ปริศนาเสียงในห้องนักบิน: คลี่คลายเหตุเครื่องบินแอร์อินเดียเที่ยวบิน 171 ตก

ใช้เวลาอ่าน 8 นาที
Air India crash report answers one question – and raises many more | CNN

การค้นพบอันน่าสะพรึง: เกิดอะไรขึ้นกับเที่ยวบินแอร์อินเดีย 171?

เช้าวันหนึ่งในเดือนมิถุนายนที่ท้องฟ้าแจ่มใส เที่ยวบินแอร์อินเดีย 171 ซึ่งใช้เครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ทะยานขึ้นจากเมืองอาห์เมดาบัด ประเทศอินเดีย มุ่งหน้าไปยังเมืองมุมไบ ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา เครื่องบินก็พุ่งตกใส่ย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 260 คน รวมถึงผู้คนหลายคนที่อยู่บนพื้น โศกนาฏกรรมครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางการบินที่เป็นปริศนามากที่สุดของอินเดีย และรายงานการสอบสวนเบื้องต้นทำให้เกิดคำถามมากกว่าคำตอบ โดยเฉพาะหลังมีการเผยแพร่เสียงจากห้องนักบิน ซึ่งบ่งชี้ถึงความผิดพลาดลึกลับที่อาจก่อหายนะ

สารบัญ
  1. การค้นพบอันน่าสะพรึง: เกิดอะไรขึ้นกับเที่ยวบินแอร์อินเดีย 171?
  2. อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร?
  3. สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ?
  4. เสียงจากห้องนักบิน: บทสนทนาที่ชวนฉงน
  5. อาจเป็นความขัดข้องทางกลหรือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่?
  6. ระบบฉุกเฉิน: กังหันลมช่วยฉุกเฉินและล้อลงจอด
  7. ปัจจัยด้านมนุษย์: นักบินและการกระทำของพวกเขา
  8. ผลกระทบในวงกว้างต่อความปลอดภัยการบินมีอะไรบ้าง?
  9. บทเรียนจากอุบัติเหตุทางการบินในอดีต
  10. ขั้นตอนต่อไปของการสอบสวนคืออะไร?
  11. สรุป

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ตามรายงานเบื้องต้น เครื่องบินโบอิ้ง 787 อายุ 12 ปีไต่ระดับขึ้นไปได้เพียง 625 ฟุตก่อนเกิดเหตุ สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงของเครื่องบินทั้งสองตัว ซึ่งเป็นคันควบคุมสำคัญที่กำหนดการจ่ายเชื้อเพลิงไปยังเครื่องยนต์ ถูกเลื่อนไปยังตำแหน่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิงอย่างกะทันหัน การกระทำดังกล่าวทำให้เครื่องยนต์ทั้งสองขาดเชื้อเพลิงและสูญเสียกำลังทั้งหมด จากนั้นสวิตช์ก็ถูกเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งปกติอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบจุดเครื่องยนต์ใหม่อัตโนมัติทำงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นเครื่องบินอยู่ในสภาพอันตรายแล้ว เครื่องยนต์หนึ่งเริ่มกลับมาสร้างแรงขับ ส่วนอีกเครื่องติดขึ้นอีกครั้งแต่ยังไม่สามารถกลับมามีกำลังได้ เครื่องบินสูญเสียระดับความสูงอย่างรวดเร็วและตกลงมา ทำให้ทั้งผู้สอบสวนและสาธารณชนยังคงพยายามหาคำตอบ

สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ?

สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงได้รับการออกแบบให้ป้องกันความผิดพลาด โดยมีกลไกล็อกและแผงครอบป้องกันเพื่อไม่ให้สวิตช์ทำงานโดยไม่ตั้งใจ การเลื่อนไปยังตำแหน่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิงต้องดึงสวิตช์ขึ้นและพลิกสวิตช์โดยตั้งใจ ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะการขยับสวิตช์ทั้งสองตัวพร้อมกัน โดยทั่วไปจะเลื่อนสวิตช์ไปที่ตำแหน่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิงหลังลงจอด เมื่อกำลังดับเครื่องยนต์

ชอว์น พรูชนิกกี อดีตผู้สอบสวนอุบัติเหตุสายการบินและผู้เชี่ยวชาญด้านการบินจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต อธิบายว่า

หากนักบินคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปิดสวิตช์ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่าเหตุใด เขาตั้งใจทำ หรือเกิดจากความสับสน? เรื่องนี้ดูไม่น่าเป็นไปได้ เพราะนักบินไม่ได้รายงานว่ามีสิ่งผิดปกติ

เสียงจากห้องนักบิน: บทสนทนาที่ชวนฉงน

เครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) บันทึกบทสนทนาสั้น ๆ แต่ชวนสะเทือนใจระหว่างนักบินไว้ได้ หลังเครื่องยนต์สูญเสียกำลังไปไม่นาน นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่าเหตุใดจึงเลื่อนสวิตช์เชื้อเพลิงไปที่ตำแหน่งตัดการจ่าย อีกคนตอบว่าไม่ได้ทำ การบันทึกไม่ได้ระบุว่านักบินคนใดพูดประโยคใด และไม่มีการพูดถึงสวิตช์เพิ่มเติม ขณะเกิดเหตุ นักบินผู้ช่วยเป็นผู้ควบคุมเครื่องบิน ส่วนกัปตันทำหน้าที่เฝ้าติดตาม

ปีเตอร์ โกลซ์ อดีตผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) ให้ความเห็นถึงความสำคัญของข้อค้นพบนี้ว่า

ข้อค้นพบนี้น่ากังวลอย่างยิ่ง นักบินปิดสวิตช์เชื้อเพลิงภายในไม่กี่วินาทีหลังเริ่มบิน น่าจะมีข้อมูลในเครื่องบันทึกเสียงห้องนักบินมากกว่าที่เปิดเผยออกมา คำพูดโดด ๆ อย่าง 'ทำไมคุณถึงตัดการจ่ายเชื้อเพลิง' ยังไม่เพียงพอ

ขณะนี้ผู้สอบสวนกำลังพยายามระบุว่าเสียงของนักบินคนใดเป็นของใคร โดยปกติจะให้ผู้ที่คุ้นเคยกับนักบินฟังเสียงบันทึก การระบุตัวตนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจลำดับเหตุการณ์และการพิจารณาความรับผิดชอบ

อาจเป็นความขัดข้องทางกลหรือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่?

การออกแบบสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงทำให้โอกาสที่สวิตช์จะทำงานโดยไม่ตั้งใจมีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การสอบสวนพบประเด็นที่อาจเกี่ยวข้อง ในเดือนธันวาคม 2018 สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ออกประกาศข้อมูลพิเศษด้านความสมควรเดินอากาศ (SAIB) ระบุว่าสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงของโบอิ้ง 737 บางลำถูกติดตั้งโดยไม่ได้เปิดใช้กลไกล็อก สวิตช์แบบเดียวกันนี้ใช้ในโบอิ้ง 787-8 รวมถึงเครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย SAIB ดังกล่าวเป็นเพียงคำแนะนำ และแอร์อินเดียไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามที่แนะนำ เนื่องจากประเด็นนี้ไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นสภาพที่ไม่ปลอดภัยซึ่งต้องออกคำสั่งความสมควรเดินอากาศภาคบังคับ

ชอว์น พรูชนิกกีตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้ที่กลไกจะขัดข้องว่า

สวิตช์อาจพลิกไปที่ตำแหน่งปิดเอง แล้วทำให้เครื่องยนต์ดับได้หรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น ก็เป็นปัญหาร้ายแรงมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ เช่น กัปตันคิโชเร ชินตา อดีตผู้สอบสวนของสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยานแห่งอินเดีย ตั้งข้อสงสัยว่าสวิตช์อาจถูกสั่งงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์จากชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องบิน แทนที่จะเกิดจากการขยับทางกายภาพหรือไม่

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อเพลิงหรือความขัดข้องทางกล ตัวอย่างเชื้อเพลิงจากถังเติมเชื้อเพลิงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และยังไม่มีการออกประกาศเตือนสำหรับโบอิ้ง 787 หรือเครื่องยนต์ GE GEnx-1B การสอบสวนยังคงมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ของความขัดข้องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อบกพร่องด้านการออกแบบ

โฆษณา

ระบบฉุกเฉิน: กังหันลมช่วยฉุกเฉินและล้อลงจอด

ข้อค้นพบสำคัญอีกประการจากการสอบสวนคือการกางกังหันลมช่วยฉุกเฉิน (RAT) ของเครื่องบิน RAT เป็นใบพัดขนาดเล็กที่ยื่นออกมาจากใต้ท้องเครื่องบินโบอิ้ง 787 ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อจ่ายพลังงานไฟฟ้าและไฮดรอลิกในปริมาณจำกัดเมื่อเครื่องยนต์ทั้งสองสูญเสียกำลัง การกางออกของ RAT เป็นสัญญาณชัดเจนว่าระบบหลักขัดข้องอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ยังพบว่าล้อลงจอดอยู่ในตำแหน่งกางออก แสดงว่านักบินไม่มีเวลาหดล้อหลังขึ้นบิน ซึ่งโดยปกติจะทำเสร็จเมื่อเครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 400 ฟุต

นักบินโบอิ้ง 787 คนหนึ่งอธิบายถึงสิ่งที่ลูกเรือน่าจะกำลังคิดในช่วงเวลาเหล่านั้นว่า

เมื่อเครื่องยนต์ทั้งสองขัดข้องและเครื่องบินเริ่มร่วงลง ปฏิกิริยาของคุณไม่ใช่แค่ตกใจ แต่จะชาไปทั้งตัว ในตอนนั้นล้อลงจอดไม่ใช่สิ่งที่คุณให้ความสำคัญ คุณคิดอยู่เรื่องเดียวคือเส้นทางบิน จะนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยที่ไหนได้บ้าง? และในกรณีนี้ ระดับความสูงที่มีอยู่ก็ไม่พอให้ทำอะไรได้มาก

ปัจจัยด้านมนุษย์: นักบินและการกระทำของพวกเขา

นักบินทั้งสองคนและลูกเรือผ่านการตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยเครื่องเป่าลมหายใจ และได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ พวกเขาเดินทางถึงเมืองอาห์เมดาบัดเมื่อวันก่อนและได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความเหนื่อยล้า การอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารใด ๆ หรือความเครียดผิดปกติ เครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินไม่มีบทสนทนาใดที่บ่งชี้ถึงความสับสนหรือเหตุฉุกเฉินก่อนเกิดเหตุ ทำให้การขยับสวิตช์เชื้อเพลิงอย่างกะทันหันยิ่งเป็นปริศนา

ขณะนี้ผู้สอบสวนเรียกร้องให้ติดตั้งเครื่องบันทึกวิดีโอในห้องนักบิน ตามคำแนะนำของ NTSB การบันทึกวิดีโอจะให้ภาพจากมุมมองเหนือไหล่ของผู้ที่อยู่ในห้องนักบิน และแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้จับสวิตช์ตัดการจ่ายเชื้อเพลิงในช่วงเวลาสำคัญ เทคโนโลยีนี้แม้เป็นประเด็นถกเถียงเนื่องจากข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัว แต่อาจมีประโยชน์อย่างยิ่งในการคลี่คลายกรณีที่หลักฐานเสียงยังไม่ชัดเจน

โฆษณา

ผลกระทบในวงกว้างต่อความปลอดภัยการบินมีอะไรบ้าง?

อุบัติเหตุเที่ยวบินแอร์อินเดีย 171 ทำให้เกิดการถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับความปลอดภัยในห้องนักบิน ปัจจัยด้านมนุษย์ และการออกแบบอากาศยาน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความจำเป็นในการเฝ้าติดตามและบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ผู้สอบสวนต้องเผชิญเมื่อหลักฐานสำคัญคลุมเครือหรือไม่ครบถ้วน

คำถามในวงกว้างบางข้อที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ได้แก่:

  • ควรกำหนดให้เครื่องบันทึกวิดีโอในห้องนักบินเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่องบินพาณิชย์หรือไม่?
  • กลไกความปลอดภัยในปัจจุบันของอุปกรณ์ควบคุมสำคัญ เช่น สวิตช์เชื้อเพลิง เพียงพอที่จะป้องกันการทำงานโดยไม่ตั้งใจหรือไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่?
  • ผู้สอบสวนจะระบุตัวผู้พูดในบันทึกเสียงจากห้องนักบินได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
  • ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทอย่างไรต่อความขัดข้องที่อาจเกิดขึ้น และจะตรวจติดตามระบบเหล่านี้ได้ดีขึ้นอย่างไร?

ครอบครัวผู้เสียชีวิตแสดงความไม่พอใจที่รายงานเบื้องต้นยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน พวกเขายังคงแสวงหาความกระจ่างและหวังว่าการสอบสวนฉบับสมบูรณ์จะอธิบายสาเหตุของโศกนาฏกรรมได้อย่างเด็ดขาด

โฆษณา

บทเรียนจากอุบัติเหตุทางการบินในอดีต

อุบัติเหตุเที่ยวบินแอร์อินเดีย 171 ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้สอบสวนต้องเผชิญปริศนาในห้องนักบิน อุบัติเหตุทางการบินในอดีต เช่น เหตุเครื่องบินแอร์ฟรานซ์เที่ยวบิน 447 ตกในปี 2009 และการหายไปของเที่ยวบิน 370 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ในปี 2014 แสดงให้เห็นว่าการสร้างเหตุการณ์ในช่วงสุดท้ายของเที่ยวบินกลับขึ้นมาใหม่ทำได้ยากเพียงใด เมื่อหลักฐานมีจำกัดหรือคลุมเครือ

กรณีเที่ยวบินแอร์ฟรานซ์ 447 ต้องใช้เวลาหลายปีในการวิเคราะห์และกู้เครื่องบันทึกข้อมูลการบินจากก้นมหาสมุทร จึงสรุปได้ว่าความสับสนของนักบินและความขัดข้องของเครื่องมือเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ส่วนกรณีของมาเลเซียแอร์ไลน์ยังคงปิดไม่ลง โดยพบเพียงซากเครื่องบินบางส่วน เหตุการณ์เหล่านี้ผลักดันให้มีการปรับปรุงการบันทึกข้อมูลการบิน การฝึกนักบิน และการออกแบบอากาศยาน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงขีดจำกัดของเทคโนโลยีในปัจจุบันและความซับซ้อนของปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรในการบิน

โฆษณา

ขั้นตอนต่อไปของการสอบสวนคืออะไร?

การสอบสวนอุบัติเหตุเที่ยวบินแอร์อินเดีย 171 ยังดำเนินอยู่ ทางการกำลังจัดทำบทถอดเสียงฉบับเต็มจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน พร้อมระบุว่าใครเป็นผู้พูด และทบทวนการสื่อสารทั้งหมดตั้งแต่เครื่องบินถูกดันออกจากประตูขึ้นเครื่องจนถึงเวลาที่ตก นอกจากนี้ยังตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องบิน บันทึกการบำรุงรักษา และข้อบกพร่องด้านการออกแบบที่อาจเกิดขึ้นกับสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง

ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติจากโบอิ้ง เจเนอรัลอิเล็กทริก แอร์อินเดีย หน่วยงานกำกับดูแลของอินเดีย ตลอดจนหน่วยงานจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เข้าร่วมการสอบสวน ผลการสอบสวนจะไม่เพียงระบุสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานความปลอดภัยการบินทั่วโลกด้วย

สรุป

  • เที่ยวบินแอร์อินเดีย 171 ตกหลังขึ้นบินได้ไม่นาน คร่าชีวิตผู้คน 260 คน หลังเครื่องยนต์ทั้งสองสูญเสียกำลังเนื่องจากสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกเลื่อนไปยังตำแหน่งตัดการจ่าย
  • เสียงจากห้องนักบินบันทึกบทสนทนาปริศนาระหว่างนักบิน โดยทั้งคู่ต่างปฏิเสธว่าเป็นผู้ขยับสวิตช์
  • ผู้สอบสวนกำลังพิจารณาปัจจัยด้านกลไก อิเล็กทรอนิกส์ และมนุษย์ แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้
  • อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในห้องนักบิน ความเพียงพอของกลไกความปลอดภัยในปัจจุบัน และความจำเป็นในการติดตั้งเครื่องบันทึกวิดีโอในห้องนักบิน
  • การสอบสวนยังดำเนินอยู่ โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคงเรียกร้องคำตอบที่ชัดเจนและความกระจ่าง
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ