หมอกควันกระทบการเดินทางทั่วอินโดนีเซียและพื้นที่ใกล้เคียง
ไฟป่าและไฟบนพื้นที่ต่าง ๆ ในอินโดนีเซียส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินภายในประเทศ 2,604 เที่ยว ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคมถึง 19 ตุลาคม 2026 ขณะที่หมอกควันทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศ 14 เที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสิงคโปร์ ตามข้อมูลของกระทรวงคมนาคม ผลกระทบขยายจากสุมาตราและกาลีมันตันไปยังสนามบินในสุลาเวสี มาลูกู มาลูกูเหนือ และปาปัว
สารบัญ
- หมอกควันกระทบการเดินทางทั่วอินโดนีเซียและพื้นที่ใกล้เคียง
- ผลกระทบต่อเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างไร
- เหตุใดทัศนวิสัยจึงทำให้เที่ยวบินต้องหยุด
- สนามบินทางตะวันออกเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น
- สิงคโปร์และมาเลเซียสูญเสียเที่ยวบินเชื่อมต่อเช่นกัน
- ความเสียหายของสายการบินไม่ได้จำกัดอยู่แค่รายได้จากตั๋ว
- จุดความร้อนลดลง แต่ไฟยังปะทุซ้ำ
- หมอกควันยังจำกัดการตอบสนองเพื่อดับไฟ
- ครอบครัวต้องแบกรับผลกระทบต่อสุขภาพ
- การดำเนินคดีและการหารือระดับภูมิภาคเข้มข้นขึ้น
- ประเด็นสำคัญ
ลุกมัน เอฟ. ไลซา อธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า เที่ยวบินภายในประเทศ 1,420 เที่ยวถูกยกเลิกหรือเลื่อนเวลา 1,129 เที่ยวล่าช้า 23 เที่ยวเปลี่ยนเส้นทางไปลงสนามบินอื่น และ 6 เที่ยวบินกลับไปยังสนามบินต้นทาง อีก 26 เที่ยวถูกปรับตารางให้ออกเดินทางเร็วขึ้น เมื่อนับรวมเที่ยวบินที่ยกเลิก เลื่อนเวลา และล่าช้า มีทั้งสิ้น 2,549 เที่ยว หรือเกือบ 98 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมด
ยอดล่าสุดสูงกว่าตัวเลข 2,458 เที่ยวที่บันทึกไว้จนถึงวันที่ 17 ตุลาคมอยู่ 146 เที่ยว สำหรับผู้โดยสาร ผลกระทบมีตั้งแต่การต้องรออยู่ในอาคารผู้โดยสารไปจนถึงการเดินทางไปถึงอีกเมืองหนึ่ง สำหรับชุมชนห่างไกลที่ต้องพึ่งพาเครื่องบิน เที่ยวบินที่ถูกยกเลิกยังอาจทำให้การขนส่งสิ่งของและการเข้าถึงบริการของรัฐสะดุดลงด้วย
เที่ยวบินเชื่อมต่อกับสิงคโปร์ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเที่ยวบินไปกลับระหว่างสิงคโปร์กับปอนเตียนัก 12 เที่ยวถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 12-23 กันยายน ตามด้วยเที่ยวบินระหว่างสิงคโปร์กับปาเล็มบังอีก 2 เที่ยวในวันที่ 15 ตุลาคม หมอกควันยังรบกวนเที่ยวบินของสายการบิน Firefly ระหว่างซูบังกับสนามบินเซเลตาร์ของสิงคโปร์ ก่อนที่สายการบินจะกลับมาให้บริการเส้นทางดังกล่าวหลังระงับไปราวหนึ่งสัปดาห์
ผลกระทบต่อการบินเป็นส่วนหนึ่งของเหตุฉุกเฉินที่กว้างกว่านั้น กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน 283,270 รายใน 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับไฟต้องเผชิญกับควันที่หนาจนเครื่องบินบางลำไม่สามารถไปถึงจุดเกิดไฟได้
ผลกระทบต่อเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างไร
ยอดสะสมที่กระทรวงคมนาคมรายงานเป็นระยะสะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม การติดตามข้อมูลของกระทรวงรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานท่าอากาศยาน ผู้ดำเนินงานสนามบิน สายการบิน และบริการนำร่องทางอากาศ
- 11 สิงหาคม: เริ่มช่วงเวลาการติดตามยอดสะสมของกระทรวง
- 12-23 กันยายน: หมอกควันที่สนามบินซูปาดิโอในปอนเตียนักทำให้เที่ยวบินที่เชื่อมต่อกับสิงคโปร์ถูกยกเลิก 12 เที่ยว
- 12 ตุลาคม: จำนวนเที่ยวบินภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบสะสมแตะ 1,813 เที่ยว
- 13 ตุลาคม: ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,021 เที่ยว รวมเที่ยวบินที่ยกเลิกหรือเลื่อนเวลา 1,067 เที่ยว และเที่ยวบินล่าช้า 919 เที่ยว
- 15 ตุลาคม: เที่ยวบินสิงคโปร์-ปาเล็มบังถูกยกเลิก 2 เที่ยว
- 17 ตุลาคม: กระทรวงบันทึกเที่ยวบินภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบ 2,458 เที่ยว ในสนามบิน 29 แห่งของ 17 จังหวัด
- 19 ตุลาคม: ยอดเที่ยวบินภายในประเทศสะสมเพิ่มเป็น 2,604 เที่ยว
จำนวนเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบเพิ่มจาก 2,021 เที่ยวเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เป็น 2,604 เที่ยวเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม หรือเพิ่มขึ้น 583 เที่ยว คิดเป็นประมาณ 29 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขดังกล่าวรวมการเปลี่ยนแปลงตารางบินหลายประเภท โดยกระทรวงนับเที่ยวบินที่ยกเลิกและเลื่อนเวลาไว้ในหมวดเดียวกัน
ในช่วงเวลาเดียวกัน อันตรายจากสาเหตุอื่นก็รบกวนการบินเช่นกัน จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม ทางการบันทึกเที่ยวบินภายในประเทศที่ถูกยกเลิก 20 เที่ยวโดยระบุสาเหตุแยกต่างหากว่าเกิดจากเถ้าภูเขาไฟ สภาพอากาศเลวร้าย และลมแรง เที่ยวบินเหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ในยอดที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน
เหตุใดทัศนวิสัยจึงทำให้เที่ยวบินต้องหยุด
สนามบินสุลต่านมะห์มูด บาดารุดดินที่ 2 ในปาเล็มบังเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาด้านความปลอดภัย อาหมัด เชากี ซาฮับ ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่าเที่ยวบิน 5 เที่ยวล่าช้าในช่วงเช้าวันหนึ่ง เมื่อทัศนวิสัยลดต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในการปฏิบัติการของสนามบินที่ 600 เมตร ก่อนหน้านั้น หมอกควันส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่สนามบินแห่งนี้แล้ว 18 เที่ยวเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม
ลูกเรือต้องมีทัศนวิสัยเพียงพอเพื่อทำการขึ้นบิน เข้าสู่แนวร่อน และลงจอดอย่างปลอดภัย ข้อจำกัดในการปฏิบัติการขึ้นอยู่กับสนามบิน อากาศยาน และขั้นตอนที่ใช้ ควันจึงอาจรบกวนเที่ยวบินในสนามบินต่าง ๆ ด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน
สนามบินสุลต่านชารีฟ กาซิมในเปกันบารูเผชิญผลกระทบหลายรูปแบบเมื่อทัศนวิสัยลดลงเหลือประมาณ 600 เมตร เที่ยวบินของ Lion Air ลำหนึ่งวกกลับไปจาการ์ตา เที่ยวบินของ Citilink เปลี่ยนเส้นทางไปลงที่บาตัม ส่วนเครื่องบินของ Pelita Air วนรอ 5 รอบก่อนลงจอดหลังสภาพอากาศดีขึ้น ที่สนามบินสุลต่านทาฮาในจัมบี เที่ยวบิน 8 เที่ยวล่าช้าหรือถูกปรับเวลา หลังทัศนวิสัยลดจาก 1,500 เมตรในช่วงเช้าตรู่เหลือ 800 เมตรตอนเที่ยง
ลุกมัน เจ้าหน้าที่กระทรวงที่รับผิดชอบด้านการบินพลเรือน อธิบายหลักการสำคัญในการปฏิบัติการของรัฐบาลว่า:
ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในการบินยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของเรา การตัดสินใจด้านปฏิบัติการทุกอย่างต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ ทัศนวิสัย และการประเมินความปลอดภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สนามบินทางตะวันออกเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น
ระหว่างวันที่ 13-17 ตุลาคม หมอกควันส่งผลกระทบต่อการบินในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขึ้น สนามบินที่กระทรวงระบุ ได้แก่ มูติอารา ซิส อัล-จุฟรี ในปาลู สุลต่านบาบุลลาห์ในเตอร์นาเต ปัตตีมูราในอัมบน โมเซส กิลังกินในติมิกา และโดมีน เอดูอาร์ด โอโซกในโซรง รวมถึงสนามบินในปอนเตียนัก เปกันบารู และปาเล็มบัง
ทางการยังติดตามสนามบิน 16 แห่งในปาปัว ปาปัวกลาง ที่ราบสูงปาปัว และปาปัวใต้ ได้แก่ เซนตานี ติมิกา วาเมนา ออกซิบิล เดไก เมราอูเก ตานาห์เมราห์ และเอเวอร์ รวมถึงจุดหมายปลายทางขนาดเล็กอย่างมังกีลุม ยานิรูมา และมินดิปตานาห์
ดานัง มันดาลา ปรีฮันโตโร โฆษกของ Lion Group กล่าวว่าเที่ยวบินอย่างน้อย 4 เที่ยวที่ให้บริการโซรง มานกวารี และจายาปุระถูกปรับตารางเวลา สภาพอากาศเลวร้ายที่สนามบินแห่งหนึ่งอาจส่งผลต่อเที่ยวบินถัดไป เพราะต้องใช้อากาศยานและลูกเรือชุดเดียวกันสำหรับการเดินทางต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม หมอกควันยังทำให้เที่ยวบินบุกเบิก 22 เที่ยว รวมถึงเที่ยวบินขนส่งสินค้า 2 เที่ยว ถูกยกเลิกในเขตประสานงานสิงเกป กัวลาเปิมบวง ตานาห์เมราห์ และโกรอนตาโล เที่ยวบินบุกเบิกเชื่อมต่อพื้นที่ที่มีบริการขนส่งเชิงพาณิชย์ตามปกติจำกัด กาโตต์ ราฮาร์โจ นักวิเคราะห์การบิน เตือนว่าการหยุดชะงักอาจทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานมีน้อยลงและราคาสูงขึ้นในชุมชนห่างไกล
สิงคโปร์และมาเลเซียสูญเสียเที่ยวบินเชื่อมต่อเช่นกัน
Firefly ประกาศยกเลิกเที่ยวบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เนื่องจากทัศนวิสัยต่ำ เส้นทางที่ได้รับผลกระทบเชื่อมสนามบินสุลต่าน อับดุล อาซิซ ชาห์ในซูบัง ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ กับสนามบินเซเลตาร์ในสิงคโปร์ ระหว่างที่ระงับบริการ ผู้โดยสารอาจได้รับการจัดให้เดินทางด้วยเที่ยวบินของ Malaysia Airlines ระหว่างสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์กับสนามบินชางงี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่าง
ปัญหาที่เซเลตาร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เส้นทางดังกล่าว ข้อมูลที่อ้างอิงจากสำนักงานการบินพลเรือนสิงคโปร์และกลุ่มบริษัทสนามบินชางงีระบุว่า มีเที่ยวบิน 16 เที่ยวเปลี่ยนเส้นทางออกจากสนามบินระหว่างวันที่ 5-11 ตุลาคม เนื่องจากทัศนวิสัยต่ำและหมอกควัน
เอ็ดดี คริสเมดี ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการอินโดนีเซียและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของ AirAsia กล่าวว่า การดำเนินงานในมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับปาเล็มบัง ปอนเตียนัก และบันจาร์มาซินก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สายการบินเลื่อนแผนการเดินทางที่เตรียมพาลูกค้าชาวมาเลเซียไปกาลีมันตัน
ผู้ดำเนินงานสนามบินในอินโดนีเซียได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดของขั้นตอนรับมือเมื่อทัศนวิสัยลดลง และประสานงานกับ AirNav Indonesia และสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และธรณีฟิสิกส์ หรือ BMKG ประกาศสำหรับนักบินจะแจ้งข้อจำกัดและสภาพที่เปลี่ยนแปลงแก่ลูกเรือ นอกจากนี้ ผู้ดำเนินงานยังได้รับคำขอให้ปรับปรุงข้อมูลในอาคารผู้โดยสารและจัดหาหน้ากากให้ผู้โดยสาร
ความเสียหายของสายการบินไม่ได้จำกัดอยู่แค่รายได้จากตั๋ว
สมาคมผู้ประกอบการสายการบินแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ INACA ประเมินว่า การยกเลิกเที่ยวบินราว 500 เที่ยวในเดือนกันยายนทำให้สายการบินเสียหายมากกว่า 22,000 ล้านรูเปียห์ ตัวเลขนี้ไม่รวมความเสียหายของผู้ดำเนินงานสนามบิน ร้านค้าในสนามบิน ร้านอาหาร แท็กซี่ และโรงแรม
ในการแจกแจงข้อมูลก่อนหน้านี้ซึ่งครอบคลุมสายการบิน 10 แห่ง Citilink มีจำนวนเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดที่ 478 เที่ยว ตามด้วย NAM Air 300 เที่ยว Wings Air 227 เที่ยว และ Super Air Jet 161 เที่ยว ผู้ประกอบการรายอื่นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Garuda Indonesia, Batik Air, TransNusa, Lion Air และ Sriwijaya Air
บายุ ซูตันโต เลขาธิการ INACA กล่าวว่า ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินอาจได้รับเงินคืนหรือเปลี่ยนเที่ยวบิน ลุกมันกล่าวเช่นกันว่าสายการบินยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามสิทธิของผู้โดยสารภายใต้กฎที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารควรตรวจสอบมาตรการปัจจุบันของสายการบิน โดยเฉพาะกรณีที่การเดินทางทดแทนใช้สนามบินคนละแห่ง
ธุรกิจท่องเที่ยวก็เผชิญความเสียหายจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ฮาริยาดี ซุกมานดานี ประธานสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย เตือนว่าอัตราการเข้าพักในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจลดเหลือ 10–20 เปอร์เซ็นต์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เขากล่าวว่ากาลีมันตันมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะมีทางเลือกในการเดินทางทางบกจำกัดกว่าตามแนวถนนสายหลักของสุมาตรา
ศูนย์ศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมายประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสุขภาพไว้ที่ 39.29 ล้านล้านถึง 123.1 ล้านล้านรูเปียห์ ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม ภายในกรอบการประเมินนี้ ความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ทางกายภาพและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 29.54 ล้านล้านรูเปียห์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประเมินผลกระทบในวงกว้างจากเหตุไฟป่า ส่วนตัวเลขของ INACA กล่าวถึงการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินในเดือนกันยายน
จุดความร้อนลดลง แต่ไฟยังปะทุซ้ำ
รายงานล่าสุดของกระทรวงป่าไม้ระบุว่า ณ เวลา 21.00 น. วันจันทร์ พบจุดความร้อนทั่วประเทศ 487 จุดที่ประเมินด้วยความเชื่อมั่นสูง ลดลงจาก 1,104 จุดในวันก่อนหน้า ส่วนใน 6 จังหวัดเป้าหมาย จำนวนลดจาก 748 เหลือ 172 จุด
สุมาตราใต้พบ 64 จุด กาลีมันตันกลาง 49 จุด กาลีมันตันใต้ 40 จุด กาลีมันตันตะวันตก 12 จุด และจัมบี 7 จุด ขณะที่รีอาวไม่พบจุดความร้อน แม้จำนวนทั่วประเทศลดลง แต่สุมาตราใต้และกาลีมันตันใต้กลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น การติดตามก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 270 เป็น 1,104 จุด สะท้อนว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเพียงใด
จุดความร้อนคือการตรวจจับความร้อนที่ใช้ช่วยระบุตำแหน่งไฟที่อาจเกิดขึ้น ส่วนพื้นที่ไหม้จะวัดแยกต่างหาก องค์กรสิ่งแวดล้อม Satya Bumi ประเมินว่ามีพื้นที่ถูกไฟไหม้มากกว่า 202,000 เฮกตาร์ ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้น 69 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ความท้าทายในการดับไฟส่วนใหญ่เกิดจากไฟใต้พื้นผิว พื้นที่พรุเกิดจากการสะสมตัวหนาของพืชที่ย่อยสลายไปบางส่วน เมื่อแห้ง พรุอาจติดไฟใต้ดินและกักเก็บความร้อนที่เข้าถึงได้ยากด้วยน้ำ
ฟาอูซี ราห์มัน นักดับเพลิงวัย 27 ปีในปาลังกา รายา อธิบายงานที่จำเป็นในการดับไฟว่า:
เพราะชั้นดินพรุค่อนข้างลึก เราจึงต้องดับไฟให้หมดจดลงไปจนถึงด้านล่าง
นักดับเพลิงใกล้บันจาร์บารูทดลองสอดท่อลงไปในดินพรุลึกไม่เกิน 2 เมตร เพื่อส่งน้ำและน้ำยาดับเพลิงลงใต้ดิน ตำรวจระบุว่าการทดลองหนึ่งทำให้อุณหภูมิใต้ดินลดจากประมาณ 120 องศาเซลเซียสเหลือ 30 องศาเซลเซียส โดยใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อค้นหาความร้อนที่ยังหลงเหลือ
หมอกควันยังจำกัดการตอบสนองเพื่อดับไฟ
รายงานล่าสุดเกี่ยวกับการรับมือของอินโดนีเซียระบุว่า มีอากาศยาน 61 ลำเตรียมพร้อมใช้งาน รวมถึง 44 ลำสำหรับโปรยน้ำ และ 17 ลำสำหรับลาดตระเวนและปรับสภาพอากาศ บันทึกปฏิบัติการอีกชุดระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนถึง 16 ตุลาคม มีการบินโปรยน้ำ 5,179 รอบ โดยใช้อากาศยาน 38 ลำจากผู้ปฏิบัติการ 11 ราย
อากาศยานต้องมีทัศนวิสัยปลอดภัยเพื่อการนำทาง ระบุเป้าหมาย และปล่อยน้ำ โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า หมอกควันหนาทำให้อากาศยาน 34 ลำที่ร่วมปฏิบัติการในอินโดนีเซียต้องหยุดบิน พื้นที่ห่างไกลและแหล่งน้ำที่มีจำกัดยิ่งทำให้การรับมือยากขึ้น
มาเลเซียเสนออากาศยาน Bombardier CL-415MP หนึ่งลำ เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ และเจ้าหน้าที่ราว 50 คน อินโดนีเซียตกลงรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ พร้อมประเมินข้อเสนอแต่ละรายการ ข้อมูลอัปเดตวันที่ 19 ตุลาคมระบุว่า ข้อเสนอความช่วยเหลือเฉพาะของมาเลเซียยังรอการอนุมัติจากอินโดนีเซีย หลังมีข้อเสนอ ส่งอากาศยานจากมาเลเซีย
ทางการยังโปรยน้ำแข็งแห้งราว 2.4 ตันเหนือสุมาตราใต้เมื่อวันที่ 15 และ 16 ตุลาคม โดยเริ่มเน้นพื้นที่สนามบินปาเล็มบัง น้ำแข็งแห้งคือคาร์บอนไดออกไซด์ในสถานะของแข็ง การทดลองนี้มีเป้าหมายเพื่อรบกวนชั้นผกผันอุณหภูมิ ซึ่งเป็นชั้นอากาศอุ่นที่กักอากาศเย็นและควันไว้ใกล้พื้นดิน
ระหว่าง การทดลองใช้น้ำแข็งแห้งครั้งแรก เจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติรายงานว่าทัศนวิสัยดีขึ้นจากประมาณ 650 เมตรเป็น 2,800 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายอย่างน้อย 5,000 เมตร เจ้าหน้าที่ BMKG ระบุว่าวิธีนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง และยังประเมินประสิทธิผลในการจัดการหมอกควันจากไฟป่าเขตร้อน เทคนิคนี้มุ่งกระจายควัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินและอากาศยานยังคงปฏิบัติการดับไฟ
ครอบครัวต้องแบกรับผลกระทบต่อสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน 283,270 รายใน 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม เทียบกับ 113,336 ราย ณ วันที่ 9 กันยายน มีผู้ป่วยมากกว่า 60,000 รายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
สำนักงานสาธารณสุขของปาลังกา รายารายงานว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเล่าว่าควันลอยเข้าไปในบ้าน ขณะที่อาสาสมัครจัดตั้งศูนย์พักพิงที่มีอากาศสะอาดขึ้น การแสวงหาอากาศที่ปลอดภัย กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนเป็นพิเศษสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาในการหายใจอยู่แล้ว
การตรวจวัดของ BMKG ในสุมาตราพบว่า PM2.5 มีระดับสูงถึง 903.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปาเล็มบัง และ 298.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในเปกันบารูในช่วงที่มีหมอกควันรุนแรง PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กพอที่จะเดินทางลึกเข้าไปในปอด
มาเลเซียสั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนสิงคโปร์กลับมาให้เงินอุดหนุนการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหมอกควัน ความต้องการอุปกรณ์ป้องกันก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ผู้จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ของมาเลเซีย AA Alive รายงานว่ายอดขายอุปกรณ์ออกซิเจนเพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ร้านค้าปลีก Courts ระบุว่ายอดขายเครื่องฟอกอากาศเพิ่มขึ้น 600 เปอร์เซ็นต์ระหว่างวันที่ 28 กันยายนถึง 12 ตุลาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กระทรวงป่าไม้ยังรายงานด้วยว่า นักดับเพลิง 4 คนเสียชีวิตในอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งบนเกาะชวา การเสียชีวิตดังกล่าวเพิ่มความสูญเสียของมนุษย์จากปฏิบัติการรับมือที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หลายหมื่นคน
การดำเนินคดีและการหารือระดับภูมิภาคเข้มข้นขึ้น
เกรซ ฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ กล่าวว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะออกหนังสือแจ้งไปยังบริษัท 7 แห่งที่มีสัมปทานในอินโดนีเซีย ภายใต้กฎหมายมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน หนังสือดังกล่าวกำหนดให้บริษัทดำเนินการป้องกันไฟและให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการป้องกัน กฎหมายปี 2014 ฉบับนี้อนุญาตให้ปรับบริษัทที่ก่อหรือยินยอมให้เกิดไฟซึ่งทำให้มีหมอกควันในสิงคโปร์ได้สูงสุดวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
ฟูกล่าวถึงผลการตรวจสอบเบื้องต้นของหน่วยงานและเหตุผลที่อาจมีการดำเนินการเพิ่มเติมว่า:
ผลการตรวจสอบของเราจนถึงขณะนี้ชี้ว่า หมอกควันบางส่วนที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์มาจากไฟบนที่ดินของบริษัท 7 แห่งในอินโดนีเซีย
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิงคโปร์กำลังตรวจสอบว่าบริษัทใดอาจต้องรับผิดชอบ และพิจารณาดำเนินการร่วมกับประเทศอื่น Greenpeace ยังกล่าวหาว่าพื้นที่เผาไหม้มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์และมาเลเซีย
อินโดนีเซียเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายของตนเอง หลังจาก ลงโทษบริษัท 32 แห่ง กระทรวงป่าไม้ระบุว่ามาตรการรวมถึงการระงับใบอนุญาต คำสั่งฟื้นฟูพื้นที่ และการเพิกถอนใบอนุญาต 5 ราย กำลังดำเนินคดีอาญากับบุคคลและนิติบุคคล 125 ราย
อาเซียนยกระดับการแจ้งเตือนหมอกควันเป็นระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด มาเลเซียต้องการให้มีข้อตกลงระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งขึ้น โดยโมฮาหมัดกล่าวว่าหมอกควันไม่อยู่ในกลไกภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กลุ่มมีอยู่ ประเด็นนี้มีกำหนดหารือในการประชุมอาเซียนก่อนการประชุมสุดยอดเดือนพฤศจิกายนที่มะนิลา ระหว่างนี้ ผู้โดยสารและชุมชนต้องเผชิญกับทัศนวิสัยที่เปลี่ยนแปลง เที่ยวบินเชื่อมต่อที่สะดุด และการสัมผัสควันอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ
- อินโดนีเซียบันทึกเที่ยวบินภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบ 2,604 เที่ยว ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคมถึง 19 ตุลาคม รวมเที่ยวบินที่ยกเลิกหรือเลื่อนเวลา 1,420 เที่ยว
- เที่ยวบินระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิงคโปร์ 14 เที่ยวถูกยกเลิกในเส้นทางปอนเตียนักและปาเล็มบัง
- หมอกควันส่งผลกระทบต่อสนามบิน 29 แห่งใน 17 จังหวัดจนถึงวันที่ 17 ตุลาคม และรบกวนบริการที่เชื่อมต่อกับชุมชนห่างไกล
- กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน 283,270 รายใน 7 จังหวัดจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม
- การดับไฟใช้ทั้งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน อากาศยาน การลดความร้อนในพื้นที่พรุ และการทดลองกระจายควัน โดยทัศนวิสัยเป็นข้อจำกัดต่อการปฏิบัติการบางส่วน
- สิงคโปร์กำลังสอบสวนบริษัทต่าง ๆ ขณะที่อาเซียนมีกำหนดหารือวิกฤตนี้ก่อนการประชุมสุดยอดที่มะนิลาในเดือนพฤศจิกายน






