กองทัพอากาศสิงคโปร์ทิ้งสิ่งของบรรเทาทุกข์เกือบ 15 ตันให้กาซา ในปฏิบัติการครั้งที่สอง

ใช้เวลาอ่าน 12 นาที
Harsh terrain, conflict risks: SAF personnel brave unfamiliar ...

ภารกิจสองสัปดาห์จากจอร์แดนสู่ท้องฟ้าเหนือกาซา

สิงคโปร์เสร็จสิ้นภารกิจทิ้งสิ่งของบรรเทาทุกข์ทางอากาศให้กาซานานสองสัปดาห์ โดยบินจากจอร์แดนและส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือ 14.9 ตันเข้าสู่ดินแดนดังกล่าว ปฏิบัติการนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 12-25 สิงหาคม โดยเครื่องบินลำเลียง C-130 ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์บินปฏิบัติภารกิจ 5 เที่ยวร่วมกับกองทัพอากาศต่างชาติ ภารกิจนี้เป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระลอกที่ 9 ของสิงคโปร์สำหรับกาซา นับตั้งแต่สงครามทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2023 และเป็นครั้งที่สองที่เครื่องบิน C-130 ปฏิบัติการทิ้งสิ่งของทางอากาศเหนือดินแดนดังกล่าว

สารบัญ
  1. ภารกิจสองสัปดาห์จากจอร์แดนสู่ท้องฟ้าเหนือกาซา
  2. สิ่งของที่ส่งมอบและผู้มีส่วนร่วม
  3. การทิ้งสิ่งของทางอากาศในเขตความขัดแย้งทำอย่างไร
  4. การผูกยึด การตรวจสอบ และความปลอดภัย
  5. การจัดระเบียบการบินในน่านฟ้าที่หนาแน่น
  6. ความร่วมมือกับจอร์แดนและกองทัพอากาศต่างชาติ
  7. เหตุผลที่ใช้การทิ้งสิ่งของทางอากาศและข้อจำกัด
  8. จากมีนาคม 2024 ถึงสิงหาคม 2025 สิงคโปร์ขยายความช่วยเหลืออย่างไร
  9. เสียงจากลูกเรือ
  10. ถ้อยแถลงสนับสนุนอย่างเป็นทางการ
  11. เกิดอะไรขึ้นหลังการทิ้งสิ่งของทางอากาศ
  12. ประเด็นสำคัญ

กำลังพลกองทัพสิงคโปร์จำนวน 58 นาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองพันขนส่งที่ 3 ของกองทัพบกสิงคโปร์และพันธมิตรด้านกลาโหม เดินทางไปประจำฐานทัพในจอร์แดนตามคำเชิญของรัฐบาลจอร์แดน กระทรวงกลาโหมระบุว่า ลูกเรือเดินทางกลับถึงสิงคโปร์อย่างปลอดภัยหลังส่งมอบสิ่งของสำเร็จ ศูนย์ประสานงานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัยระดับภูมิภาคชางงีได้รวบรวมสิ่งของบรรเทาทุกข์ก่อนออกเดินทาง กระบวนการนี้ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรการกุศลเคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีช่วงเวลาที่สามารถทำการบินได้

สิงคโปร์ทิ้งสิ่งของช่วยเหลือทางอากาศให้กาซาเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2024 หลังเส้นทางภาคพื้นดินเข้าสู่ดินแดนดังกล่าวถูกปิดหรือมีการสัญจรติดขัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภารกิจล่าสุดตอกย้ำว่าการทิ้งสิ่งของทางอากาศเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อการเข้าถึงทางบกมีข้อจำกัด พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนอย่างรอบคอบและความร่วมมือระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อการปล่อยสิ่งของอย่างปลอดภัยเหนือพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและได้รับผลกระทบจากสงคราม

ในการแถลงต่อสาธารณะ ผู้นำและนายทหารระดับสูงของสิงคโปร์เน้นย้ำทั้งความเร่งด่วนในการนำความช่วยเหลือเข้าไปและความแม่นยำที่จำเป็นในการปล่อยสิ่งของแต่ละครั้ง ปฏิบัติการนี้ยังสะท้อนความพยายามของสิงคโปร์ที่จะมีส่วนช่วยอย่างเป็นรูปธรรมต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้าย โดยลูกเรือและเจ้าหน้าที่ผูกยึดสัมภาระทำงานท่ามกลางอากาศร้อนจัด พร้อมจัดการความเสี่ยงจากการบินใกล้เขตความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่

สิ่งของที่ส่งมอบและผู้มีส่วนร่วม

ความช่วยเหลือระลอกล่าสุดประกอบด้วยเวชภัณฑ์จากกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ และอาหารที่จัดหาโดยองค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่น เวชภัณฑ์ที่ส่งไปในภารกิจลักษณะนี้มักประกอบด้วยผ้าพันแผล ยาปฏิชีวนะ ยาบรรเทาปวด ชุดอุปกรณ์รักษาบาดแผลฉุกเฉิน และอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับประคับประคองอาการบาดเจ็บและรักษาโรคทั่วไปที่เพิ่มขึ้นเมื่อโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย ส่วนอาหารบรรจุหีบห่อออกแบบให้เก็บได้นานและรับประทานง่าย เช่น ข้าว อาหารกระป๋อง ถั่วเมล็ดแห้ง และชุดอาหารเสริมโภชนาการ

ความพยายามบรรเทาทุกข์อาศัยเครือข่ายองค์กรการกุศลในสิงคโปร์ ซึ่งดูแลการระดมทุน จัดซื้อ และบรรจุสิ่งของนับตั้งแต่ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น องค์กรพันธมิตรที่เข้าร่วมในความช่วยเหลือระลอกนี้ ได้แก่:

  • Humanity Matters
  • Caritas Humanitarian Aid and Relief Initiatives Singapore
  • Mercy Relief
  • Rahmatan Lil Alamin Foundation

องค์กรเหล่านี้ทำงานร่วมกับศูนย์ประสานงานชางงี เพื่อนำเงินบริจาคมาจัดเป็นชุดมาตรฐานที่สามารถผูกยึดสำหรับส่งทางอากาศได้ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ความช่วยเหลือทั้ง 9 ระลอกจากสิงคโปร์และชาวสิงคโปร์มีมูลค่ารวมกว่า 22 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ สะท้อนการสนับสนุนด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องจากประชาชนในประเทศ

โฆษณา

การทิ้งสิ่งของทางอากาศในเขตความขัดแย้งทำอย่างไร

การทิ้งสิ่งของทางอากาศต้องอาศัยงานภาคพื้นดินไม่น้อยไปกว่าการบิน ก่อนที่พาเลตบรรทุกสิ่งของจะออกจากเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ผูกยึดสัมภาระทางอากาศจะประกอบชุดสัมภาระพร้อมร่มชูชีพ สายปล่อย และวัสดุป้องกันแรงกระแทก เจ้าหน้าที่ควบคุมการบรรทุกจะชั่งน้ำหนักและถ่วงสมดุลพาเลตแต่ละชุด คำนวณลำดับการปล่อย และตรวจสอบว่าสายรัดกับภาชนะบรรจุเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด จากนั้นนักบิน ผู้นำทาง และวิศวกรการบินจะปฏิบัติการบินตามระดับความสูงและความเร็วที่กำหนด โดยคำนวณผลจากแรงลมและภูมิประเทศ เพื่อให้สิ่งของตกลงในพื้นที่ปลอดภัย

ปฏิบัติการในกาซาทำให้ทุกขั้นตอนเหล่านี้มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมภาคพื้นดินคอยชี้แนะนักบินด้วยควันหรือแผงสัญญาณอย่างที่มักทำในการฝึก ลูกเรือต้องประเมินพื้นที่ปล่อยสิ่งของจากทางอากาศแบบเรียลไทม์ ยืนยันว่าบริเวณนั้นปลอดจากผู้คนและอาคาร และปรับแผนตามลม ทัศนวิสัย และการจราจรทางอากาศที่เปลี่ยนแปลง เครื่องบินมักบินในเส้นทางที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยมีเที่ยวบินเพื่อมนุษยธรรมอื่นเข้าและออกจากน่านฟ้าเดียวกันตามตารางที่หน่วยงานระดับภูมิภาคกำหนด

การผูกยึด การตรวจสอบ และความปลอดภัย

ทีมสิงคโปร์ระบุว่า กระบวนการนี้เข้มงวดและมักต้องใช้เวลาเตรียมการเต็มวันก่อนแต่ละเที่ยวบิน เจ้าหน้าที่ผูกยึดสัมภาระทางอากาศจากกองทัพบกสิงคโปร์ประกอบและตรวจสอบระบบร่มชูชีพกับสายรัดยึด ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมการบรรทุกของกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ตรวจสอบแยกต่างหาก รายการสิ่งของอย่างละเอียดช่วยให้ตรวจนับพาเลตได้ครบถ้วน และมีการจัดผังพื้นเครื่องบินเพื่อปล่อยสิ่งของตามลำดับที่ถูกต้องเหนือพื้นที่เป้าหมาย ลำดับการปล่อยนี้ รวมถึงจุดอ้างอิงการนำร่องและค่าพารามิเตอร์การปล่อย จะได้รับการปรับให้เหมาะสมในการประชุมวางแผนภารกิจ ก่อนตรวจสอบยืนยันอีกครั้งระหว่างการตรวจสอบก่อนบิน

การจัดระเบียบการบินในน่านฟ้าที่หนาแน่น

ในจอร์แดน กำลังพลสิงคโปร์ประชุมร่วมกับกองทัพอากาศจอร์แดนและกองทัพอากาศต่างชาติอื่นทุกวัน เพื่อประสานเส้นทางบิน ระดับความสูง และเวลาเป้าหมาย จุดประสงค์คือป้องกันการจราจรทางอากาศหนาแน่น และทำให้การติดต่อทางวิทยุชัดเจนและเป็นมาตรฐาน การประสานงานเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเส้นทางบินเพื่อมนุษยธรรมที่คับคั่ง ซึ่งหลายประเทศอาจต้องบินในช่วงเวลาเดียวกัน ทีมงานยังติดตามข้อมูลสภาพอากาศ โดยเฉพาะรูปแบบลมที่ระดับความสูงในการปล่อย เพราะแม้ลมเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้พาเลตเบี่ยงออกนอกเส้นทางได้

ความร่วมมือกับจอร์แดนและกองทัพอากาศต่างชาติ

คำเชิญและการสนับสนุนด้านฐานปฏิบัติการจากจอร์แดนทำให้ภารกิจนี้เกิดขึ้นได้ กองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ส่งกำลังจากฐานทัพอากาศปายา เลบาร์ไปยังฐานทัพอากาศในจอร์แดน ซึ่งลูกเรือทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ปฏิบัติงานจากหลายประเทศ ผู้นำจากกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์และสำนักงานรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกิจการมุสลิมเข้าร่วมพิธีส่งกำลัง เพื่อขอบคุณองค์กรพัฒนาเอกชนและลูกเรือ ระหว่างการประจำการ เจ้าหน้าที่สิงคโปร์ได้พบผู้บัญชาการระดับสูงของจอร์แดน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อบทบาทของจอร์แดนในการอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางบินและการประชุมวางแผน

รายงานข่าวต่างประเทศเน้นย้ำลักษณะพหุภาคีของความพยายามนี้ ในวันหนึ่งของภารกิจ สื่ออิสราเอลรายงานว่า 7 ประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ ปฏิบัติการทิ้งสิ่งของทางอากาศร่วมกัน โดยปล่อยสิ่งของ 127 ชุดเหนือกาซา สะท้อนให้เห็นว่าเที่ยวบินเหล่านี้มักจัดเป็นกลุ่ม เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่มีให้มากที่สุดและช่วยให้การประสานงานกับหน่วยงานระดับภูมิภาคคล่องตัวยิ่งขึ้น

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ยืนยันในเวลาต่อมาว่าปฏิบัติการเสร็จสิ้นแล้ว โดยระบุว่าเครื่องบิน C-130 บินปฏิบัติภารกิจ 5 เที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับจังหวะการวางแผนที่พบได้ทั่วไปในการประจำการลักษณะนี้ เครื่องบินและลูกเรือเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัยหลังส่งมอบสิ่งของเที่ยวสุดท้ายและตรวจสอบหลังภารกิจ

โฆษณา

เหตุผลที่ใช้การทิ้งสิ่งของทางอากาศและข้อจำกัด

เมื่อถนนเข้าสู่พื้นที่ถูกปิด เสียหาย หรือมีอันตรายเกินไป การทิ้งสิ่งของทางอากาศช่วยลำเลียงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ขบวนรถภาคพื้นดิน วิธีนี้เข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาดและหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวดบริเวณด่านผ่านแดน สำหรับผู้ที่ถูกตัดขาดมาหลายวัน พาเลตเสบียงอาหารหรือกล่องเวชภัณฑ์อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันทีจนกว่าการส่งมอบขนาดใหญ่จะกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การทิ้งสิ่งของทางอากาศมีข้อจำกัดชัดเจน พาเลตหนึ่งชุดจากเครื่องบิน C-130 บรรทุกสิ่งของได้น้อยกว่ารถบรรทุกมาก และการปล่อยสิ่งของจากที่สูงทำให้ควบคุมทิศทางได้ยากเมื่อมีลมแรงหรืออยู่ในเขตเมือง ฝูงชนอาจกรูเข้าหาห่อสิ่งของที่กำลังตกหรือไปรวมตัวกันที่จุดลงจอดอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยขณะร่มชูชีพและภาชนะหนักกำลังร่อนลง การส่งมอบเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ต่อเนื่อง และแต่ละเที่ยวบินต้องอาศัยช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เข้าถึงน่านฟ้าได้ รวมถึงการกำหนดเส้นทางอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงต่อเครื่องบินและผู้คนบนพื้นดิน

ด้วยเหตุนี้ องค์กรด้านมนุษยธรรมจึงมักระบุว่าการทิ้งสิ่งของทางอากาศเป็นมาตรการเสริม ไม่ใช่สิ่งทดแทนเส้นทางภาคพื้นดิน ถึงกระนั้น เมื่อการเข้าถึงทางบกมีข้อจำกัด การส่งสิ่งของทางอากาศก็ช่วยคงช่องทางความช่วยเหลือไว้ได้ สำหรับภารกิจของสิงคโปร์ จุดเน้นอยู่ที่พื้นที่ปล่อยที่กำหนดไว้ ชุดสิ่งของมาตรฐาน และการวางแผนก่อนบินอย่างเข้มงวด ลูกเรือทบทวนแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้สิ่งของแต่ละชุดลงในพื้นที่ที่ห่างจากอาคาร และไม่มีผู้คนอยู่ใต้แนวที่สิ่งของกำลังร่อนลง

ความท้าทายในกาซายิ่งซับซ้อนขึ้นจากการสู้รบที่ดำเนินต่อเนื่อง แนวปะทะที่เปลี่ยนแปลง และโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย ในสถานการณ์เช่นนี้ การส่งมอบสิ่งของแต่ละครั้งอย่างปลอดภัยเป็นผลจากการประสานงานระหว่างรัฐบาล กองทัพ และองค์กรการกุศล ภายในช่วงเวลาที่จำกัด

จากมีนาคม 2024 ถึงสิงหาคม 2025 สิงคโปร์ขยายความช่วยเหลืออย่างไร

การทิ้งสิ่งของทางอากาศให้กาซาครั้งแรกของสิงคโปร์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2024 ช่วยวางกระบวนการที่นำกลับมาใช้อีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2025 ตลอดการให้ความช่วยเหลือ 9 ระลอก หน่วยงานภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนร่วมกันลำเลียงสิ่งของมูลค่ากว่า 22 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ภารกิจเดือนสิงหาคมเป็นปฏิบัติการทิ้งสิ่งของทางอากาศครั้งที่สอง โดยมีเที่ยวบินปฏิบัติภารกิจมากขึ้น อาศัยระบบวางแผนที่ฐานในจอร์แดนมากขึ้น และประสานงานกับลูกเรือต่างชาติที่ปฏิบัติการในรูปแบบใกล้เคียงกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

พลตรี เคลวิน ฟาน ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงผลลัพธ์ในเดือนสิงหาคมว่าเป็นข้อพิสูจน์ว่าลูกเรือสามารถระดมกำลังได้อย่างรวดเร็วและปฏิบัติภารกิจที่ท้าทายได้ กระทรวงกลาโหมระบุในการเกริ่นนำคำกล่าวของเขาว่า ผู้บัญชาการทหารอากาศขอบคุณกำลังพลชายหญิง พันธมิตรด้านกลาโหม ครอบครัว ศูนย์ประสานงานชางงี และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีส่วนร่วมในการประจำการครั้งนี้

พลตรี เคลวิน ฟาน กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมปฏิบัติการและความสามารถในการปฏิบัติภารกิจโดยแจ้งล่วงหน้าเพียงไม่นาน เขาขอบคุณกำลังพลชายหญิง พันธมิตรด้านกลาโหม และองค์กรพัฒนาเอกชน สำหรับความมุ่งมั่นและการสนับสนุน
โฆษณา

เสียงจากลูกเรือ

ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้กล่าวถึงภารกิจที่ต้องเผชิญกับความร้อน การทำงานอย่างแม่นยำ และเป้าหมายที่มีความหมาย จ่าสิบเอกชั้นหนึ่ง มูฮัมหมัด ไฟซัล ชารูดิน เจ้าหน้าที่ผูกยึดสัมภาระทางอากาศ ทำงานบนลานบินในจอร์แดน ขณะที่คู่หมั้นของเขาจัดเตรียมงานแต่งงานอยู่ที่สิงคโปร์ เขากล่าวว่ารู้สึกประหม่าเมื่อก่อนออกปฏิบัติภารกิจ แต่ภายหลังก็มั่นใจจากการฝึกและความเชื่อมั่นว่าการทิ้งสิ่งของอย่างปลอดภัยแต่ละครั้งอาจช่วยสร้างความแตกต่างให้ครอบครัวในกาซาได้ ทีมของเขาต้องเผชิญอุณหภูมิช่วงกลางวันเกือบ 45 องศาเซลเซียส จึงปฏิบัติตามตารางพักและดื่มน้ำอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาประสิทธิภาพและความปลอดภัย

พันโท ซี. ทีเนชวารัน ผู้บัญชาการภารกิจทางอากาศและผู้บังคับฝูงบิน 122 อธิบายว่า น่านฟ้ามีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และปฏิบัติการต้องอาศัยการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ทีมไม่ได้บินเพียงลำพัง ต้องปรับแผนการบิน ระดับความสูง และช่วงเวลาให้สอดคล้องกับพันธมิตร เพื่อให้เส้นทางบินปลอดโปร่ง ในห้องนักบินและบริเวณทางลาด ลูกเรือซักซ้อมวิธีรับมือกรณีลมเปลี่ยนทิศ หรือกรณีต้องเลื่อนการปล่อยสิ่งของออกไปเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อไม่ให้ห่อสิ่งของตกใกล้สิ่งปลูกสร้างบนพื้นดิน

สำหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมการบรรทุกและเจ้าหน้าที่ผูกยึดสัมภาระ ประสบการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำคุณค่าของวินัยและการถ่ายทอดความรู้ กำลังพลกองทัพบกและกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์กล่าวถึงการส่งต่อบทเรียนให้ลูกเรือรุ่นน้อง ตั้งแต่วิธีประกอบและรองพาเลต ไปจนถึงการตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนสัญญาณให้ปล่อยสิ่งของ พวกเขาย้ำว่างานนี้มีความหมายต่อผู้คนที่กำลังรออยู่บนพื้นดิน ดังนั้นการใส่ใจในรายละเอียดจึงไม่ใช่แค่กฎด้านความปลอดภัย แต่เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านมนุษยธรรมด้วย

ถ้อยแถลงสนับสนุนอย่างเป็นทางการ

ซากี โมฮาหมัด รัฐมนตรีอาวุโสช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมพิธีส่งกำลังในสิงคโปร์ และได้พบผู้นำจอร์แดนในช่วงที่ปฏิบัติภารกิจ เขาชื่นชมลูกเรือและเครือข่ายผู้บริจาคที่ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือพลเรือนที่เดือดร้อน ในการเกริ่นนำคำกล่าวของเขา หน่วยงานด้านกลาโหมของสิงคโปร์ระบุว่า เขาเน้นย้ำทั้งความพร้อมและความเห็นอกเห็นใจ

นายซากี โมฮาหมัด กล่าวว่า กองทัพสิงคโปร์พร้อมสนับสนุนการนำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา และชุมชนทั้งมวลร่วมแรงร่วมใจกันแสดงความเห็นอกเห็นใจ เขาเน้นย้ำถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นที่ทำให้ภารกิจนี้เกิดขึ้นได้

รองศาสตราจารย์ ไฟซัล อิบราฮิม รัฐมนตรีรักษาการผู้รับผิดชอบกิจการมุสลิม ขอบคุณชุมชนมุสลิมและชาวสิงคโปร์ทุกคนสำหรับความเอื้อเฟื้อ ข้อความของเขาเชื่อมโยงการให้ความช่วยเหลือของแต่ละคนเข้ากับกำลังใจของผู้คนที่กำลังเผชิญวิกฤต

รองศาสตราจารย์ ไฟซัล อิบราฮิม กล่าวว่า: ทุกการให้คือแสงสว่างในความมืดสำหรับผู้ที่กำลังเดือดร้อน เขาสนับสนุนให้ช่วยเหลือโครงการด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องและสวดภาวนาให้กาซา
โฆษณา

เกิดอะไรขึ้นหลังการทิ้งสิ่งของทางอากาศ

เมื่อพาเลตลงถึงพื้น งานจริงจึงเริ่มต้นขึ้น ในการทิ้งสิ่งของเพื่อมนุษยธรรมตามปกติ พันธมิตรในพื้นที่หรือหน่วยงานระหว่างประเทศจะรีบเก็บสิ่งของจากจุดลงจอด นำไปยังจุดแจกจ่ายที่ปลอดภัย และจัดสรรให้ตรงกับความต้องการของชุมชนใกล้เคียง ขั้นตอนนี้อาจเป็นเรื่องยากในเขตสงคราม ซึ่งถนนเสียหาย การสื่อสารถูกรบกวน และอาจมีข้อจำกัดในการเดินทาง ดังนั้นทีมวางแผนจึงพยายามเลือกพื้นที่ปล่อยที่เข้าถึงได้และปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่สถานการณ์ภาคพื้นดินจะเอื้ออำนวย

การทิ้งสิ่งของทางอากาศยังต้องอาศัยการสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างกองทัพที่ควบคุมน่านฟ้า การประสานจัดระเบียบการบินมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงที่เครื่องบินจะเข้าใกล้กันมากเกินไป และลดโอกาสที่สิ่งของจะปลิวไปตกในพื้นที่อันตราย สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในวงกว้างอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเดียวกับที่มีการทิ้งสิ่งของทางอากาศช่วงกลางเดือนสิงหาคม กองทัพอิสราเอลประกาศปฏิบัติการอีกชุดหนึ่งในกาซาตอนเหนือ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์ภาคพื้นดินอาจเปลี่ยนไปได้ระหว่างการวางแผนกับเวลาปล่อยสิ่งของ

ความยุ่งยากเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ใช้การทิ้งสิ่งของทางอากาศเพื่อเชื่อมช่องว่างในการเข้าถึงความช่วยเหลือ กลุ่มบรรเทาทุกข์ยังคงผลักดันให้เปิดเส้นทางถนนอย่างต่อเนื่องและรองรับการขนส่งในปริมาณมาก ขณะที่รัฐบาลและกองทัพยังคงเปิดเส้นทางบินไว้เมื่อเส้นทางภาคพื้นดินมีข้อจำกัด ในภารกิจเดือนสิงหาคม บทบาทของสิงคโปร์มุ่งเน้นการส่งมอบอย่างแม่นยำ การปฏิบัติอย่างปลอดภัย และการประสานงานใกล้ชิดกับพันธมิตรที่รับหน้าที่เคลื่อนย้ายและแจกจ่ายความช่วยเหลือหลังสิ่งของถึงพื้น

ประเด็นสำคัญ

  • สิงคโปร์เสร็จสิ้นภารกิจทิ้งสิ่งของทางอากาศนานสองสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 12-25 สิงหาคม ส่งมอบความช่วยเหลือ 14.9 ตันเข้าสู่กาซาในเที่ยวบินปฏิบัติภารกิจ 5 เที่ยว
  • ปฏิบัติการนี้เป็นการทิ้งสิ่งของทางอากาศเหนือกาซาครั้งที่สองของกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ และเป็นความช่วยเหลือระลอกที่ 9 จากสิงคโปร์นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023
  • กำลังพล 58 นายเดินทางไปประจำการ ซึ่งรวมถึงลูกเรือกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ เจ้าหน้าที่ผูกยึดสัมภาระจากกองทัพบกสิงคโปร์ และพันธมิตรด้านกลาโหม โดยปฏิบัติการจากฐานทัพในจอร์แดน
  • เวชภัณฑ์จากกระทรวงสาธารณสุขและอาหารจากองค์กรพัฒนาเอกชนของสิงคโปร์ 4 แห่งได้รับการรวบรวมโดยศูนย์ประสานงานชางงี
  • การวางแผนร่วมกับจอร์แดนและกองทัพอากาศต่างชาติอื่นทุกวันช่วยประสานน่านฟ้า เส้นทางบิน และเวลาเป้าหมาย
  • การทิ้งสิ่งของทางอากาศช่วยบรรเทาทุกข์เมื่อถนนถูกปิดหรือไม่ปลอดภัย แต่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ ความแม่นยำ และความถี่
  • พลตรี เคลวิน ฟาน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ชื่นชมความพร้อมของทีม ขณะที่ผู้นำกล่าวขอบคุณจอร์แดนและชุมชนผู้บริจาคของสิงคโปร์
  • ลูกเรือกล่าวถึงอากาศร้อนจัด การเตรียมงานอย่างหนัก และความรู้สึกถึงเป้าหมายที่ชัดเจน ขณะทำงานเพื่อให้พาเลตแต่ละชุดลงถึงพื้นอย่างปลอดภัย
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ