โฆษณาทีมแรงงานโรงงานให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง
เว็บไซต์จัดหางานของรัสเซียลงประกาศรับสมัครทีมชาวเกาหลีเหนือกลุ่มละ 50 ถึง 100 คน เพื่อทำงานในโรงงานและภาคเกษตร โดยเสนอให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง เดือนละ 28 วัน ตามรายงานการสอบสวนของ Global Rights Compliance (GRC) องค์กรในกรุงเฮกระบุว่าพบหลักฐานแรงงานทำงานในสถานประกอบการหลายแห่ง รวมถึงโรงงานผลิตเสบียงทหารและผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงใกล้กรุงมอสโก
สารบัญ
- โฆษณาทีมแรงงานโรงงานให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง
- ผู้สอบสวนติดตามเครือข่ายจัดหาแรงงานอย่างไร
- จากทีมแรงงานสู่การจัดหานักศึกษาฝึกงาน
- เอกสาร การแยกที่พัก และการข่มขู่
- ใครเป็นผู้รับเงิน?
- จุดเชื่อมระหว่างการผลิตพลเรือนกับการส่งกำลังบำรุงทางทหาร
- ข้อจำกัดของสหประชาชาติที่เป็นเบื้องหลังข้อพิพาท
- ความเป็นหุ้นส่วนพัฒนาขึ้นอย่างไร
- คำปฏิเสธและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
- ประเด็นสำคัญ
รายงานสอบสวนระบุถึงธุรกิจที่เชื่อมโยงนายจ้างรัสเซีย นายหน้าจัดหาแรงงาน และเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ แม้สหประชาชาติจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการจ้างงานชาวเกาหลีเหนือในต่างประเทศ ประกาศรับสมัครนำเสนอการควบคุมแรงงานอย่างเข้มงวดเป็นจุดขาย โดยระบุว่าเอกสารของแรงงานถูกเก็บไว้ที่สถานทูตเกาหลีเหนือ แรงงานต้องพักแยกจากคนสัญชาติอื่น และรับรองกับนายจ้างที่สนใจว่าแรงงานจะอยู่ทำงานต่อ
เบื้องหลังคำรับรองดังกล่าว GRC พบข้อกล่าวหาเรื่องการบีบบังคับ การข่มขู่แรงงานและครอบครัว ตลอดจนค่าจ้างที่ถูกส่งต่อให้รัฐเกาหลีเหนือเป็นส่วนใหญ่ องค์กรยังติดตามการเปลี่ยนวิธีทำตลาดแรงงาน จากการเสนอทีมแรงงานไปเป็นการจัดหานักศึกษาฝึกงาน ซึ่งระบุว่าช่วยอำพรางการจ้างงานให้ดูเหมือนการศึกษา
ผลสอบสวนเชื่อมโยงการผลิตในชีวิตประจำวันของรัสเซียเข้ากับความเป็นหุ้นส่วนในวงกว้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาวุธและกำลังพลจากเกาหลีเหนือ การจ่ายเงินและเชื้อเพลิงจากรัสเซีย และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสอง สำหรับแรงงาน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้ควบคุมเอกสาร ชั่วโมงทำงาน ค่าจ้าง และความสามารถในการลาออกหรือเดินทางกลับ
ผู้สอบสวนติดตามเครือข่ายจัดหาแรงงานอย่างไร
GRC ตรวจสอบทะเบียนบริษัทและเอกสารจัดซื้อจัดจ้างของรัสเซีย ควบคู่กับประกาศออนไลน์ ภาพถ่าย และวิดีโอ นอกจากนี้ ผู้สอบสวนยังปลอมตัวเป็นนายจ้างที่สนใจเพื่อสอบถามวิธีจัดหาและส่งแรงงานเกาหลีเหนือไปทำงาน การสอบสวนใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อช่วยระบุตัวเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ
GRC ระบุว่าเครือข่ายนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่วลาดิเมียร์ โซโคลอฟ นักธุรกิจในมอสโก กลุ่ม Black Horse และแพลตฟอร์มจัดหาแรงงาน KNDR.su ผู้สอบสวนพบเบาะแสว่าแรงงานเกาหลีเหนือทำงานที่ KPP Ruscon ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในเมืองราเมนสโกเยใกล้มอสโก ตลอดจนโรงงานผลิตเสบียงทหาร
GRC ยังพบสัญญามูลค่า 133,800 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจัดหาชาวเกาหลีเหนือ 50 คนให้บริษัทเกษตรแห่งหนึ่งในรัสเซีย เมื่อนำมูลค่าสัญญาหารด้วยจำนวนแรงงาน จะเท่ากับ 2,676 ดอลลาร์ต่อการจัดหาแรงงานหนึ่งคน เงินก้อนนี้เป็นค่าดำเนินการจัดส่งแรงงาน ไม่ใช่เงินที่แรงงานแต่ละคนจะได้รับ
เอกสารเหล่านี้ทำให้การสอบสวนครอบคลุมมากกว่าการโฆษณารับสมัครแรงงาน โดยเชื่อมโยงการเสนอขายแรงงานทางออนไลน์เข้ากับธุรกิจที่ต้องการคนงาน และสถานที่ผลิตเฉพาะแห่งที่ GRC พบหลักฐานว่ามีการจ้างแรงงานเหล่านั้น
จากทีมแรงงานสู่การจัดหานักศึกษาฝึกงาน
ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม KNDR.su เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอ จากการใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับกองแรงงานหรือหน่วยแรงงานเกาหลีเหนือ มาเป็นคำว่าแนวปฏิบัติหรืองานฝึกงานของนักศึกษา GRC ระบุว่าชาวเกาหลีเหนือเดินทางเข้ารัสเซียด้วยวีซ่านักศึกษา ก่อนถูกส่งไปทำงานในโรงงาน
ตัวแทนแพลตฟอร์มรายหนึ่งบอกผู้สอบสวนที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าว่า ชาวเกาหลีเหนือเรียนทางไกลควบคู่กับการทำงานเป็นกะในโรงงาน ตัวแทนอีกรายให้คำอธิบายว่านักศึกษาไม่ใช่ลูกจ้าง จึงไม่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงาน
วีซ่านักศึกษาเป็นใบอนุญาตเข้าประเทศเพื่อการศึกษา GRC กล่าวหาว่าเครือข่ายนี้ใช้สถานะทางการศึกษาเป็นฉากบังหน้าการจ้างงานอย่างเป็นระบบ การเรียนทางไกล การทำงานในโรงงานเป็นเวลานาน และค่าธรรมเนียมจัดหาแรงงาน สะท้อนวิธีนำเสนอข้อตกลงดังกล่าวแก่ผู้ที่อาจเป็นลูกค้า
ธุรกิจที่ถูกเชื่อมโยงกับการจัดหาแรงงานปฏิเสธว่าใช้สถานะนักศึกษาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการจ้างงาน และระบุว่าปฏิบัติตามกฎหมายรัสเซีย คำชี้แจงของธุรกิจทำให้สถานะทางกฎหมายของการจัดหางานเหล่านี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของข้อโต้แย้ง โดย GRC ระบุว่าเป็นการอำพรางการจ้างแรงงาน ขณะที่ธุรกิจปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น
เอกสาร การแยกที่พัก และการข่มขู่
ประกาศรับสมัครระบุว่าสถานทูตเกาหลีเหนือเป็นผู้ควบคุมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง และกำหนดหรือแนะนำให้จัดที่พักแยกจากแรงงานสัญชาติอื่น GRC ยังพบว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตเข้าตรวจสถานที่ทำงานที่อาจรับแรงงานในรัสเซีย
การควบคุมหนังสือเดินทางมีความสำคัญ เพราะแรงงานที่เข้าไม่ถึงเอกสารยืนยันตัวตนและการเดินทางจะเผชิญอุปสรรคในทางปฏิบัติเมื่อต้องการเปลี่ยนงานหรือกลับบ้าน การแยกที่พักยังอาจจำกัดการติดต่อกับคนนอกกลุ่มทำงาน GRC กล่าวถึงมาตรการควบคุมเหล่านี้ควบคู่กับการข่มขู่ว่าจะลงโทษแรงงานและครอบครัว
ตารางทำงานที่โฆษณาวันละ 12 ชั่วโมง เดือนละ 28 วัน คิดเป็น 336 ชั่วโมงต่อเดือน ประกาศอื่นระบุว่ามีวันหยุดเพียงเดือนละสองวัน GRC ยังบรรยายถึงสภาพการทำงานที่ยาวนานถึงวันละ 18 ชั่วโมง เป็นเวลาหกหรือเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นภาพรวมสภาพการทำงานที่กว้างกว่าตารางในประกาศรับสมัคร
เอลีส โลริโอต์ เพรโวสต์ ที่ปรึกษากฎหมายของ GRC เชื่อมโยงการปฏิบัติต่อแรงงานที่ถูกกล่าวหาเข้ากับเป้าหมายของรัฐบาลทั้งสอง เธอสรุปข้อค้นพบของการสอบสวนไว้ว่า
การสอบสวนนี้เผยให้เห็นการบรรจบกันอย่างอันตรายของความมุ่งหมายทางทหารของสองรัฐ
GRC กังวลว่าแรงกดดันให้จัดหาแรงงานและเพิ่มรายได้ให้รัฐทำให้แรงงานแทบไม่มีอำนาจควบคุมชีวิตตนเอง แรงงานบังคับหมายถึงการใช้การบีบบังคับหรือคำขู่เพื่อให้ทำงาน ต่างจากงานที่บุคคลสามารถปฏิเสธหรือออกจากงานได้โดยสมัครใจ
ใครเป็นผู้รับเงิน?
GRC ระบุว่านายหน้าจัดหาแรงงานเรียกเก็บเงินจากนายจ้าง 100,000 ถึง 150,000 รูเบิลต่อแรงงานเกาหลีเหนือหนึ่งคน โดยมีรายงานว่าจำนวนสูงสุดคิดเป็นประมาณ 1,860 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นนายจ้างจึงจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อให้ได้แรงงานมา ก่อนจะนับรวมค่าจ้างที่แรงงานสร้างจากการผลิต
GRC ระบุว่าแรงงานส่งรายได้มากถึง 90% ให้ทางการเกาหลีเหนือ ชเรยัส เรดดี จาก Korea Risk Group ประเมินในวงกว้างกว่านั้น โดยกล่าวว่าแรงงานได้รับเงินโดยตรงเพียง 10% ถึง 25% ส่วนที่เหลือส่งให้บริษัทและทางการของรัฐเกาหลีเหนือ
หากแรงงานคนหนึ่งมีรายได้เทียบเท่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่าเขาจะเหลือเงินไว้ประมาณ 10 ดอลลาร์ตามตัวเลขของ GRC หรือ 10 ถึง 25 ดอลลาร์ตามช่วงประมาณการของเรดดี ทั้งสองกรณีชี้ว่ารายได้ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในการควบคุมของแรงงาน
ทีมติดตามพหุภาคีด้านมาตรการคว่ำบาตร (MSMT) ซึ่งเป็นกลุ่ม 11 ประเทศที่ติดตามการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ประเมินในรายงานเมื่อเดือนกันยายนว่า มีชาวเกาหลีเหนือ 35,600 ถึง 101,280 คนทำงานใน 12 ประเทศ และประเมินรายได้ต่อปีจากแรงงานในต่างประเทศไว้ที่ 450 ล้านถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเหล่านี้ครอบคลุมแรงงานในต่างประเทศทั้งหมด ส่วนตัวเลขประมาณการเฉพาะรัสเซียอยู่ที่ 15,000 ถึง 30,000 คน ณ สิ้นปี 2024
จุดเชื่อมระหว่างการผลิตพลเรือนกับการส่งกำลังบำรุงทางทหาร
Black Horse ระบุว่ากิจกรรมของบริษัทมีทั้งการจัดหาเครื่องจักรตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย และการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังเกาหลีเหนือ ธุรกิจของกลุ่มยังนำเข้าอุปกรณ์การผลิตจากจีนและยุโรป และ GRC ระบุว่าพบสถานที่อย่างน้อยสองแห่งที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมทางทหารของรัสเซีย
โรงงานผลิตเสบียงทหารเป็นตัวอย่างโดยตรงของงานที่สนับสนุนกองทัพ เสบียงคืออาหารบรรจุหีบห่อสำหรับทหาร ส่วนการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและภาคเกษตรแสดงให้เห็นว่า ระบบจัดหาแรงงานที่ถูกกล่าวหานี้ขยายไปถึงการผลิตภาคพลเรือนด้วย
สหภาพยุโรปคว่ำบาตรโซโคลอฟเมื่อเดือนตุลาคม จากบทบาทของเขาในความร่วมมือทางการค้าและอุตสาหกรรมกับเกาหลีเหนือ การสอบสวนของ GRC จัดให้ธุรกิจด้านเครื่องจักร เกษตร และแรงงานของเขาอยู่ในเครือข่ายการค้าเดียวกันที่มีขอบเขตกว้างกว่า
ลารา สเตรนจ์เวย์ส หัวหน้าฝ่ายธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของ GRC อธิบายว่าองค์กรเชื่อมโยงการทำงานในรัสเซียเข้ากับรายได้ของเปียงยางอย่างไร
แรงงานเกาหลีเหนือกำลังช่วยพยุงอุตสาหกรรมของรัสเซียที่เกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครน และค่าจ้างที่แรงงานเกาหลีเหนือได้รับถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงการทางทหารของเกาหลีเหนือ
การประเมินของเธอชี้ถึงผลประโยชน์สองด้านสำหรับรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง คือรัสเซียได้แรงงานสำหรับการผลิต ส่วนเกาหลีเหนือได้รับรายได้ที่หักจากค่าจ้างในต่างประเทศ ขณะที่แรงงานอยู่ตรงกลางของการแลกเปลี่ยนนี้และได้รับค่าจ้างไว้เพียงส่วนน้อยตามตัวเลขประมาณการ
ข้อจำกัดของสหประชาชาติที่เป็นเบื้องหลังข้อพิพาท
ในปี 2017 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพิ่มความเข้มงวดของข้อจำกัดต่อแรงงานเกาหลีเหนือในต่างประเทศ หลังเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่หก มาตรการดังกล่าวห้ามออกใบอนุญาตทำงานใหม่ และกำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ส่งชาวเกาหลีเหนือที่มีรายได้จากต่างประเทศกลับประเทศภายในเดือนธันวาคม 2019
ข้อจำกัดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตัดรายได้ที่เกาหลีเหนืออาจนำไปใช้กับโครงการนิวเคลียร์และอาวุธ รัสเซียและจีน ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง ต่างลงมติเห็นชอบมาตรการเหล่านี้ ต่อมารัฐบาลเกาหลีใต้และชาติตะวันตกกล่าวหาทั้งสองประเทศว่าไม่ปฏิบัติตาม
การจัดหานักศึกษาฝึกงานเป็นหัวใจของวิธีเลี่ยงข้อจำกัดที่ถูกกล่าวหา เพราะทำให้แรงงานในโรงงานมีสถานะด้านการศึกษา GRC โต้แย้งว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการจัดกะทำงานและสัญญาจัดส่งทีมแรงงานให้ธุรกิจ ถือเป็นการจ้างงานที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว
ในปี 2024 รัสเซียยังเปลี่ยนแปลงกลไกติดตามตรวจสอบระหว่างประเทศ ด้วยการใช้สิทธิวีโต้คัดค้านการต่ออายุอำนาจของคณะผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติ ซึ่งติดตามการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรมาตั้งแต่ปี 2009 ในปีเดียวกันนั้น 11 ประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ก่อตั้ง MSMT ขึ้นเพื่อติดตามการละเมิดต่อไปนอกกรอบคณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ
ความเป็นหุ้นส่วนพัฒนาขึ้นอย่างไร
หลังรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 ความร่วมมือทางทหารและเศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือก็แน่นแฟ้นขึ้น GRC ระบุถึงการแลกเปลี่ยนที่เปียงยางส่งอาวุธและกำลังพล ขณะที่มอสโกจัดหาเงินสดและเชื้อเพลิง
หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือส่งทหารมากกว่า 10,000 นายไปสู้เคียงข้างกองกำลังรัสเซียตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา ส่วนตัวเลขประมาณการกำลังพลที่มีรายงานอื่นอยู่ระหว่าง 11,000 ถึง 25,000 นาย ทหารเหล่านี้เป็นคนละกลุ่มกับตัวเลขประมาณการแรงงานพลเรือนที่ใช้กล่าวถึงคนงานในโรงงานและฟาร์มของรัสเซีย
เหตุการณ์สำคัญต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ขยายตัวต่อเนื่องหลายปีอย่างไร
- 2017: คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพิ่มความเข้มงวดของข้อจำกัดต่อการจ้างงานชาวเกาหลีเหนือในต่างประเทศ หลังเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่หก
- ธันวาคม 2019: ครบกำหนดส่งชาวเกาหลีเหนือที่มีรายได้จากต่างประเทศกลับประเทศตามมาตรการของสหประชาชาติ
- 2022: รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบ ก่อนความร่วมมือกับเปียงยางจะลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- 2023: ผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะรื้อฟื้นความร่วมมือในการประชุมสุดยอด
- 2024: วลาดิเมียร์ ปูติน และคิม จอง อึน ลงนามสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนที่มีข้อผูกพันด้านการป้องกันร่วมกัน ขณะเดียวกันรัสเซียขัดขวางการต่ออายุอำนาจของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ
- สิ้นปี 2024: MSMT ประเมินว่ามีแรงงานเกาหลีเหนือ 15,000 ถึง 30,000 คนอยู่ในรัสเซีย
สนธิสัญญากำหนดให้ทั้งสองประเทศช่วยเหลือกันในกรณีเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ การจัดหาแรงงานจึงเพิ่มองค์ประกอบทางเศรษฐกิจให้กับความเป็นหุ้นส่วนที่มีทั้งการส่งกำลังบำรุงทางทหาร การส่งกำลังพล และข้อผูกพันด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว
คำปฏิเสธและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
GRC ติดต่อชาวรัสเซียสองคนที่ระบุว่าเป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายนี้ หนึ่งคนตอบกลับและปฏิเสธข้อกล่าวหา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังระบุว่าปฏิบัติตามกฎหมายรัสเซีย และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าใช้สถานะนักศึกษาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการจ้างงาน
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและสถานทูตเกาหลีเหนือในมอสโกไม่ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็น การสอบสวนกล่าวหาว่าสถานทูตมีส่วนเกี่ยวข้องผ่านการควบคุมเอกสารและการตรวจสถานที่ทำงาน ทำให้บทบาทของสถานทูตเป็นส่วนสำคัญของรายงาน
จำนวนชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานผ่านเครือข่ายนี้ในปัจจุบัน รายชื่อนายจ้างทั้งหมด และรายได้ที่ส่งต่อไปยังเปียงยางยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ตัวเลขประมาณการแรงงาน 15,000 ถึง 30,000 คนในรัสเซียเป็นข้อมูล ณ สิ้นปี 2024 ส่วนตัวเลขรายได้ต่อปี 450 ล้านถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมแรงงานในต่างประเทศ 12 ประเทศ
สำหรับนายจ้างรัสเซีย การสอบสวนชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบจัดหาแรงงานซึ่งดำเนินการขัดต่อข้อจำกัดของสหประชาชาติ ส่วนสำหรับแรงงานเกาหลีเหนือ รายงานบรรยายถึงสภาพที่กระทบโดยตรงยิ่งกว่า ได้แก่ การทำงานเป็นกะยาวนานผิดปกติ การถูกควบคุมเอกสาร การจำกัดการติดต่อ และรายได้ส่วนใหญ่ถูกยึดไปโดยรัฐ
ประเด็นสำคัญ
- GRC ติดตามเครือข่ายในรัสเซียที่โฆษณาจัดหาแรงงานเกาหลีเหนือเป็นทีม กลุ่มละ 50 ถึง 100 คน ให้ทำงานในโรงงานและภาคเกษตร
- ตารางทำงานวันละ 12 ชั่วโมง เดือนละ 28 วัน เท่ากับ 336 ชั่วโมงทำงานต่อเดือน
- ผู้สอบสวนพบหลักฐานการทำงานในสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงโรงงานผลิตเสบียงทหารและผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงใกล้มอสโก
- GRC กล่าวหาว่าวีซ่านักศึกษาถูกใช้บังหน้าการจ้างงาน และแรงงานถูกควบคุมเอกสารพร้อมเผชิญคำขู่ต่อครอบครัว
- นายหน้าเรียกเก็บเงินสูงสุด 150,000 รูเบิลต่อแรงงานหนึ่งคน ขณะที่ตัวเลขประมาณการระบุว่าแรงงานได้รับค่าจ้างไว้เพียงส่วนน้อย
- ธุรกิจปฏิเสธว่าไม่ได้หลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการจ้างงาน และระบุว่าปฏิบัติตามกฎหมายรัสเซีย
- มาตรการของสหประชาชาติกำหนดให้ส่งชาวเกาหลีเหนือที่มีรายได้จากต่างประเทศกลับประเทศภายในเดือนธันวาคม 2019






