ตุลาการทั้งเจ็ดรับฟังคำท้าทายต่อข้อจำกัดที่กระทบบัญชีห้าล้านบัญชี
ศาลสูงออสเตรเลียเริ่มรับฟังคำท้าทายต่อข้อจำกัดอายุผู้ใช้โซเชียลมีเดียของประเทศเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2026 โดย Reddit และโครงการ Digital Freedom Project โต้แย้งว่าการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีทำให้พวกเขาถูกกันออกจากการถกเถียงทางการเมือง ตุลาการทั้งเจ็ดร่วมพิจารณาคดี ซึ่งกำหนดใช้เวลาสองวัน
สารบัญ
- ตุลาการทั้งเจ็ดรับฟังคำท้าทายต่อข้อจำกัดที่กระทบบัญชีห้าล้านบัญชี
- กฎหมายกำหนดให้แพลตฟอร์มทำอะไร
- เหตุใดเสรีภาพในการสื่อสารทางการเมืองจึงเป็นเกณฑ์ทางกฎหมาย
- Reddit ท้าทายทั้งนโยบายและการที่บริการของตนถูกรวมอยู่ในกฎหมาย
- วัยรุ่นต้องการเข้าร่วม ไม่ใช่แค่เฝ้าดู
- รัฐบาลระบุว่าการออกแบบแพลตฟอร์มก่อให้เกิดอันตราย
- จำนวนบัญชีที่ถูกนำออกและการใช้งานต่อเนื่องบอกภาพคนละด้าน
- การบังคับใช้กำลังเข้าสู่การต่อสู้ทางศาลอีกคดีหนึ่ง
- คดีนี้มาถึงศาลสูงได้อย่างไร
- ประเด็นสำคัญ
นับตั้งแต่ข้อจำกัดเริ่มมีผลเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 มีบัญชีมากกว่าห้าล้านบัญชีถูกปิดกั้น ระงับ หรือยกเลิกบนแพลตฟอร์ม 10 แห่ง ขณะนี้ข้อพิพาทนำทางเลือกเชิงนโยบายหลักของรัฐบาลขึ้นสู่การพิจารณาของศาล นั่นคือการปกป้องเด็กจากฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มที่เป็นอันตรายสมควรแก่การจำกัดความสามารถในการโพสต์ แสดงความคิดเห็น และรวมกลุ่มทางออนไลน์หรือไม่
รัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุกรัฐและดินแดน ระบุว่าข้อจำกัดนี้ช่วยปกป้องเด็กจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริการซึ่งออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมต่อเนื่อง ฝ่ายผู้ท้าทายระบุว่าการจำกัดบัญชีในวงกว้างเป็นมาตรการที่เกินกว่าเหตุ และทำให้คนหนุ่มสาวยังดูการสนทนาสาธารณะได้ แต่ไม่อาจเข้าร่วมได้
เพอร์รี เฮิร์ซเฟลด์ เอสซี ทนายความอาวุโสของ Reddit บอกต่อศาลว่า การกันเด็กออกจากการมีบัญชีจำกัดการมีส่วนร่วมในช่องทางสื่อสารสำคัญของยุคปัจจุบัน
ขณะนี้มีข้อจำกัดอย่างมากต่อสิ่งที่คนหนุ่มสาวทำได้
การไต่สวนครั้งนี้รวมคำท้าทายแยกกันของ Reddit และโครงการ Digital Freedom Project ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจอห์น รัดดิก สมาชิกสภารัฐนิวเซาท์เวลส์จากพรรคลิเบอร์ทาเรียนเป็นผู้นำ นอกจากนี้ Reddit ยังขอให้ศาลวินิจฉัยว่าบริการของตนไม่เข้าข่ายนิยามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่จำกัดอายุตามกฎหมาย
กฎหมายกำหนดให้แพลตฟอร์มทำอะไร
แนวทางเรื่องอายุผู้ใช้โซเชียลมีเดียของคณะกรรมาธิการ eSafety ระบุว่าแพลตฟอร์มต้องดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผลเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวออสเตรเลียอายุต่ำกว่า 16 ปีสร้างหรือคงบัญชีไว้ ภาระหน้าที่นี้เป็นของบริษัท เด็ก ผู้ปกครอง และผู้ดูแลไม่มีโทษปรับ
Facebook, Instagram, Threads, Snapchat, TikTok, YouTube, X, Reddit, Kick และ Twitch คือบริการ 10 แห่งที่ eSafety ระบุชื่ออย่างเป็นทางการ หน่วยงานกำกับดูแลอธิบายนโยบายนี้ว่าเป็นการเลื่อนการเข้าถึงบัญชีไปจนถึงอายุ 16 ปี ไม่ใช่การห้ามใช้อินเทอร์เน็ต
บัญชีเป็นหัวใจของข้อพิพาท เพราะทำให้ผู้คนเข้าร่วมได้ ตัวอย่างเช่น วัยรุ่นอาจยังอ่านการสนทนาบน Reddit ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ แต่ไม่สามารถเผยแพร่โพสต์ แสดงความคิดเห็นต่อข้อโต้แย้งของผู้อื่น หรือกดโหวตให้ความเห็นได้
เกมออนไลน์และบริการส่งข้อความแบบแยกเดี่ยวเป็นกลุ่มที่ได้รับยกเว้น WhatsApp, Discord และ Roblox ไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด เช่นเดียวกับบริการด้านการศึกษาอย่าง YouTube Kids และ Google Classroom อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ส่งข้อความที่เข้าถึงผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียที่ถูกจำกัดยังอาจอยู่ภายใต้กฎหมาย
เหตุใดเสรีภาพในการสื่อสารทางการเมืองจึงเป็นเกณฑ์ทางกฎหมาย
Reddit และโครงการ Digital Freedom Project อาศัยหลักเสรีภาพในการสื่อสารทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญออสเตรเลียรับรองโดยนัย หลักการนี้เป็นข้อจำกัดอำนาจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอนุมานจากระบบการปกครองแบบผู้แทนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และคุ้มครองการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวคิดทางการเมืองที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบดังกล่าว
ศาลต้องพิจารณาภาระที่กฎหมายกำหนดและดูว่าภาระนั้นมีเหตุผลรองรับจากเป้าหมายการปกป้องเด็กหรือไม่ กล่าวอย่างง่าย ข้อพิพาทนี้ถามว่ารัฐบาลเลือกวิธีลดอันตรายที่สมเหตุสมผลแล้วหรือยัง หรือสามารถบรรลุเป้าหมายโดยเปิดพื้นที่ให้การถกเถียงทางการเมืองมากกว่านี้ได้
รัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียโต้แย้งว่าการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญครอบคลุมการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และอธิบายว่าภาระที่เกิดขึ้นเป็นผลทางอ้อม มีขอบเขตจำกัด และมีเหตุผลรองรับ ส่วน Reddit ระบุว่าการกันเด็กที่ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งออกไปยิ่งทำให้การเข้าถึงการสนทนาสาธารณะมีคุณค่าเป็นพิเศษ
คำแถลงของ Reddit ยกตัวอย่างกิจกรรม Ask Me Anything ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ถามคำถามบุคคลทางการเมืองได้โดยตรง บริษัทระบุว่าข้อความส่วนตัว การพูดคุยในครอบครัว และการอ่านข่าว ไม่อาจทดแทนผู้ชมและการมีส่วนร่วมที่โซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้ได้
ผู้พิพากษาจ็ากเกอลีน กลีสันตั้งคำถามถึงน้ำหนักที่ให้กับตัวอย่างวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงและสนใจการเมือง ในการโต้แย้งเมื่อวันอังคาร เธอตั้งข้อสังเกตว่า "วัยรุ่นส่วนใหญ่อย่างท่วมท้น ในช่วงเวลาส่วนใหญ่อย่างท่วมท้น" ไม่ได้มีส่วนร่วมทางการเมืองขณะอายุต่ำกว่า 16 ปี เฮิร์ซเฟลด์โต้แย้งว่าช่องทางอื่นมีผู้ชมจำนวนน้อยกว่ามาก
Reddit ท้าทายทั้งนโยบายและการที่บริการของตนถูกรวมอยู่ในกฎหมาย
คดีของ Reddit มีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกันสองประการ ได้แก่ ท้าทายความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของข้อจำกัด และโต้แย้งการตัดสินใจที่รวมบริการของบริษัทไว้ในกฎหมาย ทนายความของบริษัทอธิบายว่า Reddit มุ่งเน้นเนื้อหาและหัวข้อ มากกว่าตัวตนของผู้โพสต์ และโต้แย้งว่าการออกแบบบริการแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่อยู่ภายใต้กฎหมาย
เฮิร์ซเฟลด์ยังวิจารณ์กระบวนการตรากฎหมาย โดยบอกต่อศาลว่าร่างกฎหมายผ่านสภาภายในหนึ่งสัปดาห์ในปี 2024 และเปิดรับข้อเสนอแนะเพียง 24 ชั่วโมง เขายังยกถึงการไต่สวนของรัฐสภาในปี 2021 ซึ่งไม่ได้เสนอให้ห้ามใช้ และคำอธิบายของคณะกรรมาธิการ eSafety ในขณะนั้นที่เรียกการกันผู้ใช้ตามอายุว่าเป็น "แนวทางใช้กำลังเข้าจัดการแบบทื่อ ๆ"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารแก้ไขหลักเกณฑ์สำหรับแพลตฟอร์มเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 เกณฑ์ปัจจุบันประกอบด้วยการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้ ความสามารถในการโพสต์เนื้อหา และฟีเจอร์แนะนำเนื้อหาหรือฟีเจอร์ที่ใช้ได้เมื่อลงชื่อเข้าใช้ ระบบแนะนำจะคัดเลือกเนื้อหาให้ผู้ใช้ ส่วนฟีเจอร์อย่างการเลื่อนดูได้ไม่รู้จบอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้ค้นดูต่อไป
หลังการแก้ไขในเดือนมีนาคม eSafety ประเมินแพลตฟอร์มที่ระบุชื่อไว้แล้วอีกครั้ง และระบุว่าผลการประเมินยังเหมือนเดิม Reddit โต้แย้งว่ากฎหมายควรจัดการกับฟีเจอร์ที่เป็นอันตรายโดยตรง แทนที่จะกันเด็กออกจากบัญชีของบริการทั้งระบบ
บริษัทระบุว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายควบคู่ไปกับการท้าทายกฎหมาย อดัม คอลลินส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารของ Reddit ชี้แจงจุดยืนดังนี้
ระหว่างที่เราท้าทายกฎหมายนี้ในศาล เราจะยังปฏิบัติตามกฎหมายและสนับสนุนมาตรการคุ้มครองเยาวชนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
วัยรุ่นต้องการเข้าร่วม ไม่ใช่แค่เฝ้าดู
โนอาห์ โจนส์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 16 ปี เข้าร่วมการพิจารณาคดี หลังช่วยเริ่มต้นการท้าทายของโครงการ Digital Freedom Project ก่อนข้อจำกัดจะมีผล เดิมทีโจนส์และเมซี เนย์แลนด์มีชื่อเป็นโจทก์วัยรุ่น แต่ถูกถอดชื่อออกเนื่องจากกังวลว่าอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวหากคดีไม่สำเร็จ
โจนส์กล่าวนอกศาลว่า คนหนุ่มสาวเสี่ยงกลายเป็น "ผู้ชมในโลกของตัวเอง" เมื่อเห็นการสนทนาได้แต่เข้าร่วมไม่ได้
พวกเขาไม่ควรถูกกันออกไป
เรเน โจนส์ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่าเธอกังวลถึงอันตรายที่คนหนุ่มสาวเผชิญทางออนไลน์ แต่เชื่อว่ากฎหมายนี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เธอต้องการให้ลูกชายเรียนรู้วิธีสังเกตความเสี่ยงและมีปฏิสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
ฉันอยากให้ลูกชายเติบโตเป็นชายหนุ่มชาวออสเตรเลียที่เข้มแข็ง รับผิดชอบต่อการใช้งานออนไลน์ รู้จักระบุอันตราย และสามารถกลั่นกรองสิ่งเหล่านี้ได้
จอห์น รัดดิกมีจุดยืนทางการเมืองที่กว้างกว่า โดยเรียกร้องให้รับรองเสรีภาพในการพูดไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีนี้เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองการสื่อสารทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญรับรองอยู่ในปัจจุบัน และความชอบด้วยกฎหมายของกฎหมายฉบับปัจจุบัน
รัฐบาลระบุว่าการออกแบบแพลตฟอร์มก่อให้เกิดอันตราย
คำแก้ต่างของรัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียมุ่งเน้นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฟีเจอร์โซเชียลมีเดียและแรงจูงใจทางธุรกิจที่อยู่เบื้องหลัง ทนายความของรัฐบาลโต้แย้งว่าแพลตฟอร์มที่มีรายได้จากโฆษณามีแรงจูงใจให้เพิ่มการมีส่วนร่วมและรักษาผู้ใช้ไว้ ซึ่งทำให้เด็กเผชิญแรงกดดันและเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาวะ
รัฐบาลยกความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต การนอนหลับ และความผิดปกติด้านการกิน โดยระบุว่ากฎนี้มีเป้าหมายเฉพาะ ผ่านการหารือ และปรับเปลี่ยนได้เมื่อบริการต่าง ๆ เปลี่ยนแปลง
อนิกา เวลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารกล่าวเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลกำลังปกป้องเด็กจากอันตราย ท่ามกลางสิ่งที่เธอเรียกว่าเป็นการโจมตีทางอุดมการณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง รัฐเซาท์ออสเตรเลียเข้าแทรกแซงคดีอย่างเป็นทางการเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียและเสนอข้อโต้แย้งของตนเอง
ปีเตอร์ มาลินอัสกัส มุขมนตรีรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ผู้มีบทบาทผลักดันนโยบายนี้ โต้แย้งว่าอัลกอริทึมเป็นผู้ตัดสินใจว่าเด็กจะเห็นอะไรและเมื่อใด รัฐเซาท์ออสเตรเลียว่าจ้างโรเบิร์ต เฟรนช์ เอซี อดีตประธานผู้พิพากษาศาลสูง ให้จัดทำร่างกฎหมายต้นแบบก่อนที่แนวทางระดับชาติจะเป็นรูปเป็นร่าง
มาลินอัสกัสอธิบายเหตุผลที่รัฐปกป้องข้อจำกัดนี้ว่า
เรื่องนี้คือการให้ความสำคัญกับสุขภาวะของเด็กเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดบางแห่งของโลก
เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี และกรีซ ประกาศหรือพิจารณามาตรการในลักษณะเดียวกัน คดีในออสเตรเลียจะแสดงให้รัฐบาลเหล่านั้นเห็นว่าข้อจำกัดอายุระดับชาติถูกตรวจสอบภายใต้ข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญอย่างไร แม้ระบบกฎหมายของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน
จำนวนบัญชีที่ถูกนำออกและการใช้งานต่อเนื่องบอกภาพคนละด้าน
eSafety รายงานว่าแพลตฟอร์มต่าง ๆ ยุติการเข้าถึงบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีไปแล้ว 4.7 ล้านบัญชี ณ กลางเดือนธันวาคม 2025 ตัวเลขในเวลาต่อมาระบุว่าบัญชีที่ถูกนำออกและยกเลิกมีมากกว่าห้าล้านบัญชี Meta ซึ่งเป็นเจ้าของ Facebook, Instagram และ Threads ระบุว่าปิดบัญชีประมาณครึ่งล้านบัญชีในช่วงวันแรก ๆ
ตัวเลขรวมเหล่านี้นับจำนวนบัญชี ขณะที่งานวิจัยของหน่วยงานกำกับดูแลยังติดตามการใช้งานของเด็กด้วย เด็กหนึ่งคนอาจมีบัญชีบนหลายบริการ ดังนั้นยอดบัญชีจึงนับการดำเนินการซ้ำบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงผู้ใช้แต่ละคน
ผลประเมินของ eSafety ที่เผยแพร่ในเดือนกรกฎาคมพบว่า เด็กอายุ 10 ถึง 15 ปีประมาณ 4 ใน 10 คนยังใช้งานโซเชียลมีเดียอยู่สามเดือนหลังข้อจำกัดเริ่มมีผล เทียบกับก่อนหน้านี้ที่ 52% หากคิด 4 ใน 10 เป็นประมาณ 40% เท่ากับลดลงราว 12 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 23% เมื่อเทียบกับระดับเดิม
ฝ่ายผู้ท้าทายโต้แย้งว่าเด็กสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบอายุได้ และยังเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตรายโดยไม่ต้องมีบัญชี เด็กบางคนเล่าว่าหาทางผ่านการตรวจสอบที่ใช้เอกสารยืนยันตัวตน รายละเอียดบัตรเครดิต หรือภาพเซลฟีได้
การยืนยันอายุหมายถึงการตรวจสอบหรือประเมินว่าบุคคลมีคุณสมบัติตามเกณฑ์อายุหรือไม่ ข้อมูลของ eSafety เกี่ยวกับการทดลองเทคโนโลยีของรัฐบาลระบุว่าวิธีเหล่านี้รักษาความเป็นส่วนตัว มีความน่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพได้เมื่อใช้อย่างเหมาะสม โดยมักใช้หลายวิธีร่วมกัน ข้อโต้แย้งในทางปฏิบัติอยู่ที่บริษัทนำวิธีเหล่านั้นไปใช้อย่างไร และได้ผลดีเพียงใด
การบังคับใช้กำลังเข้าสู่การต่อสู้ทางศาลอีกคดีหนึ่ง
การไต่สวนประเด็นรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการกรณีที่กล่าวหาว่า Facebook, Instagram, Snapchat, TikTok และ YouTube ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีได้ การสอบสวนเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท ส่วนคดีในศาลสูงเกี่ยวข้องกับความชอบด้วยกฎหมายและขอบเขตของตัวกฎหมายเอง
เวลส์กล่าวเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่า เธอคาดว่าจะดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มทั้งห้า หลังการสอบสวนหลายเดือน การเตรียมการดังกล่าวต่อยอดจากแผนดำเนินการบังคับใช้กฎกับแพลตฟอร์ม ซึ่งใช้อำนาจที่ขยายเพิ่มเพื่อขอเอกสารจากบริษัทและกำหนดให้บุคคลตอบคำถาม
แนวทางปัจจุบันของ eSafety ระบุว่าโทษทางแพ่งสูงสุดสำหรับบริษัทอยู่ที่ 300,000 หน่วยโทษ เทียบเท่า 109.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย รายงานข่าวการไต่สวนอ้างตัวเลข 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ตัวเลขที่หน่วยงานกำกับดูแลเผยแพร่เป็นจำนวนปัจจุบัน หน่วยโทษคือจำนวนเงินมาตรฐานที่ใช้คำนวณค่าปรับตามกฎหมาย
รัฐสภาผ่านอำนาจบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 โดยขยายการรวบรวมข้อมูลไปยังบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการยืนยันอายุและผู้ดำเนินการร้านค้าแอป การแก้ไขดังกล่าวยังเพิ่มอำนาจในการกำหนดให้บุคคลเข้ารับการสอบสวนและตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย
การปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎในเดือนมีนาคมอาศัยคำขอข้อมูลที่มีผลบังคับจากแพลตฟอร์มทั้ง 10 แห่งที่ระบุชื่อไว้ เมื่อเริ่มการไต่สวนในศาลสูง ยังไม่มีบริษัทใดถูกปรับภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว และยังไม่มีการประกาศวันยื่นฟ้องสำหรับการดำเนินคดีตามแผน
คดีนี้มาถึงศาลสูงได้อย่างไร
ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นหลังการออกกฎหมาย การบังคับใช้ และการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลเกือบสองปี วันที่สำคัญแสดงให้เห็นว่าคำท้าทายทางกฎหมายพัฒนาควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงระบบกำกับดูแลอย่างไร:
- พฤศจิกายนและธันวาคม 2024: รัฐสภาผ่านกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำ ก่อนที่กฎหมายจะได้รับพระบรมราชานุญาต
- ปลายปี 2025: โครงการ Digital Freedom Project ยื่นคำท้าทายตามรัฐธรรมนูญก่อนข้อจำกัดเริ่มมีผล ส่วน Reddit ยื่นคำท้าทายของตนเองในเดือนธันวาคม
- 10 ธันวาคม 2025: แพลตฟอร์มมีหน้าที่ดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผลเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวออสเตรเลียอายุต่ำกว่า 16 ปีสร้างหรือคงบัญชีไว้
- 25 มีนาคม 2026: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารแก้ไขกฎที่กำหนดนิยามแพลตฟอร์มซึ่งอยู่ภายใต้ข้อบังคับ
- 10 กันยายน 2026: รัฐสภาผ่านการแก้ไขเพื่อเพิ่มความเข้มงวดของอำนาจบังคับใช้และเพิ่มโทษ
- 3 และ 4 พฤศจิกายน 2026: ศาลสูงกำหนดเวลาสองวันเพื่อรับฟังคำท้าทายที่นำมาพิจารณาร่วมกัน
สหภาพเสรีภาพในการพูด กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี NetChoice และมูลนิธิ Electronic Frontier Foundation ขออนุญาตเข้าร่วมในฐานะมิตรศาล บทบาทนี้เปิดโอกาสให้องค์กรภายนอกเสนอข้อโต้แย้งที่อาจช่วยผู้พิพากษาได้
ลุค เบ็ค ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญจากมหาวิทยาลัย Monash กล่าวว่า รัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียมีคดีที่หนักแน่น และการไต่สวนจะช่วยให้เข้าใจขอบเขตอำนาจรัฐบาลในการกำกับพื้นที่ออนไลน์ได้ชัดเจนขึ้น เขายังกล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลแพ้คดี อาจนำไปสู่การปรับแก้กฎหมาย แทนที่จะยกเลิกข้อจำกัดอายุ
รัฐบาลกำลังผลักดันร่างกฎหมายหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทางดิจิทัล ซึ่งจะกำหนดให้แพลตฟอร์มรับผิดชอบเชิงรุกต่อการสร้างระบบที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ทนายความของ Reddit ยกแนวทางนี้เป็นทางเลือกที่มุ่งเน้นการออกแบบแพลตฟอร์ม อีกด้านหนึ่ง กฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำกำหนดให้รัฐมนตรีเริ่มการทบทวนโดยอิสระภายในสองปีนับจากวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ซึ่งทำให้กำหนดเวลาดังกล่าวอยู่ในเดือนธันวาคม 2027
ประเด็นสำคัญ
- ตุลาการศาลสูงทั้งเจ็ดรับฟังคำท้าทายของ Reddit และโครงการ Digital Freedom Project เป็นเวลาสองวัน
- ฝ่ายผู้ท้าทายโต้แย้งว่าการจำกัดบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเป็นภาระต่อการสื่อสารทางการเมืองโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
- รัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุกรัฐและดินแดน ระบุว่าข้อจำกัดนี้ช่วยปกป้องเด็กจากฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มที่เป็นอันตราย
- มีบัญชีมากกว่าห้าล้านบัญชีถูกปิดกั้น ระงับ หรือยกเลิกบนแพลตฟอร์ม 10 แห่ง
- งานวิจัยของ eSafety พบว่าเด็กอายุ 10 ถึง 15 ปีประมาณ 40% ยังใช้โซเชียลมีเดีย ลดลงจาก 52%
- ตามแนวทางทางการปัจจุบัน บริษัทอาจถูกปรับสูงสุด 109.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ส่วนเด็กและครอบครัวไม่มีโทษปรับ
- รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินคดีแยกต่างหากกับแพลตฟอร์มห้าแห่ง ขณะเดียวกันก็ปกป้องกฎหมายในศาลสูง






