าถึงบุตรชายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของเขาได้รับความสนใจ

มิตรภาพที่เกิดขึ้นก่อนการเดินทางไปมองโกเลีย

การพบกันต่อสาธารณะครั้งแรกของทรัมป์ จูเนียร์ กับเครมเลฟที่เป็นที่รับรู้เกิดขึ้นในงานของ IBA ที่อิสตันบูลเมื่อปี 2025 ซึ่งมีแมนนี ปาเกียว นักมวยเข้าร่วมด้วย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้นก่อนทั้งทริปมองโกเลียและการตรวจสอบค่าใช้จ่ายในงานฉลองสมรส

โฆษกของทรัมป์ จูเนียร์ อธิบายถึงมิตรภาพและจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในแถลงการณ์ว่า:

ดอนได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าเขาเป็นเพื่อนกับอูมาร์เป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ มิตรภาพของทั้งคู่มีพื้นฐานหลักจากความชอบร่วมกันในการล่าสัตว์ ตกปลา และกิจกรรมกลางแจ้ง จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาไปล่าสัตว์ด้วยกันเมื่อต้นปีนี้

การที่เครมเลฟร่วมทริปที่แคมป์สอดคล้องกับความสนใจด้านกิจกรรมยามว่างที่โฆษกกล่าวถึง การร่วมทริปของมาร์ตีรอซอฟเพิ่มสายสัมพันธ์ทางธุรกิจของรัสเซียเข้ามาอีกทางหนึ่ง ผ่านบทบาทของเขาที่วอสคอด ซึ่งเป็นกองทุนที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

ความสัมพันธ์นี้ยังมีองค์ประกอบทางการเงินนอกเหนือจากการล่าสัตว์ นั่นคือการช่วยออกค่าใช้จ่ายงานฉลองการสมรสของทรัมป์ จูเนียร์ กับเบตตินา แอนเดอร์สัน ที่บาฮามาสในเดือนพฤษภาคม 2026

โฆษณา

การจ่ายเงินในงานฉลองสมรสทำให้สภาคองเกรสตรวจสอบ

มีรายงานว่าเครมเลฟออกค่าใช้จ่ายหลายแสนดอลลาร์สำหรับงานฉลองสมรส รวมถึงค่าเช่าเกาะส่วนตัวและดอกไม้ไฟ การจ่ายเงินดังกล่าวเปิดเผยต่อสาธารณะในเดือนกันยายน หลายสัปดาห์หลังทริปมองโกเลีย

สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสเริ่มตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างนักธุรกิจกับบุตรชายของประธานาธิบดี ท็อดด์ แบลนช์ รัฐมนตรียุติธรรม ระบุว่าเขาจะไม่สอบสวนเรื่องงานฉลองสมรส

ต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าบุตรชายของเขาได้คืนเงินให้เครมเลฟแล้ว ก่อนหน้านั้นคำอธิบายเกี่ยวกับท่าทีของประธานาธิบดีระบุว่าเป็นสิ่งที่บุตรชายจะชำระคืน ส่วนเครมเลฟกล่าวเมื่อต้นเดือนตุลาคมว่าได้รับเงินคืนแล้ว

คำกล่าวเรื่องการจ่ายเงินและการคืนเงินกลายเป็นประเด็นสำคัญในการตรวจสอบมิตรภาพที่เกี่ยวข้องกับงานฉลองราคาแพง การเดินทางระหว่างประเทศ และการติดต่อกับผู้นำทางการเมือง การไต่สวนของสภาคองเกรสเกี่ยวข้องกับสายสัมพันธ์ทางการเงินดังกล่าว ขณะที่โฆษกของทรัมป์ จูเนียร์ ยังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเรื่องส่วนตัว

พบประธานาธิบดี แต่คำอธิบายต่างกัน

ทรัมป์ จูเนียร์ เข้าพบประธานาธิบดีคูเรลซุคของมองโกเลียหลังกลับถึงอูลานบาตอร์ ตัวแทนรัฐบาลมองโกเลียโพสต์ภาพถ่ายบนเฟซบุ๊กในตอนแรก พร้อมคำบรรยายว่าการหารือครอบคลุมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับมองโกเลียและโอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้ ก่อนลบโพสต์ดังกล่าวออกในเวลาไม่นาน

ตัวแทนของทรัมป์ จูเนียร์ อธิบายว่าการพบกันเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ โดยมุ่งเน้นกิจกรรมกลางแจ้ง อีกคำอธิบายหนึ่งกล่าวถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ ส่วนตัวแทนของคูเรลซุคกล่าวว่า: "ประธานาธิบดีพบปะและรับประทานอาหารกับบุตรชายของทรัมป์อย่างไม่เป็นทางการ ความสัมพันธ์อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี ทั้งคู่ไม่ได้หารือเรื่องการเมืองหรือการเยือนอย่างเป็นทางการ"

รายงานบางฉบับระบุว่าเป็นมื้อค่ำ ขณะที่ตัวแทนของคูเรลซุคเรียกว่าเป็นมื้อกลางวัน ความแตกต่างที่สำคัญกว่าคือหัวข้อการพบกัน โพสต์สาธารณะฉบับแรกกล่าวถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีและธุรกิจ ส่วนคำชี้แจงภายหลังระบุว่าเป็นการพูดคุยส่วนตัวเกี่ยวกับความสนใจร่วมกัน

การเข้าร่วมของคูเรลซุคทำให้ทรัมป์ จูเนียร์ เข้าถึงตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดของมองโกเลียระหว่างการเยือนที่จัดขึ้นเพื่อการล่าสัตว์ คำอธิบายที่แตกต่างกันทำให้ผู้อ่านได้รับทราบวัตถุประสงค์ของการพบกันสองแบบ แทนที่จะมีคำอธิบายเดียวที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน

โฆษณา

ข้อกังวลด้านความมั่นคงเน้นเรื่องการเข้าถึง

โฮลเดน ทริปเพลตต์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายต่อต้านข่าวกรองของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์วาระแรก เตือนว่าหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซียอาจพยายามใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทริปเพลตต์อธิบายว่า ความกังวลของเขาครอบคลุมถึงกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องมองว่ามิตรภาพของตนไม่มีพิษภัยด้วย:

ไม่สำคัญจริง ๆ ว่าผู้เกี่ยวข้องจะมีเจตนาดีอย่างที่สุดหรือไม่ ทันทีที่หน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรองของรัสเซียรู้ว่ามีใครสักคนมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญ พวกเขาก็จะพยายามใช้ความสัมพันธ์นั้นเป็นเครื่องมือ

การต่อต้านข่าวกรองหมายถึงการตรวจจับและขัดขวางความพยายามของหน่วยข่าวกรองต่างชาติในการเข้าถึงข้อมูลหรือชี้นำการตัดสินใจ คำเตือนของทริปเพลตต์เน้นเรื่องการเข้าถึง กล่าวคือเพื่อนหรือผู้ร่วมกิจกรรมยามว่างอาจมีโอกาสติดต่อกับบุคคลใกล้ชิดผู้นำประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การเยือนมองโกเลียมีการติดต่อในลักษณะดังกล่าว หลังจากปรากฏตัวร่วมกันที่อิสตันบูลและงานฉลองที่บาฮามาส ทรัมป์ จูเนียร์ ยังคงยืนยันว่าเครมเลฟเป็นเพื่อนส่วนตัว ขณะที่ข้อมูลการเดินทาง การจ่ายเงิน และการพบปะทางการเมืองที่เปิดเผยออกมา อธิบายได้ว่าเหตุใดความสัมพันธ์นี้จึงถูกตรวจสอบนอกเหนือจากแวดวงการล่าสัตว์

ประเด็นสำคัญ

  • ทรัมป์ จูเนียร์ และอูมาร์ เครมเลฟ ประธาน IBA ใช้เวลาร่วมกันสองวันที่แคมป์ล่าสัตว์ทางตะวันตกของมองโกเลียในเดือนสิงหาคม 2026
  • เครมเลฟเดินทางจากคาซัคสถานพร้อมอาร์ตูร์ มาร์ตีรอซอฟ หุ้นส่วนของกองทุนวอสคอดที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร
  • บันทึกของรัฐบาลกลางระบุค่าใช้จ่ายของสถานเอกอัครราชทูต 18,715 ดอลลาร์ สำหรับห้องพักโรงแรมในช่วง “การเยือน” ของหน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคมถึง 6 กันยายน
  • ไกด์คนหนึ่งกล่าวว่าทรัมป์ จูเนียร์ ล่าแกะอาร์กาลีอัลไตได้ ก่อนเดินทางต่อเพื่อล่าไอบิกซ์
  • มีรายงานว่าเครมเลฟจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในงานฉลองสมรสของทรัมป์ จูเนียร์ ที่บาฮามาส ต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์และเครมเลฟกล่าวว่ามีการคืนเงินแล้ว
  • โฆษกของทรัมป์ จูเนียร์ ปฏิเสธว่ามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และระบุว่ามิตรภาพมีพื้นฐานจากการล่าสัตว์ ตกปลา และกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ทรัมป์ จูเนียร์ ยังเข้าพบประธานาธิบดีมองโกเลีย โดยมีคำอธิบายต่างกันว่าทั้งคู่ได้หารือเรื่องธุรกิจและความสัมพันธ์ทวิภาคีหรือไม่
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ