ตั้งเป้าลดค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน
กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย หรือ Komdigi กำลังศึกษาวิธีลดค่าบริการอินเทอร์เน็ตบ้านจากราว 300,000 รูเปียห์ต่อเดือน ให้เหลือเป้าหมาย 100,000 รูเปียห์ สำหรับบริการความเร็ว 100 เมกะบิตต่อวินาที แผนดังกล่าวผสานการขยายการเข้าถึงบรอดแบนด์ประจำที่กับการลงทุนเพิ่มเติมในเครือข่ายมือถือ รวมถึงพื้นที่ที่ประชาชนยังได้รับบริการไม่เพียงพอ
สารบัญ
- ตั้งเป้าลดค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน
- เป้าหมายด้านราคาจะมีความหมายอย่างไรต่อครัวเรือน
- เหตุใด Komdigi จึงต้องการขยายบรอดแบนด์ประจำที่
- แผนย่าน 1.4 GHz มาก่อนประกาศล่าสุด
- เครือข่ายเบื้องหลังการเชื่อมต่อภายในบ้าน
- ตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่ยังต้องพิจารณาต้นทุน
- พื้นที่ครอบคลุมกับความจุเป็นโจทย์คนละด้าน
- ขยายบริการไปยังพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณ
- ต้องขยายเครือข่ายประจำที่และมือถือควบคู่กัน
- ประเด็นสำคัญ
เนซาร์ ปาเตรีย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ เปิดเผยเป้าหมายดังกล่าวหลังการประชุม Digital Infrastructure Summit 2026 ที่กรุงจาการ์ตาตอนกลาง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ในแถลงการณ์วันที่ 12 ตุลาคม เลขที่ 209/HM-KKD/10/2026 กระทรวงระบุว่าบรอดแบนด์ประจำที่คิดเป็นราว 22% ของการเชื่อมต่อทั้งหมด และรัฐบาลต้องการเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นประมาณ 50%
เนซาร์เชื่อมโยงเป้าหมายด้านราคาเข้ากับปัญหาที่กว้างกว่านั้น กล่าวคือ การมีเครือข่ายอยู่ใกล้บ้านจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อประชาชนจ่ายค่าบริการไหวและได้รับบริการที่มีคุณภาพเพียงพอ Komdigi ต้องการให้ครัวเรือนมีทางเลือกมากขึ้นนอกเหนือจากอินเทอร์เน็ตมือถือ โดยเฉพาะในพื้นที่ประชากรหนาแน่นที่การเชื่อมต่อยังมีราคาแพง
ประกาศของกระทรวงมีขึ้นหลังจากเคยหารือในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ถึงการใช้ย่านคลื่นความถี่วิทยุ 1.4 GHz เพื่อให้บริการความเร็วสูงสุด 100 Mbps ในราคา 100,000 ถึง 150,000 รูเปียห์ต่อเดือน การหารือครั้งก่อนชี้ให้เห็นเงื่อนไขสำคัญเบื้องหลังราคาที่น่าดึงดูด นั่นคือผู้ให้บริการต้องมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งเพื่อส่งข้อมูลระหว่างจุดเชื่อมต่อในพื้นที่กับอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง
Komdigi ยังไม่ได้กำหนดวันเริ่มให้บริการในราคา 100,000 รูเปียห์ทั่วประเทศ หรือกำหนดเวลาบรรลุเป้าหมายด้านบรอดแบนด์ประจำที่ ข้อเสนอนี้ยังเป็นเป้าหมายนโยบายที่อยู่ระหว่างศึกษา โดยการขยายเครือข่าย คุณภาพบริการ และความสามารถของผู้ให้บริการในการชดเชยต้นทุน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงาน
เป้าหมายด้านราคาจะมีความหมายอย่างไรต่อครัวเรือน
เนซาร์ระบุว่าค่าสมัครใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันราว 300,000 รูเปียห์ต่อเดือนแพงเกินไป เขากล่าวว่ารายได้ต่อหัวของอินโดนีเซียกำลังเข้าใกล้ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเสนอว่าค่าอินเทอร์เน็ตครัวเรือนควรอยู่ในระดับที่จ่ายไหว คือราว 200,000 รูเปียห์ต่อเดือน
ค่าสมัคร 100,000 รูเปียห์จะต่ำกว่าตัวเลข 300,000 รูเปียห์ที่เขายกมาถึง 200,000 รูเปียห์ หรือลดลงราวสองในสาม เมื่อคิดตลอด 12 เดือน ค่าใช้จ่ายจะลดจาก 3.6 ล้านรูเปียห์เหลือ 1.2 ล้านรูเปียห์ ประหยัดได้ 2.4 ล้านรูเปียห์ก่อนรวมค่าใช้จ่ายอื่น เป้าหมาย 100,000 รูเปียห์ยังเท่ากับครึ่งหนึ่งของเกณฑ์ราคาที่เนซาร์มองว่าจ่ายไหวที่ 200,000 รูเปียห์
เนซาร์ระบุว่าการประเมินราคาค่าสมัครของอินโดนีเซียว่ายังสูง อ้างอิงข้อมูลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานสหประชาชาติที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของกระทรวงไม่ได้ระบุชุดข้อมูลของ ITU ที่ใช้อ้างอิง หรือเผยแพร่การเปรียบเทียบระหว่างประเทศ
รายได้ต่อหัวเป็นค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ขณะที่แต่ละครัวเรือนมีรายรับและรายจ่ายแตกต่างกัน สำหรับครอบครัวที่มีเงินเหลือใช้จำกัด ค่าบริการรายเดือนมีความสำคัญควบคู่ไปกับค่าติดตั้งและค่าอุปกรณ์ ดังนั้นอัตราค่าบริการที่โฆษณาว่าต่ำลงจึงต้องแปรเปลี่ยนเป็นบิลที่ประชาชนซึ่งนโยบายนี้มุ่งช่วยเหลือสามารถจ่ายไหวจริง
เหตุใด Komdigi จึงต้องการขยายบรอดแบนด์ประจำที่
บรอดแบนด์ประจำที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต ณ สถานที่หนึ่งโดยเฉพาะ เช่น บ้านหรือสำนักงาน ส่วนบรอดแบนด์มือถือให้บริการโทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์ การเชื่อมต่อประจำที่อาจส่งสัญญาณผ่านสายเคเบิล หรือลิงก์ไร้สายไปยังอุปกรณ์ที่ติดตั้งในสถานที่นั้น
ตัวเลข 22% ของเนซาร์หมายถึงสัดส่วนบรอดแบนด์ประจำที่ต่อการเชื่อมต่อทั้งหมด ตามที่กระทรวงระบุ การเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นประมาณ 50% หมายถึงเพิ่มขึ้น 28 จุดเปอร์เซ็นต์ และมากกว่าสองเท่าของสัดส่วนปัจจุบัน ถ้อยคำของกระทรวงกล่าวถึงสัดส่วนการเชื่อมต่อ ไม่ใช่จำนวนครัวเรือนที่สมัครใช้บริการ
เนซาร์กล่าวว่ารัฐบาลต้องการลดค่าใช้จ่ายด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้บรอดแบนด์ประจำที่ควบคู่กับบรอดแบนด์มือถือ แนวคิดของเขาวางการขยายการเชื่อมต่อภายในบ้านไว้เป็นหัวใจของความพยายามทำให้บริการมีราคาที่เข้าถึงได้ กล่าวคือ การเพิ่มการเข้าถึงจะทำให้ประชาชนมีทางเลือกด้านบริการมากขึ้น แทนที่จะต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อเพียงรูปแบบเดียว
พื้นที่ประชากรหนาแน่นเป็นจุดมุ่งเน้นโดยเฉพาะ เพราะมีผู้ใช้ที่อาจสมัครบริการจำนวนมากอาศัยอยู่ใกล้กัน แต่กระทรวงระบุว่าบางแห่งยังมีค่าเชื่อมต่อค่อนข้างแพง การให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นภายในพื้นที่ครอบคลุมของเครือข่ายช่วยกระจายต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานไปยังผู้สมัครใช้บริการได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการต้องมีความจุเพียงพอให้ลูกค้าเหล่านั้นใช้งานพร้อมกันได้
แผนย่าน 1.4 GHz มาก่อนประกาศล่าสุด
เบนนี เอเลียน ผู้ประสานงานด้านนโยบายของ Komdigi กล่าวถึงแนวทางลดราคาอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ ระหว่างงาน Morning Tech ที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2025 เขากล่าวว่าการคัดเลือกผู้ใช้ย่านคลื่นความถี่ 1.4 GHz มีเป้าหมายเพื่อรองรับค่าบริการรายเดือน 100,000 ถึง 150,000 รูเปียห์ สำหรับความเร็วสูงสุด 100 Mbps
คลื่นความถี่คือช่วงความถี่วิทยุที่ใช้ส่งสัญญาณไร้สาย การจัดสรรย่านความถี่ทำให้ผู้ให้บริการเข้าถึงคลื่นที่นำไปสร้างบริการได้ ภายใต้กฎและเงื่อนไขใบอนุญาตของรัฐบาล ช่วงราคาที่หารือกันก่อนหน้านี้กับเป้าหมาย 100,000 รูเปียห์ของเนซาร์ในเวลาต่อมามีความมุ่งหมายเดียวกัน โดยประกาศล่าสุดเน้นราคาด้านต่ำสุดของช่วงดังกล่าว
พัฒนาการสำคัญเกิดขึ้นในช่วงสองปี:
- 19 กุมภาพันธ์ 2025: ซุลฟัดลี ซยัม เลขาธิการสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอินโดนีเซีย (APJII) ตั้งคำถามว่าบริการ 100 Mbps ในราคา 100,000 รูเปียห์จะรักษาความเร็วได้หรือไม่ และยังทำกำไรได้หรือไม่
- 24 กุมภาพันธ์ 2025: เบนนีเสนอเป้าหมายราคา 100,000 ถึง 150,000 รูเปียห์สำหรับการคัดเลือกผู้ใช้คลื่นความถี่ 1.4 GHz พร้อมระบุว่าผู้ให้บริการต้องมีโครงข่ายเชื่อมต่อส่วนหลัง (backhaul) ที่เพียงพอ
- 12 ตุลาคม 2026: เนซาร์ประกาศเป้าหมาย 100,000 รูเปียห์หลังการประชุม Digital Infrastructure Summit และกล่าวถึงการขยายบรอดแบนด์ประจำที่จากราว 22% เป็นประมาณ 50% ของการเชื่อมต่อทั้งหมด
การหารือในเดือนกุมภาพันธ์มุ่งเน้นแนวทางส่งสัญญาณไร้สายรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วนแถลงการณ์เดือนตุลาคมกล่าวถึงความพยายามในวงกว้าง ทั้งการขยายบรอดแบนด์ประจำที่ การครอบคลุมของเครือข่ายมือถือ และการทำให้บริการมีราคาที่จ่ายไหว
เครือข่ายเบื้องหลังการเชื่อมต่อภายในบ้าน
เบนนีระบุว่าโครงข่าย backhaul เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอินเทอร์เน็ตราคาประหยัดที่มีความเร็วเชื่อถือได้ Backhaul คือการเชื่อมต่อที่ส่งข้อมูลจากเครือข่ายเข้าถึงในพื้นที่ เช่น เสาสัญญาณไร้สาย ไปยังเครือข่ายหลักของผู้ให้บริการ และต่อไปยังอินเทอร์เน็ต
บ้านหนึ่งหลังอาจมีลิงก์ความเร็วสูงไปยังเสาสัญญาณใกล้เคียง แต่คำขอข้อมูลทุกครั้งยังต้องเดินทางต่อไปให้พ้นเสาสัญญาณนั้น หากเครือข่ายเชื่อมต่อมีความจุไม่เพียงพอ หลายครัวเรือนที่ใช้งานร่วมกันอาจพบว่าบริการช้าลง ดังนั้น backhaul จึงสำคัญไม่แพ้การเชื่อมต่อช่วงสุดท้ายถึงบ้าน
เบนนีกล่าวว่าผู้ให้บริการที่สนใจจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลที่ใช้งานได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะเครือข่ายใยแก้วนำแสง เพื่อรองรับการติดตั้งใช้งาน ใยแก้วนำแสงส่งข้อมูลด้วยแสงผ่านเส้นใยขนาดเล็ก และรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมากระหว่างจุดต่าง ๆ ในเครือข่าย เขาให้เหตุผลว่าต้องมีเครือข่ายหลักพร้อมก่อน บริการในพื้นที่จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เบนนี ผู้ประสานงานนโยบายด้านการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Komdigi อธิบายข้อกำหนดดังกล่าวไว้ในคำกล่าวที่แปลจากภาษาอินโดนีเซียว่า:
นั่นคือเหตุผลที่ต้องมี backhaul เครือข่ายหลักต้องมีอยู่ก่อนแล้ว ผู้ให้บริการต้องเป็นรายที่มีเครือข่ายเคเบิล
คำกล่าวของเขาเชื่อมโยงราคาขายปลีกที่เสนอเข้ากับประเด็นการลงทุน ผู้ให้บริการที่มีโครงสร้างพื้นฐานใยแก้วนำแสงอยู่แล้ว ย่อมอยู่ในสถานะที่ต่างจากรายที่ต้องสร้างทั้งเครือข่ายหลักและการเชื่อมต่อที่ให้บริการแก่ลูกค้า
ตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่ยังต้องพิจารณาต้นทุน
PT Solusi Sinergi Digital Tbk ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Surge หรือ WiFi เสนอแพ็กเกจ Starlite ในราคา 100,000 รูเปียห์ สำหรับความเร็ว 100 Mbps แพ็กเกจนี้รวมค่าติดตั้งฟรี บริการฟรีหนึ่งเดือน และไม่มีนโยบายการใช้งานอย่างเป็นธรรม ซึ่งหมายความว่าไม่มีการระบุเกณฑ์ปริมาณการใช้งานภายใต้นโยบายดังกล่าวเพื่อจำกัดการใช้งานของลูกค้า
ข้อเสนอนี้ใช้เทคโนโลยีการเข้าถึงไร้สายประจำที่ หรือ FWA เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่รองรับการให้บริการ FWA เชื่อมต่อบ้านหรือสถานที่ประจำอื่นผ่านคลื่นวิทยุ แทนการเดินสายเคเบิลตลอดช่วงสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังอุปกรณ์ไร้สายยังอาจต้องใช้ใยแก้วนำแสงหรือการเชื่อมต่อความจุสูงรูปแบบอื่น
ต้นทุนการติดตั้งใช้งานช่วยอธิบายว่าเหตุใดการกำหนดราคาดังกล่าวจึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ประมาณการที่หารือควบคู่กับข้อเสนอในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ระบุว่าการสร้างสถานีฐานรับส่งสัญญาณหนึ่งแห่งมีต้นทุน 1.5 พันล้านถึง 4 พันล้านรูเปียห์ ขึ้นอยู่กับความจุและเสาสัญญาณ สถานีฐานรับส่งสัญญาณ ซึ่งมักเรียกย่อว่า BTS คืออุปกรณ์ที่ส่งและรับสัญญาณไร้สาย
มีการระบุว่าต้นทุนติดตั้ง FWA ใกล้เคียงกับการติดตั้งเครือข่ายเซลลูลาร์ ไม่มีการเปิดเผยค่าใช้จ่ายจริงของ Surge สำหรับเครือข่าย Starlite ตัวอย่างเชิงพาณิชย์นี้แสดงราคาและแพ็กเกจที่ชัดเจน ขณะที่ประมาณการด้านโครงสร้างพื้นฐานแสดงให้เห็นขนาดเงินลงทุนที่ผู้ให้บริการอาจต้องเรียกคืนผ่านการชำระเงินของลูกค้า
พื้นที่ครอบคลุมกับความจุเป็นโจทย์คนละด้าน
การหารือในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ระบุว่าย่าน 1.8 GHz, 2.1 GHz และ 2.3 GHz ใช้กับบริการ 4G และ 5G ในอินโดนีเซีย ส่วนย่าน 1.4 GHz อยู่ระหว่างพิจารณาสำหรับ FWA โดยระบุว่าคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่านี้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า แต่มีความจุต่ำกว่า 1.8 GHz ในการเปรียบเทียบการติดตั้งใช้งาน
สัญญาณที่ครอบคลุมกว้างช่วยให้สถานีวิทยุหนึ่งแห่งให้บริการพื้นที่ได้มากขึ้น และอาจลดจำนวนสถานีที่ต้องใช้ ส่วนความจุเป็นตัวกำหนดปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เครือข่ายรองรับได้ ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ คลื่นความถี่ที่มีอยู่ backhaul และจำนวนลูกค้าที่เชื่อมต่อพร้อมกัน
ความเร็ว 100 Mbps หมายถึงการเชื่อมต่อสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ 100 ล้านบิตต่อวินาทีภายใต้เงื่อนไขของบริการ ผู้ใช้หลายคนที่สตรีมวิดีโอ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเข้าร่วมการโทรพร้อมกัน ย่อมใช้ความจุเครือข่ายร่วมกัน การรักษาความเร็วในช่วงที่มีผู้ใช้หนาแน่นจึงเป็นโจทย์อีกแบบหนึ่งจากการทำให้สัญญาณไปถึงบ้าน
ซุลฟัดลี ซยัม เลขาธิการสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอินโดนีเซีย หรือ APJII ตั้งคำถามว่าราคาต่ำดังกล่าวจะรองรับเป้าหมายความเร็วได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับทำให้ผู้ให้บริการมีกำไรหรือไม่ เขากล่าวว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานในทำเลที่เหมาะสม และการมีลูกค้าเพียงพอ
ซุลฟัดลียังเตือนว่าการเพิ่มจำนวนลูกค้าจะสร้างแรงกดดันต่อเครือข่ายไร้สาย ผู้ให้บริการต้องมีรายได้จากค่าสมัครเพื่อจ่ายต้นทุน แต่การรองรับผู้ใช้มากขึ้นก็ต้องมีความจุเพียงพอเพื่อให้บริการยังใช้งานได้ดี เขายังชี้ว่ากำลังซื้อที่จำกัดเป็นอุปสรรคสำหรับบางครัวเรือน แม้จะคิดค่าบริการตามราคาที่เสนอแล้วก็ตาม
ขยายบริการไปยังพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณ
Komdigi ระบุว่าเครือข่าย 4G ครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยแล้วราว 97% เนซาร์กล่าวว่าบางพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างน้อยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทำให้การขยายการเข้าถึงยังเป็นเรื่องสำคัญควบคู่กับการลดราคาในพื้นที่ประชากรหนาแน่น
กระทรวงระบุว่ากำลังนำข้อผูกพันให้สร้างเครือข่ายในพื้นที่ที่ยังขาดบริการมาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการประมูลคลื่นความถี่ ผู้ให้บริการที่ได้รับคลื่นจะต้องช่วยนำการเชื่อมต่อ 4G และ 5G ไปยังพื้นที่เหล่านั้น พร้อมกับเสริมความแข็งแกร่งให้บริการในพื้นที่ที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว
เนซาร์กล่าวถึงข้อผูกพันของผู้ให้บริการที่ชนะสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ไว้ในคำกล่าวที่แปลจากภาษาอินโดนีเซียว่า:
เรากำหนดให้ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ทุกราย คำนึงถึงพื้นที่เหล่านี้เมื่อติดตั้งการเชื่อมต่อ 4G และ 5G
การจัดสรรคลื่นความถี่เปิดทางให้รัฐบาลกำหนดข้อกำหนดด้านบริการสาธารณะควบคู่กับทรัพยากรอันมีค่า แนวทางนี้เชื่อมโยงการเข้าถึงคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการเข้ากับความรับผิดชอบต่อชุมชนที่ยังต้องการการเชื่อมต่อ
ต้องขยายเครือข่ายประจำที่และมือถือควบคู่กัน
เนซาร์ประเมินสัดส่วนการใช้งาน 5G ในอินโดนีเซียไว้ที่ราว 8.5% และเรียกร้องให้พัฒนาเร็วขึ้น เขาเชื่อมโยงความพยายามดังกล่าวเข้ากับความต้องการบริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และความจำเป็นในการเสริมความแข็งแกร่งให้การเชื่อมต่อในพื้นที่ประชากรหนาแน่นซึ่งยังมีราคาแพง
ตัวเลขของกระทรวงกล่าวถึงมาตรวัดที่แตกต่างกัน ได้แก่ การครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยของ 4G ที่ 97% ตัวเลขการใช้งาน 5G ที่ 8.5% และสัดส่วนบรอดแบนด์ประจำที่ต่อการเชื่อมต่อทั้งหมดที่ 22% แต่ละตัวเลขสะท้อนภารกิจคนละด้าน ทั้งการเข้าถึงพื้นที่ การพัฒนาบริการมือถือรุ่นใหม่ หรือการขยายการเข้าถึงการเชื่อมต่อประจำที่
แนวทางของ Komdigi ผสานภารกิจเหล่านี้เข้าด้วยกัน แทนที่จะเลือกทำเพียงด้านเดียว การขยายบรอดแบนด์ประจำที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกและทำให้ครัวเรือนจ่ายไหว ขณะที่การลงทุนในเครือข่ายมือถือจะช่วยเรื่องพื้นที่ครอบคลุมและความจุทั่วทั้งชุมชน
ผลลัพธ์ที่เกิดกับครัวเรือนจะขึ้นอยู่กับสามปัจจัยในทางปฏิบัติ ได้แก่ บริการเข้าถึงผู้ใช้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ในงบประมาณหรือไม่ และการเชื่อมต่อทำงานได้ดีเมื่อจำเป็นต้องใช้หรือไม่ เป้าหมาย 100,000 รูเปียห์ทำให้ความพยายามด้านราคามีเกณฑ์ที่ชัดเจน ส่วนการหารือเรื่อง backhaul และคลื่นความถี่ชี้ให้เห็นงานเบื้องหลังที่จำเป็นต่อการทำราคาให้เกิดขึ้นได้
ประเด็นสำคัญ
- Komdigi กำลังศึกษาเป้าหมายค่าอินเทอร์เน็ตบ้านเดือนละ 100,000 รูเปียห์ สำหรับความเร็ว 100 Mbps
- เนซาร์ ปาเตรียประกาศเป้าหมายเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ควบคู่กับความมุ่งหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนบรอดแบนด์ประจำที่ต่อการเชื่อมต่อจากราว 22% เป็นประมาณ 50%
- ราคาที่เสนอถูกกว่าค่าบริการรายเดือน 300,000 รูเปียห์ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ยกมาราวสองในสาม
- การหารือก่อนหน้านี้เชื่อมโยงการคัดเลือกผู้ใช้คลื่นความถี่ 1.4 GHz เข้ากับราคา 100,000 ถึง 150,000 รูเปียห์ และกำหนดให้มี backhaul ที่เพียงพอ
- แพ็กเกจ Starlite ของ Surge เป็นตัวอย่างบริการเชิงพาณิชย์ในราคา 100,000 รูเปียห์ ความเร็ว 100 Mbps พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านค่าติดตั้งและช่วงเริ่มใช้บริการ
- APJII ตั้งข้อกังวลเรื่องการรักษาความเร็วอย่างสม่ำเสมอ กำลังซื้อของลูกค้า และความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการ
- Komdigi ยังผลักดันข้อกำหนดด้านพื้นที่ครอบคลุมสำหรับผู้ได้รับคลื่นความถี่ โดย 4G ครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยราว 97% และมีการประเมินสัดส่วนการใช้งาน 5G ไว้ที่ 8.5%






