จอรุ่นถัดไปของ Apple อาจพลิกโฉมคำสั่งซื้อจอแสดงผลจากเกาหลีใต้
การลงทุนราว 4.1 ล้านล้านวอนของ Samsung Display ในสายการผลิต OLED ที่เมืองอาซัน ประเทศเกาหลีใต้ อาจได้พบกับแหล่งอุปสงค์ใหม่รายใหญ่ในไม่ช้า นั่นคือ MacBook Pro รุ่นแรกของ Apple ที่ใช้หน้าจอสัมผัส OLED และ iPad mini ที่ใช้เทคโนโลยีจอภาพแบบเดียวกัน
สารบัญ
- จอรุ่นถัดไปของ Apple อาจพลิกโฉมคำสั่งซื้อจอแสดงผลจากเกาหลีใต้
- สิ่งที่ผู้ซื้ออาจได้เห็นในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน
- OLED จะเปลี่ยนอะไรบน MacBook
- การลงทุนของ Samsung ในอาซันช่วยให้ได้เปรียบตั้งแต่ต้น
- แผนโรงงานแห่งที่สองมุ่งไปถึงปี 2029
- LG Display เดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตอีกแนวทาง
- iMac เป็นความท้าทายด้านเทคนิคที่เข้มข้นกว่า
- ตลาด OLED เติบโตได้แม้ตลาดแล็ปท็อปอ่อนแอ
- คำสั่งซื้อยังขึ้นอยู่กับราคาและความต้องการของลูกค้า
- ประเด็นสำคัญ
คาดว่า Apple จะประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นในหรือราววันที่ 27 ตุลาคม 2026 และเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน มีรายงานว่า Samsung Display เป็นผู้จัดหาจอ OLED ทั้งหมดในช่วงแรกสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่น โดยมีการรวมสินค้าบางส่วนไว้ในรายได้ไตรมาส 3 และคาดว่าการส่งมอบจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4
โอกาสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์สองรุ่น UBI Research คาดการณ์ว่าคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตจะคิดเป็น 12.5% ของความต้องการแผง OLED ต่อปีของ Apple ในปี 2030 เพิ่มจาก 4.1% ในปี 2026 Samsung Display กำลังเตรียมกำลังการผลิตเพิ่มเติม ขณะที่ LG Display กำลังพัฒนากระบวนการผลิตอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจช่วยให้บริษัทแข่งขันในตลาดจอขนาดใหญ่ได้
กำหนดการประกาศและวันที่วางจำหน่ายที่คาดการณ์ไว้ยังไม่แน่นอน รายงานการเปิดตัวยังมีข้อมูลสเปกชิปประมวลผลที่ขัดแย้งกัน ขณะที่ LG Display ระบุชัดเจนว่ายังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสุดท้ายสำหรับการนำกระบวนการใหม่ออกใช้เชิงพาณิชย์ ความไม่แน่นอนเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะโรงงานต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากก่อนที่อุปกรณ์สำเร็จรูปจะวางขาย
สิ่งที่ผู้ซื้ออาจได้เห็นในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน
MacBook Pro ที่คาดว่าจะเปิดตัวจะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง ได้แก่ หน้าจอ OLED และระบบสัมผัส นับเป็น MacBook รุ่นแรกที่ใช้หน้าจอสัมผัส OLED นับตั้งแต่เปิดตัวตระกูล MacBook ในปี 2006 ส่วน iPad mini จะขยายการใช้ OLED ไปยังแท็บเล็ตตระกูลอื่นของ Apple ต่อจาก iPad Pro ที่เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีนี้ในปี 2024
กำหนดการตามรายงานระบุว่าอาจมีการประกาศเปิดตัวราววันที่ 27 ตุลาคม และเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยวันที่ 6 พฤศจิกายนเป็นหนึ่งในวันที่อาจใช้เปิดตัว การประกาศเปิดตัวคือการเปิดเผยผลิตภัณฑ์ ส่วนวันวางจำหน่ายคือวันที่ลูกค้าเริ่มซื้อได้ ทั้งสองวันจึงเป็นคนละช่วงของการเปิดตัว
กำหนดการผลิตภัณฑ์และโรงงานที่มีรายงานไว้ครอบคลุมช่วงเวลายาวนานกว่าการเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงมาก:
- 2024: iPad Pro ของ Apple เปลี่ยนมาใช้ OLED โดยมี Samsung Display และ LG Display เป็นผู้จัดหาแผงจอ
- 2026: Samsung Display เริ่มผลิตจำนวนมากที่สายการผลิต IT OLED เจเนอเรชัน 8.6 แห่งใหม่ในเมืองอาซัน
- 27 ตุลาคม 2026: คาดว่า Apple จะประกาศเปิดตัว MacBook Pro หน้าจอสัมผัส OLED และ iPad mini จอ OLED
- ต้นเดือนพฤศจิกายน 2026: คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่าย โดยอาจเป็นวันที่ 6 พฤศจิกายน
- ครึ่งแรกของปี 2027: คาดว่าจะเริ่มลงทุนในสายการผลิต A7 ที่ Samsung Display เสนอแผนไว้
- 2029: คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ที่สาย A7 ส่วน Sigmaintell คาดการณ์ว่า FLiPP จะเริ่มผลิตจำนวนมากด้วย แต่ LG Display ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาดังกล่าวเป็นที่สิ้นสุด
- 2029 ถึง 2030: คาดว่าจะมี iMac จอ OLED ตามแผนการพัฒนาที่มีรายงาน
คาดว่าการประกาศในเดือนตุลาคมจะรวมถึง MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วที่ใช้ชิป M6 และ iMac รุ่น M6 ด้วย ขณะที่การคาดการณ์ผลิตภัณฑ์อีกชุดระบุว่าแล็ปท็อปหน้าจอสัมผัสที่ออกแบบใหม่จะใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max โดยรุ่นพื้นฐานที่อาจใช้ M7 จะตามมาในฤดูใบไม้ผลิปีถัดไป ดังนั้นผู้ซื้อจึงยังมีข้อมูลเรื่องชิปประมวลผลและรุ่นย่อยที่ไม่ชัดเจนเท่ากับการเปลี่ยนมาใช้ OLED
OLED จะเปลี่ยนอะไรบน MacBook
OLED ย่อมาจาก organic light-emitting diode หรือไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ แต่ละพิกเซลซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพจะเปล่งแสงได้เอง ส่วนจอ LCD ใช้แหล่งกำเนิดแสงแยกต่างหากอยู่ด้านหลังจอ การตัดแผงไฟส่องสว่างด้านหลังออกช่วยให้ผู้ผลิตทำจอภาพให้บางลงได้
พิกเซล OLED สามารถปิดแสงแยกกันได้เพื่อแสดงพื้นที่สีดำ ทำให้เกิดความต่างระหว่างส่วนมืดและส่วนสว่างของภาพอย่างชัดเจน เทคโนโลยีนี้ยังมีเวลาตอบสนองรวดเร็ว ช่วยให้หน้าจอแสดงการเปลี่ยนแปลงของภาพอย่างฉับไวได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนแผงจอที่สูงกว่าทำให้ OLED ยังเน้นใช้ในแล็ปท็อประดับพรีเมียมและอุปกรณ์ราคาแพงอื่น ๆ
คาดว่า MacBook Pro ที่ออกแบบใหม่จะใช้ Tandem OLED ซึ่งซ้อนชั้น OLED ที่เปล่งแสงเพื่อเพิ่มความสว่าง โดย iPad Pro ใช้เทคโนโลยีนี้อยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบอื่น ๆ ที่มีรายงาน ได้แก่ พื้นที่ Dynamic Island ที่เล็กลง การไม่มี Face ID และตัวเครื่องที่บางและเบาลงส่วนหนึ่งจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน
การรองรับระบบสัมผัสจะต้องปรับเปลี่ยนมากกว่าตัวแผงจอเพียงอย่างเดียว โดยคาดว่าจะมีการปรับซอฟต์แวร์ เช่น ปุ่มควบคุมที่ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อแตะ และเมนูที่ปรากฏรอบนิ้ว สำหรับผู้ใช้ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือสามารถเลือกปุ่มควบคุมบางอย่างบนหน้าจอได้โดยตรง ขณะยังคงใช้คีย์บอร์ดและแทร็กแพดได้เช่นเดิม
การลงทุนของ Samsung ในอาซันช่วยให้ได้เปรียบตั้งแต่ต้น
Samsung Display ลงทุนราว 4.1 ล้านล้านวอนในสายการผลิต IT OLED เจเนอเรชัน 8.6 ที่เมืองอาซัน จังหวัดชุงชองใต้ สายการผลิตนี้เริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2026 ทำให้กำลังการผลิตใหม่เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ OLED ของ Apple ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ตัวเลขเจเนอเรชันบอกขนาดแผ่นกระจกที่ใช้ผลิตจอแสดงผล แผ่นฐานเจเนอเรชัน 8.6 ของ Samsung มีพื้นที่ราวสองเท่าของแผ่นที่ใช้ในสายการผลิตเจเนอเรชัน 6 แผ่นขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจอแล็ปท็อปและแท็บเล็ตได้ โดยผู้ผลิตสามารถจัดวางหน้าจอได้มากขึ้นบนแผ่นเดียว
อย่างไรก็ตาม ปริมาณผลผลิตจริงยังขึ้นอยู่กับขนาดหน้าจอที่ผลิตและจำนวนแผงที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ สำหรับ Samsung Display รูปแบบแผ่นขนาดใหญ่เป็นหนทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจอคอมพิวเตอร์ ขณะที่ความต้องการขยายจากแผงขนาดเล็กที่ใช้ในโทรศัพท์
Samsung มีส่วนแบ่งสำคัญในตลาดแล็ปท็อป OLED อยู่แล้ว Sigmaintell ประเมินว่า Samsung จัดหาแผงจอ OLED มากกว่า 70% ที่แบรนด์ชั้นนำระดับโลกใช้ในแล็ปท็อป รวมถึงราว 75% ของแผงจอที่ Acer ใช้ บริษัทยังจัดหาให้ Lenovo และ Dell ด้วย คำสั่งซื้อจาก Apple ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะเพิ่มลูกค้ารายใหญ่เข้ามาในธุรกิจที่มีอยู่
แผนโรงงานแห่งที่สองมุ่งไปถึงปี 2029
Samsung Display กำลังเตรียมสายการผลิต A7 แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอาซันแห่งที่สอง คาดว่าจะเริ่มลงทุนในครึ่งแรกของปี 2027 และอาจติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จในครึ่งแรกของปี 2028 ก่อนเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2029
โรงงานที่เสนอนี้จะผลิตแผง OLED สำหรับสมาร์ตโฟน อุปกรณ์พับได้ แล็ปท็อป และแท็บเล็ต ความหลากหลายดังกล่าวจะช่วยให้ Samsung Display ให้บริการผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภทเมื่อความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลง
กำหนดการของสาย A7 ทำให้การขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่รอบถัดไปเกิดขึ้นหลายปีหลังการเปิดตัว MacBook OLED รุ่นแรกที่คาดไว้ ดังนั้นความคุ้มค่าทางธุรกิจจึงขึ้นอยู่กับความต้องการที่ต่อเนื่องจากอุปกรณ์ Apple รุ่นต่อ ๆ ไปและผู้ผลิตรายอื่น ตลอดจนคำสั่งซื้อในช่วงแรก
บทบาทที่คาดว่า Samsung Display จะมีใน MacBook Pro และ iPad mini รุ่นใหม่ยังต่อยอดจากธุรกิจที่ทำกับ Apple อยู่แล้ว Samsung Display และ LG Display จัดหาแผง OLED สำหรับ iPhone 18 Pro และ Pro Max มีรายงานว่า Samsung Display เป็นผู้จัดหาแผงจอแต่เพียงรายเดียวสำหรับสมาร์ตโฟนพับได้รุ่นแรกของ Apple ซึ่งเรียกว่า iPhone Duo ขณะที่ LG Display จัดหาแผงจอสำหรับ Apple Watch
LG Display เดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตอีกแนวทาง
กลยุทธ์ของ LG Display มุ่งเน้นที่ FLiPP ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่อยู่ระหว่างพัฒนา โดยใช้โฟโตลิโทกราฟีสร้างซับพิกเซลสีแดง เขียว และน้ำเงิน ซับพิกเซลเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสีขนาดเล็กที่รวมกันเป็นสีที่ผู้ชมมองเห็น
การผลิต OLED แบบทั่วไปอาจใช้หน้ากากโลหะละเอียด ซึ่งเป็นแผ่นบางที่มีช่องเปิดขนาดเล็กเพื่อช่วยวางวัสดุเปล่งแสงในตำแหน่งที่ถูกต้อง FLiPP ตัดหน้ากากดังกล่าวออกจากกระบวนการและใช้การสร้างลวดลายด้วยแสงแทน LG Display กำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตและขยายขนาดแผง OLED ที่บริษัทสามารถจัดหาได้
LG Display กำลังพิจารณาปรับปรุงสายการผลิต OLED เจเนอเรชัน 8.5 ที่มีอยู่ในเมืองพาจู และได้หารือโครงการกับผู้จัดหาอุปกรณ์แล้ว การใช้โครงสร้างพื้นฐานการผลิต OLED แผ่นขนาดใหญ่ที่มีอยู่จะเปิดทางให้บริษัทเข้าสู่ตลาดจอคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องวางกลยุทธ์ทั้งหมดไว้กับการสร้างโรงงานแห่งใหม่
Sigmaintell คาดการณ์ว่า FLiPP จะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2029 ส่วน LG Display ระบุว่ากระบวนการนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการนำไปใช้เชิงพาณิชย์เป็นที่สิ้นสุด ขั้นตอนต่อไปของบริษัทจึงเกี่ยวข้องทั้งกับการพัฒนาด้านเทคนิคและการตัดสินใจลงทุนด้านการผลิต
LG Display จัดแสดงแผงจอ FLiPP ขนาด 27 นิ้วในเดือนสิงหาคม โดยมีการระบุว่า Studio Display ขนาด 27 นิ้วของ Apple อาจเป็นกลุ่มเป้าหมายของเทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้โครงการนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากแล็ปท็อปและแท็บเล็ต
iMac เป็นความท้าทายด้านเทคนิคที่เข้มข้นกว่า
มีรายงานว่า Apple ขอให้ Samsung Display และ LG Display ผลิตตัวอย่างจอ OLED ที่เหมาะกับ iMac โดยใช้โรงงานผลิตจำนวนมาก คำขอดังกล่าวจะผลักดันการพัฒนาไปสู่การทดสอบหน้าจอที่ผลิตภายใต้สภาวะใกล้เคียงกับการผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคตมากขึ้น
คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2029 ถึง 2030 สเปกที่มีรายงานว่า Apple กำหนดไว้คือ QD-OLED ความหนาแน่น 220 พิกเซลต่อนิ้ว เทียบกับค่าสูงสุด 160 พิกเซลต่อนิ้วของแผงจอประเภทนี้ที่มีการอ้างถึงในปัจจุบัน QD-OLED ใช้ควอนตัมดอตแปลงแสงเป็นสี
พิกเซลต่อนิ้ว หรือ PPI ใช้วัดความหนาแน่นของพิกเซล ค่าที่ Apple ต้องการที่ 220 PPI สูงกว่า 160 PPI อยู่ 37.5% การทำให้ได้ความหนาแน่นระดับนี้ต้องใช้พิกเซลที่เล็กลงและวางชิดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับจอเดสก์ท็อปที่รับชมจากระยะใกล้
iMac OLED รุ่นแรกอาจมีขนาด 24 หรือ 27 นิ้ว โดยระบุว่า Samsung Display มีความคืบหน้าในการผลิต QD-OLED มากกว่า และอาจเป็นผู้จัดหาหลักหรือผู้จัดหาแต่เพียงรายเดียวในช่วงเปิดตัว การที่ LG Display ได้รับคำขอให้ส่งตัวอย่างทำให้บริษัทมีโอกาสพัฒนาเทคโนโลยี ขณะที่รูปแบบการจัดหาจริงในอนาคตยังอยู่ระหว่างการวางแผนผลิตภัณฑ์
iMac OLED และ Studio Display OLED ที่อาจเกิดขึ้นเป็นโอกาสคนละส่วน iMac รวมคอมพิวเตอร์และหน้าจอไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ส่วน Studio Display เป็นจอภาพที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ทั้งสองอาจทำให้ Apple เลือกเทคโนโลยีการผลิตและผู้จัดหาที่แตกต่างกัน
ตลาด OLED เติบโตได้แม้ตลาดแล็ปท็อปอ่อนแอ
Counterpoint Research คาดการณ์ว่าการจัดส่งแผงจอ OLED สำหรับแล็ปท็อปจะเพิ่มขึ้น 50% ในปี 2026 และอีก 24% ในปี 2027 หากกำหนดดัชนีเริ่มต้นที่ 100 ก่อนการเพิ่มขึ้นดังกล่าว ปริมาณการจัดส่งจะอยู่ที่ 150 หลังปีแรก และ 186 หลังปีที่สอง หรือเพิ่มขึ้นสะสม 86%
การคาดการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดจอแล็ปท็อปโดยรวมเผชิญแรงกดดันจากราคาเมมโมรีและความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่อ่อนแอ ผู้จัดหา OLED สามารถเพิ่มยอดจัดส่งได้เมื่อผู้ผลิตเปลี่ยนจากจอ LCD ในผลิตภัณฑ์ประเภทเดิม แม้ความต้องการแล็ปท็อปโดยรวมกำลังเผชิญแรงกดดัน
Omdia คาดว่าผู้ผลิตเกาหลีจะขยายการใช้กำลังการผลิต OLED เจเนอเรชัน 8.5 จากแผงจอโทรทัศน์ไปสู่แผงจอมอนิเตอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการจัดส่งจอมอนิเตอร์และจอแล็ปท็อป OLED แผ่นฐานขนาดใหญ่ของ Samsung และการพัฒนาสายการผลิตที่มีอยู่ของ LG Display เป็นแนวทางต่างกันในการคว้าโอกาสนี้
การคาดการณ์ของ UBI Research เกี่ยวกับ Apple ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะคล้ายกันภายในคำสั่งซื้อของลูกค้ารายเดียว สัดส่วนที่เพิ่มจาก 4.1% ในปี 2026 เป็น 12.5% ในปี 2030 หมายความว่าสัดส่วนความต้องการ OLED ของ Apple ที่มาจากคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตเพิ่มขึ้น 8.4 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือราวสามเท่าของระดับเริ่มต้น
ตามการคาดการณ์นี้ คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตจะคิดเป็นหนึ่งในแปดของแผง OLED ที่ Apple ซื้อในปี 2030 และจะกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นยังคงมีสัดส่วนความต้องการแผงจอส่วนใหญ่
คำสั่งซื้อยังขึ้นอยู่กับราคาและความต้องการของลูกค้า
ต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นและยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่ซบเซาเป็นความเสี่ยงเฉพาะหน้าของผู้ผลิตแผงจอ ชิปและเมมโมรีที่แพงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนของอุปกรณ์สำเร็จรูป ขณะที่ OLED โดยทั่วไปมีราคาสูงกว่า LCD ผู้ผลิตจึงต้องประเมินว่าลูกค้าจะยอมรับต้นทุนดังกล่าวได้มากเพียงใด
Samsung Display เข้าสู่ช่วงเปิดตัวที่คาดการณ์ไว้นี้พร้อมธุรกิจแล็ปท็อป OLED ที่มั่นคงและกำลังการผลิตใหม่ โอกาสของ LG Display ผูกกับการนำ FLiPP ไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์และการคว้าคำสั่งซื้อจอขนาดใหญ่ ทั้งสองบริษัทต้องจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่จะทยอยเข้ามาในช่วงหลายปี
การประกาศของ Apple ที่คาดว่าจะมีในเดือนตุลาคมเป็นหมุดหมายถัดไปสำหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ส่วนช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนจะเป็นการทดสอบกำหนดการวางจำหน่ายที่เสนอไว้ แผนโรงงานและผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการลงทุนเพิ่มเติม ความคืบหน้าในการผลิต และการตัดสินใจของลูกค้าไปจนถึงช่วงปลายทศวรรษ
ประเด็นสำคัญ
- คาดว่า Apple จะประกาศเปิดตัว MacBook Pro หน้าจอสัมผัส OLED และ iPad mini จอ OLED ราววันที่ 27 ตุลาคม โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
- มีรายงานว่า Samsung Display จะจัดหาแผง OLED ทั้งหมดในช่วงแรกสำหรับอุปกรณ์ทั้งสองรุ่น
- สายการผลิตในอาซันของ Samsung ซึ่งใช้เงินลงทุน 4.1 ล้านล้านวอนเริ่มผลิตจำนวนมากแล้ว ขณะที่สาย A7 ที่เสนอแผนไว้อาจเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2029
- LG Display กำลังพัฒนา FLiPP และพิจารณาปรับปรุงสายการผลิตในพาจู แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการนำไปใช้เชิงพาณิชย์เป็นที่สิ้นสุด
- คาดว่าจะมี iMac จอ OLED ในช่วงปี 2029 ถึง 2030 โดยมีรายงานว่า Apple ต้องการแผง QD-OLED ความหนาแน่น 220 PPI
- UBI Research คาดการณ์ว่าคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตจะคิดเป็น 12.5% ของความต้องการแผง OLED ของ Apple ในปี 2030 เพิ่มจาก 4.1% ในปี 2026






