เนปาลวางแผนลดระดับทะเลสาบหิมาลัย 4 แห่ง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงว่าควรลดมากเพียงใด

ใช้เวลาอ่าน 11 นาที
Nepal Plans to Lower Four Himalayan Lakes as Scientists Debate How Much Is Enough

ทะเลสาบ 4 แห่ง กำหนดเสร็จปี 2033 และการตัดสินใจด้านการออกแบบที่สำคัญ

เนปาลกำลังเตรียมโครงการมูลค่าราว 50 ล้านดอลลาร์ เพื่อลดระดับทะเลสาบธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย 4 แห่ง ติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำท่วม และปกป้องชุมชนปลายน้ำ รวมถึงพื้นที่ตามแนวแม่น้ำที่ไหลเข้าสู่อินเดีย ทะเลสาบเหล่านี้ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 4,050-5,483 เมตร เขื่อนธรรมชาติที่ไม่มั่นคง หิมะถล่ม และสภาพการทำงานที่ยากลำบาก ทำให้การลดความเสี่ยงเป็นภารกิจที่ท้าทาย

สารบัญ
  1. ทะเลสาบ 4 แห่ง กำหนดเสร็จปี 2033 และการตัดสินใจด้านการออกแบบที่สำคัญ
  2. ทะเลสาบบนภูเขากลายเป็นภัยน้ำท่วมได้อย่างไร
  3. เหตุใดภัยจึงลามไปถึงอินเดีย
  4. คนงานจะก่อสร้างอะไร และเมื่อใด
  5. เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงเห็นต่างเรื่องการลด 3 เมตร
  6. บทเรียนจากโครงการระบายน้ำครั้งก่อนของเนปาล
  7. ระบบเตือนภัยต้องเข้าถึงประชาชนปลายน้ำ
  8. ใครเป็นผู้จ่าย และใครจะได้รับประโยชน์
  9. ความเสียหายล่าสุดทำให้โครงการเร่งด่วน
  10. ประเด็นสำคัญ

บันทึกโครงการอย่างเป็นทางการของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุเป้าหมายคือทะเลสาบทูลากี โลเวอร์บารุน ลุมดิงทโซ และฮงกู 2 โดยระบุวันเริ่มโครงการทั้งตามแผนและที่เกิดขึ้นจริงเป็นวันที่ 11 มีนาคม 2026 และกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 11 มีนาคม 2033 UNDP และรัฐบาลเนปาลดำเนินงานร่วมกัน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว

การตัดสินใจด้านวิศวกรรมที่สำคัญยังอยู่ระหว่างการศึกษา นั่นคือควรลดระดับทะเลสาบแต่ละแห่งลงเท่าใด คำอธิบายโครงการเบื้องต้นเสนอให้ลดระดับฮงกู 2 ลง 1 เมตร และทะเลสาบอื่น ๆ ลง 3 เมตร ต่อมา ราจัน ภัตตาราย ผู้อำนวยการโครงการระดับชาติกล่าวว่า ต้องศึกษาความจำเป็นและปรับปรุงแบบให้ละเอียดก่อน จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะลดระดับลงเท่าใด

ดังนั้น โครงการที่รู้จักกันในชื่อ GLOF Sanjeevani จึงไม่ได้มีเพียงการขุดร่องระบายน้ำ ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการเลือกมาตรการให้เหมาะกับทะเลสาบแต่ละแห่ง การดูแลทางระบายน้ำให้ปลอดภัย และการเตือนประชาชนปลายน้ำให้มีเวลาอพยพก่อนน้ำหลากมาถึง

ทะเลสาบบนภูเขากลายเป็นภัยน้ำท่วมได้อย่างไร

ทะเลสาบธารน้ำแข็งก่อตัวขึ้นเมื่อน้ำแข็งละลายและน้ำสะสมในแอ่งบนภูเขา บางแห่งมีสันตะกอนธารน้ำแข็งกั้นไว้ ซึ่งเป็นแนวสันที่ประกอบด้วยหิน ตะกอน และบางครั้งมีน้ำแข็งฝังอยู่ เกิดจากธารน้ำแข็งที่ถอยร่น ต่างจากเขื่อนที่มนุษย์สร้าง สิ่งกีดขวางตามธรรมชาตินี้อาจมีส่วนที่อ่อนแอหรือไม่มั่นคง

หิมะถล่มหรือดินถล่มอาจดันน้ำให้ไหลข้ามแนวกั้น จากนั้นการกัดเซาะอาจทำให้แนวกั้นพัง น้ำจึงทะลักลงหุบเขาอย่างรวดเร็ว แผ่นดินไหว น้ำแข็งที่ละลายอยู่ในสันตะกอนธารน้ำแข็ง หรือการเปลี่ยนแปลงบริเวณทางระบายน้ำ ก็อาจทำให้ทะเลสาบไม่มั่นคงได้เช่นกัน การปลดปล่อยน้ำออกมาอย่างฉับพลันเช่นนี้เรียกว่าน้ำท่วมฉับพลันจากการแตกของทะเลสาบธารน้ำแข็ง หรือ GLOF

สุภาษ ตุลาธาร์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยอุทกวิทยาและทรัพยากรน้ำแห่งเนปาล ซึ่งกำกับดูแลโครงการ อธิบายวัตถุประสงค์ไว้ว่า

เป้าหมายของเราคือลดความเสี่ยงที่ทะเลสาบจะทะลักผ่านเขื่อนธรรมชาติ และลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมปลายน้ำ

โฆษณา

การลดระดับน้ำทำให้มีพื้นที่ว่างใต้สันของแนวกั้นธรรมชาติมากขึ้น และลดปริมาณน้ำที่อาจทะลักออกมาอย่างฉับพลันได้ ประสิทธิภาพของการป้องกันขึ้นอยู่กับรูปร่างและความลึกของทะเลสาบ ความลาดชันโดยรอบ และสภาพของแนวกั้น ด้วยเหตุนี้ การลดระดับลงเท่ากันเป็นเมตรจึงอาจส่งผลแตกต่างกันในแต่ละทะเลสาบ

เหตุใดภัยจึงลามไปถึงอินเดีย

ทะเลสาบทูลากีตั้งอยู่ในเขตมานัง โลเวอร์บารุนอยู่ในเขตสังกุวาสภา และลุมดิงทโซอยู่ในเขตโซลุคุมภู เมื่อรวมกับฮงกู 2 แล้ว ทะเลสาบเหล่านี้เป็นจุดมุ่งเน้นของโครงการในลุ่มน้ำโกชีและคันดากี น้ำท่วมที่ไหลผ่านระบบแม่น้ำเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม ถนน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่อยู่ต่ำกว่าทะเลสาบลงไปมาก

การประเมินในปี 2020 ของศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการ (ICIMOD) และ UNDP ระบุทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อาจเป็นอันตราย 47 แห่งในเนปาล จีน และอินเดีย ในจำนวนนี้อยู่ในเนปาล 21 แห่ง จีน 25 แห่ง และอินเดีย 1 แห่ง

การประเมินระบุว่าทะเลสาบ 42 แห่งจากทั้งหมด 47 แห่งอยู่ในระบบแม่น้ำโกชี รวมถึง 24 แห่งในจีนและ 18 แห่งในเนปาล คิดเป็นราว 89 เปอร์เซ็นต์ของทะเลสาบทั้งหมดที่ระบุไว้ เนื่องจากแม่น้ำโกชีไหลจากเนปาลเข้าสู่รัฐพิหารของอินเดีย การกระจุกตัวดังกล่าวจึงทำให้โครงการมีความสำคัญเกินกว่าพื้นที่ภูเขาของเนปาล

ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนข้อจำกัดของโครงการที่มุ่งเน้นทะเลสาบ 4 แห่งในเนปาล การเตรียมรับมือน้ำท่วมตามแนวแม่น้ำโกชีต้องคำนึงถึงน้ำที่มาจากลุ่มน้ำที่กว้างกว่านั้นมาก รวมถึงทะเลสาบที่อยู่อีกฝั่งของพรมแดนจีน การดำเนินงานด้านวิศวกรรมในพื้นที่และการเตือนภัยปลายน้ำต่างตอบโจทย์คนละส่วนของภัยที่ทั้งสองประเทศเผชิญร่วมกัน

คนงานจะก่อสร้างอะไร และเมื่อใด

วิศวกรวางแผนสร้างร่องระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อค่อย ๆ ปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำใกล้เคียง แนวทางที่ระบุไว้จะหลีกเลี่ยงการใช้วัตถุระเบิดและระบายน้ำอย่างควบคุม โดยคัดเลือกคนงานและวิธีการทางเทคนิคเพื่อลดความเสี่ยงระหว่างก่อสร้าง

ภัตตารายกล่าวว่าอาจลดระดับน้ำได้ภายใน 3 ปี หากงานดำเนินไปโดยไม่หยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศบนภูเขาจำกัดระยะเวลาก่อสร้างให้เหลือราว 5-6 เดือนต่อปี คนงานยังต้องรับมือกับการอยู่บนพื้นที่สูงเป็นเวลานาน และความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สัญจีบ บาราล ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์วิจัยอุทกวิทยาและทรัพยากรน้ำ ประเมินระยะเวลาดำเนินงานไว้นานกว่านั้น โดยกล่าวว่าการระบายน้ำผ่านโครงสร้างที่มีประตูควบคุมอาจใช้เวลาถึง 6 ปี หลังการศึกษารายละเอียดแล้ว กำหนดเสร็จในปี 2033 จึงรองรับโครงการที่ใช้เวลาดำเนินงานยาวนานกว่าช่วงเริ่มต้นตามแผนงานบริหาร

โฆษณา

กำหนดการสำคัญแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างประสบการณ์ที่ผ่านมา การเตรียมโครงการ และช่วงก่อสร้างในอนาคต:

  • ปี 2000: เนปาลลดระดับทะเลสาบทโซ โรลปาลง 3 เมตร
  • ปี 2016: เนปาลลดระดับทะเลสาบอิมจาลงราว 3.4 เมตร
  • ปี 2020: การประเมินของ ICIMOD และ UNDP ระบุทะเลสาบที่อาจเป็นอันตราย 47 แห่งใน 3 ประเทศ
  • 11 มีนาคม 2026: บันทึกโครงการอย่างเป็นทางการระบุเป็นวันเริ่มโครงการ
  • ปีงบประมาณที่สิ้นสุดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2027: เจ้าหน้าที่กำหนดให้ดำเนินงานออกแบบและศึกษารายละเอียด
  • 11 มีนาคม 2033: บันทึกอย่างเป็นทางการระบุเป็นวันสิ้นสุดโครงการตามแผน

ภัตตารายกล่าวว่าไม่น่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2026 เนื่องจากยังต้องแต่งตั้งที่ปรึกษา จัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จ และปรับปรุงแบบ การเริ่มโครงการกับการเริ่มขุดเป็นคนละขั้นตอน

เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงเห็นต่างเรื่องการลด 3 เมตร

ประสบการณ์ของเนปาลที่ทะเลสาบทโซ โรลปาและอิมจาทำให้การลดระดับลงราว 3 เมตรเป็นเกณฑ์อ้างอิงที่คุ้นเคย แต่นักวิทยาศาสตร์เห็นต่างกันว่าการลดระดับเท่านี้จะป้องกันภัยให้ทะเลสาบ 4 แห่งที่เพิ่งได้รับเลือกได้มากเพียงใด

ซัมชวาล รัตนะ บัจราจารยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็ง ทะเลสาบธารน้ำแข็ง และน้ำท่วมฉับพลันจากการแตกของทะเลสาบ ซึ่งเกษียณจาก ICIMOD แล้ว กล่าวว่า การลดระดับทะเลสาบลง 3 เมตรจะช่วยลดภัยได้อย่างมาก แต่นักวิจัยรายอื่นเห็นว่าควรกำหนดความลึกที่ต้องลดจากการคำนวณอย่างละเอียดสำหรับทะเลสาบแต่ละแห่ง แทนการอ้างอิงเป้าหมายจากโครงการก่อสร้างที่ผ่านมา

อัลตัน ซี. ไบเออร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมบนภูเขาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งศึกษาทะเลสาบธารน้ำแข็งของเนปาลมาหลายสิบปี ตั้งข้อสงสัยต่อเกณฑ์เดิมว่า

แนวคิดเรื่องการลดระดับลง 3 เมตรนี้อ้างอิงจากทโซ โรลปา และยังไม่เพียงพอ

ไบเออร์สกล่าวว่าแผนเดิมของทโซ โรลปาคือการลดระดับทะเลสาบลงได้ถึง 20 เมตร แต่ข้อจำกัดด้านเงินทุนทำให้ลดได้เพียง 3 เมตร เจฟฟรีย์ เอส. คาร์เกล นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันผู้ศึกษาทะเลสาบอิมจา โลเวอร์บารุน และทูลากี กล่าวว่าเคยมีข้อเสนอให้ลดระดับอิมจาอย่างน้อย 10 เมตร ส่วนบิโนด ปาราจูลี หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์น้ำท่วมของกรมอุทกวิทยาและอุตุนิยมวิทยา อ้างถึงคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ว่าควรลดระดับลงอย่างน้อย 20 เมตร

ข้อถกเถียงนี้อยู่ที่ว่าเงินลงทุนจำนวนหนึ่งจะช่วยป้องกันภัยได้มากเพียงใด การศึกษาที่เหมาะสมควรวัดความลึกและปริมาตรของทะเลสาบ ตรวจสอบแนวกั้นธรรมชาติ และจำลองเส้นทางที่น้ำจากการระบายระดับต่าง ๆ จะไหลผ่านหุบเขาปลายน้ำ จากนั้นวิศวกรจึงเปรียบเทียบการลดระดับน้ำ การเสริมความแข็งแรงของแนวกั้น และการปรับปรุงระบบเตือนภัย โดยพิจารณาความเสียหายที่แต่ละทางเลือกจะป้องกันได้

โฆษณา

บทเรียนจากโครงการระบายน้ำครั้งก่อนของเนปาล

ทะเลสาบอิมจาแสดงให้เห็นว่าเหตุใดการออกแบบที่ทะเยอทะยานจึงอาจดำเนินการได้ยาก ปาราจูลีระบุว่าต้องขนรถปราบดินและอุปกรณ์อื่น ๆ เข้ามาทางเฮลิคอปเตอร์ หลังประกาศประกวดราคาล้มเหลวถึง 3 ครั้ง จึงตัดสินใจมอบงานให้กองทัพเนปาล

ปาราจูลีอธิบายปัญหาในการหาผู้รับเหมาไว้ว่า

ผู้รับเหมานานาชาติไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

เขากล่าวว่าผู้รับเหมาบางรายที่สนใจเสนอราคาสูงเกินงบประมาณที่มีอยู่ ค่าขนส่ง ระยะเวลาทำงานที่สั้น และความยากลำบากในการใช้อุปกรณ์หนักบนพื้นที่สูง ล้วนทำให้การลดระดับน้ำเพิ่มแต่ละเมตรมีต้นทุนสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปาราจูลียังคงยืนยันถึงคุณค่าของงานที่เสร็จสิ้นแล้ว โดยกล่าวว่าแม้การลดระดับเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงที่แนวกั้นธรรมชาติจะพังได้ คาร์เกลกล่าวเช่นกันว่าการทำให้ทางระบายน้ำของทโซ โรลปามั่นคงและการลดระดับลง 3 เมตรได้ผลดี

การดูแลทางระบายน้ำยังคงมีความสำคัญหลังขุดเสร็จ คาร์เกลอธิบายว่าการควบคุมการไหลออกช่วยรับมือเมื่อมีน้ำไหลเข้ามาเพิ่ม หรือเมื่อน้ำแข็งที่ฝังอยู่ละลายจนทางระบายน้ำเปลี่ยนระดับ อิมจามีระบบควบคุมการระบายเช่นนี้ การดูแลโครงสร้างเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการทะเลสาบที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ใช่การมองว่างานสิ้นสุดลงทันทีที่น้ำลดถึงระดับเป้าหมาย

ระบบเตือนภัยต้องเข้าถึงประชาชนปลายน้ำ

คำอธิบายโครงการอย่างเป็นทางการของ UNDP ผสานงานวิศวกรรมเข้ากับระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ยังกล่าวถึงเซ็นเซอร์ การพยากรณ์น้ำท่วม การเตรียมพร้อมของชุมชน และมาตรการช่วยให้ชุมชนปลายน้ำรับมือน้ำท่วมได้

เซ็นเซอร์สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงที่ทะเลสาบหรือตามแนวแม่น้ำ ส่วนระบบพยากรณ์และเตือนภัยจะนำข้อมูลที่ตรวจพบมาแปลงเป็นการแจ้งเตือน จากนั้นชุมชนต้องมีแนวทางรับมือที่นำไปปฏิบัติได้จริง รวมถึงวิธีสื่อสารคำเตือนและเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากเส้นทางน้ำท่วมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ปาราจูลีย้ำว่าหิมะถล่มที่ไหลลงสู่ทะเลสาบยังอาจเป็นอันตราย แม้จะลดระดับน้ำไปแล้ว ริจัน ภักตะ กายัสถา ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยกาฐมาณฑุ ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งและทะเลสาบธารน้ำแข็ง กล่าวถึงประเด็นที่กว้างกว่านั้นว่า

การลดระดับทะเลสาบไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงหมดไป

คาร์เกลเรียกร้องให้ระมัดระวังมากขึ้นเมื่อต้องกำหนดที่ตั้งถนน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานราคาแพงอื่น ๆ ใกล้เส้นทางน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในเนปาลและอินเดีย การเลือกทำเลที่เสี่ยงน้อยกว่าช่วยป้องกันความเสียหายและการสร้างใหม่ซ้ำ ๆ ขณะที่ระบบเตือนภัยช่วยจัดการความเสี่ยงต่อผู้ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ปลายน้ำแล้ว

โฆษณา

เนปาลมีทะเลสาบธารน้ำแข็งมากกว่า 2,000 แห่ง แต่จนถึงขณะนี้ลดระดับไปแล้วเพียง 2 แห่ง กายัสถากล่าวว่าส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการศึกษา ดังนั้นทะเลสาบ 4 แห่งที่เลือกมาดำเนินการก่อสร้างจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความท้าทายที่ใหญ่กว่ามาก ทั้งด้านการติดตามสถานการณ์และการเตรียมพร้อม

ใครเป็นผู้จ่าย และใครจะได้รับประโยชน์

แหล่งเงินทุนที่ระบุสำหรับโครงการประกอบด้วยเงินให้เปล่า 36.16 ล้านดอลลาร์จากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว และเงินอีก 13.8 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลเนปาลและองค์กรพันธมิตร รวมเป็น 49.96 ล้านดอลลาร์ จึงเป็นที่มาของการเรียกโครงการนี้โดยประมาณว่ามีมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์

กองทุนภูมิอากาศสีเขียวดำเนินงานภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ เงินให้เปล่าจากกองทุนคิดเป็นราว 72 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมที่ระบุ ส่วนที่เหลือมาจากเงินสมทบของรัฐบาลและองค์กรพันธมิตร

กรมอุทกวิทยาและอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าประชากรราว 2.3 ล้านคนที่เผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมจากภูเขาจะได้รับประโยชน์จากโครงการ ก่อนหน้านี้ คำอธิบายโครงการระบุจำนวนไว้สูงกว่า 3.8 ล้านคน ตัวเลขของกรมเป็นประมาณการล่าสุดสำหรับการวางแผน แต่ความแตกต่างดังกล่าวทำให้ขอบเขตที่แน่ชัดของจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ยังไม่ชัดเจน

คำอธิบายโครงการฉบับก่อนยังประเมินว่าอาจลดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้สูงสุด 2.12 พันล้านรูปี ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงจะมาจากบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมที่เสียหายน้อยลง เส้นทางคมนาคมที่ปลอดภัยขึ้น และการหยุดชะงักของการผลิตไฟฟ้าและวิถีชีวิตในท้องถิ่นที่ลดลง

ความเสียหายล่าสุดทำให้โครงการเร่งด่วน

น้ำท่วมในเดือนสิงหาคมที่ภูมิภาคโภเตโกชีทำให้เกิดความกังวลอีกครั้งต่อภัยพิบัติที่อาจเริ่มต้นบนภูเขาสูง แล้วทวีความรุนแรงจนสร้างความเสียหายขณะไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำ รายงานเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม 2026 ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน และสูญหายกว่า 5,000 คน หลังธารน้ำแข็งพังทลาย ดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากใกล้พรมแดนจีน

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าน้ำท่วมสร้างความเสียหายแก่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 12 แห่ง รวมถึงถนน สะพาน พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชน โดยประเมินว่าการฟื้นฟูระยะแรกต้องใช้งบเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 100 เท่าของงบประมาณที่วางแผนไว้สำหรับโครงการทะเลสาบทั้ง 4 แห่ง

ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เนปาลบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากการแตกของทะเลสาบธารน้ำแข็งไว้ราว 26 ครั้ง ภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้วทุกประเภททำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศเฉลี่ยมากกว่า 300 คนต่อปี ซึ่งเป็นยอดรวมที่ครอบคลุมภัยอื่น ๆ นอกเหนือจากทะเลสาบธารน้ำแข็งด้วย

ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมต่อไปคือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การศึกษาทะเลสาบแต่ละแห่งอย่างละเอียด และการปรับปรุงแบบวิศวกรรม ซึ่งกำหนดไว้ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2027 การตัดสินใจเหล่านี้จะกำหนดว่าจะระบายน้ำออกเท่าใด จะสร้างทางระบายน้ำอย่างไร และจะจัดตารางก่อสร้างให้สอดคล้องกับฤดูกาลทำงานบนภูเขาที่สั้นได้อย่างไร สำหรับชุมชนปลายน้ำ การป้องกันภัยยังขึ้นอยู่กับการทำงานควบคู่กันของระบบเตือนภัยและการเตรียมพร้อม

ประเด็นสำคัญ

  • เนปาลวางแผนลดระดับทะเลสาบทูลากี โลเวอร์บารุน ลุมดิงทโซ และฮงกู 2 ในโครงการที่กำหนดเสร็จในเดือนมีนาคม 2033
  • โครงการมูลค่าราว 50 ล้านดอลลาร์ผสานการระบายน้ำแบบควบคุม ระบบเตือนภัย และการเตรียมพร้อมของชุมชน
  • ระดับที่จะลดจริงยังต้องรอผลการศึกษาอย่างละเอียด โดยข้อเสนอเบื้องต้นอยู่ที่ 1-3 เมตร
  • นักวิทยาศาสตร์เห็นต่างกันว่าการลดระดับลงราว 3 เมตรจะป้องกันภัยได้เพียงพอหรือไม่
  • การประเมินระดับภูมิภาคในปี 2020 ระบุทะเลสาบที่อาจเป็นอันตราย 42 แห่งจากทั้งหมด 47 แห่งอยู่ในระบบแม่น้ำโกชี ซึ่งไหลเข้าสู่รัฐพิหาร
  • การศึกษาเพื่อออกแบบ การดูแลทางระบายน้ำให้ปลอดภัย และการเตือนภัยปลายน้ำ เป็นหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสียในอนาคต
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ