อัยการมากประสบการณ์พ้นตำแหน่ง ขณะที่ผู้ได้รับแต่งตั้งจากตาลีบันเข้ารับหน้าที่
อดีตอัยการอย่างน้อย 200 คนที่ทำงานภายใต้รัฐบาลชุดก่อนของอัฟกานิสถานถูกปลดในช่วงเวลาหนึ่งเดือน ตามข้อมูลจากอัยการปัจจุบันและอดีตอัยการอย่างน้อย 6 คน ขณะที่ทางการตาลีบันแทนที่เจ้าหน้าที่ที่ยังเหลือด้วยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ การปลดครั้งนี้ส่งผลต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบสถานที่คุมขังและบังคับใช้คำสั่งของฮิบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา ผู้นำตาลีบัน
สารบัญ
- อัยการมากประสบการณ์พ้นตำแหน่ง ขณะที่ผู้ได้รับแต่งตั้งจากตาลีบันเข้ารับหน้าที่
- แจ้งปลดโดยไม่มีคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
- การเปลี่ยนแปลงสำนักงานอัยการสูงสุด
- ประวัติหน่วยงานยาวนานกว่าศตวรรษ ก่อนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- ใครเป็นผู้คัดเลือกคนมาแทน?
- ข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันปรากฏในคำบอกเล่าเกี่ยวกับการปลด
- ผู้พิพากษาพิจารณาคดีโดยไม่มีอัยการแผ่นดิน
- การกำกับดูแลสถานที่คุมขังและความเสี่ยงต่ออดีตเจ้าหน้าที่
- ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางสูญเสียหน่วยงานเฉพาะทาง
- ประเด็นสำคัญ
อัยการระบุว่า การปลดเจ้าหน้าที่ในกรุงคาบูลและต่างจังหวัดเร่งตัวขึ้นหลังมีคำสั่งด้วยวาจาจากอัคฮุนด์ซาดา ผู้ที่ถูกปลดบางคนยังคงทำงานหลังตาลีบันกลับสู่อำนาจในเดือนสิงหาคม 2021 โดยประจำอยู่ในหน่วยงานที่เข้ามาแทนสำนักงานอัยการสูงสุด
อัยการคนหนึ่งประเมินว่า มีการปลดสัปดาห์ละ 50 ถึง 60 คน และระบุว่าอดีตอัยการจากสาธารณรัฐเดิมยังเหลืออยู่ราว 700 คน ฟารูก อาลีม อดีตอัยการ ให้ตัวเลขที่กว้างกว่านั้น โดยระบุว่าอดีตอัยการผู้มีประสบการณ์ถูกปลดมากกว่า 700 คน แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ใช้คำนวณ
ทางการตาลีบันไม่ตอบคำขอให้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการปลดครั้งล่าสุด คำสั่งที่อ้างว่ามาจากอัคฮุนด์ซาดา หรือคุณสมบัติและกระบวนการคัดเลือกผู้ที่เข้ามาแทน รายงานล่าสุดไม่ได้ระบุวันที่ตามปฏิทินของช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่กล่าวถึง
การเปลี่ยนแปลงบุคลากรเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนเชิงลึกที่กว่านั้น จากเดิมที่สำนักงานมีหน้าที่สอบสวนอาชญากรรมและยื่นสำนวนคดี กลายเป็นกรมที่มุ่งบังคับใช้คำสั่งของผู้นำตาลีบัน สำหรับผู้ที่ต้องการความยุติธรรม การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อผู้ตรวจสอบหลักฐาน ผู้ตรวจสอบสภาพการคุมขัง และผู้ที่มีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
แจ้งปลดโดยไม่มีคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
อัยการคนหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยงานที่เข้ามาแทน ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทราบว่าตนจะตกงานเมื่อมีการประกาศรายชื่อในสำนักงาน เขากล่าวว่าไม่ได้รับทั้งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการและเงินเดือนหนึ่งเดือน
อัยการเล่าถึงวันที่เขาและเพื่อนร่วมงานหลายคนได้รับแจ้งว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงว่า
วันหนึ่ง ขณะที่ผมอยู่ที่สำนักงาน มีการประกาศชื่อผมและชื่ออัยการอีกหลายคนโดยไม่มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ และบอกเราว่าไม่ต้องกลับมาทำงานตั้งแต่เดือนถัดไป นอกจากนี้ พวกเขายังไม่จ่ายเงินเดือนให้เราหนึ่งเดือน
อัยการอีกคนกล่าวถึงแผนการปลดเป็นลำดับ โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่ที่มาจากสาธารณรัฐเดิม ก่อนจะดำเนินการกับพนักงานกลุ่มอื่น คำบอกเล่าของเขาชี้ว่าการปลดในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนบุคลากรที่ยังดำเนินต่อไป
รายงานที่เกี่ยวข้องซึ่งลงวันที่ 24 October 2026 กล่าวถึงหนังสือที่บันทึกการปลดอัยการ 11 คนใน 6 จังหวัด ได้แก่ ไดคุนดี บามิยัน นังการ์ฮาร์ คาปีซา นูริสถาน และไมดาน วาร์ดัก อดีตอัยการคนหนึ่งในรายงานดังกล่าวประเมินว่าคณะกรรมการกำลังปลดอดีตพนักงานสัปดาห์ละ 40 ถึง 50 คน เทียบกับตัวเลข 50 ถึง 60 คนที่อ้างถึงในรายงานล่าสุด
การเปลี่ยนแปลงสำนักงานอัยการสูงสุด
ราวาดารี องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน บันทึกการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันนี้ไว้ในแถลงการณ์วันที่ 24 March 2023 โดยระบุว่าอัคฮุนด์ซาดาออกคำสั่งด้วยวาจาให้เปลี่ยนสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นกรมใหญ่เพื่อการติดตามและกำกับการปฏิบัติตามกฤษฎีกาและคำสั่ง
หน่วยงานที่เข้ามาแทนยังถูกเรียกว่า กรมใหญ่เพื่อการกำกับดูแลและดำเนินคดีตามกฤษฎีกาและคำสั่ง ราวาดารีระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ลดบทบาทของสำนักงานให้เหลือเพียงการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำตาลีบัน และจำกัดอำนาจในการปราบปรามอาชญากรรม สร้างความยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน
อำนาจบางส่วนที่สำนักงานอัยการสูงสุดเคยใช้ถูกโอนไปยังศาลและหน่วยงานข่าวกรองของตาลีบัน อดีตพนักงานระบุว่า มีผู้ตกงานอย่างน้อย 4,000 คนหลังการปรับโครงสร้างตามกฤษฎีกา ตัวเลขดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหน่วยงานครั้งก่อน ส่วนตัวเลขล่าสุดที่ระบุว่ามีผู้ถูกปลดอย่างน้อย 200 คน หมายถึงการปลดอัยการที่ยังเหลืออยู่ในช่วงหนึ่งเดือน
ซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกตาลีบันกล่าวในช่วงการปรับโครงสร้างว่า หน่วยงานใหม่จะใช้บุคลากรเดิม อัยการในเวลานั้นระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว การที่อดีตอัยการบางส่วนยังทำงานต่อ ก่อนถูกปลดในระยะหลัง แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเกิดขึ้นเป็นระยะ
ประวัติหน่วยงานยาวนานกว่าศตวรรษ ก่อนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สมาคมอัยการอัฟกานิสถานคัดค้านการยุบสำนักงาน โดยระบุว่าสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานที่เป็นกลาง ก่อตั้งขึ้นในปี 1921 ในรัชสมัยของกษัตริย์อามานุลเลาะห์ ข่าน สมาคมเตือนว่าการยุบสำนักงานจะลบล้างคุณค่าทางตุลาการ
วันสำคัญต่าง ๆ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากหน่วยงานอัยการไปสู่หน่วยงานที่มุ่งเน้นการบังคับใช้กฤษฎีกาของผู้นำตาลีบัน:
- 1921: สำนักงานอัยการสูงสุดก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์อามานุลเลาะห์ ข่าน ตามข้อมูลของสมาคมอัยการอัฟกานิสถาน
- 15 August 2021: ตาลีบันกลับสู่อำนาจและเริ่มรื้อถอนหรือแทนที่สถาบันของสาธารณรัฐเดิม
- 24 March 2023: ราวาดารีเผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับคำสั่งด้วยวาจาที่เปลี่ยนสำนักงานอัยการสูงสุดและลดหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงาน
- 24 October 2026: มีรายงานถึงการปลดที่ยังดำเนินต่อไป คณะกรรมการทบทวนบุคลากร และหนังสือรายชื่ออัยการ 11 คนที่ถูกปลดใน 6 จังหวัด
การรื้อถอนงานด้านการฟ้องคดีในทางปฏิบัติเริ่มขึ้นหลังการยึดอำนาจในปี 2021 แถลงการณ์ของราวาดารีบันทึกการปรับโครงสร้างอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาในปี 2023 เหตุการณ์ทั้งสองช่วงอธิบายได้ว่าเหตุใดรายงานจึงระบุช่วงเวลาการยุบสำนักงานแตกต่างกันไปในระหว่างการปกครองของตาลีบัน
ใครเป็นผู้คัดเลือกคนมาแทน?
อดีตอัยการกล่าวว่า คณะกรรมการกำลังตรวจสอบประวัติการทำงานและแทนที่พนักงานด้วยสมาชิกตาลีบัน ในรายงานที่ลงวันที่ 24 October 2026 พวกเขาระบุว่าประธานคณะกรรมการคือชาห์ โมฮัมหมัด ชาฮิด รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและการบริหารของกรม
พวกเขาระบุชื่อเอซาตุลเลาะห์ ฮักกานี รองผู้อำนวยการฝ่ายพลเรือน รวมถึงรองผู้อำนวยการฝ่ายทหารและหัวหน้าฝ่ายกิจการบุคลากร ว่าเป็นกรรมการคนอื่น ๆ อดีตพนักงานกล่าวว่าการทบทวนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปลด แต่ยังรวมถึงข้อจำกัดในการรับสมัครบุคลากรในอนาคตด้วย
ผู้สมัครบางคนกล่าวว่าสอบผ่านการคัดเลือก แต่ภายหลังถูกปฏิเสธเมื่อมีการตรวจพบว่าเคยทำงานในสำนักงานอัยการสูงสุด พวกเขาระบุว่าเจ้าหน้าที่บอกว่ามีคำสั่งจากอัคฮุนด์ซาดาไม่ให้จ้างอดีตอัยการ
อดีตอัยการคนหนึ่งในรายงานล่าสุดยังตั้งคำถามเกี่ยวกับการฝึกอบรมของผู้ที่เข้ามาแทน เขากล่าวหาว่าผู้ได้รับแต่งตั้งบางคนเรียนศาสนาเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งถูกนับว่าเทียบเท่าคุณวุฒิปริญญาโท ทั้งที่ขาดความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพที่จำเป็นต่องานอัยการ คำอธิบายเกี่ยวกับหลักสูตรเหล่านั้นและการเทียบวุฒิมาจากคำกล่าวของอัยการรายนี้
อัยการต้องประเมินคำให้การของพยาน ตรวจสอบเอกสาร และตัดสินว่าหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาหรือไม่ การแทนที่เจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์ส่งผลต่อความสามารถของหน่วยงานในการทำหน้าที่เหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อการแต่งตั้งขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้องกับขบวนการ และการเคยทำงานให้รัฐบาลชุดก่อนกลายเป็นเหตุให้ถูกกีดกัน
ข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันปรากฏในคำบอกเล่าเกี่ยวกับการปลด
อดีตอัยการเชื่อมโยงการปลดกับข้อร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตาลีบันเกี่ยวกับการสอบสวนสมาชิกของขบวนการ พวกเขากล่าวหาว่าผู้นำหน่วยข่าวกรองและฝ่ายตุลาการแจ้งอัคฮุนด์ซาดาที่เมืองกันดาฮาร์ว่า อดีตอัยการจากรัฐบาลชุดก่อนแต่งคดีใส่ร้ายสมาชิกตาลีบัน
อัยการคนหนึ่งที่ถูกปลดกล่าวหาว่าอามินุลเลาะห์ อุบัยด์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าการกรุงคาบูลและอดีตผู้ว่าการจังหวัดไดคุนดี ยักยอกเงินช่วยเหลือของสภาเสี้ยววงเดือนแดงอัฟกานิสถานมูลค่า 8.1 ล้านอัฟกานี อัยการระบุว่าความช่วยเหลือดังกล่าวประกอบด้วยแป้ง น้ำมันปรุงอาหาร เต็นท์ และผ้าห่ม และผู้สอบสวนได้จัดทำสำนวนคดีส่งไปยังกรุงคาบูล
รายงานที่ลงวันที่ 24 October 2026 ยังกล่าวหาว่าข้าวสาลีอย่างน้อย 50 ตันและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ขนส่งด้วยรถบรรทุก 20 คัน ซึ่งมีไว้สำหรับชาวจังหวัดไดคุนดี ถูกจัดสรรให้เพื่อนและญาติของอุบัยด์ในกรุงคาบูล กอร์ ไมดาน วาร์ดัก ฟาราห์ และอูรุซกัน ข้อกล่าวหาเหล่านี้มาจากอดีตอัยการและรายงานเกี่ยวกับการแจกจ่ายความช่วยเหลือ
ข้อกล่าวหาที่ขัดแย้งกันเกี่ยวข้องกับหน้าที่อันละเอียดอ่อนเดียวกัน นั่นคือการตรวจสอบข้อกล่าวหาต่อผู้มีอำนาจ อดีตอัยการระบุว่าถูกตอบโต้เพราะสอบสวนการทุจริต ส่วนข้อร้องเรียนที่อ้างว่ามาจากเจ้าหน้าที่ตาลีบันกล่าวหาอัยการเหล่านั้นว่าใช้อำนาจหน้าที่เล่นงานขบวนการ
ผู้พิพากษาพิจารณาคดีโดยไม่มีอัยการแผ่นดิน
อับดุล มาลิก ฮักกานี รองประธานศาลสูงสุดของตาลีบัน อธิบายถึงระบบที่ผู้พิพากษาดำเนินการในทุกขั้นตอนของคดีโดยไม่มีอัยการแผ่นดิน คำอธิบายของเขาระบุว่าศาลเป็นผู้รับผิดชอบทั้งการตรวจสอบข้อกล่าวหาและการพิพากษาคดี
ฮักกานีอธิบายจุดยืนของตาลีบันในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า
ผู้พิพากษาไม่สามารถใช้ผลการสอบสวนของอัยการเป็นพื้นฐานในการตัดสินได้ นี่คือหลักการชารีอะห์ของเรา
โดยปกติ อัยการจะสอบสวนอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาและเสนอหลักฐานให้ศาลตรวจสอบ จากนั้นผู้พิพากษาจึงตัดสินคดี การแยกหน้าที่เหล่านี้ช่วยให้ศาลพิจารณาคดีที่ถูกนำขึ้นสู่ศาลได้ โดยไม่ต้องรับผิดชอบทุกขั้นตอนด้วยตนเอง
ฟาริด ฮามิดี อดีตอัยการสูงสุดของอัฟกานิสถาน กล่าวว่าการยุบสำนักงานเป็นหายนะต่อความยุติธรรม เขาเห็นว่าการมุ่งให้ได้คำตัดสินอย่างรวดเร็วกำลังเบียดบังการพิจารณาคดีอย่างรอบคอบ
ฮามิดีกล่าวถึงความกังวลของเขาว่า
พวกเขากำลังเสียสละความยุติธรรมเพื่อแลกกับความรวดเร็ว
มีรายงานว่าผู้พิพากษาตาลีบันพิจารณาคดีแล้วมากกว่า 200,000 คดีในช่วง 2 ปีแรกที่ปกครอง รวมถึงคดีที่ค้างอยู่ภายใต้รัฐบาลชุดก่อน ชาวอัฟกานิสถานที่ไม่พอใจกับความล่าช้าของศาลชุดก่อนยินดีกับการตัดสินที่รวดเร็วขึ้น สำหรับจำเลยและผู้ร้องเรียน ประเด็นสำคัญในทางปฏิบัติคือการพิจารณาคดีที่รวดเร็วยังให้เวลามากพอสำหรับตรวจสอบหลักฐานและรับฟังความเห็นจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่
การกำกับดูแลสถานที่คุมขังและความเสี่ยงต่ออดีตเจ้าหน้าที่
กรมที่เข้ามาแทนยังคงมีหน้าที่ที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบสถานที่คุมขังและการบังคับใช้กฤษฎีกาของอัคฮุนด์ซาดา คำอธิบายหน้าที่ของกรมยังรวมถึงการออกหมายจับตามคำสั่งของผู้นำ การส่งตัวนักโทษจากต่างประเทศ การส่งผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ร้ายข้ามแดน และการจัดทำหรือแก้ไขเอกสารของตาลีบัน
ราวาดารีเตือนในเดือนมีนาคม 2023 ว่าการจับกุมโดยพลการ การสอบสวนที่ไม่ครบถ้วน คดีที่ล่าช้า และการคุมขังโดยไม่มีกำหนด กำลังบั่นทอนการเข้าถึงความยุติธรรม นอกจากนี้ยังระบุว่ารัฐธรรมนูญถูกยกเลิก และกฎหมายต่าง ๆ รวมถึงประมวลกฎหมายอาญาถูกระงับ ส่งผลให้มีหลักประกันทางกฎหมายที่เผยแพร่ต่อสาธารณะน้อยลงสำหรับผู้ที่ต้องติดต่อกับทางการ
อดีตอัยการเผชิญอันตรายส่วนตัวควบคู่ไปกับการตกงาน หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติรายงานว่า การแก้แค้นโดยนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวในปี 2021 ทำให้อดีตอัยการถูกสังหารมากกว่าสิบคน ก่อนหน้านี้อดีตอัยการจำนวนมากเคยจัดทำคดีต่อสู้กับกลุ่มก่อความไม่สงบตาลีบัน
ดังนั้น การปลดเจ้าหน้าที่ที่ยังเหลืออยู่จึงส่งผลทั้งต่อรายได้ครัวเรือนและความปลอดภัยส่วนบุคคล อัยการที่สูญเสียเงินเดือนอาจสูญเสียตำแหน่งในหน่วยงานไปด้วย ขณะที่ยังเผชิญความเป็นปฏิปักษ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีที่เคยทำมาก่อน
ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางสูญเสียหน่วยงานเฉพาะทาง
ราวาดารีระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนหนึ่งของการรื้อถอนหน่วยงานต่าง ๆ ในวงกว้างหลังวันที่ 15 August 2021 โดยระบุชื่อคณะกรรมการอิสระด้านสิทธิมนุษยชนอัฟกานิสถาน หน่วยงานการเลือกตั้ง และกระทรวงกิจการสตรีว่าเป็นหน่วยงานที่ถูกยุบ
องค์กรยังระบุถึงการยุบศาลเฉพาะทางและหน่วยงานอัยการที่รับผิดชอบคดีความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก หน่วยงานเหล่านั้นมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เฉพาะกลุ่มรับผิดชอบสอบสวนและดำเนินการกับข้อร้องเรียนดังกล่าว
ผู้หญิงยังถูกตาลีบันกีดกันจากการทำงานในกระบวนการยุติธรรม ทำให้ไม่มีผู้พิพากษาหญิงพิจารณาข้อพิพาทที่มีผู้ฟ้องร้องหรือจำเลยเป็นผู้หญิง การยุบหน่วยงานเฉพาะทางและการปลดเจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการหญิงเปลี่ยนช่องทางที่ผู้หญิงใช้ยื่นเรื่องร้องเรียนและขอให้มีการพิจารณาคดี
การปลดล่าสุดดำเนินต่อจากการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันดังกล่าว อดีตอัยการจากสาธารณรัฐเดิมที่ยังเหลืออยู่กำลังถูกปลดจากองค์กรที่มีหน้าที่มุ่งเน้นคำสั่งของผู้นำตาลีบันอยู่แล้ว ขณะที่ศาลใช้อำนาจซึ่งก่อนหน้านี้ทำร่วมกับหน่วยงานอัยการ
ประเด็นสำคัญ
- อดีตอัยการรัฐบาลชุดก่อนอย่างน้อย 200 คนถูกปลดในช่วงหนึ่งเดือน ตามข้อมูลจากอัยการปัจจุบันและอดีตอัยการ
- พนักงานระบุว่าสมาชิกตาลีบันเข้ามาแทนเจ้าหน้าที่ที่ถูกปลด หลังมีคำสั่งด้วยวาจาซึ่งอ้างว่ามาจากฮิบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา
- ราวาดารีบันทึกการปรับโครงสร้างสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2023
- ก่อนหน้านี้ อดีตพนักงานระบุว่ามีผู้ตกงานอย่างน้อย 4,000 คนระหว่างการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
- กรมที่เข้ามาแทนมีหน้าที่ติดตามกฤษฎีกาและตรวจสอบสถานที่คุมขัง ขณะที่ศาลตาลีบันดำเนินคดีโดยไม่มีอัยการแผ่นดิน
- ทางการตาลีบันไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการปลดล่าสุด คำสั่งที่ถูกกล่าวอ้าง หรือการแต่งตั้งผู้ที่เข้ามาแทน






