การเจรจาเดือนตุลาคมทำให้การขยายเกณฑ์อายุมีความเป็นไปได้มากขึ้น
กระทรวงแรงงานไต้หวันเห็นชอบระหว่างการเจรจาในฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ให้ขยายสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่เสนอไว้ให้ครอบคลุมบิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี การเปลี่ยนแปลงนี้จะครอบคลุมมากกว่าข้อเสนอของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งกำหนดเกณฑ์อายุไว้ที่ 6 ปี และระบบปัจจุบันที่กำหนดให้บิดามารดายื่นขอก่อนบุตรอายุครบ 3 ปี
สารบัญ
- การเจรจาเดือนตุลาคมทำให้การขยายเกณฑ์อายุมีความเป็นไปได้มากขึ้น
- ข้อเสนอของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคม
- เส้นทางสู่การปฏิรูปในขั้นนี้
- เหตุใดผู้สนับสนุนจึงต้องการให้ลาได้หลังวัยก่อนเข้าเรียน
- ความหมายของวันลาที่ยืดหยุ่น 60 วัน
- เงินประโยชน์สูงสุดเก้าเดือนพร้อมเงื่อนไข
- ความช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่มีภาระดูแลมาก
- ขยายวันลาคลอดและกำหนดโควตาวันลาสำหรับคู่สมรสร่วมกัน
- การสนับสนุนนายจ้างและการติดตามผู้ใช้สิทธิลา
- ประเด็นสำคัญ
การแก้ไขกฎหมายความเสมอภาคทางเพศในการจ้างงานและกฎหมายประกันการจ้างงานยังต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ สมาชิกสภายังไม่ได้ข้อยุติในการประชุมวันที่ 8 ตุลาคม เนื่องจากสมาชิกสภาพรรคประชาชนไต้หวันเสนอให้ขยายเกณฑ์อายุเป็น 12 ปี ขณะที่สมาชิกสภาจากพรรคใหญ่อื่น ๆ สนับสนุนการขยายเป็น 8 ปี
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พันธมิตรภาคประชาสังคมด้านการสนับสนุนนโยบายการดูแลเด็กและการจ้างงานเรียกร้องให้สมาชิกสภาเจรจาให้เสร็จสิ้นและผ่านร่างแก้ไข เพื่อให้ระบบใหม่เริ่มได้ในปี 2027 พันธมิตรฯ รณรงค์ให้ขยายสิทธิและเพิ่มความยืดหยุ่นในการลา มาตั้งแต่ปี 2021
เกณฑ์อายุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการ รัฐบาลยังเสนอให้มีวันลาเพื่อดูแลบุตร 60 วัน ซึ่งใช้ลาแยกเป็นรายวันได้ ขยายวันลาคลอด เพิ่มวันลาไปพบแพทย์ก่อนคลอดและวันลาเพื่อการคลอดบุตร ตลอดจนเพิ่มสิทธิประโยชน์การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรเมื่อบิดามารดาทั้งสองมีส่วนร่วมในการดูแล
สำหรับครอบครัว การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเข้าถึงเวลาหยุดงานเพื่อดูแลบุตรหลังพ้นวัยทารก รวมถึงช่วงต้นของวัยประถม ส่วนสมาชิกสภายังต้องหาข้อยุติว่าใครบ้างมีสิทธิ แต่ละครอบครัวได้รับวันลาและความช่วยเหลือทางการเงินเท่าใด และกฎด้านการจ้างงานกับประกันจะทำงานสอดคล้องกันอย่างไร
ข้อเสนอของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคม
ข้อเสนอด้านความเสมอภาคในการจ้างงานของกระทรวงแรงงาน ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ระบุการแก้ไขกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอต่อสภานิติบัญญัติ โดยเสนอให้ขยายสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อให้ครอบคลุมเด็กก่อนเข้าโรงเรียน
ดังนั้น ข้อตกลงในเดือนตุลาคมที่จะขยายสิทธิให้ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีจึงเป็นการขยายข้อเสนอของรัฐบาลดังกล่าว ส่วนเกณฑ์สิทธิในปัจจุบันคือเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่ใช่ 6 ปี เกณฑ์อายุ 6 ปีเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปที่เสนอและอยู่ระหว่างการพิจารณาของสมาชิกสภา
กระทรวงยังเสนอให้เปลี่ยนชื่อวันลาเพื่อสะท้อนการดูแลเด็กที่พ้นวัยทารกแล้ว โดยระบุเป้าหมายว่าต้องการช่วยให้ลูกจ้างทำงานต่อไปได้ควบคู่กับการดูแลบุตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรัฐบาลรับมืออัตราการเกิดต่ำในไต้หวัน
ข้อเสนอด้านประกันการจ้างงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมเช่นกัน ระบุให้ขยายสิทธิรับเงินประโยชน์ไปถึงผู้ที่มีบุตรอายุ 6 ปีหรือต่ำกว่า โดยให้สิ้นสุดเมื่อบุตรอายุครบ 7 ปี ถ้อยคำนี้ระบุรายละเอียดชัดเจนกว่าคำอธิบายเรื่องเกณฑ์อายุ 6 ปีในประกาศด้านความเสมอภาคในการจ้างงาน การแก้ไขกฎหมายฉบับสุดท้ายจะต้องกำหนดเกณฑ์สิทธิการลาและการจ่ายเงินประโยชน์ให้สอดคล้องกัน หลังการเจรจาในเดือนตุลาคม
เส้นทางสู่การปฏิรูปในขั้นนี้
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อเปิดเผยแนวทางข้อเสนอสนับสนุนครอบครัวของรัฐบาลในเดือนพฤษภาคม ซึ่งรวมถึงการขยายสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรจากเกณฑ์ปัจจุบันที่จำกัดไว้สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี และเปิดให้ใช้วันลา 60 วันแยกเป็นรายวันพร้อมรับเงินประโยชน์
ร่างแก้ไขเข้าสู่การพิจารณารายมาตราในคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติช่วงปลายเดือนมิถุนายน พันธมิตรภาคประชาสังคมฯ ระบุว่า สมาชิกสภาจากหลายพรรคสนับสนุนการให้สิทธิครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีระหว่างการพิจารณาในคณะกรรมาธิการ แต่บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องถูกพักไว้เพื่อเจรจาต่อ
- 2021: พันธมิตรฯ เริ่มรณรงค์ให้สิทธิครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี และให้ใช้วันลาแยกเป็นรายวันได้
- 28 พฤษภาคม 2026: กระทรวงแรงงานเผยแพร่ข้อเสนอของรัฐบาลเพื่อแก้ไขกฎหมายความเสมอภาคในการจ้างงานและกฎหมายประกันการจ้างงาน
- ปลายเดือนมิถุนายน 2026: คณะกรรมาธิการของสภาเริ่มพิจารณาร่างแก้ไขทีละมาตรา
- 8 ตุลาคม 2026: กระทรวงเห็นชอบระหว่างการเจรจาระหว่างพรรคให้สิทธิครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี ขณะที่สมาชิกสภาพรรคประชาชนไต้หวันเสนอเกณฑ์อายุ 12 ปี
- 14 ตุลาคม 2026: พันธมิตรฯ เรียกร้องให้สมาชิกสภาผ่านร่างกฎหมายให้เสร็จและเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มใช้ในปี 2027
พันธมิตรฯ ต้องการให้ผ่านร่างกฎหมายในสมัยประชุมปัจจุบัน จากนั้นจึงจัดทำกฎที่จำเป็นต่อการดำเนินระบบให้เสร็จ ยังไม่มีการประกาศวันเจรจาครั้งต่อไป วันลงมติขั้นสุดท้าย หรือวันเริ่มใช้กฎหมาย
เหตุใดผู้สนับสนุนจึงต้องการให้ลาได้หลังวัยก่อนเข้าเรียน
พันธมิตรฯ อ้างถึงภาระการดูแลที่เป็นรูปธรรมเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องให้กำหนดเกณฑ์อายุไว้ที่เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี โดยชี้ถึงกฎสวัสดิภาพเด็กที่ห้ามปล่อยเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไว้ตามลำพัง การปิดสถานดูแลเด็กและโรงเรียนของเด็กประถมชั้นต้นเป็นการชั่วคราว ตลอดจนตารางเรียนที่ทำให้มีช่วงเวลาขาดการดูแลเป็นเวลานาน
พันธมิตรฯ ระบุว่า ศูนย์ดูแลเด็ก โรงเรียนอนุบาล และชั้นเรียนจนถึงประถมศึกษาปีที่ 2 อาจปิดชั่วคราวเมื่อเกิดการระบาดของเชื้อเอนเทอโรไวรัสหรือไข้หวัดใหญ่ เด็กที่มีไข้ก็อาจต้องให้ผู้ปกครองไปรับทันทีและให้งดไปสถานดูแลเด็ก
บิดามารดาไม่อาจวางแผนการหยุดงานเหล่านี้ล่วงหน้าได้เสมอไป ลูกจ้างอาจต้องออกจากงานในเช้าวันนั้น แทนที่จะจัดวันลาต่อเนื่องล่วงหน้าหลายสัปดาห์ พันธมิตรฯ ยังยกตารางเรียนของเด็กประถมชั้นต้น ซึ่งมีวันเรียนเต็มวันเพียงสัปดาห์ละหนึ่งวัน เป็นเหตุผลว่าครอบครัวยังต้องการการดูแลอย่างมากหลังพ้นวัยก่อนเข้าเรียน
การขยายเกณฑ์อายุที่เสนอจะทำให้สิทธิครอบคลุมช่วงต้นของวัยประถม พันธมิตรฯ ให้เหตุผลว่าเวลาที่บิดามารดาหยุดงานได้ควรสอดคล้องกับการดูแลที่โรงเรียน ผู้ให้บริการดูแลเด็ก และกฎด้านสาธารณสุขกำหนดให้ต้องจัดหา
ความหมายของวันลาที่ยืดหยุ่น 60 วัน
ข้อเสนอด้านความเสมอภาคในการจ้างงานเมื่อเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มวันลาเพื่อดูแลบุตรแบบยืดหยุ่นจาก 30 วันเป็น 60 วัน ลูกจ้างสามารถใช้วันลาแยกเป็นรายวันได้ ทำให้เหมาะกับกรณีโรงเรียนปิดชั่วคราว บุตรป่วย หรือจำเป็นต้องดูแลในช่วงสั้น ๆ ด้วยเหตุอื่น
วันลา 60 วันคิดเป็นสองเท่าของสิทธิวันลาแบบยืดหยุ่นในปัจจุบันที่มี 30 วัน ข้อเสนอยังจะกำหนดชื่อวันลาเพื่อดูแลบุตรสำหรับวันลาประเภทนี้โดยเฉพาะ ขณะที่วันลาดังกล่าวยังคงนับรวมในช่วงเวลาลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรและการคำนวณเงินประโยชน์
การนับรวมสิทธิมีความสำคัญเมื่อครอบครัววางแผนการลา บิดาหรือมารดาที่หยุดงานเป็นรายวันจะใช้สิทธิส่วนหนึ่งจากโควตาวันลาและเงินประโยชน์ชุดเดียวกับที่รองรับการหยุดงานต่อเนื่องยาวนาน ครอบครัวจึงเลือกกระจายสิทธิดังกล่าวให้เหมาะกับความต้องการดูแลบุตรได้
การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรกับเงินประโยชน์จากการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรทำหน้าที่ต่างกัน การลาช่วยให้ลูกจ้างหยุดงานได้โดยยังคงสถานะการจ้างงาน ส่วนเงินประโยชน์คือเงินที่จ่ายผ่านระบบประกันการจ้างงานเพื่อช่วยพยุงครัวเรือนระหว่างหยุดงาน กฎหมายทั้งสองฉบับกำลังได้รับการแก้ไขควบคู่กัน เพราะสิทธิในการหยุดงานและสิทธิในการรับเงินต้องทำงานสอดคล้องกัน
พันธมิตรฯ ระบุว่าความยืดหยุ่นมีประโยชน์เป็นพิเศษต่อลูกจ้างที่มีวันลาพักร้อนสะสมอยู่น้อย โดยเห็นว่าบิดามารดาควรรับมือกับความจำเป็นในการดูแลที่เกิดขึ้นกะทันหันได้ โดยไม่ต้องใช้วันลาทั้งหมดที่ตั้งใจเก็บไว้พักผ่อน
เงินประโยชน์สูงสุดเก้าเดือนพร้อมเงื่อนไข
ข้อเสนอด้านประกันการจ้างงานเมื่อเดือนพฤษภาคมจะเปิดให้บิดามารดาแต่ละคนรับเงินประโยชน์จากการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้นานสูงสุดเก้าเดือน หากทั้งสองฝ่ายมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขการมีส่วนร่วม บิดามารดาทั้งสองที่ดูแลบุตรคนเดียวกันต้องได้รับเงินประโยชน์คนละหกเดือนก่อน จากนั้นแต่ละคนจึงขอรับเพิ่มได้อีกสามเดือนระหว่างการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร
สามเดือนที่เพิ่มขึ้นจะขยายระยะเวลารับเงินประโยชน์สูงสุดของบิดาหรือมารดาที่มีคุณสมบัติแต่ละคนจากหกเดือนเป็นเก้าเดือน เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเสนอแนวทางนี้เพื่อส่งเสริมให้บิดามารดาทั้งสองแบ่งปันภาระการดูแลบุตรและเพิ่มความช่วยเหลือทางการเงินแก่ครอบครัว
เงื่อนไขดังกล่าวยังเป็นเหตุผลที่สมาชิกสภากำลังหารือเรื่องความช่วยเหลือแยกต่างหากสำหรับพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ครัวเรือนที่มีผู้ปกครองเพียงคนเดียวไม่อาจแบ่งการลาได้เช่นเดียวกับครัวเรือนที่บิดามารดาทั้งสองต่างมีคุณสมบัติรับเงินประโยชน์ครบหกเดือน
การแก้ไขกฎหมายประกันยังครอบคลุมการบริหารจัดการ โดยจะเพิ่มตารางประเภทค่าจ้างที่ใช้ประกัน และให้อำนาจหน่วยงานขอข้อมูลที่จำเป็นจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชื่อมโยงระบบเพื่อพิจารณาเรื่องประกัน ประเภทค่าจ้างที่ใช้ประกันคือระดับค่าจ้างที่ใช้ในระบบประกัน ไม่ใช่คำรับรองว่าลูกจ้างทุกคนจะได้รับเงินจำนวนเท่ากัน
ความช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่มีภาระดูแลมาก
สมาชิกสภาหลิว เจี้ยนกั๋วเสนอให้ขยายระยะเวลาการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรและจำนวนวันลาเพื่อดูแลบุตรแบบยืดหยุ่นสำหรับครอบครัวที่บุตรมีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ พันธมิตรฯ ระบุว่าเด็กที่ต้องได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรก เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า และเด็กที่เป็นโรคหายาก อาจต้องไปพบแพทย์ รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ และรักษาซ้ำหลายครั้ง
พันธมิตรฯ ระบุว่า ครอบครัวเหล่านี้อาจใช้วันลาที่มีอยู่หมดก่อนบุตรเข้าโรงเรียนประถม การขยายเกณฑ์อายุเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ เพราะพวกเขาต้องการเวลามากขึ้นเพื่อรับมือกับการดูแลที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
สมาชิกสภาหวัง เฉิงซวี่เสนอให้ผู้ประกันตนที่ใช้อำนาจปกครองบุตรเพียงลำพังหรือเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพังรับเงินประโยชน์จากการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้นานสูงสุดเก้าเดือน ข้อเสนอนี้จะทำให้พ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีคุณสมบัติเข้าถึงสิทธิในระดับใกล้เคียงกับกรณีที่คู่สมรสของผู้ปกครองเสียชีวิต
พันธมิตรฯ เรียกร้องให้สมาชิกสภาและกระทรวงนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาพิจารณาในการเจรจาที่ยังดำเนินอยู่ หากไม่สามารถประเมินความต้องการ ทรัพยากร และกฎการดำเนินงานที่จำเป็นให้เสร็จในรอบนี้ได้ พันธมิตรฯ ต้องการให้เริ่มงานปฏิรูปเพิ่มเติมโดยเร็วหลังร่างกฎหมายผ่าน
ข้อเสนอเหล่านี้มุ่งแก้ปัญหาสองด้านที่แตกต่างกัน ได้แก่ ครอบครัวยังคงมีสิทธิได้นานเพียงใดเมื่อบุตรเติบโตขึ้น และครอบครัวต้องการวันลาหรือความช่วยเหลือทางการเงินมากเพียงใดในช่วงเวลาดังกล่าว ครอบครัวที่ต้องจัดการรักษาบ่อยครั้งหรือมีผู้ปกครองที่ดูแลได้เพียงคนเดียวอาจต้องการการเปลี่ยนแปลงทั้งสองด้าน
ขยายวันลาคลอดและกำหนดโควตาวันลาสำหรับคู่สมรสร่วมกัน
ข้อเสนอของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มวันลาคลอดจากแปดสัปดาห์เป็น 12 สัปดาห์ เพิ่มขึ้นสี่สัปดาห์ หรือ 50 เปอร์เซ็นต์จากระยะเวลาปัจจุบัน กระทรวงระบุว่าการขยายวันลาจะทำให้มารดามีเวลาพักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจมากขึ้น
วันลาเพื่อพาคู่สมรสไปตรวจครรภ์และวันลาเพื่อการคลอดบุตรจะเพิ่มจากเจ็ดวันเป็น 14 วัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสองเท่าจากสิทธิปัจจุบัน แต่วันลาไปตรวจครรภ์และวันลาเพื่อการคลอดบุตรยังคงใช้จากโควตารวมเดียวกัน
พันธมิตรฯ คัดค้านการรวมสิทธิดังกล่าว วันลาที่ใช้ไปกับการไปพบแพทย์ก่อนคลอดจะลดเวลาที่เหลือสำหรับช่วงคลอดบุตร พันธมิตรฯ ยังเห็นว่าวันลาเพิ่มเติมอีกเจ็ดวันสำหรับคู่สมรสให้ความช่วยเหลือไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับวันลาคลอดที่เพิ่มขึ้นสี่สัปดาห์ ทำให้ภาระการดูแลส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับมารดา
ตามข้อเสนอของกระทรวง นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างสำหรับวันลาคลอดและวันลาของคู่สมรสที่เพิ่มขึ้น จากนั้นจึงยื่นขอเงินอุดหนุนจากกระทรวงแรงงานได้ การจ่ายเงินรูปแบบนี้แตกต่างจากเงินประโยชน์การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่จ่ายผ่านระบบประกันการจ้างงาน
พันธมิตรฯ ยังต้องการปฏิรูปวันลาดูแลครอบครัว โดยระบุว่าบุคลากรทางทหาร ข้าราชการ และครูได้รับค่าจ้างระหว่างลา ขณะที่ลูกจ้างกลุ่มอื่นถูกหักค่าจ้าง พันธมิตรฯ ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับช่องว่างด้านค่าจ้างและการออกแบบวันลาสำหรับคู่สมรสในการปฏิรูประยะถัดไป
การสนับสนุนนายจ้างและการติดตามผู้ใช้สิทธิลา
ข้อเสนอด้านความเสมอภาคในการจ้างงานเมื่อเดือนพฤษภาคมมีมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับนายจ้างที่จัดตั้งสถานดูแลเด็กหรือให้บริการดูแลเด็ก ค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์อาจนำไปหักจากรายได้ธุรกิจที่ต้องเสียภาษีได้ในอัตรา 200 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่จ่ายไป
ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ 100 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่จะนำไปหักจากรายได้ได้ 200 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษีของบริษัทและเกณฑ์คุณสมบัติฉบับสุดท้าย กระทรวงต้องการส่งเสริมให้นายจ้างจัดให้มีความช่วยเหลือด้านการดูแลเด็กที่ใช้ได้จริงควบคู่กับวันลาตามกฎหมาย
พันธมิตรฯ ยังต้องการให้กระทรวงเผยแพร่ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอหลังการปฏิรูปมีผลใช้ รวมถึงจำนวนผู้ยื่นขอรับเงินประโยชน์ จำนวนผู้มีสิทธิที่ไม่ได้ยื่นขอ และสัดส่วนผู้ชายที่ใช้สิทธิ พันธมิตรฯ ขอให้วิเคราะห์สาเหตุที่พ่อแม่บางคนไม่ใช้สิทธิที่ตนมี
ตัวเลขเหล่านี้จะแสดงให้เห็นว่ากฎใหม่ส่งผลต่อครัวเรือนอย่างไร โดยเฉพาะว่ามีบิดาเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลมากขึ้นหรือไม่ เงินประโยชน์เพิ่มอีกสามเดือนที่เสนอต่อผู้ปกครองแต่ละคนมีเงื่อนไขว่าทั้งสองฝ่ายต้องลาตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้การมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย
ขณะนี้การปฏิรูปของไต้หวันมีเกณฑ์อายุที่กว้างขึ้นซึ่งกระทรวงให้การสนับสนุน มีชุดข้อเสนอเพิ่มวันลาและเงินประโยชน์ และยังมีการเจรจาในฝ่ายนิติบัญญัติที่ไม่ได้ข้อยุติ การตัดสินใจเร่งด่วนคือกำหนดอายุผู้มีสิทธิขั้นสุดท้าย ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีความต้องการมากขึ้น และผ่านกฎหมายสองฉบับที่เกี่ยวข้องกัน พันธมิตรฯ กำลังผลักดันให้มีข้อยุติโดยเร็วพอที่จะเริ่มใช้ระบบได้ในปี 2027
ประเด็นสำคัญ
- กระทรวงแรงงานเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมให้ข้อเสนอการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรครอบคลุมบิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี
- เกณฑ์สิทธิปัจจุบันคือเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ส่วนข้อเสนอของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคมจะขยายไปถึงอายุ 6 ปี
- การเจรจายังไม่เสร็จสิ้น โดยสมาชิกสภาพรรคประชาชนไต้หวันเสนอให้กำหนดเกณฑ์อายุไว้ที่ 12 ปี
- รัฐบาลเสนอให้เพิ่มวันลาเพื่อดูแลบุตรแบบยืดหยุ่นจาก 30 วันเป็น 60 วัน โดยนับรวมในสิทธิการลาและเงินประโยชน์เพื่อเลี้ยงดูบุตร
- บิดามารดาแต่ละคนอาจรับเงินประโยชน์ได้นานสูงสุดเก้าเดือน หากทั้งสองฝ่ายได้รับเงินประโยชน์คนละหกเดือนสำหรับบุตรคนเดียวกันก่อน
- สมาชิกสภาเสนอความช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับเด็กที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษและพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีคุณสมบัติ
- วันลาคลอดจะเพิ่มจากแปดสัปดาห์เป็น 12 สัปดาห์ ส่วนวันลาไปตรวจครรภ์และวันลาเพื่อการคลอดบุตรของคู่สมรส ซึ่งนับรวมกัน จะเพิ่มจากเจ็ดวันเป็น 14 วัน
- พันธมิตรภาคประชาสังคมฯ ต้องการให้ผ่านกฎหมายและจัดทำกฎดำเนินงานให้เสร็จทันเริ่มใช้ในปี 2027






