เจ้าหน้าที่เวย์กัมบัสต่อสู้กับไฟที่ปะทุซ้ำ
มีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 350 นายเข้าดับไฟในอุทยานแห่งชาติเวย์กัมบัสของอินโดนีเซีย ซึ่งยังมีไฟคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวดินในพื้นที่พรุ แม้ปฏิบัติการดับไฟดำเนินมาหลายสัปดาห์แล้ว ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 ปฏิบัติการยังมุ่งเน้นอยู่ที่สองจุด และทางการยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขพื้นที่เสียหายทั้งหมด
สารบัญ
- เจ้าหน้าที่เวย์กัมบัสต่อสู้กับไฟที่ปะทุซ้ำ
- เหตุใดไฟในเวย์กัมบัสจึงดับยาก
- พื้นที่คุ้มครองทั่วหมู่เกาะเผชิญความเสียหาย
- สัตว์ป่าสูญเสียอาหาร ที่หลบภัย และพื้นที่อาศัย
- วาลฮีตั้งคำถามต่อคณะทำงานด้านเงินทุนอุทยานแห่งชาติ
- การสอบสวนบริษัทขยายวงกว้างออกไปนอกเขตอุทยาน
- ภัยแล้ง การจัดการที่ดิน และหน้าที่ป้องกันไฟ
- ควันและการอพยพเพิ่มภาระต่อประชาชน
- ประเด็นสำคัญ
เวย์กัมบัสเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ 14 แห่งที่มีรายงานว่าเกิดไฟไหม้ทั่วอินโดนีเซียในปีนี้ ความเสียหายที่มีรายงานประกอบด้วยพื้นที่ 8,708 เฮกตาร์ในวาซูร์ระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 6,532 เฮกตาร์ในลอเรนซ์ ณ เดือนสิงหาคม และ 3,531 เฮกตาร์ในอุทยานแห่งชาติโบรโมเตงเกอร์เซเมรู ณ สิ้นเดือนกันยายน
การประเมินในวงกว้างกว่าของ MapBiomas Fire Indonesia บันทึกพื้นที่ถูกไฟไหม้ 82,400 เฮกตาร์ในเขตอนุรักษ์ 210 แห่งจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งรวมถึงอุทยานแห่งชาติ 46 แห่ง ไม่มีคำอธิบายว่าฐานข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรายชื่ออุทยาน 14 แห่งที่แคบกว่าอย่างไร ขอบเขตการรายงานที่แตกต่างกันทำให้ยังไม่มีตัวเลขเดียวที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันเกี่ยวกับจำนวนอุทยานแห่งชาติที่ได้รับผลกระทบ
อูลี อาร์ธา ซีอาเกียน นักรณรงค์ด้านป่าไม้และสวนปาล์มน้ำมันจากฟอรัมสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย หรือที่รู้จักในชื่อวาลฮี ระบุว่าไฟไหม้อุทยานแห่งชาติในปีนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างกว่าช่วงปีที่เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในปี 2019 และ 2023 เธอเรียกร้องให้สอบสวนและเอาผิดผู้ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่คุ้มครอง
ความเสียหายยังลุกลามออกไปนอกเขตอุทยาน กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียรายงานผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน 314,124 รายใน 7 จังหวัด ณ วันที่ 21 ตุลาคม ขณะที่ตำรวจประกาศว่าบริษัท 11 แห่งถูกระบุเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีไฟไหม้ป่าและพื้นที่พรุ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนวิกฤตที่กระทบทั้งการอนุรักษ์ สุขภาพประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม
เหตุใดไฟในเวย์กัมบัสจึงดับยาก
เกิดไฟไหม้หลายจุดในเวย์กัมบัสตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในพื้นที่กาบังทางตอนเหนือ ตรวจพบไฟราววันที่ 19 กันยายน แต่ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนก็ยังดับไม่สนิท เพราะไฟลุกไหม้ในพื้นที่พรุ
พรุประกอบด้วยซากพืชที่สะสมและย่อยสลายเพียงบางส่วน เมื่อแห้ง ไฟสามารถลุกไหม้อยู่ใต้ผิวดิน ซึ่งน้ำที่ฉีดจากด้านบนอาจเข้าไม่ถึงจุดร้อนทุกจุด ในเวย์กัมบัส บางครั้งควันกลับมาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำจนชุ่มพื้นที่แล้ว
เกิดไฟไหม้จุดใหม่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม บริเวณรีสอร์ตซูซูกันบารูและรีสอร์ตระวาบุนเดอร์ ใกล้แนวเขตระหว่างอุทยานกับบริษัท PT Great Giant Pineapple ชาวบ้านระบุว่าเปลวไฟจากจุดที่ใหญ่ที่สุดสูงประมาณ 4 เมตร และลามข้ามแม่น้ำที่แห้งขอดในช่วงฤดูแล้งยาวนาน
ทางการอุทยานระบุว่าไฟใกล้แนวเขตบริษัทดับแล้ว โดยมีฝนช่วยสนับสนุนปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำให้พื้นดินชุ่มและเฝ้าติดตามต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ถ่านคุที่ยังหลงเหลือปะทุขึ้นอีก ทางการรายงานว่าไม่มีช้างในเวย์กัมบัสได้รับผลกระทบ
เหตุการณ์ต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดการประกาศว่าดับเปลวไฟที่มองเห็นได้แล้ว จึงยังตามมาด้วยการทำงานต่ออีกหลายวัน:
- เดือนสิงหาคม: เริ่มเกิดไฟไหม้หลายจุดในเวย์กัมบัส
- ราววันที่ 19 กันยายน: ตรวจพบไฟในพื้นที่กาบังทางตอนเหนือ โดยไฟที่ลุกไหม้ในพรุทำให้ปฏิบัติการยืดเยื้อ
- 22 ตุลาคม: เกิดไฟไหม้จุดใหม่ใกล้รีสอร์ตซูซูกันบารูและรีสอร์ตระวาบุนเดอร์
- 26 ตุลาคม: การดับไฟและเฝ้าระวังยังคงมุ่งเน้นอยู่ที่สองจุด
พื้นที่คุ้มครองทั่วหมู่เกาะเผชิญความเสียหาย
รายชื่ออุทยานแห่งชาติ 14 แห่งที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมตั้งแต่เกาะสุมาตราถึงปาปัว ได้แก่ โบรโมเตงเกอร์เซเมรู เกรินจีเซบลัต กูนุงจีเรไม ตัมโบรา มานูเซลา บูกิตบากาบูกิตรายา กูนุงเกเดปังก์ราโง ราวาอาปาวาตูโมฮาย มานูเปอูตานาห์ดารูและไลวังกีวังกาเมตี เวย์กัมบัส บันติมูรุงบูลูซารุง ตันจุงปูติง วาซูร์ และลอเรนซ์
พื้นที่ที่มีรายงานว่าถูกไฟไหม้มีตั้งแต่ไม่กี่เฮกตาร์ไปจนถึงหลายพันเฮกตาร์ นอกเหนือจากความเสียหายในวาซูร์ ลอเรนซ์ และโบรโมเตงเกอร์เซเมรูแล้ว ตัมโบรายังมีพื้นที่ถูกไฟไหม้ 1,956 เฮกตาร์ ณ เดือนตุลาคม ส่วนตันจุงปูติงมีพื้นที่ถูกไฟไหม้ประมาณ 1,234 เฮกตาร์ ณ วันที่ 20 ตุลาคม
ตัวเลขพื้นที่ของอุทยานทั้งห้าแห่งนี้รวมกันได้ 21,961 เฮกตาร์ วาซูร์และลอเรนซ์รวมกันคิดเป็น 15,240 เฮกตาร์ หรือประมาณ 69 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมดังกล่าว ตัวเลขเหล่านี้มีวันรายงานต่างกัน จึงแสดงขนาดความเสียหายที่บันทึกได้แล้วในแต่ละอุทยาน ไม่ใช่การประเมินระดับประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน
การเสียชีวิตของผู้ที่ต่อสู้กับไฟในโบรโมเตงเกอร์เซเมรูตอกย้ำอันตรายของปฏิบัติการเหล่านี้ รายงานที่ครอบคลุมอุทยาน 14 แห่งระบุว่ามีอาสาสมัครเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ขณะที่รายงานอีกฉบับระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 4 คนขณะต่อสู้กับไฟป่าที่นั่น ไม่มีการระบุรายละเอียดที่ทำให้ตัวเลขทั้งสองชุดแตกต่างกัน
สัตว์ป่าสูญเสียอาหาร ที่หลบภัย และพื้นที่อาศัย
MapBiomas Fire Indonesia บันทึกพื้นที่ถูกไฟไหม้อย่างน้อย 20,360 เฮกตาร์ในถิ่นอาศัยของเสือ อุรังอุตัง แรด และช้างสุมาตรา พื้นที่ดังกล่าวเทียบเท่าเกือบหนึ่งในสี่ของพื้นที่ 82,400 เฮกตาร์ที่บันทึกว่าถูกไฟไหม้ในเขตอนุรักษ์จนถึงเดือนสิงหาคม
ไฟสามารถทำอันตรายสัตว์ได้ทันทีจากแผลไฟไหม้และควัน ผลกระทบยังดำเนินต่อไปหลังเปลวไฟมอดลง พืชพรรณที่ถูกทำลายหมายถึงอาหารและที่หลบภัยที่ลดลง ขณะที่ป่าที่เสียหายอาจทำให้สัตว์มีพื้นที่เคลื่อนที่และขยายพันธุ์น้อยลง
สัตว์ที่ออกหาอาหารอาจเข้าไปในสวนปาล์มน้ำมันหรือชุมชน เพิ่มโอกาสเผชิญหน้ากับผู้คน สำหรับสัตว์ที่มีประชากรน้อยหรือมีถิ่นอาศัยจำกัด การสูญเสียถิ่นอาศัยซ้ำ ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
กระทรวงป่าไม้ระบุว่า ณ วันที่ 8 ตุลาคม มีสัตว์ป่า 290 ตัวได้รับการรักษา ศูนย์ช่วยเหลืออุรังอุตังในบอร์เนียวรายงานว่ามีสัตว์เข้ารับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้น รวมถึงสัตว์ที่ถูกไฟไหม้ ติดค้าง หรือหายใจลำบาก กรณีเหล่านี้สะท้อนความต้องการช่วยเหลือที่เกิดจากไฟไหม้นอกเหนือจากในอุทยานแห่งชาติแห่งใดแห่งหนึ่ง
คำแถลงของทางการเวย์กัมบัสที่ว่าไม่มีรายงานช้างได้รับผลกระทบ กล่าวถึงการรับมือเฉพาะหน้าในอุทยานแห่งนั้น ภารกิจอนุรักษ์ในวงกว้างยังรวมถึงการตรวจสอบความเสียหายของถิ่นอาศัย และดูว่าสัตว์ที่รอดชีวิตยังหาอาหารได้เพียงพอและมีพื้นที่เหมาะสมหรือไม่
วาลฮีตั้งคำถามต่อคณะทำงานด้านเงินทุนอุทยานแห่งชาติ
วาลฮีพุ่งเป้าวิจารณ์เป็นพิเศษต่อคณะทำงานด้านนวัตกรรมการจัดหาเงินทุนและการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีฮาชิม โจโจฮาดีกุซูโมเป็นประธาน คณะทำงานนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อหาแหล่งเงินทุนทางเลือกสำหรับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ
ซีอาเกียนกล่าวว่าขนาดของไฟป่าเผยให้เห็นข้อบกพร่องในการคุ้มครอง และตั้งคำถามว่าเงินที่คณะทำงานระดมได้ถูกนำไปใช้กับงานอนุรักษ์จริงหรือไม่ เธอเรียกร้องให้ยุบคณะทำงาน ความพยายามขอคำชี้แจงจากราชา จูลี อันโตนี รองประธานคณะทำงาน ไม่ได้รับคำตอบ
วาลฮีระบุจุดอ่อนในการปฏิบัติงานที่อยู่เบื้องหลังความเสียหาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้มีจำนวนน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ต้องดูแล การใช้เทคโนโลยีตรวจจับและจัดการไฟยังมีจำกัด และชุมชนที่อาศัยใกล้อุทยานแห่งชาติยังไม่ได้รับการยอมรับและเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ
ข้อกังวลแต่ละประการเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการป้องกันที่แตกต่างกัน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจพบไฟ เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ และมีคนกับอุปกรณ์เพียงพอที่จะควบคุมไฟได้ ชาวบ้านใกล้อุทยานก็สามารถแบ่งปันความรู้ในพื้นที่และแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ หากมีบทบาทอย่างแท้จริงในการคุ้มครองพื้นที่
วาลฮีต้องการให้ตำรวจสอบสวนเหตุไฟไหม้ในอุทยานแห่งชาติและเอาผิดผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ ข้อวิจารณ์ขององค์กรทำให้คณะทำงานด้านเงินทุนต้องตอบคำถามอย่างเป็นรูปธรรมว่า ระหว่างที่กำลังหาแหล่งเงินใหม่ มีการคุ้มครองพื้นที่จริงมากน้อยเพียงใด
การสอบสวนบริษัทขยายวงกว้างออกไปนอกเขตอุทยาน
พลตำรวจเอก ซูยูดี อาริโอ เซโต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประกาศเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า ตำรวจระบุบริษัท 11 แห่งเป็นผู้ต้องสงสัย หลังสอบสวนรายงาน 98 กรณีที่สงสัยว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับไฟไหม้ เขากล่าวว่าบริษัท 3 แห่งมีผู้ลงทุนจากต่างประเทศ โดยไม่ได้ระบุชื่อ
ซูยูดีอธิบายสถานะการสอบสวนที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตาว่า:
"เราได้ระบุบริษัท 11 แห่งเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว ในจำนวนนี้มี 3 แห่งเป็นบริษัทที่มีผู้ลงทุนจากต่างประเทศ และกระบวนการยังดำเนินต่อไป" เขากล่าว
ตำรวจระบุว่ากำลังตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทและรวบรวมหลักฐานเพื่อระบุตัวเจ้าของและผู้ถือหุ้นที่อาจต้องรับผิดชอบ อินโดนีเซียยังประกาศมาตรการลงโทษทางปกครองต่อบริษัทหลายสิบแห่ง และดำเนินคดีอาญากับบุคคลและนิติบุคคล 125 ราย
วาลฮีให้ความสำคัญกับไฟไหม้ในและรอบเขตสัมปทานของ PT Arara Abadi และ PT Sekato Pratama Makmur ในจังหวัดเรียว โดยประเมินว่าพื้นที่รอบสัมปทานของ Arara Abadi ถูกไฟไหม้ประมาณ 616 เฮกตาร์ และรอบสัมปทานของ Sekato ราว 115 เฮกตาร์ในเดือนมีนาคม บริษัททั้งสองเป็นพันธมิตรของ Asia Pulp & Paper และ Sinar Mas Group
สัมปทานคือพื้นที่ที่บริษัทได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการ เช่น ปลูกไม้หรือปาล์มน้ำมัน วาลฮีระบุว่าแผนที่ข้อมูลไฟไหม้ของ NASA ที่องค์กรจัดทำแสดงให้เห็นว่า จุดความร้อนประมาณครึ่งหนึ่งของอินโดนีเซียที่ตรวจพบด้วยความเชื่อมั่นระดับสูงอยู่ภายในเขตสัมปทาน การประเมินขององค์กรจัดอันดับสัมปทานไม้และปาล์มน้ำมัน 40 แห่งตามจำนวนจุดความร้อนที่ตรวจพบ
เจ้าหน้าที่ยังต้องหาสาเหตุของไฟแต่ละจุดและระบุว่าใครต้องรับผิดตามกฎหมาย เดวิด กาโว ผู้ก่อตั้ง Nusantara Atlas กล่าวว่า บางครั้งภาพถ่ายดาวเทียมช่วยแสดงได้ว่าไฟเริ่มต้นในเขตสัมปทานหรือลามเข้ามาจากที่อื่น การพิสูจน์ว่าไฟเริ่มจากการจุดโดยเจตนาหรือเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม
ภัยแล้ง การจัดการที่ดิน และหน้าที่ป้องกันไฟ
Nusantara Atlas ประเมินว่าปีนี้มีพื้นที่ถูกไฟไหม้ทั่วอินโดนีเซียเกือบ 2 ล้านเฮกตาร์ โดยเชื่อมโยงความรุนแรงของสถานการณ์กับเอลนีโญที่รุนแรงและภัยแล้ง เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งอาจทำให้อินโดนีเซียมีสภาพอากาศแห้งแล้งขึ้น
การตัดไม้ทำลายป่าและการระบายน้ำออกจากพื้นที่พรุเพื่อทำการเพาะปลูกทำให้ภูมิประเทศเสี่ยงต่อไฟมากขึ้น เมื่ออากาศแห้ง ไฟที่เริ่มขึ้นก็ลุกลามได้ง่าย อูมี มะอ์รูฟะห์ นักรณรงค์ด้านป่าไม้และสวนปาล์มน้ำมันของวาลฮี เชื่อมโยงไฟที่เกิดซ้ำกับแนวปฏิบัติของบริษัท และกดดันให้รัฐบาลบังคับใช้บทลงโทษ
บริษัทบางแห่งโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องความรับผิดชอบ First Resources บริษัทน้ำมันปาล์มที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ระบุว่าไฟเริ่มจากนอกเขตของบริษัทแล้วจึงลามเข้าพื้นที่ที่บริษัทบริหารจัดการ ส่วน Asia Pulp & Paper ก็โต้แย้งข้อสันนิษฐานที่ว่าการเกิดไฟในเขตสัมปทานของผู้จัดหาหมายความว่าผู้ถือสัมปทานเป็นผู้จุดไฟโดยเจตนา
อาซัม ฮาวารี ทนายความจาก ClientEarth อธิบายว่าบริษัทอาจยังมีความรับผิดทางแพ่ง แม้ไฟเริ่มจากนอกที่ดินของบริษัทหรือเกิดในช่วงสภาพอากาศรุนแรง ความรับผิดทางแพ่งหมายถึงหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การชดเชยหรือฟื้นฟูพื้นที่ เขากล่าวว่าบริษัทต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างเพียงพอ และอาจต้องรับผิดหากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการระบายน้ำออกจากพื้นที่พรุ ก่อภัยคุกคามร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม
สิงคโปร์ออกหนังสือแจ้งมาตรการป้องกันแก่บริษัท 10 แห่งภายใต้กฎหมายมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน หนังสือแจ้งดังกล่าวกำหนดให้บริษัทดับไฟในที่ดินของตน ป้องกันการเผา และยื่นแผนปฏิบัติการ หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกดำเนินคดี รวมถึงถูกปรับ
ควันและการอพยพเพิ่มภาระต่อประชาชน
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีคิดเป็น 70,890 รายจากผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน 314,124 รายที่กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียรายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม หรือประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยทั้งหมดใน 7 จังหวัด การติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันส่งผลต่อระบบหายใจและอาจเกิดกับจมูก ลำคอ หรือปอด
กระทรวงระบุว่าได้เปิดหน่วยบริการออกซิเจน 477 แห่ง และส่งบุคลากรสาธารณสุขมากกว่า 2,600 คนลงพื้นที่ มาตรการเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันต่อบริการสุขภาพในช่วงที่ควันแผ่ปกคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ในบังกาใต้ เปลวไฟลามถึงย่านที่อยู่อาศัยในเดือนตุลาคม ทำลายบ้าน 305 หลัง ส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 1,800 คน และบังคับให้ราว 500 คนต้องอพยพ ครอบครัวในพื้นที่ต้องเผชิญทั้งการสูญเสียบ้านและการสัมผัสควัน
องค์กรศาสนาและนักศึกษาเข้าร่วมเรียกร้องให้มีการสอบสวน โยฮาเนส โตลา ประธานสมาคมนักศึกษาคาทอลิกอินโดนีเซีย เรียกร้องให้ทบทวนใบอนุญาต การวางผังที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่พรุ และการกำกับดูแลสัมปทาน
โตลาแย้งว่าการดับไฟต้องดำเนินควบคู่กับการจัดการผู้ที่ต้องรับผิดชอบ:
"ต้องดับไฟ แต่ก็ต้องเปิดโปงต้นตอของอาชญากรรมต่อระบบนิเวศด้วย เราไม่ควรดับไฟจุดเดิมทุกปีโดยไม่เคยหาตัวคนที่จุดไฟให้พบ" เขากล่าว
สภาคริสตจักรคริสเตียนชวาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นสอบสวนอย่างเป็นกลางและโปร่งใส พร้อมบังคับใช้กฎหมายโดยไม่คำนึงถึงสถานะหรืออำนาจทางเศรษฐกิจของผู้เกี่ยวข้อง คำเรียกร้องเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมยังระบุให้มีการฟื้นฟูพื้นที่หลังไฟไหม้ด้วย
สำหรับเจ้าหน้าที่เวย์กัมบัส งานเร่งด่วนยังคงเป็นการฉีดน้ำให้พรุชุ่มและเฝ้าระวังควันที่อาจกลับมาอีก ส่วนภารกิจระยะยาวทั่วอินโดนีเซียคือการฟื้นฟูถิ่นอาศัยที่เสียหาย ช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และผลักดันการสอบสวนให้ไปถึงขั้นมีคำสั่งที่บังคับใช้ได้
ประเด็นสำคัญ
- เวย์กัมบัสส่งเจ้าหน้าที่ประมาณ 350 นาย และ ณ วันที่ 26 ตุลาคม ปฏิบัติการยังมุ่งเน้นอยู่ที่สองจุด
- มีรายชื่ออุทยานแห่งชาติที่ได้รับผลกระทบ 14 แห่ง ขณะที่การประเมินในวงกว้างกว่าของ MapBiomas บันทึกไฟไหม้ในอุทยานแห่งชาติ 46 แห่งจนถึงเดือนสิงหาคม
- อุทยาน 5 แห่งที่มีการเผยแพร่ตัวเลขพื้นที่ มีพื้นที่ถูกไฟไหม้รวม 21,961 เฮกตาร์ โดยใช้วันรายงานต่างกัน
- MapBiomas บันทึกพื้นที่ถูกไฟไหม้อย่างน้อย 20,360 เฮกตาร์ในถิ่นอาศัยของเสือ อุรังอุตัง แรด และช้างสุมาตรา
- ตำรวจระบุบริษัท 11 แห่งเป็นผู้ต้องสงสัย หลังสอบสวนรายงานที่สงสัยว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้อง 98 กรณี
- กระทรวงสาธารณสุขรายงานผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน 314,124 รายใน 7 จังหวัด โดย 70,890 รายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
- วาลฮีเรียกร้องให้สอบสวน เพิ่มมาตรการคุ้มครองอุทยานแห่งชาติ และยุบคณะทำงานด้านเงินทุนอุทยานแห่งชาติ






