นักท่องเที่ยว 6 คนรอการอพยพ ขณะกำลังหาเฮลิคอปเตอร์ลำใหม่
เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเนปาลที่เมืองสุรเขตขัดข้องทางเทคนิค ส่งผลให้ความพยายามอพยพนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 6 คน ซึ่งติดค้างเพราะหิมะตกหนักที่ดานิกาด ในเขต 8 ของเทศบาลชนบทเชย์โภกซุนโด อำเภอดอลปา ประเทศเนปาล ล่าช้า ทางการกำลังหาเฮลิคอปเตอร์อีกลำ หลังระบุตำแหน่งพื้นที่ที่กลุ่มนักท่องเที่ยวติดค้างได้แล้ว
สารบัญ
- นักท่องเที่ยว 6 คนรอการอพยพ ขณะกำลังหาเฮลิคอปเตอร์ลำใหม่
- ใครติดค้าง และอยู่ที่ไหน?
- การติดต่อขาดหายได้อย่างไร
- มีคำเตือนก่อนเดินทางเข้าไปในพื้นที่หิมะตก
- เหตุใดการระบุตำแหน่งกลุ่มนักท่องเที่ยวจึงยังไม่ยุติเหตุฉุกเฉิน
- สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายเป็นช่วง ๆ ตลอดเส้นทาง
- คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงทั่วเนปาล
- ตัวเลขผู้มาเยือนสะท้อนผู้ที่เดินทางในอัปเปอร์ดอลปา
- ประเด็นสำคัญ
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ประกอบด้วยชาย 4 คนและหญิง 2 คน ติดค้างระหว่างเดินทางกลับจากโดไปยังทะเลสาบโภกซุนโด หิมะตกต่อเนื่องทั่วดอลปามาหลายวัน กระทบชีวิตประจำวันของชุมชนบนภูเขา และทำให้การเดินทางผ่านช่องเขาสูงเป็นอันตราย
จูนู ฮามาล ดาคาล เจ้าหน้าที่ประจำอำเภอดอลปา ระบุว่า ปัญหาเฮลิคอปเตอร์ทำให้การช่วยเหลือทันทีเป็นไปได้ยาก ฝ่ายปกครองอำเภอทราบสถานการณ์ของนักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 14 กาตติก ตามปฏิทินเนปาล และวางแผนอพยพในวันที่ 15 กาตติก แต่การเตรียมการต้องหยุดชะงักเพราะอากาศยานขัดข้อง
กองทัพเนปาลได้ส่งกำลังพลเข้าช่วยปฏิบัติการด้วย โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือจะมาจากกองทุนจัดการภัยพิบัติของเนปาล เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ประกาศว่าการอพยพเสร็จสิ้นแล้ว ยืนยันเวลาเดินทางมาถึงของเฮลิคอปเตอร์ทดแทน หรือแจ้งอาการทางการแพทย์ของนักท่องเที่ยว
ใครติดค้าง และอยู่ที่ไหน?
สำนักงานบริหารอำเภอระบุชื่อนักท่องเที่ยวว่า เมามิตา ฮัลเดอร์, ปิยาลี โกเลย์, จัจลา ตรีเวดี กุมาร, อาทิตยา ซิงฮา, ดีปลินา บิสวาส และราเจช เด กลุ่มนี้เดินทางเข้าไปในบริเวณโด ก่อนมุ่งหน้าต่อไปยังทะเลสาบเชย์โภกซุนโด
ดานิกาดเป็นจุดที่ฝ่ายปกครองอำเภอระบุว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวติดค้าง ข้อมูลการค้นหาก่อนหน้านี้ระบุว่าพวกเขาอยู่บริเวณช่องเขานุมลาและบักลา ซึ่งมีการเขียนชื่ออีกแบบว่า นูมา ลา และบากา ลา ตามเส้นทางภูเขาที่มุ่งไปยังทะเลสาบ
เส้นทางนี้ตัดผ่านพื้นที่ห่างไกลระหว่างชุมชนและช่องเขาสูง ช่องเขาคือทางผ่านบนแนวสันเขา หิมะตกหนักอาจปิดเส้นทางเดินและทำให้ผู้เดินป่าเดินทางต่อหรือย้อนกลับได้ยาก
ทะเลสาบเชย์โภกซุนโดตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเชย์-โภกซุนโด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,600 เมตร และมีความลึกโดยประมาณ 145 เมตร นักท่องเที่ยวกำลังเดินทางไปยังทะเลสาบผ่านพื้นที่ภูเขาโดยรอบ ก่อนหิมะตกจนต้องหยุดการเดินทาง
การติดต่อขาดหายได้อย่างไร
มัคคุเทศก์ชาวเนปาลของกลุ่มแจ้งสำนักงานบริหารอำเภอเมื่อเย็นวันเสาร์ว่า นักท่องเที่ยวอาจติดค้างหลังหิมะตกหนักขึ้น เจ้าหน้าที่ประจำอำเภอระบุว่า การติดต่อกับนักท่องเที่ยวขัดข้องในคืนวันเสาร์ และขาดหายไปโดยสิ้นเชิงในเช้าวันอาทิตย์
อนิล ราช คีรี รองผู้กำกับการตำรวจดอลปา กล่าวว่า ตำรวจไม่สามารถติดต่อนักท่องเที่ยวทั้ง 6 คนได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาเฮลิคอปเตอร์ ต่อมาฝ่ายปกครองอำเภอได้รับข้อมูลที่ระบุตำแหน่งบริเวณที่นักท่องเที่ยวกำลังรออยู่
ดาคาลกล่าวถึงการระบุตำแหน่งและแผนอพยพไว้ในแถลงการณ์เกี่ยวกับการช่วยเหลือว่า:
เราระบุพื้นที่ที่พวกเขาติดค้างได้แล้ว และเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพกำลังเดินทางมาเพื่อช่วยเหลือ เราหวังว่าจะช่วยพวกเขาได้ในเร็ว ๆ นี้
เจ้าหน้าที่ยังระบุด้วยว่า นักท่องเที่ยวติดต่อกับกำลังพลกองทัพเนปาลที่ประจำการในอุทยานแห่งชาติได้ แม้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่จะใช้งานไม่ได้ ข้อมูลจากกำลังพลช่วยให้ฝ่ายปกครองติดตามสถานการณ์ได้ ขณะที่ยังไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์กับนักท่องเที่ยวโดยตรง
มีคำเตือนก่อนเดินทางเข้าไปในพื้นที่หิมะตก
ทางการห้ามนักเดินป่าเดินทางไปยังอัปเปอร์ดอลปาตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เนื่องจากสภาพอากาศ ดาคาลกล่าวว่า นักท่องเที่ยวยังคงมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและมัคคุเทศก์ชาวเนปาลจะเตือนแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ก็เตือนเช่นกันว่าหิมะจะทำให้การข้ามช่องเขาบนภูเขายากลำบาก
เจ้าหน้าที่ประจำอำเภอกล่าวว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวแยกจากมัคคุเทศก์และเดินทางต่อไปยังทะเลสาบขณะหิมะยังตก มัคคุเทศก์จึงแจ้งเหตุฉุกเฉินต่อสำนักงานอำเภอในเวลาต่อมา
ลำดับเหตุการณ์สำคัญตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่มีดังนี้:
- 29 ตุลาคม: เริ่มจำกัดการเดินป่าไปยังอัปเปอร์ดอลปา เนื่องจากสภาพอากาศเป็นอันตราย
- บ่ายวันเสาร์: นักท่องเที่ยว 6 คนติดค้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่มีหิมะตก
- เย็นวันเสาร์: มัคคุเทศก์ติดต่อสำนักงานบริหารอำเภอเพื่อขอความช่วยเหลือ
- คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์: การติดต่อขัดข้องและขาดหายไปในที่สุด
- 15 กาตติก: แผนช่วยเหลือด้วยเฮลิคอปเตอร์ล่าช้า หลังเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่ฐานทัพอากาศของกองทัพในสุรเขต
เจ้าหน้าที่อำเภอเรียกร้องให้ประชาชนและผู้มาเยือนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงระหว่างที่สภาพอากาศเลวร้ายต่อเนื่อง ฝ่ายปกครองยังขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง สำหรับคณะเดินป่ากลุ่มอื่น คำแนะนำเร่งด่วนคือให้หยุดการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง แทนการพยายามข้ามช่องเขาที่มีหิมะปกคลุม
เหตุใดการระบุตำแหน่งกลุ่มนักท่องเที่ยวจึงยังไม่ยุติเหตุฉุกเฉิน
ปัญหาอากาศยานที่สุรเขตทำให้ปฏิบัติการล่าช้าด้านอุปกรณ์ เพิ่มเติมจากความยากลำบากที่เกิดจากหิมะ สภาพอากาศเลวร้าย และภูมิประเทศทุรกันดาร ในตอนแรกทางการคาดว่าเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพจะเดินทางมาถึงในไม่ช้า ก่อนต้องหาอากาศยานลำอื่นแทน
ดอลปามีถนนเข้าถึงอย่างจำกัด และหิมะอาจปิดเส้นทางเดินด้วย เฮลิคอปเตอร์ช่วยให้เข้าถึงผู้ที่อยู่เลยเส้นทางซึ่งถูกปิดกั้นได้ แต่การช่วยเหลือยังต้องอาศัยอากาศยานที่พร้อมใช้งานและสภาพอากาศที่เอื้อให้บินได้
ดังนั้น แผนอพยพจึงขึ้นอยู่กับขั้นตอนปฏิบัติหลายอย่าง ได้แก่ การจัดหาเฮลิคอปเตอร์อีกลำ การเดินทางไปถึงพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวติดค้าง และนำทั้ง 6 คนไปยังที่ปลอดภัย การส่งกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภาคพื้นดินเข้าช่วยสนับสนุนระหว่างดำเนินการเตรียมเที่ยวบิน
คาดว่ากองทุนจัดการภัยพิบัติจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนที่วางไว้สำหรับปฏิบัติการ ส่วนอุปสรรคเร่งด่วนยังคงเป็นการนำเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานได้ไปยังพื้นที่
สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายเป็นช่วง ๆ ตลอดเส้นทาง
ธาวา ซัมดุก กูรุง ประธานเทศบาลชนบทเชย์โภกซุนโด กล่าวถึงปัญหาการติดต่อสื่อสารที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่พยายามเข้าถึงพวกเขากำลังเผชิญว่า:
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือในช่องเขาระหว่างเขต 4 และเขต 8 ทำให้การรับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและอาการปัจจุบันของนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องยาก
การไม่มีสัญญาณทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่อำเภอไม่สามารถโทรหากลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อตรวจสอบตำแหน่งหรือความต้องการได้โดยตรง คำเตือนจากมัคคุเทศก์ ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และการติดต่อผ่านกำลังพลกองทัพจึงเป็นส่วนสำคัญของการรับมือ
หิมะและการไม่มีบริการโทรศัพท์ยังทำให้การค้นหาในช่วงแรกซับซ้อนขึ้น ตำรวจระบุในตอนแรกว่านักท่องเที่ยวขาดการติดต่อ ก่อนที่ฝ่ายปกครองอำเภอจะแจ้งภายหลังว่าระบุตำแหน่งพื้นที่ของพวกเขาได้แล้ว ปฏิบัติการช่วยเหลือจึงเปลี่ยนจากการพยายามหาว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน มาเป็นการจัดการอพยพออกจากพื้นที่ที่ระบุได้
ปัญหาการสื่อสารที่ดานิกาดไม่ได้กระทบเพียงกลุ่มนี้ ผู้มาเยือนและชาวบ้านคนอื่นที่ใช้ช่องเขาเดียวกันต้องผ่านช่วงเส้นทางที่โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อขอความช่วยเหลือไม่ได้ แม้จะพกโทรศัพท์มาด้วยก็ตาม
คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงทั่วเนปาล
กรมอุตุนิยมวิทยาเนปาลเตือนว่าอาจมีฝนและหิมะตกในเทือกเขาหิมาลัยระดับสูงตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีหิมะตกในบางพื้นที่ของจังหวัดกรณาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของดอลปา หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติประกาศให้ทั่วประเทศเฝ้าระวังระดับสูงตั้งแต่วันที่ 29 ถึง 31 ตุลาคม
คำเตือนสภาพอากาศเชื่อมโยงกับระบบที่เกี่ยวข้องกับพายุไซโคลนอาร์นับเหนืออ่าวเบงกอล มัคคุเทศก์ท้องถิ่นก็เชื่อมโยงหิมะตกหนักกับระบบสภาพอากาศดังกล่าวเช่นกัน ผลกระทบโดยตรงในดอลปาคือหิมะตกต่อเนื่อง การเดินทางหยุดชะงัก และสภาพตามเส้นทางเดินป่าเลวร้ายลง
ประชาชนในพื้นที่ภูเขาสูงได้รับผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ขณะที่หิมะตกต่อเนื่องหลายวัน คำเตือนของฝ่ายปกครองอำเภอจึงครอบคลุมทั้งชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว โดยขอให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ซึ่งสภาพอากาศทำให้เส้นทางเป็นอันตราย
เหตุฉุกเฉินก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าหิมะตกอาจทำให้คนจำนวนมากติดค้างพร้อมกันได้ ในเดือนตุลาคม 2025 มีนักเดินป่า 15 คน รวมถึงหญิงชาวอังกฤษ 3 คน ได้รับการช่วยเหลือจากฮิดเดนวัลเลย์ในมัสแตง อีกเหตุการณ์หนึ่งใกล้พรมแดนมัสแตง-ดอลปาเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวเนปาล 2 คน ซึ่งต้องอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์
เหตุฉุกเฉินจากหิมะตกอีกครั้งในมานังทำให้นักเดินป่าราว 1,500 คน รวมชาวต่างชาติกว่า 200 คน ติดค้างบนเส้นทางที่ถูกหิมะปกคลุม เจ้าหน้าที่กองทัพและตำรวจช่วยนำพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย ปฏิบัติการเหล่านั้นเกิดขึ้นคนละพื้นที่และเกี่ยวข้องกับคนละกลุ่ม แต่มีปัญหาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยในดอลปากำลังเผชิญ คือหิมะปิดเส้นทางที่ผู้คนคาดว่าจะใช้เดินทาง
ตัวเลขผู้มาเยือนสะท้อนผู้ที่เดินทางในอัปเปอร์ดอลปา
สำนักงานบริหารอำเภอบันทึกนักท่องเที่ยวในอัปเปอร์ดอลปาได้ 244 คน แบ่งเป็นชาวเนปาล 149 คน ผู้มาเยือนจากประเทศสมาชิกสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ หรือ SAARC จำนวน 44 คน และจากประเทศอื่น ๆ 51 คน
ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่าผู้มาเยือนชาวเนปาลคิดเป็นประมาณร้อยละ 61 ของทั้งหมด ส่วนผู้มาเยือนจากต่างประเทศมี 95 คน หรือประมาณร้อยละ 39 นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 6 คนที่ติดค้างคิดเป็นประมาณร้อยละ 2.5 ของยอดรวม 244 คน
อีกตัวเลขหนึ่งระบุว่ามีผู้เดินทางไปทะเลสาบโภกซุนโด 4,882 คน ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณเนปาล 2082/83 ยอดรวมของอัปเปอร์ดอลปาครอบคลุมผู้มาเยือนที่บันทึกไว้ในพื้นที่ภูเขาโดยรวม ส่วนตัวเลขของทะเลสาบนับผู้เดินทางในช่วงเวลาที่ยาวกว่า
เหตุฉุกเฉินครั้งนี้สะท้อนจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดหลายประการตลอดเส้นทาง ได้แก่ ทางเดินที่ถูกหิมะปกคลุม สัญญาณโทรศัพท์ที่ขาดหาย การเข้าถึงทางถนนที่จำกัด และการสูญเสียเฮลิคอปเตอร์ที่ตั้งใจใช้ช่วยเหลือในตอนแรก ขณะนี้ทางการกำลังหาอากาศยานอีกลำ โดยมีกำลังพลด้านความมั่นคงคอยสนับสนุนนักท่องเที่ยว 6 คนที่รอการอพยพ
ประเด็นสำคัญ
- นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 6 คน เป็นชาย 4 คนและหญิง 2 คน ติดค้างที่ดานิกาดในดอลปา หลังหิมะตกหนัก
- ทางการระบุตำแหน่งพื้นที่ของพวกเขาได้แล้ว และส่งกำลังพลกองทัพเนปาลเข้าช่วยเหลือ
- เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพขัดข้องทางเทคนิคที่สุรเขต ทำให้แผนอพยพล่าช้า ขณะนี้กำลังหาเฮลิคอปเตอร์อีกลำ
- มัคคุเทศก์ของกลุ่มแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเย็นวันเสาร์ ก่อนขาดการติดต่อโดยตรงในเช้าวันอาทิตย์
- ทางการจำกัดการเดินป่าไปยังอัปเปอร์ดอลปาตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เนื่องจากสภาพอากาศเป็นอันตราย
- คาดว่าค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือจะมาจากกองทุนจัดการภัยพิบัติ
- ยังไม่มีประกาศว่าการอพยพเสร็จสิ้นแล้ว หรือยืนยันเวลาเดินทางมาถึงของเฮลิคอปเตอร์ทดแทน






