ขับสมาชิกพรรคเป็นประวัติการณ์ ก่อนปรับเปลี่ยนผู้นำในปี 2027
พรรคคอมมิวนิสต์จีนยืนยันการขับสมาชิกระดับสูง 33 คน ในการประชุมที่มีสมาชิกสามัญและสมาชิกสำรองของคณะกรรมการกลางเข้าร่วมเพียง 279 คน จากทั้งหมด 376 คนที่ได้รับเลือกตั้งในปี 2022 ในจำนวนผู้ถูกขับออกมีบุคลากรทางทหาร 16 คน สะท้อนให้เห็นว่าการรณรงค์ด้านวินัยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแผ่ขยายลึกเข้าไปในกองทัพเพียงใด
สารบัญ
- ขับสมาชิกพรรคเป็นประวัติการณ์ ก่อนปรับเปลี่ยนผู้นำในปี 2027
- ที่นั่งว่างเผยอะไรบ้าง
- ใครบ้างที่ถูกปลด และเรื่องใดยังไม่เปิดเผย
- กองบัญชาการทหารเหลือสมาชิกเพียงสองคน
- เหตุใดการเลื่อนตำแหน่งของจาง เซิ่งหมินจึงโดดเด่น
- การบังคับใช้วินัยแผ่ขยายไกลเกินระดับผู้นำสูงสุด
- การควบคุม ความอยู่รอด และต้นทุนจากการเปลี่ยนแปลง
- เส้นทางที่นำผู้นำมาถึงจุดนี้
- การแข่งขันครั้งต่อไปอยู่ที่การแต่งตั้ง
- ประเด็นสำคัญ
การประชุมสี่วันที่กรุงปักกิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 โดยที่ประชุมใหญ่ยืนยันการขับสมาชิกออกจากพรรคระลอกใหญ่ที่สุด และมีอัตราการขาดประชุมของคณะกรรมการกลางสูงสุดนับตั้งแต่ยุคเหมา เจ๋อตง ที่ประชุมยังกำหนดให้การประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 21 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ซึ่งคาดกันอย่างกว้างขวางว่าสีจะขอดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคต่อเป็นสมัยที่สี่
ผู้ถูกขับออกประกอบด้วยจาง โย่วเสีย อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง หม่า ซิงรุ่ย อดีตเลขาธิการพรรคประจำซินเจียง หลิว เจิ้นหลี่ นายพล หลิว เจี้ยนเชา อดีตนักการทูตระดับสูง และจิน จ้วงหลง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม การปลดบุคคลเหล่านี้ทำให้การสูญเสียบุคลากรในสายการบังคับบัญชาทหาร การบริหารระดับภูมิภาค การทูต และนโยบายอุตสาหกรรมมาบรรจบอยู่ในการจัดการทางการเมืองครั้งเดียวกัน
ในการประชุมเดียวกัน จาง เซิ่งหมิน หัวหน้าหน่วยงานกำกับวินัยทางทหาร ได้รับเลือกเข้าสู่กรมการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำระดับสูงขนาดเล็กของพรรค และขณะนี้เป็นสมาชิกทางทหารเพียงคนเดียว คณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางซึ่งกำกับกองทัพจีน มีสมาชิกประจำการลดลงจากเจ็ดคนที่ได้รับแต่งตั้งในปี 2022 เหลือเพียงสองคน ได้แก่ สีและจาง เซิ่งหมิน
การขับสมาชิกออก การเข้าร่วมประชุมที่ลดลง และการเลื่อนตำแหน่งที่ไม่ปกติ ทำให้การประชุมใหญ่ครั้งนี้เป็นมากกว่าการรับรองกฎระเบียบพรรคตามปกติ สีกำลังกระชับการควบคุม ขณะเตรียมเลือกผู้นำรุ่นใหม่จากกลุ่มบุคลากรที่ถูกสอบสวนและลดจำนวนลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่นั่งว่างเผยอะไรบ้าง
คณะกรรมการกลางประกอบด้วยบุคคลระดับสูงจากพรรค รัฐบาล และกองทัพ สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียง ส่วนสมาชิกสำรองเป็นกำลังสำรองที่สามารถขึ้นมาแทนตำแหน่งว่างได้ การประชุมใหญ่เป็นการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการดังกล่าวระหว่างการประชุมสมัชชาพรรคแต่ละครั้ง
จำนวนผู้เข้าร่วมลดจาก 364 คนในการประชุมใหญ่ครั้งที่สามเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 เหลือ 315 คนในการประชุมครั้งที่สี่เมื่อเดือนตุลาคม 2025 และเหลือ 279 คนในการประชุมครั้งนี้ ยอดล่าสุดต่ำกว่าตัวเลขเดือนกรกฎาคม 2024 อยู่ 85 คน ลดลงราว 23% ในเวลาเพียงสองปีกว่า
เมื่อเทียบกับสมาชิกเดิม 376 คน จำนวนผู้เข้าร่วมล่าสุดทำให้มีช่องว่าง 97 คน หรือ 25.8% หลายคนขาดประชุมหลังถูกกวาดล้าง ส่วนสาเหตุของการขาดประชุมรายอื่นยังไม่มีคำอธิบาย ดังนั้น การขับสมาชิก 33 คนที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการในการประชุม จึงเป็นเพียงกลุ่มย่อยเมื่อเทียบกับจำนวนที่นั่งว่างทั้งหมด
ก่อนการประชุม นักวิจัยจากสถาบันนโยบายเอเชียโซไซตีประเมินว่าอาจมีสมาชิกเข้าร่วม 291 คน ดังที่ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ก่อนการประชุมใหญ่ จำนวนจริงต่ำกว่าคาด 12 คน การประเมินก่อนหน้านั้นระบุไว้แล้วว่าการประชุมจะเกิดขึ้นท่ามกลางการสอบสวน การขับสมาชิกออก และการหายไปจากพื้นที่สาธารณะเป็นเวลานาน
ใครบ้างที่ถูกปลด และเรื่องใดยังไม่เปิดเผย
ก่อนหน้านี้จาง โย่วเสียเป็นนายทหารยศสูงสุดของจีน และเป็นรองประธานอาวุโสของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ส่วนหม่า ซิงรุ่ยเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำซินเจียง ทั้งคู่เป็นสมาชิกกรมการเมือง จึงนับเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ทรงอำนาจสูงสุดกลุ่มหนึ่งที่ถูกกวาดล้างในรอบล่าสุดนี้
หลิว เจิ้นหลี่เป็นหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วมของกองทัพ ซึ่งมีบทบาทช่วยกำกับการปฏิบัติการ หลิว เจี้ยนเชาเป็นนักการทูตคนสำคัญที่หายไปจากพื้นที่สาธารณะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ส่วนจิน จ้วงหลงเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารการพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของจีน
ข้อกล่าวหาที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังคงเป็นถ้อยคำกว้าง ๆ ได้แก่ การละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ยังไม่มีการเปิดเผยข้อกล่าวหาโดยละเอียดต่อสมาชิกที่ถูกขับออก การถูกขับจากพรรคทำให้สูญเสียสมาชิกภาพและสถานะทางการเมือง ส่วนการสอบสวนคดีอาญาและกระบวนการศาลเป็นขั้นตอนแยกต่างหาก
การอนุมัติครั้งล่าสุดทำให้จำนวนสมาชิกคณะกรรมการกลางที่ถูกปลดในช่วงสมัยที่สามของสีเพิ่มเป็น 51 คน เทียบกับ 35 คนในสมัยแรก และห้าคนในสมัยที่สอง โดยสมัยที่สามของสียังดำเนินอยู่ ตัวเลขปัจจุบันสูงกว่ายอดรวม 40 คนของสองสมัยก่อนหน้าแล้ว
กองบัญชาการทหารเหลือสมาชิกเพียงสองคน
บุคลากรทางทหาร 16 คนคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ถูกขับทั้ง 33 คน ในระดับสูงสุด สมาชิกคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางห้าคนจากเจ็ดคนที่ได้รับแต่งตั้งในปี 2022 ถูกกวาดล้าง เหลือผู้ดำรงตำแหน่งไม่ถึงหนึ่งในสามของคณะผู้บัญชาการชุดเดิม
คณะกรรมาธิการอยู่เหนือกองทัพจีน และทำให้หลักการที่ว่ากองทัพต้องขึ้นตรงต่อพรรคคอมมิวนิสต์เกิดผลในทางปฏิบัติ หน้าที่ครอบคลุมทั้งยุทธศาสตร์ทางทหาร การแต่งตั้งบุคลากร การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ และปฏิบัติการ การปลดสมาชิกส่วนใหญ่จึงทำให้เกิดทั้งช่องว่างด้านผู้นำและตำแหน่งว่างในโครงสร้างองค์กร
การขับสมาชิกครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังการสอบสวนจางและหลิวที่ประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2026 การตกจากอำนาจของจาง โย่วเสียสร้างความประหลาดใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเขามีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับสีมาอย่างยาวนาน มีประสบการณ์ในความขัดแย้งระหว่างจีนกับเวียดนาม และได้รับแต่งตั้งอีกครั้งในปี 2022 แม้อายุเกินเกณฑ์เกษียณตามปกติ
นีล โธมัส ลอบซัง เซริง และเซิ่งอวี่ หวัง นักวิจัยจากสถาบันนโยบายเอเชียโซไซตี ระบุว่าการกวาดล้างในกองทัพมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากกรณีอื่น พวกเขาเชื่อมโยงการสูญเสียผู้บัญชาการระดับสูงเข้ากับคำถามในทางปฏิบัติว่า กองทัพที่กำลังขยายตัวจะสามารถบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
"เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในองค์กรและความพร้อมรบ แม้จีนยังคงเปิดตัวยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ที่ทรงศักยภาพอย่างต่อเนื่อง" พวกเขาเขียน
เหตุใดการเลื่อนตำแหน่งของจาง เซิ่งหมินจึงโดดเด่น
การเลื่อนตำแหน่งของจาง เซิ่งหมินทำให้กรมการเมืองเพิ่มสมาชิกจาก 21 คนเป็น 22 คน ก่อนหน้านี้องค์กรมีสมาชิก 24 คนเมื่อเริ่มวาระปัจจุบัน แต่การปลดหม่า ซิงรุ่ย จาง โย่วเสีย และอดีตนายพลเหอ เว่ยตง ซึ่งถูกปลดในปี 2025 ทำให้จำนวนสมาชิกลดลง ตลอดวาระนี้สมาชิกกรมการเมืองที่ยังดำรงตำแหน่งถูกขับออกแล้วสามคน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1980
ตามธรรมเนียม รองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางจะมีที่นั่งในกรมการเมือง ถึงกระนั้น การเพิ่มสมาชิกในการประชุมใหญ่ระหว่างการประชุมสมัชชาพรรคก็เป็นเรื่องผิดปกติ โดยพรรคไม่ได้ทำเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 1994
เส้นทางอาชีพของจาง เซิ่งหมินมุ่งเน้นงานการเมืองและวินัยทางทหารมากกว่าการบังคับบัญชาปฏิบัติการ การเลื่อนตำแหน่งของเขาทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจสอบการประพฤติมิชอบเข้าไปอยู่ในองค์กรการเมืองระดับสูง ขณะที่ผู้บัญชาการที่มีประสบการณ์กำลังถูกปลด
สำหรับสี การแต่งตั้งนี้ยังทำให้มีตัวแทนทางทหารอยู่ในกรมการเมืองก่อนการประชุมสมัชชาพรรคครั้งถัดไป ส่วนในกองทัพ การแต่งตั้งดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการกำกับดูแลภายใน ในช่วงเวลาที่กำลังปรับโครงสร้างผู้นำ
การบังคับใช้วินัยแผ่ขยายไกลเกินระดับผู้นำสูงสุด
หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของจีนระบุว่า มีผู้ถูกลงโทษทางวินัยทั่วหน่วยงานของพรรค 680,000 คนในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2026 ตัวเลขนี้ครอบคลุมคนกลุ่มใหญ่กว่าสมาชิกคณะกรรมการกลางที่ถูกยืนยันการขับออกในการประชุมใหญ่ครั้งนี้มาก
จาง ฟู่ไห่ เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการตรวจสอบวินัยของพรรค กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า นับตั้งแต่สีขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 มีผู้ถูกลงโทษทางวินัยมากกว่าสองล้านคนจากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับพิธีการที่ไร้สาระ ระบบราชการนิยม สุขนิยม และความฟุ่มเฟือย
ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำให้การรณรงค์แผ่ขยายไปไกลกว่าการรับสินบน ครอบคลุมพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ที่สิ้นเปลือง การขัดขวางด้วยระบบราชการ และขั้นตอนการบริหารที่ใช้แรงงานโดยไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ข้อเรียกร้องของพรรคยังครอบคลุมถึงการที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งทางการเมืองหรือไม่
เมื่อเดือนมกราคม สีเตือนถึงเจ้าหน้าที่ที่ประกาศความจงรักภักดีแต่กลับแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ก่อนหน้านี้ในปี 2026 เขาเรียกร้องให้กำจัดต้นไม้ที่เป็นโรค และกล่าวว่าการต่อสู้กับการทุจริตเป็นการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด สารที่เขาสื่อสู่สาธารณะนำเสนอว่าการแทรกแซงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสามารถในการปกครองของพรรค
แถลงการณ์การประชุมใหญ่ระบุว่า ผู้นำได้เผชิญหน้ากับกรณีที่อำนาจของพรรคอ่อนแอลงหรือถูกบั่นทอน พร้อมยกความเข้มงวดด้านวินัยและการรวมศูนย์อำนาจของสีว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยแก้ไขการประพฤติมิชอบและรับมือกับภัยภายในพรรค รัฐ และกองทัพ
การควบคุม ความอยู่รอด และต้นทุนจากการเปลี่ยนแปลง
นักวิชาการที่ระบุชื่อเสนอคำอธิบายต่างกันว่าเหตุใดการรณรงค์จึงยังขยายตัวต่อเนื่อง หลังดำเนินมานานกว่าทศวรรษ การประเมินของพวกเขามุ่งเน้นคำถามสองข้อที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ สีรักษาอำนาจส่วนตัวอย่างไร และเขาเชื่อว่าพรรคจะอยู่ในอำนาจต่อไปได้อย่างไร
ชอง จา เอียน นักวิชาการจากคาร์เนกี ไชน่า มองว่าการรณรงค์นี้เป็นความพยายามรวบรวมและรักษาอำนาจ เขาเห็นว่าขนาดของการรณรงค์ในอนาคตขึ้นอยู่มากกับความรู้สึกมั่นคงทางการเมืองของสีเอง
ในกรณีนี้ การรณรงค์จะดำเนินต่อและขยายตัวตามระดับความรู้สึกมั่นคงของสี มากกว่าจะขึ้นอยู่กับปัญหาการทุจริตที่แท้จริง
รูบี ออสมัน ที่ปรึกษานโยบายอาวุโสด้านจีนของสถาบันโทนี แบลร์ ในกรุงลอนดอน ให้น้ำหนักมากกว่ากับความมุ่งมั่นของสีในการสร้างองค์กรพรรคที่มั่นคงยั่งยืน ตามการประเมินของเธอ สีพร้อมยอมรับผลกระทบที่เกิดขึ้นทันที เพื่อรักษาวินัยทางการเมืองในระยะยาว
"ประเด็นนี้ไม่ใช่การกวาดล้างคู่แข่งระดับสูงมากเท่ากับการสร้างระบบที่มีวินัย ซึ่งสามารถรักษาลำดับความสำคัญทางการเมืองของสีให้ต่อเนื่องข้ามวาระผู้นำ" เธอกล่าว
คำอธิบายทั้งสองมาบรรจบกันที่ปัญหาในทางปฏิบัติ สีสามารถปลดเจ้าหน้าที่ที่เขามองว่าไม่น่าไว้วางใจ รวมถึงคนที่เขาเคยเลื่อนตำแหน่งให้ แต่การปลดแต่ละครั้งทำให้เกิดตำแหน่งว่างอีกตำแหน่ง การเปลี่ยนตัวบุคลากรซ้ำ ๆ ทำให้การคัดเลือกผู้สืบทอดที่ทั้งไว้วางใจได้และมีความสามารถ กลายเป็นภารกิจสำคัญของการรณรงค์เสียเอง
เส้นทางที่นำผู้นำมาถึงจุดนี้
การประชุมครั้งล่าสุดปิดฉากลำดับเหตุการณ์ที่เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งผู้นำชุดปัจจุบันในปี 2022 ไปจนถึงการเตรียมเปลี่ยนชุดผู้นำในปี 2027 จำนวนผู้เข้าร่วมลดลงเมื่อการสอบสวนและการปลดสมาชิกสะสมมากขึ้น
- 2022: พรรคเลือกสมาชิกสามัญและสมาชิกสำรองของคณะกรรมการกลาง 376 คน และคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางเริ่มต้นด้วยสมาชิกเจ็ดคน
- กรกฎาคม 2024: การประชุมใหญ่ครั้งที่สามมีสมาชิกคณะกรรมการกลางเข้าร่วม 364 คน
- ตุลาคม 2025: จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ครั้งที่สี่ลดเหลือ 315 คน โดยพิจารณาแผนพัฒนาระหว่างปี 2026 ถึง 2030
- มกราคม 2026: การสอบสวนจาง โย่วเสียและหลิว เจิ้นหลี่ทำให้คณะกรรมาธิการทหารเหลือสมาชิกประจำการสองคน คือสีและจาง เซิ่งหมิน
- 26 ถึง 29 ตุลาคม 2026: การประชุมใหญ่ครั้งที่ห้ามีสมาชิกเข้าร่วม 279 คน ยืนยันการขับสมาชิก 33 คน และเลื่อนตำแหน่งจาง เซิ่งหมินเข้าสู่กรมการเมือง
- ครึ่งหลังของปี 2027: กรุงปักกิ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 21
วาระการประชุมเปลี่ยนไปตามการสูญเสียบุคลากรด้วย หลังการประชุมที่มุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการวางแผนพัฒนา การประชุมใหญ่ครั้งนี้ให้ความสำคัญกับวิธีที่พรรคกำกับดูแลสมาชิก บังคับใช้คำสั่ง และเลือกเจ้าหน้าที่
การแข่งขันครั้งต่อไปอยู่ที่การแต่งตั้ง
การประชุมสมัชชาพรรคปี 2027 จะปรับเปลี่ยนคณะกรรมการกลางและผู้นำระดับสูง คาดกันอย่างกว้างขวางว่าสีจะดำรงตำแหน่งสูงสุดของพรรคต่อเป็นสมัยที่สี่ ซึ่งจะทำให้เขาครองอำนาจยาวนานกว่าผู้นำจีนคอมมิวนิสต์คนใดนับตั้งแต่เหมา
การประชุมใหญ่เรียกร้องให้ยกระดับการฝึกอบรมและคัดเลือกเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ที่โดดเด่น นีล โธมัสจากสถาบันนโยบายเอเชียโซไซตีชี้ว่า ควรจับตากลุ่มผู้นำระดับมณฑล โดยอธิบายว่าบุคคลดาวรุ่งมีอายุค่อนข้างน้อย ได้รับการศึกษาด้านเทคนิค และเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางการเมืองของสี
เคอร์รี บราวน์ ผู้อำนวยการสถาบันเลา ไชน่า แห่งคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนผู้นำขนานใหญ่ระหว่างรุ่น เขาระบุว่าความเต็มใจของบุคคลระดับสูงรอบตัวสีที่จะส่งต่ออำนาจให้เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่มากขึ้น เป็นประเด็นสำคัญที่ยังไม่แน่นอน
สำหรับเจ้าหน้าที่ที่หวังเติบโตในหน้าที่การงาน สารที่ส่งออกมามีทั้งโอกาสและความเสี่ยง การขับสมาชิกออกทำให้เกิดตำแหน่งว่าง ขณะที่การตกจากอำนาจของผู้ได้รับแต่งตั้งที่เคยเป็นคนไว้วางใจแสดงให้เห็นว่า การรักษาความเชื่อมั่นทางการเมืองนั้นต้องอาศัยเงื่อนไขสูงเพียงใด การคัดเลือกผู้นำชุดถัดไปจะเกิดขึ้นภายใต้กลไกด้านวินัยเดียวกับที่ปลดสมาชิกในกลุ่มผู้นำปัจจุบันไปแล้วหลายคน
ภารกิจเร่งด่วนของจีนเป็นเรื่องที่ชัดเจน ได้แก่ เติมตำแหน่งระดับสูง ฟื้นฟูความต่อเนื่องของสถาบันทั้งทางทหารและพลเรือน และแปลงข้อเรียกร้องของผู้นำให้เป็นการตัดสินใจที่เจ้าหน้าที่นำไปปฏิบัติได้ หมุดหมายตามกำหนดการครั้งต่อไปคือการประชุมสมัชชาพรรคในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
ประเด็นสำคัญ
- การประชุมใหญ่ครั้งที่ห้ายืนยันการขับสมาชิก 33 คน ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรทางทหาร 16 คน
- มีผู้เข้าร่วม 279 คน เทียบกับสมาชิกคณะกรรมการกลางเดิม 376 คนที่ได้รับเลือกในปี 2022
- จาง โย่วเสีย หม่า ซิงรุ่ย หลิว เจิ้นหลี่ หลิว เจี้ยนเชา และจิน จ้วงหลง เป็นส่วนหนึ่งของผู้ถูกขับออก
- สมาชิกคณะกรรมาธิการทหารห้าคนจากเจ็ดคนที่ได้รับแต่งตั้งในปี 2022 ถูกกวาดล้าง เหลือสีและจาง เซิ่งหมิน
- จาง เซิ่งหมินเข้าร่วมกรมการเมือง ทำให้มีสมาชิกทั้งหมด 22 คน
- การประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 21 จะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยคาดว่าสีจะขอดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่สี่






