แรงเทขายหุ้นไต้หวันขยายวงเกินกว่าหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่
ดัชนีหุ้นอ้างอิงของไต้หวันร่วงลงมากถึง 1,642.07 จุด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 มาอยู่ที่ 44,726.26 จุด หลังผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ น่าผิดหวัง ยิ่งทำให้เกิดความกังวลว่าการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์จะสร้างกำไรได้รวดเร็วเพียงใด การประเมินจากการลดลงดังกล่าวระบุว่า มูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนหายไป 5.38 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่
สารบัญ
- แรงเทขายหุ้นไต้หวันขยายวงเกินกว่าหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่
- ลำดับการปรับตัวลง
- เหตุใดผลประกอบการสหรัฐฯ จึงกระทบการลงทุนด้าน AI ในไต้หวัน
- มูลค่าตลาด 5.38 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ตกอยู่ในความเสี่ยง
- TSMC และเดลตาฉุดดัชนีอ้างอิงลง
- MediaTek ร่วงก่อนชี้แจงต่อนักลงทุนช่วงบ่าย
- หุ้นแผงวงจรและหุ้นราคาสูงขาดทุนหนัก
- หุ้นเดินเรือและผู้พัฒนาชิปบางรายต้านแรงขาย
- ประเด็นที่นักลงทุนจับตาต่อไป
- ประเด็นสำคัญ
ดัชนีถ่วงน้ำหนักตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันร่วงต่ำกว่า 46,000 และ 45,000 จุดในช่วงเช้า เมื่อเวลาประมาณ 10.35 น. ดัชนีอยู่ที่ 44,923.70 จุด ลดลง 1,444.63 จุด หรือประมาณ 3.12% จากระดับปิดก่อนหน้าที่ 46,368.33 จุด โดยช่วงที่ลดลงมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 3.54%
เดลตา อิเล็กทรอนิกส์ ร่วงแตะเพดานราคาต่ำสุดประจำวัน ขณะที่บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC), MediaTek และบริษัทอีกหลายแห่งในกลุ่มแผงวงจร ระบบระบายความร้อน และเซมิคอนดักเตอร์อ่อนตัวลง บริษัทขนาดเล็กได้รับผลกระทบหนักยิ่งกว่า โดยดัชนีตลาดไทเป ซึ่งติดตามหุ้นที่ซื้อขายนอกตลาดหลัก ลดลง 5.53% ณ จุดตรวจสอบเดียวกันในช่วงเช้า
หุ้นบริษัทเดินเรือและโทรคมนาคมช่วยพยุงตลาดไว้ได้บางส่วน Evergreen Marine ปรับขึ้นเกือบ 3% ขณะที่ Chunghwa Telecom ซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่การปรับขึ้นดังกล่าวช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกว่า 1,100 ตัวได้เพียงเล็กน้อย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการซื้อขายระหว่างช่วงตลาดเปิด ยังไม่มีข้อมูลระดับปิดของดัชนีและมูลค่าตลาดที่ลดลงขั้นสุดท้าย ขณะที่การชี้แจงต่อนักลงทุนของ MediaTek ในช่วงบ่ายยังเป็นกำหนดการสำคัญที่ตลาดจับตา
ลำดับการปรับตัวลง
ไต้หวันเปิดตลาดวันศุกร์หลังดัชนีหุ้นหลักทั้งสี่ของสหรัฐฯ ปรับลดลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม จากนั้นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีไต้หวันร่วง 643 จุดในการซื้อขายข้ามคืน ปิดที่ 45,926 จุด ส่งสัญญาณแรงกดดันก่อนตลาดเงินสดเปิดทำการ
- 29 ตุลาคม: ดัชนีอ้างอิงของไต้หวันปิดที่ 46,368.33 จุด ส่วนในสหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่ฉุดดัชนีหลักลง
- ข้ามคืน: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีไต้หวันลดลง 643 จุด มาอยู่ที่ 45,926 จุด
- เปิดตลาด 30 ตุลาคม: ดัชนีอ้างอิงเปิดที่ 46,139.79 จุด ลดลง 228.54 จุด
- เมื่อถึงเวลา 9.39 น.: หุ้นปรับลดมีจำนวนมากกว่าหุ้นปรับขึ้น 1,129 ต่อ 126 ตัว ส่วนอีก 48 ตัวไม่เปลี่ยนแปลง
- ช่วงเช้า: ดัชนีลงไปแตะ 44,726.26 จุด ลดลง 1,642.07 จุด
- เวลาประมาณ 10.35 น.: ดัชนีอ้างอิงซื้อขายที่ 44,923.70 จุด ยังคงลดลง 1,444.63 จุด
จุดต่ำสุดช่วงเช้าลดลงมากกว่าการร่วงระหว่างวัน 1,467 จุดที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม อยู่ 175.07 จุด หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ การลดลงสูงสุดในวันศุกร์อยู่ที่ราวเจ็ดเท่าของการลดลงช่วงเปิดตลาดประมาณ 0.49% แสดงให้เห็นว่าแรงขายทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเริ่มซื้อขาย
เหตุใดผลประกอบการสหรัฐฯ จึงกระทบการลงทุนด้าน AI ในไต้หวัน
Alphabet บริษัทแม่ของ Google และ Amazon เผยผลประกอบการที่เพิ่มความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการใช้จ่ายด้าน AI แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสสี่ของ Intel ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมาก และราคาหุ้นของบริษัทเคยร่วงลงมากกว่า 21% ระหว่างการซื้อขายหลังเวลาทำการปกติของตลาดสหรัฐฯ
การลงทุนด้าน AI ต้องใช้เงินจำนวนมากกับชิปประมวลผล เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อน นักลงทุนกำลังจับตาว่าบริษัทที่ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้จะเปลี่ยนการใช้จ่ายให้เป็นรายได้และกำไรเพิ่มเติมได้มากพอหรือไม่ ไต้หวันเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนจำนวนมากที่ใช้ในระบบดังกล่าว จึงทำให้ตลาดหุ้นของประเทศอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ
แรงปรับลดในสหรัฐฯ กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีมากกว่า ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 365.12 จุด หรือ 1.38% และดัชนี Philadelphia Semiconductor ลดลง 165.80 จุด หรือ 1.42% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 132.54 จุด หรือ 0.25% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 23.59 จุด หรือ 0.30%
Nvidia ลดลง 0.8% ส่วนใบรับฝากหลักทรัพย์อเมริกันของ TSMC ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ทำให้หุ้นของบริษัทซื้อขายในสหรัฐฯ ได้ ลดลง 1.75% หุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็อ่อนตัวลงเช่นกัน ขณะที่แรงขายลามไปทั่วตลาดเทคโนโลยีเอเชีย
มูลค่าตลาด 5.38 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ตกอยู่ในความเสี่ยง
บริษัทจดทะเบียนในไต้หวันมีมูลค่าตลาดรวม 151.79 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ณ ราคาปิดก่อนหน้า เมื่อนำเปอร์เซ็นต์การลดลงสูงสุดของดัชนีอ้างอิงมาคำนวณ จะได้มูลค่าประมาณ 146.41 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือลดลง 5.38 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่
มูลค่าตลาดหมายถึงมูลค่ารวมของหุ้นบริษัทตามราคาที่ซื้อขายอยู่ เมื่อราคาหุ้นลดลง มูลค่าการถือครองของนักลงทุนก็ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นตัวเลขประเมินนี้จึงสะท้อนการลดลงของมูลค่าที่ตลาดประเมินให้กับธุรกิจจดทะเบียน ไม่ใช่เงินที่ถูกถอนออกจากบัญชีธนาคารของบริษัท
เมื่อเวลา 9.39 น. หุ้นเกือบเก้าตัวปรับลดลงต่อหุ้นที่ปรับขึ้นหนึ่งตัว โดยคำนวณจากหุ้นที่ลดลง 1,129 ตัวและหุ้นที่เพิ่มขึ้น 126 ตัว ณ เวลาตรวจสอบดังกล่าว มีหุ้นสามตัวแตะเพดานราคาสูงสุดประจำวัน และอีกสามตัวแตะเพดานราคาต่ำสุด เมื่อช่วงเช้าดำเนินไป มีบริษัทอีกหลายแห่งลงไปแตะเพดานราคาต่ำสุด
เมื่อเวลาประมาณ 10.35 น. หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ลดลง 3.53% เทียบกับหุ้นการเงินที่ลดลง 1.67% ดัชนีหุ้นบริษัทขนาดเล็กลดลง 5.53% หรือราว 1.8 เท่าของการลดลง 3.12% ของดัชนีอ้างอิงในขณะนั้น แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันแผ่ขยายไปไกลกว่าบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ที่สุด
TSMC และเดลตาฉุดดัชนีอ้างอิงลง
TSMC เปิดตลาดที่ราคา 2,380 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลง 35 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ก่อนจะลงไปแตะ 2,360 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลง 55 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 2.28% ในอีกช่วงหนึ่งของการซื้อขายช่วงเช้า หุ้นซื้อขายที่ 2,370 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลง 45 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ โดยประเมินว่าการลดลงของหุ้นดังกล่าวฉุดดัชนีอ้างอิงลงมากกว่า 300 จุด
บริษัทขนาดใหญ่มีอิทธิพลต่อดัชนีถ่วงน้ำหนักมากกว่า เพราะมูลค่าตลาดของบริษัทมีน้ำหนักสูงกว่าในการคำนวณ จึงอธิบายได้ว่าทำไมการลดลงของ TSMC เพียงไม่มากเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ดัชนีหายไปหลายร้อยจุด
เดลตา อิเล็กทรอนิกส์ ร่วงแตะเพดานราคาต่ำสุดประจำวันที่ 1,335 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ โดยประเมินว่ากระทบดัชนีราว 105 จุด เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด 2,585 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่เมื่อต้นปี ราคาดังกล่าวลดลงประมาณ 48.4% Chroma ATE ซึ่งจัดการชี้แจงต่อนักลงทุนในวันก่อนหน้า ก็แตะเพดานราคาต่ำสุดเช่นกันที่ 1,755 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลงประมาณ 37.2% จากจุดสูงสุดของปีที่ 2,795 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่
Hon Hai Precision Industry หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foxconn เปิดที่ 245 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และลงไปต่ำสุดที่ 240 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลง 8 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่จากราคาปิดก่อนหน้า Yageo ลดลงมากกว่า 9% ขณะที่ United Microelectronics Corp. (UMC) ลดลงมากกว่า 6% ณ จุดตรวจสอบช่วงเช้า
UMC เผชิญแรงขายหนักมาแล้วเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม โดยเปิดที่ 122 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และลงไปแตะเพดานราคาต่ำสุดประจำวันเมื่อเวลา 12.29 น. ก่อนคงอยู่ที่ระดับดังกล่าวจนตลาดปิด ปริมาณซื้อขายในวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 337,000 ล็อตมาตรฐาน หรือเทียบเท่าหุ้นราว 337 ล้านหุ้น
MediaTek ร่วงก่อนชี้แจงต่อนักลงทุนช่วงบ่าย
MediaTek เปิดที่ 3,820 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลง 225 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และลงไปแตะ 3,805 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ในช่วงเช้า จุดต่ำสุดดังกล่าวลดลง 240 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 5.93% จากราคาปิดก่อนหน้าที่ 4,045 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่
เมื่อวันที่ 22 กันยายน บริษัททำสถิติราคาสูงสุดระหว่างวันที่ 5,480 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ก่อนถึงจุดต่ำสุดในวันศุกร์ หุ้นลดลง 1,675 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 30.6% ในเวลาเพียงกว่าหนึ่งเดือน สำหรับนักลงทุนที่ซื้อหุ้นหนึ่งล็อตมาตรฐาน หรือ 1,000 หุ้น ณ จุดสูงสุด มูลค่าการถือครองจะลดลง 1.675 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ก่อนหักค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม
หวัง ชุนเซิง นักวิเคราะห์จาก Lunyuan Investment Consulting อธิบายว่าแรงขายก่อนการชี้แจงต่อนักลงทุนของ MediaTek ในช่วงบ่ายสะท้อนการแข่งขันระหว่างความคาดหวังกับความกังวล เขาระบุว่าชิป AI แบบสั่งผลิต ความต้องการชิปสมาร์ตโฟน และแนวโน้มธุรกิจของบริษัทเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนจับตา
ชิปสั่งผลิตมักเรียกว่าวงจรรวมเฉพาะงาน หรือ ASIC โดยออกแบบมาสำหรับงานหรือลูกค้าเฉพาะราย สำหรับ MediaTek นักลงทุนต้องการทราบว่าธุรกิจดังกล่าวและธุรกิจสมาร์ตโฟนที่บริษัททำมาอย่างต่อเนื่องจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตได้อย่างไร
หุ้นแผงวงจรและหุ้นราคาสูงขาดทุนหนัก
ซัพพลายเออร์แผงวงจรเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อ่อนแอที่สุด Unimicron, Kinsus และ Zhen Ding Technology ปรับลดลง ขณะที่ Iteq และ Elite Material ลดลงราว 8% ณ จุดตรวจสอบช่วงเช้า Gold Circuit Electronics ร่วงราว 9% และระหว่างวันแตะเพดานราคาต่ำสุดด้วย Taiwan Union Technology ก็แตะเพดานราคาต่ำสุดเช่นกัน ท่ามกลางแรงกดดันบริเวณระดับราคาหุ้น 1,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่
หุ้นเก้าตัวในกลุ่มหุ้นราคาสูงของตลาดแตะเพดานราคาต่ำสุดระหว่างช่วงเช้า ได้แก่ เดลตา อิเล็กทรอนิกส์, Chroma ATE, LandMark Optoelectronics, Accton Technology, Auras Technology, Taiwan Union Technology, Innovative Service Technology, All Ring Tech และ Gold Circuit Electronics
นักลงทุนไต้หวันมักจัดหุ้นที่มีราคาตั้งแต่ 1,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ขึ้นไปไว้ในกลุ่มที่ติดตามอย่างใกล้ชิด การที่ราคาหุ้น Unimicron ร่วงต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าวทำให้จำนวนหุ้นในกลุ่มลดลงเหลือ 46 ตัว เกณฑ์ราคานี้หมายถึงราคาต่อหุ้นหนึ่งหุ้น บริษัทที่มีจำนวนหุ้นน้อยกว่าอาจมีราคาต่อหุ้นสูงได้ แม้ไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในตลาด
Aspeed Technology ลดลงเกือบ 7% ขณะที่ King Slide ปรับลดลงต่อเนื่องหลังราคาหลุดต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ WinWay Technology ลงมาอยู่ที่ 4,290 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ เทียบกับจุดสูงสุดในเดือนเมษายนที่ 11,490 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ลดลงประมาณ 62.7% MPI แซงขึ้นเป็นหุ้นที่มีราคาสูงที่สุดในบรรดาซัพพลายเออร์อินเทอร์เฟซทดสอบเซมิคอนดักเตอร์
หุ้นผู้ผลิตจอแสดงผล Innolux และ AUO ลดลงมากกว่า 9% ทั้งคู่ ขณะที่หุ้นผู้ผลิตหน่วยความจำ Nanya Technology และ Winbond ก็อ่อนตัวลงเช่นกัน Auras ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ระบบระบายความร้อน ร่วงแตะเพดานราคาต่ำสุด ส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนออปติคัล Genius Electronic Optical และ Largan Precision ลดลงมากกว่า 5% ในช่วงเปิดตลาด
หุ้นเดินเรือและผู้พัฒนาชิปบางรายต้านแรงขาย
Evergreen Marine ปรับขึ้นเกือบ 3% ขณะที่ Yang Ming Marine Transport และ Wan Hai Lines เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% หุ้นโทรคมนาคมค่อนข้างทรงตัว โดย Chunghwa Telecom ซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
Global Unichip เป็นหุ้นเทคโนโลยีที่สวนทางตลาด โดยปรับขึ้นมากกว่า 1.5% ระหว่างช่วงซื้อขาย รายได้เดือนกันยายนของบริษัททำสถิติสูงสุดเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน ส่วนรายได้ไตรมาสสามอยู่ที่ 18,750 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ เพิ่มขึ้น 34.9% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 117.7% จากปีก่อน
ธุรกิจของบริษัทได้ประโยชน์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าที่พัฒนาหน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU และกำลังการผลิตเวเฟอร์ที่เพียงพอ CPU เป็นหน่วยประมวลผลที่รองรับงานคอมพิวเตอร์ได้หลากหลาย Global Unichip พัฒนาชิปตามความต้องการของลูกค้า แทนการขายชิปที่ใช้การออกแบบเดียวกันให้ผู้ซื้อทุกราย
Jentech, Asia Vital Components และ Chunghwa Precision Test Tech ซึ่งเป็นบริษัทไต้หวันที่อยู่ในธุรกิจเดียวกับ FormFactor ก็ปรับขึ้นมาอยู่ในแดนบวกระหว่างช่วงซื้อขาย หลังจากก่อนหน้านี้หุ้นบางส่วนในกลุ่มระบบระบายความร้อนและการทดสอบอ่อนตัวลง ผู้พัฒนาชิป IC อย่าง Realtek และ Prolific Technology ก็ปรับขึ้นเช่นกัน ความเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังคงเข้าซื้อธุรกิจเทคโนโลยีบางราย แม้หุ้นกลุ่มใหญ่โดยรวมจะลดลง
ประเด็นที่นักลงทุนจับตาต่อไป
การชี้แจงต่อนักลงทุนของ MediaTek ในช่วงบ่ายเป็นโอกาสใกล้ที่สุดตามกำหนดการที่นักลงทุนจะใช้ประเมินอุปสงค์และแนวโน้มที่บริษัทคาดการณ์ไว้ นักลงทุนยังให้ความสนใจกับแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Global Unichip ซึ่งรวมถึงการเตรียมเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับแพลตฟอร์มการผลิตขนาด 2 นาโนเมตร และความคาดหวังว่าลูกค้าจะเพิ่มการผลิตในปี 2027
เฉิง ลี่เฉิง รองประธานบริหารอาวุโสและโฆษกของ Cathay Securities Investment Trust กล่าวว่าเขายังคงมองบวกต่อการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว และยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ เขาระบุว่าควรติดตามความต่อเนื่องของการใช้จ่ายลงทุนด้าน AI และแนวโน้มอุตสาหกรรมที่เป็นบวก การใช้จ่ายลงทุนหมายถึงเงินที่นำไปซื้อหรือสร้างสินทรัพย์ เช่น ศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์การผลิต
เฉิงยังคาดว่าความผันผวนของตลาดจะบรรเทาลงบ้างหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน ความเห็นของเขาเกี่ยวกับพอร์ตลงทุนสนับสนุนการถือกองทุนที่ติดตามมูลค่าตลาดและดัชนีเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก เสริมด้วยกองทุนที่บริหารเชิงรุก ความเห็นดังกล่าวสะท้อนแนวทางการลงทุนของเขา ไม่ใช่คำรับรองผลตอบแทนของตลาด
ชาง เฉินห่าว นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีมุมมองระยะใกล้ที่ระมัดระวังมากกว่า เขากล่าวถึงผลประกอบการและประมาณการของบริษัทสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง ความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม แรงขายจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายอื่น ตลอดจนการลดลงของการกู้ยืมเพื่อซื้อหุ้นที่เขามองว่ายังไม่เพียงพอ การกู้ยืมเพื่อซื้อหุ้นเปิดทางให้นักลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินกู้ ซึ่งเพิ่มทั้งโอกาสทำกำไรและโอกาสขาดทุน
ชางกล่าวว่า ดัชนีจำเป็นต้องฟื้นกลับมายืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่รายไตรมาสโดยเร็วในสัปดาห์ถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวในกรอบเป็นเวลานาน ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยปรับข้อมูลราคาให้เรียบขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อแสดงทิศทางล่าสุด ดัชนีอ้างอิงวันศุกร์ยังร่วงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ครึ่งปี ซึ่งเป็นอีกระดับที่นักลงทุนติดตาม เขากังวลว่าแรงขายและแรงกดดันจากการกู้ยืมที่ยังดำเนินต่อไปอาจทำให้การปรับลงยืดเยื้อ แม้ราคาประเมินมูลค่าบริษัทจะน่าสนใจขึ้นแล้วก็ตาม
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนีอ้างอิงของไต้หวันลดลงมากถึง 1,642.07 จุด หรือประมาณ 3.54% มาอยู่ที่ 44,726.26 จุด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม
- เมื่อเวลาประมาณ 10.35 น. ดัชนียังคงลดลง 1,444.63 จุด อยู่ที่ 44,923.70 จุด
- การประเมินจากการลดลงสูงสุดระบุว่า มูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนลดลง 5.38 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่
- ผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวังและความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI กดดันผู้ผลิตชิปและซัพพลายเออร์อุปกรณ์
- เดลตา อิเล็กทรอนิกส์ แตะเพดานราคาต่ำสุดประจำวัน ขณะที่ MediaTek ลดลงมากถึง 5.93% ก่อนการชี้แจงต่อนักลงทุนช่วงบ่าย
- บริษัทขนาดเล็กปรับลดลงหนักกว่าดัชนีหลัก ขณะที่หุ้นเดินเรือ โทรคมนาคม และผู้พัฒนาชิปบางรายต้านแรงขาย






