ต้นทุนดอลลาร์กดดันค่าไฟเพิ่ม
เมอรัลโกคาดว่าการอ่อนค่าของเงินเปโซจะทำให้ค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันให้ครัวเรือนที่จ่ายค่าไฟอัตราที่อยู่อาศัยเดือนตุลาคม 2026 อยู่ที่ 15.0615 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โฮเซ โรนัลด์ วี. วัลเลส รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายบริหารกำกับดูแลของบริษัท ระบุว่า แหล่งพลังงานมากกว่าครึ่งของเมอรัลโกขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
สารบัญ
- ต้นทุนดอลลาร์กดดันค่าไฟเพิ่ม
- การปรับขึ้นเดือนตุลาคมหมายถึงอะไรต่อครัวเรือน
- เหตุใดโรงไฟฟ้าก๊าซและเงินเปโซจึงส่งผลร่วมกัน
- ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ลดลงช่วยจำกัดการปรับขึ้น
- อัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้ามาจากการพิจารณาแยกต่างหาก
- เริ่มคืนเงินรอบใหม่ในเดือนพฤศจิกายน
- วันที่ที่ทำให้ค่าไฟเปลี่ยนแปลง
- ต้นทุนการจัดหาไฟฟ้าสูงขึ้นพร้อมผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
- แผนลงทุนเผชิญความเสี่ยงค่าเงินแตกต่างกัน
- ประเด็นสำคัญ
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเงินเปโซอ่อนค่าทะลุระดับ 64 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก โดยปิดตลาดที่ 64.17 เปโซต่อดอลลาร์เมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งที่ 33 ก่อนฟื้นตัว 14.5 เซนตาโว มาอยู่ที่ 64.025 เปโซในวันพุธ เงินเปโซที่อ่อนค่าลงทำให้ผู้จัดหาไฟฟ้าต้องใช้เงินเปโซมากขึ้นเพื่อชำระค่าเชื้อเพลิงหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่คิดเป็นดอลลาร์ในจำนวนเท่าเดิม
วัลเลสกล่าวถึงความเสี่ยงดังกล่าวในการชี้แจงผลประกอบการทางการเงินของเมอรัลโกเมื่อวันพุธว่า
แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่เรียกเก็บส่งผ่านมายังผู้ใช้ แหล่งพลังงานมากกว่า 50% ของเราขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน (เงินตราต่างประเทศ) และนั่นอาจทำให้อัตราค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตเพิ่มขึ้น
เมอรัลโกยังไม่ได้ประกาศขนาดของการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตครั้งต่อไป มาตรการบรรเทาภาระที่กำหนดไว้ครั้งถัดไปคือการคืนเงิน ซึ่งจะเริ่มในรอบเรียกเก็บบิลเดือนพฤศจิกายน 2026 ขณะที่อัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติใหม่ก็คาดว่าจะมีผลในเดือนเดียวกัน การปรับทั้งสองรายการเกี่ยวข้องกับค่าไฟฟ้าคนละส่วน
การปรับขึ้นเดือนตุลาคมหมายถึงอะไรต่อครัวเรือน
ประกาศอัตราค่าไฟเดือนตุลาคมของเมอรัลโก ลงวันที่ 13 ตุลาคม ระบุว่าค่าไฟเพิ่มขึ้น 0.3191 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง จาก 14.7424 เปโซในเดือนกันยายน หลังอัตราค่าไฟลดลงติดต่อกันสองเดือน
กิโลวัตต์-ชั่วโมงเป็นหน่วยวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟหนึ่งกิโลวัตต์ต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมงจะใช้ไฟหนึ่งกิโลวัตต์-ชั่วโมง ดังนั้นค่าไฟของครัวเรือนจึงขึ้นอยู่กับทั้งราคาต่อหน่วยและจำนวนหน่วยที่ใช้
เมอรัลโกประเมินว่าครัวเรือนที่ใช้ไฟ 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมงจะจ่ายเพิ่มราว 64 เปโซ โดยมีรายงานตัวเลขประเมินที่ต่ำกว่าอยู่ที่ 62 เปโซด้วย เมื่อนำอัตราปรับขึ้นที่ประกาศคูณด้วย 200 จะได้ 63.82 เปโซ ทำให้บิลตัวอย่างอยู่ที่ราว 3,012 เปโซตามอัตราเดือนตุลาคม
หากใช้ไฟเท่าเดิม ปริมาณ 300 กิโลวัตต์-ชั่วโมงจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเดือนกันยายนราว 95.73 เปโซ ส่วนการใช้ 400 กิโลวัตต์-ชั่วโมงจะเพิ่ม 127.64 เปโซ ครัวเรือนที่ใช้ไฟมากย่อมเผชิญค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในรูปเงินเปโซมากกว่า แม้อัตราปรับขึ้นต่อหน่วยจะเท่ากัน
เหตุใดโรงไฟฟ้าก๊าซและเงินเปโซจึงส่งผลร่วมกัน
ค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 0.4973 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าการปรับขึ้นของอัตราค่าไฟที่อยู่อาศัยโดยรวม การลดลงของค่าใช้จ่ายส่วนอื่นในบิลช่วยชดเชยการเพิ่มขึ้นบางส่วน
First Gas และ Prime CoreGen จัดหาไฟฟ้าราว 24% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าของเมอรัลโกในช่วงดังกล่าว ค่าไฟจากผู้ผลิตทั้งสองรายเพิ่มขึ้น 3.2206 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงที่ซื้อ สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและเงินเปโซที่อ่อนค่า เมอรัลโกระบุว่าต้นทุนราว 89% ของทั้งสองรายคิดเป็นเงินดอลลาร์
โรงไฟฟ้าเหล่านั้นใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับการจ่ายไฟในเดือนกันยายน ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG คือก๊าซธรรมชาติที่ทำให้เย็นจนกลายเป็นของเหลวเพื่อขนส่งทางเรือ เมอรัลโกชี้ว่าราคาที่สูงขึ้นเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่ ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบทั้งจากราคาเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ชำระต้นทุนสกุลดอลลาร์
สัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PSA คิดเป็นสัดส่วนความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงกว่ามากที่ 74% ค่าไฟตามสัญญาเหล่านี้ลดลง 0.7567 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ South Premier Power Corp. ใช้ก๊าซธรรมชาติจากมาลัมปายา การประหยัดดังกล่าวช่วยบรรเทาแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบต้นทุน PSA ราว 54%
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเงินเปโซเพียงอย่างเดียวไม่อาจกำหนดค่าไฟครั้งถัดไปได้ เชื้อเพลิงที่ใช้ สัดส่วนผู้จัดหาไฟฟ้า และราคาตามสัญญาแต่ละฉบับ ล้วนส่งผลต่อจำนวนเงินที่เมอรัลโกจ่ายเพื่อซื้อไฟฟ้า
ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ลดลงช่วยจำกัดการปรับขึ้น
ตลาดซื้อขายไฟฟ้าขายส่ง (Wholesale Electricity Spot Market) จัดหาไฟฟ้าเพียงราว 2% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าของเมอรัลโก แต่ค่าไฟจากตลาดดังกล่าวเพิ่มขึ้น 3.5167 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เมอรัลโกอ้างถึงการปรับปรุงยอดเรียกเก็บและอุปทานที่ตึงตัวขึ้นในเกาะลูซอนระหว่างเดือนกันยายน ตลาดซื้อขายไฟฟ้าทันทีเป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้านอกสัญญาจัดหา โดยราคาขึ้นอยู่กับอุปทานและความต้องการที่มีอยู่
ค่าใช้จ่ายของ National Grid Corporation of the Philippines เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้าม ค่าบริการเสริม ซึ่งช่วยจ่ายค่ากำลังสำรองที่จำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพของโครงข่าย ลดลง 0.1321 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน ส่วนค่าระบบส่งลดลงอีก 0.0063 เปโซ รวมลดลง 0.1384 เปโซ
ภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นลดลงสุทธิ 0.0398 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในยอดรวมนี้ ภาษีลดลง 0.1436 เปโซ เนื่องจากมีสัดส่วนก๊าซธรรมชาติในประเทศที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น และมีการยกเลิก VAT สำหรับค่าการสูญเสียในระบบ ส่วนการเพิ่มขึ้น 0.0634 เปโซของค่าธรรมเนียมทั่วไปเพื่อสนับสนุนการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล ชดเชยเงินที่ประหยัดได้บางส่วน
เมื่อนำค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตที่เพิ่มขึ้น 0.4973 เปโซ มาหักด้วยค่าใช้จ่ายโครงข่ายที่ลดลง 0.1384 เปโซ และค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลงสุทธิ 0.0398 เปโซ จะได้อัตราปรับขึ้นสุดท้าย 0.3191 เปโซ การคำนวณนี้อธิบายได้ว่าเหตุใดค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเกือบ 50 เซนตาโวจึงกลายเป็นการปรับขึ้นค่าไฟครัวเรือนราว 32 เซนตาโว
อัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้ามาจากการพิจารณาแยกต่างหาก
เมอรัลโกจ่ายค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตให้ผู้จัดหาไฟฟ้า และจ่ายค่าระบบส่งกับค่าบริการเสริมให้ NGCP ส่วนภาษีและค่าใช้จ่ายตามนโยบายสาธารณะจ่ายให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ค่าจำหน่ายไฟฟ้าครอบคลุมโครงข่ายและการดำเนินงานส่งจ่ายไฟฟ้าของเมอรัลโก รวมถึงเสาไฟ สายไฟ และสถานีไฟฟ้าย่อย ตลอดจนผลตอบแทนตามกรอบกำกับดูแล
มานูเอล วี. ปังกิลินัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า เงินเปโซที่อ่อนค่าจะไม่ส่งผลต่อการกำหนดราคาค่าจำหน่ายไฟฟ้าของเมอรัลโก เพราะบริษัทไม่มีหนี้ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจด้านกฎระเบียบอีกเรื่องหนึ่งทำให้อัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติเปลี่ยนแปลง
ตามประกาศเดือนตุลาคมของเมอรัลโก คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานอนุมัติอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าเฉลี่ย 1.48 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง สำหรับช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ถึง 30 มิถุนายน 2030 หลังไม่มีการปรับอัตรามานานกว่า 15 ปี ค่าไฟฟ้าส่วนจำหน่ายเดิมอยู่ที่ 1.35 เปโซมาตั้งแต่ปี 2016
ภายใต้คดี ERC Case No. 2026-016 หน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติวงเงินรายได้ที่ต้องได้รับราว 342,000 ล้านเปโซตลอดสี่ปี เทียบกับ 532,000 ล้านเปโซที่เมอรัลโกยื่นขอ ส่วนต่างที่ลดลง 190,000 ล้านเปโซคิดเป็นราว 36% ของคำขอ วงเงินรายได้ที่ต้องได้รับคือจำนวนเงินที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาตให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเรียกเก็บเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน การลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับอนุมัติ
อัตราเฉลี่ยที่อนุมัติไม่ใช่อัตราสุดท้ายสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท เมอรัลโกคาดว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่รอบเรียกเก็บบิลเดือนพฤศจิกายน แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนยังต้องรอการกำหนด
เริ่มคืนเงินรอบใหม่ในเดือนพฤศจิกายน
ERC ยังอนุมัติการคืนเงิน 2,640 ล้านเปโซ ครอบคลุมช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2026 ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนจะได้รับเครดิตคืน 0.1733 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นเวลาหกเดือนหรือจนกว่าจะคืนเงินครบจำนวน
สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟ 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมง อัตราดังกล่าวคิดเป็นเครดิตคืน 34.66 เปโซในรอบบิลหนึ่งเดือน อัตราคืนเงินเฉลี่ยสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 0.1020 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่า
ขณะนี้เมอรัลโกกำลังดำเนินการคืนเงินสองรายการ รวม 1.0139 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน ครอบคลุมช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ถึงธันวาคม 2025 เครดิตคืนล่าสุดจะเพิ่มเข้าไปในรายการปรับยอดที่มีอยู่เดิม ทั้งอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าที่อนุมัติใหม่และการคืนเงินรอบใหม่ยังไม่รวมอยู่ในอัตราค่าไฟเดือนตุลาคม
การคืนเงินเกิดจากส่วนต่างระหว่างอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าที่เมอรัลโกเรียกเก็บจริงกับอัตราที่ได้รับอนุมัติ ในช่วงที่ไม่มีการปรับอัตรา โดยคืนเงินผ่านเครดิตในบิล แทนที่จะเปลี่ยนราคาที่ผู้จัดหาไฟฟ้าเรียกเก็บค่าไฟ
โจ ซัลดาร์ริอากา โฆษกของบริษัทกล่าวว่า การปรับค่าจำหน่ายไฟฟ้าและการคืนเงินรอบใหม่อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสุทธิลดลงเล็กน้อยเมื่อคิดรวมกัน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะยังเปลี่ยนแปลงแยกต่างหาก ดังนั้นยอดบิลเดือนพฤศจิกายนของลูกค้าจึงขึ้นอยู่กับต้นทุนการจัดหาไฟฟ้าและปริมาณการใช้ด้วย
วันที่ที่ทำให้ค่าไฟเปลี่ยนแปลง
ประกาศของเมอรัลโกรวมทั้งไฟฟ้าที่จ่ายไปแล้ว อัตราที่กำลังเรียกเก็บในขณะนี้ และรายการปรับยอดที่กำหนดในภายหลัง การแยกวันที่เหล่านี้ให้ชัดเจนช่วยอธิบายว่าเหตุใดความเคลื่อนไหวของค่าเงินจึงไม่ได้แปลเป็นการปรับขึ้นในจำนวนตายตัวทันทีสำหรับทุกบิล
- 1 กรกฎาคม 2026: เริ่มช่วงกำกับดูแลอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติใหม่ ซึ่งจะมีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2030
- สิงหาคม 2026: MTerra Solar เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในระยะแรก สนับสนุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าของเมอรัลโก
- กันยายน 2026: การใช้เชื้อเพลิง สภาวะอุปทาน และต้นทุนการจัดหาไฟฟ้าในเดือนดังกล่าว ส่งผลต่อค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตเดือนตุลาคม
- 13 ตุลาคม 2026: เมอรัลโกประกาศปรับขึ้นอัตราค่าไฟภาคครัวเรือน 0.3191 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
- วันอังคารก่อนการชี้แจงผลประกอบการ: เงินเปโซปิดที่ 64.17 เปโซต่อดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวมาอยู่ที่ 64.025 เปโซในวันพุธ
- พฤศจิกายน 2026: กำหนดเริ่มคืนเงินรอบใหม่ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน และเมอรัลโกคาดว่าจะเริ่มใช้อัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าที่ปรับใหม่
วัลเลสกล่าวว่าบริษัทกำลังหาทางบรรเทาแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนว่า
เรากำลังหาวิธีบริหารจัดการและชดเชยการปรับขึ้นที่เกิดจากเงินตราต่างประเทศอ่อนค่า
ไฟฟ้าตามสัญญาที่มีราคาถูกลงและค่าระบบโครงข่ายที่ลดลงในเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่า การประหยัดในส่วนหนึ่งของบิลสามารถชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในอีกส่วนได้ อย่างไรก็ตาม ขนาดของผลกระทบเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละรอบเรียกเก็บเงิน
ต้นทุนการจัดหาไฟฟ้าสูงขึ้นพร้อมผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ต้นทุนการซื้อไฟฟ้าของเมอรัลโกเพิ่มขึ้น 20% เป็น 338,700 ล้านเปโซในช่วงเก้าเดือนจนถึงเดือนกันยายน จาก 281,600 ล้านเปโซในช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,100 ล้านเปโซ
อัตราค่าไฟฟ้าขายปลีกเฉลี่ยตลอดเก้าเดือนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 15% เป็น 13.43 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง จาก 11.63 เปโซ ค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตคิดเป็น 65% ของค่าเฉลี่ยดังกล่าว ทำให้เชื้อเพลิง สัญญาจัดหาไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในตลาด และความเคลื่อนไหวของค่าเงิน เป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนของผู้ใช้ไฟฟ้า ค่าเฉลี่ยเก้าเดือนครอบคลุมช่วงเวลาที่ต่างจากอัตราค่าไฟภาคครัวเรือนในเดือนตุลาคม
เมอรัลโกยังรายงานผลกำไรที่แข็งแกร่งขึ้น กำไรสุทธิหลักรวมเพิ่มขึ้น 12% เป็น 44,830 ล้านเปโซ จาก 40,020 ล้านเปโซ ขณะที่กำไรหลักในไตรมาสสามเพิ่มขึ้น 26% เป็น 18,320 ล้านเปโซ ส่วนกำไรสุทธิรวมตามรายงานอยู่ที่ 44,680 ล้านเปโซ เพิ่มขึ้น 21%
รายได้เพิ่มขึ้น 19% เป็น 443,040 ล้านเปโซ รวมรายได้จากการขายไฟฟ้า 434,970 ล้านเปโซ และรายได้จากธุรกิจอื่น 8,070 ล้านเปโซ ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 20% เป็น 397,700 ล้านเปโซ
ธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าสร้างกำไรหลัก 20,100 ล้านเปโซ หรือ 45% ของกำไรหลัก ธุรกิจผลิตไฟฟ้าสร้างกำไร 18,200 ล้านเปโซ หรือ 41% โดยกำไรเพิ่มขึ้น 24% ส่วนธุรกิจจัดหาไฟฟ้าขายปลีกและธุรกิจอื่นคิดเป็น 14% ที่เหลือ เมอรัลโกจึงมีรายได้จากหลายธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าส่งผ่านต้นทุนการจัดหาไฟฟ้าไปยังผู้ใช้บริการ
แผนลงทุนเผชิญความเสี่ยงค่าเงินแตกต่างกัน
เมอรัลโกคงเป้าหมายกำไรหลักปี 2026 ไว้ที่ 56,600 ล้านเปโซ ผลประกอบการเก้าเดือนทำได้ราว 79% ของเป้าหมาย โดยยังต้องทำกำไรอีกประมาณ 11,800 ล้านเปโซในไตรมาสสี่
บริษัทลงทุน 76,000 ล้านเปโซในช่วงเก้าเดือน โดยส่วนใหญ่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการปรับปรุงโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้า MTerra Solar เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในระยะแรกเมื่อเดือนสิงหาคม เพิ่มสัดส่วนผลประกอบการจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า
เอ็มมานูเอล วี. รูบิโอ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meralco PowerGen กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินเปโซเพิ่มเติมจะไม่กระทบโครงการที่เริ่มก่อสร้างแล้ว แต่โครงการที่ยังไม่เริ่มต้องจับตา ความเสี่ยงจากค่าเงินจึงแตกต่างกันระหว่างโครงข่ายไฟฟ้าที่เปิดดำเนินงาน โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และโครงการในอนาคต
เมอรัลโกคาดว่าการปรับอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าจะช่วยเพิ่มความแน่นอนด้านการลงทุนไปจนถึงปี 2030 แผนของบริษัทประกอบด้วยมิเตอร์อัจฉริยะ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการปรับปรุงโครงข่าย ลาร์รี เฟอร์นันเดซ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์สาธารณูปโภคกล่าวว่า มีการรวมข้อเสนอเพื่อลดการสูญเสียในระบบไว้ด้วย แต่บริษัทไม่ได้ระบุว่าโครงการใดได้รับอนุมัติ ถูกปรับลด หรือถูกปฏิเสธจาก ERC รวมทั้งไม่ได้กำหนดเป้าหมายและกรอบเวลาในการลดการสูญเสียอย่างเฉพาะเจาะจง
ธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้ามีลูกค้า 8.4 ล้านราย ณ สิ้นเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2% จาก 8.2 ล้านรายเมื่อปีก่อน ยอดขายพลังงานของธุรกิจนี้อยู่ที่ 41,054 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่ยอดขายรวมจากธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้า และจัดหาไฟฟ้าขายปลีกอยู่ที่ 52,017 กิกะวัตต์-ชั่วโมง
เมอรัลโกยังเตือนว่าภาวะเอลนีโญที่อาจเกิดขึ้นอาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น บริษัทระบุว่าได้ทำสัญญาจัดหาไฟฟ้าไว้เพียงพอ และสนับสนุนให้ลูกค้ารายใหญ่เข้าร่วมโครงการลดการใช้ไฟฟ้าโดยสมัครใจ (Interruptible Load Program) ซึ่งผู้เข้าร่วมจะใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของตนเองหรือปรับเวลาการดำเนินงานในช่วงขาดแคลน เพื่อสำรองไฟฟ้าจากโครงข่ายไว้ให้ผู้ใช้อื่น
ประเด็นสำคัญ
- เมอรัลโกคาดว่าเงินเปโซที่อ่อนค่าจะเพิ่มต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากแหล่งพลังงานมากกว่าครึ่งขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
- อัตราค่าไฟภาคครัวเรือนเดือนตุลาคมเพิ่มเป็น 15.0615 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ทำให้ครัวเรือนที่ใช้ไฟ 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมงจ่ายเพิ่มราว 64 เปโซ
- ต้นทุนก๊าซและตลาดซื้อขายไฟฟ้าทันทีที่สูงขึ้นได้รับการชดเชยบางส่วนจากไฟฟ้าตามสัญญาที่ราคาถูกลง ค่าระบบโครงข่ายที่ลดลง และการลดภาษี
- การคืนเงินรอบใหม่ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนในอัตรา 0.1733 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับการคาดว่าจะมีการปรับอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้า
- ยังไม่มีการประกาศขนาดของการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าส่วนการผลิตเพิ่มเติม
- เมอรัลโกคงเป้าหมายกำไรหลักปี 2026 ที่ 56,600 ล้านเปโซ หลังทำกำไรได้ 44,830 ล้านเปโซในช่วงเก้าเดือน






