นายกเทศมนตรีกรุงโซลชนะอุทธรณ์ในคดีที่คุกคามอนาคตทางการเมือง
ศาลสูงกรุงโซลยกฟ้องโอ เซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 โดยกลับคำพิพากษาว่ามีความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับเงิน 33 ล้านวอนซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้จ่ายสำหรับการสำรวจความคิดเห็น และช่วยคลี่คลายภัยทางกฎหมายที่อาจกระทบโอกาสของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ปี 2030 ทีมอัยการพิเศษประกาศทันทีว่าจะยื่นอุทธรณ์
สารบัญ
- นายกเทศมนตรีกรุงโซลชนะอุทธรณ์ในคดีที่คุกคามอนาคตทางการเมือง
- การจ่ายเงินค่าทำโพลเกี่ยวข้องกับอะไร
- เหตุใดศาลจึงตั้งข้อสงสัยต่อคำให้การของมยอง
- คลิปเสียงและข้อความเปลี่ยนการประเมินคดี
- อัยการชี้ว่าศาลมองข้ามหลักฐานอื่น
- เส้นทางของคดีมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
- เหตุใดคำตัดสินจึงสำคัญต่อพรรค PPP
- พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้อุทธรณ์และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
- องค์คณะเดียวกันพิจารณาคดีอุทธรณ์เรื่องโพลของยุน
- ประเด็นสำคัญ
แผนกคดีอาญาที่ 7 ของศาล ซึ่งมีผู้พิพากษาคู ฮเวกึนเป็นประธาน ปฏิเสธคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าโอรับเงินทุนทางการเมืองอย่างผิดกฎหมายก่อนการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงโซลเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2021 คัง ชอลวอน อดีตรองนายกเทศมนตรีกรุงโซล และคิม ฮันจุง ผู้สนับสนุนโอ ซึ่งถูกพิจารณาคดีร่วมกัน ก็ได้รับการยกฟ้องเช่นกัน
โอเผชิญโทษปรับ 10 ล้านวอน และคำสั่งให้ริบเงินอีก 21 ล้านวอน ตามกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง หากคำพิพากษาถึงที่สุดกำหนดโทษปรับอย่างน้อย 1 ล้านวอนจากการรับเงินทุนทางการเมืองโดยมิชอบ เขาจะพ้นจากตำแหน่งและถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งจะทำให้เขาหมดโอกาสลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งถัดไป
คำตัดสินจึงส่งผลไกลเกินกว่าข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่ายในการสำรวจความคิดเห็น โอคว้าตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงโซลสมัยที่ 5 มาได้อย่างฉิวเฉียดในเดือนมิถุนายน และถูกมองว่าเป็นผู้มีโอกาสชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในพรรคพลังประชาชน (PPP) ฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของพรรคประชาธิปไตย (DP) ของประธานาธิบดีอี แจมยอง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอัยการพิสูจน์ไม่ได้โดยปราศจากข้อสงสัยอันสมควรว่าโอเป็นผู้ว่าจ้างการสำรวจโดยเฉพาะ และตกลงจะจ่ายเงินให้ เหตุผลของศาลมุ่งไปที่ความน่าเชื่อถือของมยอง แทกยุน นายหน้าทางการเมือง ซึ่งคำให้การเป็นหลักฐานโดยตรงที่เชื่อมโยงโอเข้ากับข้อตกลงที่ถูกกล่าวหา
การจ่ายเงินค่าทำโพลเกี่ยวข้องกับอะไร
อัยการกล่าวหาว่าโอนำผลสำรวจความคิดเห็นจากมยองไปใช้ 10 ครั้งก่อนการเลือกตั้งปี 2021 และจัดการให้คิมเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 33 ล้านวอนผ่านคัง มีการเผยแพร่ผลสำรวจ 3 ครั้ง ส่วนอีก 7 ครั้งไม่ได้เผยแพร่
โพลความคิดเห็นวัดความเห็นของประชาชนด้วยการสอบถามกลุ่มตัวอย่าง สำหรับการหาเสียง ผลสำรวจช่วยให้ระบุคู่แข่ง ประเมินคะแนนสนับสนุน และตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรได้ ข้อพิพาททางกฎหมายอยู่ที่ว่าโอร้องขอบริการดังกล่าวและจัดการให้ผู้สนับสนุนจ่ายเงินแทนในฐานะเงินทุนทางการเมืองหรือไม่
ศาลชั้นต้นมีคำตัดสินในเดือนกรกฎาคม โดยรับฟังข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโพล 5 จาก 10 ครั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 21 ล้านวอน ศาลลงโทษปรับ 10 ล้านวอนและสั่งริบเงินเพิ่มอีกจำนวนดังกล่าว ข้อกล่าวหาของอัยการที่ระบุยอด 33 ล้านวอนกับข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังเป็นเงิน 21 ล้านวอนจึงครอบคลุมคนละส่วนของคดีเดียวกัน
องค์คณะศาลอุทธรณ์รับฟังว่าผลสำรวจบางส่วนไปถึงทีมหาเสียงของโอ และคิมจ่ายเงินให้ฝ่ายของมยองหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ามีการว่าจ้างและตกลงจ่ายเงินตามที่กล่าวหาโดยโอ การพิพากษาลงโทษคดีอาญากำหนดให้อัยการต้องพิสูจน์องค์ประกอบสำคัญของข้อกล่าวหาโดยปราศจากข้อสงสัยอันสมควร กล่าวคือ หากยังมีข้อไม่แน่ใจอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบเหล่านั้น ต้องวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลย
เหตุใดศาลจึงตั้งข้อสงสัยต่อคำให้การของมยอง
มยองอ้างว่าโอโทรหาเขา 4 ครั้งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2021 เพื่อขอให้ทำโพลที่แสดงว่าเขานำหน้าคู่แข่งอย่างนา คยองวอน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำให้การของเขาไม่สอดคล้องกันและขัดกับข้อเท็จจริงแวดล้อมหลายประการ
ในช่วงการเลือกตั้งปี 2021 โอได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไปมากกว่าจากสมาชิกพรรค องค์คณะศาลรับฟังข้อโต้แย้งของเขาว่า ด้วยสถานะทางการเมืองในขณะนั้น เขาไม่มีเหตุผลที่จะขอโพลเชิงบวกในลักษณะที่มยองกล่าวอ้าง
คัง ฮเยกยอง ซึ่งทำงานที่บริษัทสำรวจความคิดเห็นของมยอง ให้การด้วยว่าโพลที่เคยจัดให้โอเป็นอันดับหนึ่งถูกเปลี่ยนให้แสดงว่านาเป็นฝ่ายนำ โดยมยองถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการ คำให้การของเธอจึงบรรยายถึงการบิดเบือนข้อมูลที่ส่งผลเสียต่อโอ มากกว่าความพยายามสร้างผลสำรวจที่เป็นคุณแก่เขา
ผู้พิพากษาพิจารณาคำกล่าวของมยองเองที่ว่า โพลครั้งแรกจัดทำให้คิม จงอิน ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรค PPP ชั่วคราว ไม่ได้จัดทำตามคำว่าจ้างของโอ ศาลยังตรวจสอบหลักฐานที่แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างมยองกับฝ่ายของโอเริ่มเสื่อมลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 และมยองผิดหวังที่ไม่ได้รับการยอมรับมากพอหลังการเลือกตั้ง
องค์คณะศาลระบุว่า มยองเริ่มกล่าวหาอย่างละเอียดเรื่องเงินทุนทางการเมืองของโอในเดือนธันวาคม 2024 หลังโอประกาศแผนจะฟ้องร้องเขา ศาลเห็นว่าคำให้การของมยองมีรายละเอียดมากขึ้นตามหลักฐานที่ผู้สอบสวนยกขึ้นมา ซึ่งยิ่งทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ
คลิปเสียงและข้อความเปลี่ยนการประเมินคดี
คลิปบันทึกเสียงทางโทรศัพท์ลงวันที่ 6 มีนาคม 2021 กลายเป็นหลักฐานสำคัญอีกชิ้นในการอุทธรณ์ บทสนทนาระหว่างมยองกับคิมบ่งชี้ว่าคังเป็นผู้แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน ไม่ใช่โอเป็นผู้แนะนำ
องค์คณะศาลใช้คลิปเสียงดังกล่าวประกอบการประเมินคำกล่าวอ้างของมยองที่ว่าโอเข้าหาคิมโดยตรงเพื่อขอให้จ่ายเงินค่าโพล ในบทสนทนา คิมกล่าวว่าเขาได้พบมยองหลังได้รับการติดต่อจากคัง และไม่ได้รับคำอธิบายโดยตรงจากนายกเทศมนตรี
ผู้พิพากษายังพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างโอกับคิม แม้คิมจะสนับสนุนโอมาตั้งแต่ช่วยติดป้ายหาเสียงโดยสมัครใจระหว่างการลงประชามติเรื่องอาหารกลางวันฟรีในกรุงโซลเมื่อปี 2011 แต่เขาไม่มีบทบาทหรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการในแคมเปญหาเสียงปี 2021
บันทึกการติดต่อแสดงให้เห็นว่าระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 15 เมษายน 2021 โอกับคิมส่งข้อความหากัน 5 ข้อความ หลังคิมเริ่มใช้เทเลแกรมในเดือนกุมภาพันธ์ ข้อความ 16 จาก 18 ข้อความที่ทั้งคู่ส่งผ่านแอปดังกล่าวเป็นข้อความจากคิม องค์คณะศาลเห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใกล้ชิดพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาของอัยการเรื่องการร้องขอเงินทุนทางการเมืองอย่างผิดกฎหมายโดยตรง
รายละเอียดเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดผลอุทธรณ์จึงต่างจากการพิจารณาคดีครั้งแรก ผู้พิพากษาประเมินคำให้การที่เป็นข้อพิพาทร่วมกับบทสนทนาที่บันทึกไว้ บทบาทในทีมหาเสียง และรูปแบบการติดต่อ แทนที่จะถือว่าการที่คิมสนับสนุนโอมานานเป็นเครื่องบ่งชี้ความใกล้ชิดระหว่างทั้งคู่
อัยการชี้ว่าศาลมองข้ามหลักฐานอื่น
ทีมอัยการพิเศษซึ่งมีมิน จุงกีเป็นหัวหน้าคัดค้านการพิจารณาหลักฐานของศาล พัค โนซู ผู้ช่วยอัยการพิเศษกล่าวว่า ฝ่ายอัยการไม่ได้อาศัยเพียงคำให้การของมยอง และโต้แย้งว่าองค์คณะศาลให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือของเขามากเกินไป
พัคยกบทสนทนาหนึ่งที่หัวหน้าทีมหาเสียงกล่าวว่า แคมเปญเป็นผู้ว่าจ้างโพลที่เป็นข้อพิพาท และผลที่ไม่เป็นคุณทำให้เกิดความวุ่นวาย นอกจากนี้ เขายังชี้ถึงบทสนทนาเกี่ยวกับวิธีที่คิมพบมยองเป็นครั้งแรก และบันทึกการสัมภาษณ์ที่ทนายความซึ่งโอส่งไปจัดทำไว้
ข้อโต้แย้งนี้เกี่ยวข้องทั้งกับความน่าเชื่อถือของคำให้การของมยองและน้ำหนักของหลักฐานแวดล้อม ศาลระบุว่าคำให้การของเขาเป็นหลักฐานโดยตรงเพียงชิ้นเดียวในประเด็นสำคัญที่เป็นข้อพิพาท ส่วนอัยการระบุว่าข้อความ บทสนทนา และบันทึกการสัมภาษณ์สนับสนุนข้อกล่าวหาและควรได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วนกว่านี้
ทีมอัยการตั้งใจนำคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา บทบัญญัติเร่งรัดการพิจารณาคดีภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสอบสวนพิเศษคิม กอนฮี อาจทำให้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดได้เร็วที่สุดในเดือนมกราคม 2027 แม้ยังไม่ได้กำหนดวันพิจารณาของศาลฎีกา
เส้นทางของคดีมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
ข้อพิพาทนี้เริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งกรุงโซลปี 2021 และมาถึงการพิจารณาอุทธรณ์หลังโอชนะตำแหน่งนายกเทศมนตรีอีกสมัย วันสำคัญหลายวันแสดงให้เห็นว่ากำหนดการทางกฎหมายและการเลือกตั้งเกี่ยวพันกันอย่างไร
- 22 มกราคม 2021: มยองกล่าวหาว่าโอโทรหา 4 ครั้งเพื่อขอโพลที่เป็นคุณแก่ตน ซึ่งศาลอุทธรณ์ปฏิเสธว่าเป็นคำให้การที่ไม่น่าเชื่อถือ
- 6 มีนาคม 2021: มยองกับคิมสนทนากันในคลิปเสียงที่บันทึกไว้เกี่ยวกับวิธีที่ทั้งคู่รู้จักกัน
- 7 เมษายน 2021: กรุงโซลจัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ซึ่งมีการส่งมอบผลสำรวจที่เป็นข้อพิพาทก่อนหน้านั้น
- ธันวาคม 2024: ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ มยองเริ่มกล่าวหาโออย่างละเอียดหลังนายกเทศมนตรีประกาศแผนจะฟ้องร้องเขา
- มิถุนายน 2026: โอชนะตำแหน่งนายกเทศมนตรีสมัยที่ 5 อย่างฉิวเฉียด ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างดำเนินการ
- กรกฎาคม 2026: ศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 10 ล้านวอนและสั่งริบเงิน 21 ล้านวอน
- 23 ตุลาคม 2026: ศาลสูงกรุงโซลกลับคำพิพากษาลงโทษ และยกฟ้องโอพร้อมจำเลยร่วมอีก 2 คน
- มกราคม 2027: ศาลฎีกาอาจมีคำวินิจฉัยได้เร็วที่สุดในเดือนนี้ ภายใต้กำหนดการเร่งรัด
โอเดินทางถึงศาลสูงกรุงโซลในเขตซอโช กรุงโซล เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ก่อนการนัดอ่านคำพิพากษาเวลา 14.00 น. เขากล่าวว่าได้ยื่นหลักฐานสำคัญที่เป็นคุณแก่ตน ซึ่งไม่ปรากฏในการพิจารณาคดีครั้งแรก ระหว่างการอุทธรณ์
เมื่อถูกถามถึงคำตัดสินที่ใกล้จะมีขึ้น โอ เซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ตอบสั้น ๆ ว่า:
รอดูผลการพิจารณาคดีกันก่อน
หลังได้รับการยกฟ้อง โอขอโทษที่ต้องขึ้นให้การต่ออัยการและศาล ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่สาธารณะอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น และขอบคุณชาวกรุงโซลที่ไว้วางใจและลงคะแนนให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งระหว่างที่คดีดำเนินอยู่
เหตุใดคำตัดสินจึงสำคัญต่อพรรค PPP
การยกฟ้องโอทำให้พรรค PPP มีเหตุผลหนักแน่นขึ้นที่จะมองเขาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แทนที่จะเป็นนายกเทศมนตรีซึ่งอาจหมดคุณสมบัติในเร็ว ๆ นี้ ชัยชนะอย่างฉิวเฉียดของเขาในเดือนมิถุนายนทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมมีผลงานโดดเด่นอยู่แล้ว ท่ามกลางการเลือกตั้งที่พรรคประสบความพ่ายแพ้ในภาพรวม
โอวิพากษ์วิจารณ์นโยบายด้านที่อยู่อาศัยของรัฐบาลอีอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับคะแนนนิยมของประธานาธิบดีที่ลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การยังคงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีทำให้เขาสามารถเดินหน้าคัดค้านรัฐบาลจากตำแหน่งผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งได้
คำตัดสินนี้อาจช่วยเสริมสถานะของเขาในพรรค ซึ่งที่ผ่านมาเขามีอิทธิพลค่อนข้างจำกัด จาง ดงฮยอก หัวหน้าพรรค PPP กำลังเผชิญความขัดแย้งภายใน จากการปฏิเสธตัดขาดกับอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล และจากข้อถกเถียงเรื่องความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเดือนมิถุนายน
สมาชิกสภานิติบัญญัติบางคนและนักวิจารณ์การเมืองคาดว่า สถานะที่แข็งแกร่งขึ้นของโอจะช่วยผลักดันความพยายามเปลี่ยนตัวจาง ฮัน ดงฮุน สมาชิกสภานิติบัญญัติอิสระ อดีตหัวหน้าพรรค PPP และผู้ที่อาจชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝ่ายอนุรักษนิยมอีกราย อาจได้ประโยชน์จากการร่วมมือกับโอเกี่ยวกับการนำพรรค อย่างไรก็ตาม การร่วมมือดังกล่าวยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ทางการเมือง ไม่ใช่ข้อตกลงที่ประกาศแล้ว
ปฏิกิริยาในทันทีของพรรคมุ่งไปที่การบริหารกรุงโซล พัค ชุงกวอน โฆษกหัวหน้าพรรค PPP แสดงความยินดีกับคำตัดสินในบทความแสดงความเห็นว่า:
เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง และในขณะเดียวกันก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่การบริหารกรุงโซลซึ่งประชาชน 10 ล้านคนมอบหมายให้นายกเทศมนตรีโอ เซฮุน สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด
สำหรับประชาชน ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือสำนักงานนายกเทศมนตรีจะมีความต่อเนื่อง ขณะที่กระบวนการทางกฎหมายเดินหน้าไปสู่คำตัดสินสุดท้าย ส่วนพรรค PPP ต้องต่อสู้ในระยะยาวว่าใครจะเป็นผู้นำพรรคและในที่สุดจะเป็นผู้ท้าชิงพรรค DP ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล
พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้อุทธรณ์และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
พรรค DP ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง พัค ซองจุน โฆษกอาวุโสกล่าวว่า ศาลอุทธรณ์ยกข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินซึ่งศาลชั้นต้นเคยรับฟังว่าเป็นการใช้เงินทุนทางการเมืองอย่างผิดกฎหมาย
พัค ซองจุน ในฐานะตัวแทนพรรครัฐบาล เชื่อมโยงคำตัดสินนี้กับวาระการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของพรรค:
คำวินิจฉัยนี้ขัดต่อสามัญสำนึก
คำวินิจฉัยนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ฮัน บยองโด หัวหน้าวิปฝ่ายค้านในรัฐสภาจากพรรค DP แสดงความเสียใจและเรียกร้องให้ทีมอัยการพิเศษยื่นอุทธรณ์ทันที พัคเปรียบองค์คณะศาลว่าเป็น "ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ" ที่จ่ายคำพิพากษายกฟ้อง โดยชี้ถึงคำตัดสินก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคมที่ยกฟ้องยุนในคดีโพลอีกคดีหนึ่ง
เดิมพันทางการเมืองปรากฏชัดก่อนการอุทธรณ์ของโอแล้ว ในเดือนกันยายน คิม มินซอก หัวหน้าพรรค DP ถูกถ่ายภาพขณะมองสมุดบันทึกที่มีรายชื่อผู้สมัครที่เป็นไปได้ 5 คน รวมทั้งตัวเขาเอง สำหรับการเลือกตั้งเพื่อหาผู้มาแทนโอ คำตัดสินยกฟ้องเมื่อวันศุกร์เบนความสนใจออกจากความเป็นไปได้นั้น และหันกลับไปที่อนาคตทางการเมืองของโอ
องค์คณะเดียวกันพิจารณาคดีอุทธรณ์เรื่องโพลของยุน
องค์คณะของผู้พิพากษาคูเคยกลับคำพิพากษาลงโทษบุคคลสำคัญอีกคดีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยยกฟ้องยุนในคดีแยกต่างหากตามกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับมยอง คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโพล 58 ครั้ง มูลค่า 274.4 ล้านวอน ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2022
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกยุน 2 ปี แต่เมื่อพิจารณาอุทธรณ์ องค์คณะศาลเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ามยองกับยุนหรือภริยาตกลงว่าจ้างหรือรับผลสำรวจโดยไม่จ่ายเงิน เหตุผลของศาลยังครอบคลุมประเด็นว่าการสำรวจความคิดเห็นถือเป็นผลประโยชน์ทางการเงินหรือไม่
คดีทั้งสองทำให้กิจกรรมการจัดทำโพลของนายหน้าคนเดียวกันถูกนำมาพิจารณาโดยองค์คณะศาลอุทธรณ์ชุดเดียวกันภายในเวลา 16 วัน คดีของโอเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่าจัดการให้ผู้สนับสนุนเป็นผู้จ่ายเงิน ส่วนคดีของยุนเกี่ยวข้องกับการให้ผลสำรวจโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตามข้อกล่าวหา
คู วัย 58 ปี เป็นผู้พิพากษาตั้งแต่ปี 1996 และเข้าร่วมศาลสูงกรุงโซลในปี 2019 คำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ของเขารวมถึงการสั่งปรับอี ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองซองนัม 500,000 วอน จากคดีฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งในปี 2010 และคำวินิจฉัยในปี 2023 ที่สั่งให้ญี่ปุ่นจ่ายเงิน 200 ล้านวอนต่อผู้เรียกร้องหนึ่งราย ในคดีที่ผู้รอดชีวิตจากการเป็นทาสทางเพศในช่วงสงคราม 16 คนและญาติเป็นโจทก์
สำหรับโอ ผลที่ได้ทันทีคือการยกเลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งคุกคามตำแหน่งและคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งของเขา ก้าวต่อไปทางกฎหมายคือการอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตามแผน ส่วนโอกาสทางการเมืองคือการเปลี่ยนการกลับมามีคุณสมบัติลงสมัครให้กลายเป็นอิทธิพลที่มากขึ้นในฝ่ายอนุรักษนิยม
ประเด็นสำคัญ
- ศาลสูงกรุงโซลยกฟ้องโอ เซฮุน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 โดยกลับคำพิพากษาว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง
- ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับโพล 10 ครั้งและเงิน 33 ล้านวอน ส่วนศาลชั้นต้นรับฟังข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโพล 5 ครั้ง มูลค่า 21 ล้านวอน
- องค์คณะศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำให้การสำคัญของมยอง แทกยุนไม่น่าเชื่อถือ และยังพิสูจน์ข้อตกลงที่กล่าวหาได้ไม่เพียงพอ
- ทีมอัยการพิเศษเตรียมยื่นอุทธรณ์ โดยโต้แย้งว่าหลักฐานอื่นสนับสนุนข้อกล่าวหา
- ภายใต้บทบัญญัติเร่งรัดการพิจารณาคดี อาจมีคำตัดสินถึงที่สุดเร็วที่สุดในเดือนมกราคม 2027
- การยกฟ้องช่วยเสริมสถานะของโอในฐานะผู้ที่อาจเป็นตัวแทนพรรค PPP ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2030






