การจ้างงานโตเร็วขึ้น พร้อมการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้น
สิงคโปร์มีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 27,700 ตำแหน่งในไตรมาส 3 ปี 2026 ทำให้การจ้างงานเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 20 แม้จำนวนผู้ถูกเลิกจ้างแตะระดับสูงสุดรายไตรมาสนับตั้งแต่ปลายปี 2020 ข้อมูลตลาดแรงงานเบื้องต้นที่กระทรวงกำลังคน (MOM) เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังสร้างงานได้ แต่แรงกดดันในบางอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
สารบัญ
- การจ้างงานโตเร็วขึ้น พร้อมการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้น
- ตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้นในภาคใด
- การเลิกจ้างสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี
- เหตุใดการจ้างงานและการว่างงานจึงเพิ่มขึ้นพร้อมกันได้
- แผนการจ้างงานฟื้นตัว แต่ยังเห็นความระมัดระวัง
- การสนับสนุนคนทำงานที่เปลี่ยนสายอาชีพ
- ความช่วยเหลือสำหรับบัณฑิตจบใหม่และผู้ที่ตกงาน
- วันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข
- ประเด็นสำคัญ
นายจ้างเลิกจ้างพนักงาน 4,800 คนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เพิ่มขึ้นจาก 4,620 คนในไตรมาสก่อนหน้า การปรับโครงสร้างธุรกิจยังเป็นสาเหตุหลักของการลดตำแหน่งงาน โดยการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นในภาคสารสนเทศและการสื่อสาร บริการทางการเงิน และการผลิต
การจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าของจำนวนที่เพิ่มขึ้น 11,400 ตำแหน่งในไตรมาส 2 และยังสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 25,100 ตำแหน่งในไตรมาส 3 ปี 2025 แรงงานที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ของการขยายตัวรอบล่าสุด โดยเฉพาะในภาคก่อสร้างและการผลิต ขณะที่บริการจำเป็นและบริการภาครัฐยังช่วยสนับสนุนการจ้างงานผู้พำนักอาศัย
ตัวเลขการว่างงานในเดือนกันยายนสะท้อนภาพที่มีทั้งความแข็งแกร่งและแรงกดดันเช่นกัน อัตราว่างงานโดยรวมทรงตัวที่ 2% แต่อัตราของผู้พำนักอาศัยเพิ่มเป็น 3% และอัตราของพลเมืองเพิ่มเป็น 3.1% นายจ้างมีแนวโน้มจ้างงานและขึ้นค่าจ้างมากขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม แม้สัดส่วนที่คาดว่าจะเลิกจ้างพนักงานจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วย
ตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้นในภาคใด
MOM ระบุว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้นเร็วขึ้นทั้งในกลุ่มผู้พำนักอาศัยและผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผู้พำนักอาศัยประกอบด้วยพลเมืองสิงคโปร์และผู้พำนักถาวร ส่วนผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัยคือแรงงานต่างชาติที่ไม่อยู่ในสองกลุ่มดังกล่าว
กระทรวงระบุว่า การเติบโตของการจ้างงานผู้พำนักอาศัยยังคงกระจุกตัวอยู่ในบริการจำเป็นและบริการภาครัฐ ส่วนการเติบโตในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศยังซบเซา ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก ดังนั้น โอกาสของผู้หางานจึงแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม แม้จำนวนการจ้างงานทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้น
ภาคก่อสร้างและการผลิตเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในการจ้างงานผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัย ทั่วทั้งเศรษฐกิจ การจ้างงานรายไตรมาสเพิ่มขึ้นมากกว่าไตรมาส 2 อยู่ 16,300 ตำแหน่ง และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2025 เพิ่มขึ้น 2,600 ตำแหน่ง หรือประมาณ 10.4%
ภาคการผลิตปรากฏอยู่ในทั้งสองด้านของภาพรวม โดยช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในการจ้างงานผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัย ขณะเดียวกันก็มีการเลิกจ้างในระดับสูง อุตสาหกรรมหนึ่งมีธุรกิจและอาชีพหลากหลาย บริษัทบางแห่งจึงอาจเพิ่มพนักงาน ขณะที่บางแห่งลดจำนวนพนักงานหรือปรับโครงสร้างการดำเนินงาน
การเลิกจ้างสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี
การเลิกจ้าง 4,800 คนในไตรมาส 3 มากกว่าไตรมาสก่อนหน้า 180 คน หรือเพิ่มขึ้น 3.9% ยอดรวมรายไตรมาสล่าสุดสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2020 ซึ่งมีพนักงาน 5,640 คนตกงานระหว่างการระบาดของโควิด-19
หลังจากนั้นการเลิกจ้างลดลง เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางและการสูญเสียงานทำให้แรงงานต่างชาติเดินทางออกจากสิงคโปร์ ส่งผลให้ตลาดแรงงานตึงตัว การเพิ่มขึ้นล่าสุดทำให้การเลิกจ้างรายไตรมาสกลับมาอยู่ในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี แม้ยอดรวมยังต่ำกว่าไตรมาส 4 ปี 2020 อยู่ 840 คน
MOM ระบุว่าอัตราการเลิกจ้างยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่พนักงาน 2 คนต่อพนักงาน 1,000 คน จำนวนผู้ถูกเลิกจ้างกับอัตราดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดคนละด้าน ตัวเลขหนึ่งนับจำนวนผู้สูญเสียงาน ส่วนอีกตัวคำนวณเทียบกับจำนวนพนักงานทั้งหมด ในข้อมูลล่าสุด จำนวนผู้ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้น แต่อัตราที่รายงานยังทรงตัว
การปรับโครงสร้างธุรกิจอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนบทบาท การรวมทีม หรือการลดตำแหน่งงาน ขณะที่บริษัทปรับการดำเนินงาน MOM ระบุว่าการปรับโครงสร้างเป็นปัจจัยหลักของการลดตำแหน่งงาน และชี้ถึงแรงกดดันต่อเนื่องในบางอุตสาหกรรมที่พึ่งพาธุรกิจระหว่างประเทศ
เหตุใดการจ้างงานและการว่างงานจึงเพิ่มขึ้นพร้อมกันได้
อัตราว่างงานโดยรวมของสิงคโปร์ยังคงอยู่ที่ 2% ในเดือนกันยายน ในกลุ่มผู้พำนักอาศัย อัตราเพิ่มจาก 2.9% ในเดือนสิงหาคมเป็น 3% ส่วนอัตราว่างงานของพลเมืองเพิ่มจาก 3% เป็น 3.1% ทั้งสองอัตราเพิ่มขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์
การเติบโตของการจ้างงานวัดการเปลี่ยนแปลงของจำนวนคนที่มีงานทำทั่วทั้งเศรษฐกิจ การเลิกจ้างนับจำนวนพนักงานที่นายจ้างยุติการจ้างงาน ส่วนการว่างงานหมายถึงผู้ไม่มีงานทำที่กำลังหางานและพร้อมทำงาน ตัวเลขเหล่านี้ติดตามความเคลื่อนไหวคนละด้านในตลาดแรงงานเดียวกัน
ดังนั้น จำนวนผู้มีงานทำที่เพิ่มขึ้นจึงเกิดขึ้นพร้อมกับการสูญเสียงานและการว่างงานที่สูงขึ้นได้ ธุรกิจอาจรับคนเข้าทำงานในบางตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็ลดตำแหน่งอื่น และผู้ที่กำลังหางานใหม่อาจต้องมีทักษะหรือประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งงานว่างที่เกิดขึ้น
ตัวเลขไตรมาส 3 แสดงให้เห็นความแตกต่างนี้อย่างชัดเจน การเติบโตของการจ้างงานส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัย ขณะที่อัตราว่างงานของผู้พำนักอาศัยและพลเมืองขยับสูงขึ้นเล็กน้อยในเดือนกันยายน บริการจำเป็นและบริการภาครัฐช่วยสนับสนุนการจ้างงานผู้พำนักอาศัย แต่การเติบโตยังซบเซาในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ต่างประเทศ
แผนการจ้างงานฟื้นตัว แต่ยังเห็นความระมัดระวัง
ผลสำรวจของ MOM ในเดือนกันยายนพบว่า บริษัท 42.3% คาดว่าจะจ้างงานในช่วง 3 เดือนถัดไป เพิ่มขึ้นจาก 30.5% ในเดือนสิงหาคม การเพิ่มขึ้น 11.8 จุดเปอร์เซ็นต์แสดงให้เห็นว่าแผนการรับสมัครงานฟื้นตัวอย่างมากจากเดือนก่อน
สัดส่วนบริษัทที่คาดว่าจะขึ้นค่าจ้างก็เพิ่มขึ้นจาก 16.9% เป็น 19.9% หรือเพิ่มขึ้น 3 จุดเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังทั้งด้านการจ้างงานและค่าจ้างยังต่ำกว่าระดับเดือนกรกฎาคม โดย MOM ระบุว่าสะท้อนความระมัดระวังของนายจ้างที่ยังมีอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ในเวลาเดียวกัน บริษัท 3.1% คาดว่าจะเลิกจ้างพนักงานในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เทียบกับ 2.8% ในเดือนสิงหาคม MOM เชื่อมโยงการเพิ่มขึ้นนี้กับการเลิกจ้างจริงที่สูงขึ้น และเตือนถึงจุดอ่อนในบางส่วนของตลาดแรงงาน
กระทรวงกำลังคน ซึ่งเผยแพร่ตัวเลขเบื้องต้น กล่าวถึงการเลิกจ้างจริงและการคาดการณ์การเลิกจ้างในแถลงการณ์ว่า:
การเพิ่มขึ้นนี้ ประกอบกับการเลิกจ้างจริงที่สูงขึ้น บ่งชี้ถึงจุดอ่อนที่เริ่มปรากฏในบางส่วนของตลาดแรงงาน ซึ่งควรติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ตลาดโดยรวมยังคงขยายตัวต่อไป
ผลสำรวจวัดสัดส่วนบริษัทที่คาดว่าจะดำเนินการแต่ละอย่าง ไม่ใช่จำนวนพนักงานที่วางแผนจะรับเข้าทำงาน ขึ้นค่าจ้าง หรือเลิกจ้าง ความตั้งใจของบริษัทเป็นสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ส่วนตัวเลขการจ้างงานและการเลิกจ้างบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว
การสนับสนุนคนทำงานที่เปลี่ยนสายอาชีพ
MOM เรียกร้องให้บริษัทปรับตัวและลงทุนกับแรงงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้นและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสนับสนุนให้แรงงานพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการ
นายจ้างสามารถใช้โครงการเปลี่ยนสายอาชีพและโครงการ Mid-Career Pathways เพื่อช่วยให้ผู้คนเรียนรู้ทักษะสำหรับงานประเภทอื่น หรือต่อยอดความสามารถที่มีอยู่ กระทรวงยังระบุว่า SkillsFuture Workforce Development Grant เป็นการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนกำลังแรงงาน
ผู้ที่ต้องการคำแนะนำสามารถใช้บริการ Career Health SG รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านอาชีพและจับคู่งานของ Skills and Workforce Development Agency และ Employment and Employability Institute ของ NTUC หรือที่รู้จักกันในชื่อ e2i บริการเหล่านี้ช่วยให้ผู้หางานประเมินประสบการณ์ของตนและค้นหางานหรือการฝึกอบรมที่เหมาะสม
ทางเลือกด้านการฝึกอบรมที่ MOM กล่าวถึง ได้แก่ SkillsFuture Level-Up Programme สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงกลางของเส้นทางอาชีพ และ Workfare Skills Support สำหรับแรงงานที่มีรายได้ต่ำ มาตรการเหล่านี้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน แรงงานบางคนอาจต้องเตรียมตัวสำหรับอาชีพใหม่ ขณะที่บางคนต้องเสริมทักษะในสาขาเดิม
ความช่วยเหลือสำหรับบัณฑิตจบใหม่และผู้ที่ตกงาน
MOM ระบุว่า บัณฑิตจบใหม่ที่ประสบปัญหาในการหางานสามารถพิจารณาโครงการ Graduate Industry Traineeships หรือ GRIT ซึ่งเปิดเส้นทางเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกทางหนึ่ง โดยให้โอกาสสะสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและทักษะที่เกี่ยวข้อง
ผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ตกงานโดยไม่สมัครใจสามารถรับความช่วยเหลือทางการเงินชั่วคราวสูงสุด 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ภายใน 6 เดือน ผ่านโครงการ SkillsFuture Jobseeker Support เพื่อช่วยเหลือระหว่างที่หางานใหม่
มาตรการสนับสนุนครอบคลุมหลายช่วงของชีวิตการทำงาน ตั้งแต่บัณฑิตที่กำลังหางานครั้งแรก ไปจนถึงพนักงานที่มีประสบการณ์และกำลังเปลี่ยนอาชีพ รวมถึงผู้ที่เผชิญกับการสูญเสียรายได้กะทันหัน MOM ระบุว่า นายจ้างควรลงทุนกับแรงงาน ขณะที่แต่ละคนควรเริ่มดำเนินการแต่เนิ่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางาน
วันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข
รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมรวบรวมข้อมูลประมาณการการจ้างงานและการเลิกจ้างรายไตรมาส อัตราว่างงานในเดือนกันยายน และความคาดหวังของนายจ้างในช่วง 3 เดือนถัดไป ลำดับเหตุการณ์ช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในช่วงดังกล่าว:
- ไตรมาส 2 ปี 2026: การจ้างงานเพิ่มขึ้น 11,400 ตำแหน่ง และมีพนักงานถูกเลิกจ้าง 4,620 คน
- กรกฎาคมถึงกันยายน 2026: การจ้างงานเพิ่มขึ้น 27,700 ตำแหน่ง และการเลิกจ้างเพิ่มเป็น 4,800 คน
- กันยายน 2026: อัตราว่างงานโดยรวมทรงตัวที่ 2% ขณะที่อัตราของผู้พำนักอาศัยและพลเมืองขยับสูงขึ้นเล็กน้อย
- 30 ตุลาคม 2026: MOM เผยแพร่ตัวเลขตลาดแรงงานเบื้องต้นของไตรมาส 3
- กลางเดือนธันวาคม 2026: MOM มีกำหนดเผยแพร่รายงานตลาดแรงงานฉบับเต็มของไตรมาส 3
ตัวเลขเบื้องต้นให้ภาพแรกของไตรมาสนี้ แต่ยังไม่มีการแจกแจงรายละเอียดการเติบโตของการจ้างงานผู้พำนักอาศัยและผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัย ส่วนรายงานฉบับเต็มมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนธันวาคม โดยยังไม่มีการประกาศวันที่แน่นอน
ประเด็นสำคัญ
- สิงคโปร์มีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 27,700 ตำแหน่งในไตรมาส 3 ปี 2026 เป็นการเติบโตของการจ้างงานต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 20
- ผู้ที่ไม่ใช่ผู้พำนักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ของการเพิ่มขึ้น โดยภาคก่อสร้างและการผลิตเป็นผู้นำการเติบโตในการจ้างงานกลุ่มนี้
- การเลิกจ้างเพิ่มขึ้น 3.9% เป็น 4,800 คน สูงที่สุดรายไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2020
- อัตราว่างงานโดยรวมยังอยู่ที่ 2% ในเดือนกันยายน ส่วนอัตราของผู้พำนักอาศัยและพลเมืองเพิ่มเป็น 3% และ 3.1%
- ความคาดหวังด้านการจ้างงานและค่าจ้างดีขึ้นจากเดือนสิงหาคม แต่ยังต่ำกว่าระดับเดือนกรกฎาคม ขณะที่การคาดการณ์การเลิกจ้างก็เพิ่มขึ้น
- ผู้ที่ตกงานโดยไม่สมัครใจและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถรับเงินสูงสุด 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ภายใน 6 เดือน ผ่านโครงการ SkillsFuture Jobseeker Support
- MOM มีกำหนดเผยแพร่รายงานตลาดแรงงานฉบับเต็มของไตรมาส 3 ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2026






