อื้อฉาวข้อมูลแผ่นดินไหวกลายเป็นความเสียหายทางการเงินครั้งใหญ่
ชูบุ อิเล็กทริก พาวเวอร์ บันทึกผลขาดทุนพิเศษ 370,300 ล้านเยนในงบการเงินระหว่างกาล หลังถอนคำขอเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์สองเครื่องที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะ บริษัทสาธารณูปโภคแห่งนี้คาดว่าจะขาดทุนสุทธิรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อื้อฉาวข้อมูลแผ่นดินไหวทำให้อนาคตของโรงไฟฟ้าในเมืองโอมาเอซากิ จังหวัดชิซูโอกะ ตกอยู่ในความไม่แน่นอน
สารบัญ
- อื้อฉาวข้อมูลแผ่นดินไหวกลายเป็นความเสียหายทางการเงินครั้งใหญ่
- ผลขาดทุน 370,300 ล้านเยนหมายความว่าอย่างไร
- สมมติฐานแผ่นดินไหวบั่นทอนคำขออย่างไร
- มีการส่งสัญญาณเตือนหลายปีก่อนเรื่องอื้อฉาวจะเปิดเผยต่อสาธารณะ
- การพิจารณาที่เริ่มตั้งแต่ปี 2014 ต้องเริ่มต้นใหม่
- ผู้บริหารชุดใหม่รับช่วงแก้ไขปัญหา
- ฮามาโอกะยังไม่ได้ถูกกำหนดให้ปิดกิจการ
- อุปสรรคต่อแผนเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของญี่ปุ่น
- ประเด็นสำคัญ
บริษัทประกาศเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ว่าขาดทุนสุทธิรวมในช่วงหกเดือนถึงเดือนกันยายนอยู่ที่ 280,400 ล้านเยน เทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 166,300 ล้านเยน ขณะที่รายได้ยังเพิ่มขึ้น 11.3% เป็น 1.9452 ล้านล้านเยน สะท้อนว่าความเสียหายจากธุรกิจนิวเคลียร์กลบผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปีงบการเงินที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2027 ชูบุคาดว่าจะมีผลขาดทุนพิเศษที่เกี่ยวข้องกับฮามาโอกะราว 380,000 ล้านเยน และขาดทุนสุทธิ 215,000 ล้านเยน ก่อนหน้านี้บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 160,000 ล้านเยน แนวโน้มที่ปรับใหม่แย่ลง 375,000 ล้านเยน และจะทำให้บริษัทขาดทุนรายปีมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ความเสียหายทางการเงินเกิดขึ้นหลังชูบุถอนคำขอให้หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณาเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 และ 4 ของฮามาโอกะเมื่อวันที่ 25 กันยายน ผู้ตรวจสอบพบว่ามีการบิดเบือนข้อมูลแผ่นดินไหว ท่ามกลางแรงกดดันไม่ให้กระบวนการเริ่มเดินเครื่องล่าช้า การพิจารณาที่ดำเนินมานานกว่า 12 ปีต้องเริ่มต้นใหม่โดยปริยาย และบริษัทได้เปลี่ยนตัวประธาน ขณะพยายามฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อเอกสารด้านความปลอดภัยที่ยื่นต่อหน่วยงาน
ผลขาดทุน 370,300 ล้านเยนหมายความว่าอย่างไร
ชูบุบันทึกผลขาดทุนพิเศษ 370,300 ล้านเยนในบัญชีช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 ส่วนตัวเลขประเมินราว 380,000 ล้านเยนหมายถึงผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับฮามาโอกะตลอดปีงบการเงินที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2027
บริษัทบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง เพราะการถอนคำขอทำให้แนวโน้มธุรกิจในอนาคตไม่แน่นอน การด้อยค่าหมายถึงการลดมูลค่าสินทรัพย์ในบัญชี เมื่อรายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์นั้นไม่รองรับมูลค่าที่บันทึกไว้ได้อีกต่อไป
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าอาจต้องลงทุนเป็นเวลาหลายปีกว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อเส้นทางสู่การเริ่มเดินเครื่องกลับมาไม่แน่นอน บริษัทต้องประเมินใหม่ว่าการลงทุนเหล่านั้นมีมูลค่าเท่าใด การปรับลดมูลค่าทางบัญชีทำให้กำไรที่รายงานลดลง แม้ตัวเลขนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการจ่ายเงินสดในจำนวนเท่ากันในช่วงเวลาเดียวกัน
ชูบุยังคาดว่าค่าใช้จ่ายด้านงานความปลอดภัยที่ฮามาโอกะจะสูงขึ้น บริษัทจึงต้องรับมือทั้งกับการลดมูลค่าสินทรัพย์เดิมในบัญชีและแนวโน้มที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประมาณการรายปีฉบับปรับปรุงสะท้อนผลทางการเงินจากกระบวนการเริ่มเดินเครื่องที่ไม่อาจดำเนินต่อไปตามแนวทางเดิมได้อีก
สมมติฐานแผ่นดินไหวบั่นทอนคำขออย่างไร
ในการพิจารณาการเริ่มเดินเครื่องฮามาโอกะ ชูบุต้องแสดงให้เห็นว่าเตาปฏิกรณ์เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยนิวเคลียร์ฉบับใหม่ของญี่ปุ่น ข้อมูลที่เป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวข้องกับแรงสั่นสะเทือนพื้นดินจากแผ่นดินไหวที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการออกแบบ ซึ่งเป็นระดับแรงสั่นสะเทือนที่นำมาใช้ประเมินว่าโครงสร้างและอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะทนต่อแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้หรือไม่
วิศวกรใช้ระดับแรงสั่นสะเทือนที่สมมติขึ้นนี้ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ หากประเมินต่ำเกินไป ข้อกำหนดก็อาจดูเหมือนผ่านได้ง่ายขึ้น การคำนวณแผ่นดินไหวที่เชื่อถือได้จึงเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินว่าโรงไฟฟ้าต้องมีการป้องกันระดับใด
ชูบุเปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มกราคมว่ามีการจัดการการคำนวณเหล่านี้อย่างไม่เหมาะสม ต่อมาคณะกรรมการอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุ และมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ผลการตรวจสอบระบุว่ามีข้อสงสัยว่าข้อมูลที่ยื่นต่อสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ หรือ NRA ประเมินแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นต่ำกว่าความเป็นจริง
ชูบุระบุว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของเอกสารคำขอ แต่ยังครอบคลุมถึงวิธีที่บริษัทจัดการกับกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานกำกับดูแลด้วย บริษัทกล่าวถึงเหตุผลในการถอนคำขอว่า:
เมื่อเกิดข้อสงสัยอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือของเอกสารคำขอและวิธีที่บริษัทจัดการเรื่องต่าง ๆ ในกระบวนการพิจารณาภายหลัง การคงคำขอเดิมไว้จึงไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม
มีการส่งสัญญาณเตือนหลายปีก่อนเรื่องอื้อฉาวจะเปิดเผยต่อสาธารณะ
รายงานของคณะกรรมการอิสระที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 กันยายนพบว่า การบิดเบือนข้อมูลเริ่มขึ้นตั้งแต่ราวปี 2012 เป็นอย่างน้อย ซึ่งหมายความว่าปัญหาเกิดขึ้นก่อนที่จะยื่นคำขอเริ่มเดินเครื่องทั้งสองฉบับ
ผลการสอบสวนระบุว่า พนักงานรู้สึกถึงแรงกดดันจากผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวกับความล่าช้าของกำหนดการเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ คณะกรรมการยังพบว่าวัฒนธรรมองค์กรยอมรับแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และเปิดทางให้พนักงานหาเหตุผลมารองรับการกระทำดังกล่าว
ผู้แจ้งเบาะแสแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปลอมแปลงข้อมูลในปี 2019 และอีกครั้งในปี 2021 แต่ผลการสอบสวนพบว่าผู้บริหารระดับสูงปัดข้อกังวลเหล่านั้นตกไป การเพิกเฉยต่อคำเตือนเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญของความล้มเหลวด้านธรรมาภิบาลของบริษัท เพราะพนักงานแจ้งปัญหานี้หลายปีก่อนที่ชูบุจะเปิดเผยต่อสาธารณะ
ผลการสอบสวนเชื่อมโยงการกระทำผิดทางเทคนิคเข้ากับการตัดสินใจเรื่องกำหนดการ การกำกับดูแล และการรายงานภายใน การแก้ไขการคำนวณแผ่นดินไหวเป็นงานหนึ่ง ส่วนการทำให้พนักงานสามารถทักท้วงงานที่น่าสงสัย และทำให้ผู้บริหารดำเนินการตามคำเตือนเหล่านั้น เป็นอีกงานหนึ่ง
การพิจารณาที่เริ่มตั้งแต่ปี 2014 ต้องเริ่มต้นใหม่
ชูบุยื่นขอประเมินความปลอดภัยของฮามาโอกะหมายเลข 4 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 และหมายเลข 3 ในเดือนมิถุนายน 2015 ทั้งสองเครื่องเป็นเตาปฏิกรณ์น้ำเดือด ซึ่งใช้ความร้อนจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ต้มน้ำให้เกิดไอน้ำเพื่อขับเคลื่อนกังหัน
NRA ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการถอนคำขอตรวจสอบเตาปฏิกรณ์เนื่องจากการประพฤติมิชอบของบริษัท ชูบุประกาศในตอนแรกว่าจะถอนคำขอและยื่นเอกสารอีกครั้งเมื่อเตรียมการเสร็จสมบูรณ์ ก่อนจะถอนคำขออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน
เหตุการณ์สำคัญครอบคลุมช่วงเวลากว่าทศวรรษ:
- ราวปี 2012: การบิดเบือนข้อมูลแผ่นดินไหวเริ่มขึ้น ตามผลการสอบสวนอิสระ
- กุมภาพันธ์ 2014: ชูบุยื่นขอให้พิจารณาด้านกฎระเบียบสำหรับฮามาโอกะหมายเลข 4
- มิถุนายน 2015: บริษัทขอให้พิจารณาฮามาโอกะหมายเลข 3
- ปี 2019 และ 2021: ผู้แจ้งเบาะแสแสดงความกังวล แต่ผู้บริหารระดับสูงปัดตก
- 5 มกราคม 2026: ชูบุเปิดเผยต่อสาธารณะถึงปัญหาในการคำนวณแผ่นดินไหว
- 14 กันยายน 2026: คณะกรรมการอิสระเผยแพร่ผลการตรวจสอบ
- 25 กันยายน 2026: ชูบุถอนคำขอทั้งสองฉบับอย่างเป็นทางการ
- 29 ตุลาคม 2026: บริษัทประกาศผลขาดทุนระหว่างกาลและปรับแนวโน้มรายปี
การถอนคำขอทำให้กระบวนการพิจารณาที่นำเตาปฏิกรณ์ผ่านการตรวจสอบมาหลายปีสิ้นสุดลง ยังไม่มีการระบุวันที่ยื่นคำขอใหม่หรือเริ่มเดินเครื่อง ทำให้ชูบุไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะนำหน่วยผลิตใดกลับมาเดินเครื่องเมื่อใด
ผู้บริหารชุดใหม่รับช่วงแก้ไขปัญหา
คิงโกะ ฮายาชิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และซาโตรุ คัตสึโนะ ประธานคณะกรรมการ ประกาศลาออกโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน เพื่อรับผิดชอบต่อการบิดเบือนข้อมูลแผ่นดินไหว มิโนรุ ยาสุอิ กรรมการบริษัท เข้ารับตำแหน่งประธานแทนฮายาชิเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม
ยาสุอิเข้ารับตำแหน่งไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนการประกาศผลประกอบการที่เผยให้เห็นขนาดความเสียหายทางการเงิน ภารกิจเร่งด่วนของเขารวมถึงการจัดการข้อค้นพบจากการสอบสวน ขณะบริหารบริษัทที่คาดว่าจะขาดทุนสุทธิรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ชูบุให้คำมั่นว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงาน วัฒนธรรมองค์กร ธรรมาภิบาล และการกำกับดูแล คำมั่นเหล่านี้มุ่งแก้จุดอ่อนที่คณะกรรมการระบุ รวมถึงแรงกดดันจากผู้บริหารและการไม่ตอบสนองต่อคำเตือนภายใน
บริษัทระบุว่าการปฏิรูปมีเป้าหมายป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่สูญเสียไป สำหรับกระบวนการเริ่มเดินเครื่อง ภารกิจในทางปฏิบัติคือการจัดทำข้อมูลความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ ภายใต้ระบบบริหารที่เปิดให้ยกข้อกังวลทางเทคนิคขึ้นมาพิจารณาและแก้ไขได้
ฮามาโอกะยังไม่ได้ถูกกำหนดให้ปิดกิจการ
ยาสุอิกล่าวในการแถลงผลประกอบการว่า ผลขาดทุนจากการด้อยค่าไม่ได้หมายความว่าฮามาโอกะจะถูกยกเลิก บริษัทจึงยังเปิดทางให้โรงไฟฟ้ามีอนาคตต่อไป แม้จะถอนคำขอฉบับปัจจุบันแล้วก็ตาม
การประเมินมูลค่าสินทรัพย์กับการตัดสินใจเรื่องอนาคตของโรงไฟฟ้ามีวัตถุประสงค์ต่างกัน ขณะนี้บัญชีสะท้อนความคาดหวังที่ลดลงต่อมูลค่าการลงทุนในฮามาโอกะ ส่วนการปิดถาวรจะเป็นการตัดสินใจแยกต่างหากเกี่ยวกับอนาคตของโรงงาน
แนวโน้มทางการเงินของชูบุแสดงให้เห็นขนาดของการเปลี่ยนแปลงในทันที ผลประกอบการรายปีที่คาดไว้เปลี่ยนจากกำไร 160,000 ล้านเยนเป็นขาดทุน 215,000 ล้านเยน เฉพาะครึ่งปีแรก ผลประกอบการเปลี่ยนจากกำไร 166,300 ล้านเยนเป็นขาดทุน 280,400 ล้านเยน หรือแย่ลง 446,700 ล้านเยน
การเติบโตของรายได้เป็นอีกตัวเลขที่ช่วยให้เห็นภาพ ยอดขายเพิ่มขึ้น 11.3% แต่บริษัทกลับขาดทุนหนักจากรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับฮามาโอกะ ผู้อ่านที่พิจารณาเฉพาะยอดขายไฟฟ้าอาจมองไม่เห็นผลกระทบทางบัญชีจากการถอนคำขอเริ่มเดินเครื่องที่ไม่สำเร็จ
อุปสรรคต่อแผนเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของญี่ปุ่น
แผนพลังงานพื้นฐานฉบับที่ 7 ของญี่ปุ่น ซึ่งรับรองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เรียกร้องให้ใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างเต็มที่ คำขอที่ชะงักของฮามาโอกะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างที่จะนำเตาปฏิกรณ์กลับมาให้บริการเพิ่มเติม หลังอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิเมื่อเดือนมีนาคม 2011
ก่อนเกิดอุบัติเหตุ เตาปฏิกรณ์ 54 เครื่องของญี่ปุ่นผลิตไฟฟ้าราว 30% ของทั้งประเทศ ภายใน 14 เดือน การผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์หยุดลง ขณะที่ประเทศปรับเปลี่ยนระบบกำกับดูแล นับแต่นั้นมีเตาปฏิกรณ์กลับมาเดินเครื่องแล้ว 15 เครื่อง ส่วนฮามาโอกะหมายเลข 3 และ 4 เป็นสองใน 17 เครื่องที่อยู่ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการพิจารณาเริ่มเดินเครื่อง
กรณีของชูบุแสดงให้เห็นว่ามูลค่าทางการเงินของการลงทุนด้านนิวเคลียร์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของหลักฐานที่ใช้ประกอบการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด การใช้เวลาหลายปีในการพิจารณาไม่อาจชดเชยการคำนวณที่ไม่น่าเชื่อถือได้ สำหรับฮามาโอกะ ผลที่ตามมาขณะนี้รวมถึงการถอนคำขอ การเปลี่ยนผู้นำ และผลขาดทุนหลายแสนล้านเยน
หมุดหมายทางการเงินถัดไปของบริษัทคือการปิดปีงบการเงินในเดือนมีนาคม 2027 ซึ่งคาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 215,000 ล้านเยน ความตั้งใจที่ระบุว่าจะรักษาอนาคตของฮามาโอกะไว้ บัดนี้ดำเนินควบคู่ไปกับการแก้ไขข้อมูลความปลอดภัยและการฟื้นฟูระบบควบคุมภายใน
ประเด็นสำคัญ
- ชูบุบันทึกผลขาดทุนพิเศษ 370,300 ล้านเยนในบัญชีช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 หลังถอนคำขอเริ่มเดินเครื่องฮามาโอกะ
- บริษัทคาดว่าจะขาดทุนสุทธิรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 215,000 ล้านเยน สำหรับปีที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 แทนที่ประมาณการกำไร 160,000 ล้านเยน
- บริษัทขาดทุนสุทธิระหว่างกาล 280,400 ล้านเยน แม้รายได้เพิ่มขึ้น 11.3% เป็น 1.9452 ล้านล้านเยน
- ผู้ตรวจสอบระบุว่าการบิดเบือนข้อมูลแผ่นดินไหวเริ่มขึ้นตั้งแต่ราวปี 2012 เป็นอย่างน้อย และพบว่าคำเตือนภายในในปี 2019 และ 2021 ถูกปัดตก
- มีการถอนคำขอสำหรับเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 และ 4 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน ทำให้การพิจารณาที่ดำเนินมาหลายปีต้องเริ่มต้นใหม่
- มิโนรุ ยาสุอิ เข้ารับตำแหน่งประธานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม และกล่าวว่าการด้อยค่าไม่ได้หมายความว่าฮามาโอกะจะปิดถาวร






