ตลาดฮ่องกงพุ่งขึ้น ขณะที่เงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ไหลออก
ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 739 จุด หรือ 3.09% มาอยู่ที่ 24,659 จุด ณ ช่วงพักเที่ยงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 หลังนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ผู้ผลิตรถยนต์ ค้าปลีก และบริษัทการเงิน ส่วนนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่เคลื่อนไหวสวนทาง โดยขายสุทธิ 4,964 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงผ่านช่องทางซื้อขายเชื่อมโยงทางใต้
สารบัญ
- ตลาดฮ่องกงพุ่งขึ้น ขณะที่เงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ไหลออก
- จากเปิดตลาดแข็งแกร่งสู่การปรับขึ้น 3%
- นักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ขายทำกำไรระหว่างตลาดปรับขึ้น
- หุ้นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตขึ้น แต่ฮาร์ดแวร์ AI ร่วง
- หุ้นรถยนต์ ร้านทอง และธนาคารร่วมปรับขึ้น
- ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ปรับทิศทางการซื้อขายน้ำมัน
- ตลาดฮ่องกงทำผลงานเหนือกว่าตลาดเพื่อนบ้าน
- ข่าวบริษัทเสริมแรงจูงใจในการซื้อ
- มูลค่าหุ้นต่ำบรรจบกับการฟื้นตัวทางเทคนิคอย่างรวดเร็ว
- ประเด็นสำคัญ
ดัชนีฮั่งเส็งไชน่าเอ็นเตอร์ไพรส์เพิ่มขึ้น 245 จุด หรือ 3.04% มาอยู่ที่ 8,302 จุด ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 4.79% มาอยู่ที่ 4,124 จุด มูลค่าการซื้อขายในกระดานหลักช่วงเช้าอยู่ที่ราว 198,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนปรับสัดส่วนเงินลงทุนระหว่างอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วเอเชีย ความคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะใช้ท่าทีเผชิญหน้าน้อยลงต่อสงครามกับอิหร่านช่วยฉุดราคาน้ำมันลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและต้นทุนพลังงาน ขณะที่หุ้นที่เชื่อมโยงกับชิปและฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์เผชิญแรงขาย
ดังนั้น การปรับขึ้นของตลาดฮ่องกงจึงประกอบด้วยความเคลื่อนไหวสองด้าน ได้แก่ การฟื้นตัวในวงกว้างของความต้องการซื้อหุ้น และการประเมินอย่างเจาะจงมากขึ้นว่าธุรกิจใดอาจได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของสหรัฐฯ ดัชนีหลักของจีนแผ่นดินใหญ่และเกาหลีใต้เปิดตลาดลดลง แม้ตลาดฮ่องกงพุ่งขึ้น
จากเปิดตลาดแข็งแกร่งสู่การปรับขึ้น 3%
ดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ 24,316 จุด เพิ่มขึ้น 397 จุด กลับมายืนเหนือ 24,000 จุดเป็นครั้งแรกในราวครึ่งเดือน จากนั้นขึ้นไปแตะ 24,749.08 จุด สูงกว่าราคาปิดก่อนหน้าราว 829 จุด ก่อนลดช่วงบวกลงบางส่วน
ดัชนีเทคโนโลยีเปิดที่ 3,992 จุด เพิ่มขึ้น 1.43% จากนั้นทะลุ 4,000 จุดเป็นครั้งแรกในราวครึ่งเดือน ช่วงเช้าดัชนีขยับเข้าใกล้การปรับขึ้น 6% ก่อนปิดช่วงการซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดระหว่างวัน
ลำดับความเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อเพิ่มขึ้นหลังเปิดตลาด:
- ช่วงเปิดตลาด ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 397 จุด และดัชนีไชน่าเอ็นเตอร์ไพรส์เพิ่มขึ้น 116 จุด
- ช่วงเช้า ดัชนีฮั่งเส็งขึ้นไปแตะ 24,749.08 จุด และดัชนีเทคโนโลยีซื้อขายเหนือ 4,100 จุด
- ช่วงเที่ยง ดัชนีฮั่งเส็งอยู่ที่ 24,659 จุด ดัชนีไชน่าเอ็นเตอร์ไพรส์อยู่ที่ 8,302 จุด และดัชนีเทคโนโลยีอยู่ที่ 4,124 จุด
นักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ขายทำกำไรระหว่างตลาดปรับขึ้น
นักลงทุนที่ซื้อขายผ่านช่องทางทางใต้ขายหุ้นฮ่องกงสุทธิ 4,964 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในช่วงเช้า ทำให้ยอดเงินทุนไหลออกสุทธิในสองช่วงการซื้อขายติดต่อกันอยู่ที่ 8,241 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ยอดไหลออกล่าสุดสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม
การซื้อขายผ่านช่องทางทางใต้เปิดให้นักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ซื้อขายหุ้นฮ่องกงผ่านการเชื่อมโยงระหว่างตลาดหลักทรัพย์ ยอดเงินไหลออกสุทธิหมายถึงมูลค่าการขายสูงกว่าการซื้อ ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นได้ในช่วงที่ตลาดปรับขึ้น หากนักลงทุนกลุ่มอื่นเข้าซื้ออย่างแข็งขันกว่า หรือผู้ขายใช้ราคาที่สูงขึ้นเพื่อลดสัดส่วนการถือครอง
ยอดขายสุทธิช่วงเช้าคิดเป็นราว 2.5% ของมูลค่าการซื้อขายในกระดานหลัก เมื่อเทียบยอด 4,964 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงกับ 198,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ตัวเลขทั้งสองวัดคนละเรื่องกัน มูลค่าการซื้อขายนับกิจกรรมการซื้อขายทั้งหมด ส่วนตัวเลขของช่องทางทางใต้วัดส่วนต่างระหว่างการซื้อกับการขายผ่านช่องทางหนึ่ง
กระแสเงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่เปลี่ยนทิศทางไปก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ดังกล่าว ณ ช่วงพักเที่ยงวันที่ 3 พฤศจิกายน การซื้อขายผ่านช่องทางทางใต้มีเงินไหลเข้าสุทธิเกิน 12,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หลังเงินไหลออกติดต่อกัน 14 วันทำการ การขายในวันที่ 5 พฤศจิกายนแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อดังกล่าวพลิกกลับได้รวดเร็วเพียงใด
ตลอดเดือนตุลาคม มียอดขายสุทธิสะสมผ่านช่องทางทางใต้ราว 27,951 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง รวมถึง 11,036 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในช่วงวันที่ 26-30 ตุลาคม ยอดขายในสัปดาห์สุดท้ายคิดเป็นราว 39% ของยอดทั้งเดือน สะท้อนว่าแรงกดดันกระจุกตัวมากขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม
หุ้นแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตขึ้น แต่ฮาร์ดแวร์ AI ร่วง
หุ้น Meituan, Alibaba, Tencent, Xiaomi และ JD.com ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงเช้า โดยหุ้นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นตั้งแต่กว่า 5% จนถึงกว่า 8% Meituan เป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุด ตัวเลขระหว่างวันระบุว่าหุ้นเพิ่มขึ้น 9.11% ขณะที่ NetEase เพิ่มขึ้น 8.09%, Xiaomi 7.51%, Alibaba 6.76% และ Tencent 6.72%
หุ้น Lenovo เคลื่อนไหวสวนทาง โดยก่อนหน้านี้ร่วงเกือบ 10% ระหว่างช่วงการซื้อขาย และลดลง 7.58% ณ เที่ยงวัน ทำให้เป็นหุ้นที่อ่อนแอที่สุดในดัชนีฮั่งเส็ง หุ้นที่เกี่ยวข้องกับโมเดล AI อุปกรณ์ประมวลผล และบางส่วนของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน
นักลงทุนตอบสนองต่อความเป็นไปได้ที่ชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตอาจทำให้การอนุมัติโครงการล่าช้า หรือทำให้มีข้อจำกัดเข้มงวดขึ้นต่อศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ ผู้สมัครที่คัดค้านการพัฒนาศูนย์ข้อมูล รวมถึงบางรายที่หาเสียงให้ระงับการก่อสร้าง คว้าชัยชนะในรัฐเท็กซัสและจอร์เจีย
แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตและผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์มีความเชื่อมโยงกับประเด็นดังกล่าวต่างกัน แพลตฟอร์มทำรายได้จากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การซื้อสินค้า โฆษณา เกม และการจัดส่ง ส่วนผู้จำหน่ายอุปกรณ์พึ่งพาการใช้จ่ายเพื่อสร้างกำลังประมวลผลโดยตรงมากกว่า ในช่วงเช้านี้ นักลงทุนเลือกซื้อหุ้นกลุ่มแรก
หุ้นรถยนต์ ร้านทอง และธนาคารร่วมปรับขึ้น
หุ้น Laopu Gold เพิ่มขึ้น 8.46% เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากที่สุดในกลุ่มดัชนีฮั่งเส็ง ณ ช่วงเที่ยงวัน Li Auto ตามมาติด ๆ ด้วยการเพิ่มขึ้น 8.26% และเป็นหุ้นที่ขึ้นมากที่สุดในกลุ่มดัชนีเทคโนโลยี การปรับขึ้นของทั้งสองหุ้นทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคและรถยนต์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพุ่งขึ้นครั้งนี้
หุ้นการเงินมีส่วนสนับสนุนเช่นกัน HSBC เพิ่มขึ้นราว 4% ณ เที่ยงวัน ส่วน AIA และ Hong Kong Exchanges and Clearing ปรับขึ้นเกือบ 3% หุ้นอสังหาริมทรัพย์แข็งแกร่งขึ้น โดย Sun Hung Kai Properties เพิ่มขึ้นกว่า 4% และ Longfor Group ปรับขึ้นเกือบ 6%
ผู้ผลิตน้ำมันจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เคลื่อนไหวสวนทาง บริษัทน้ำมันรายใหญ่สามแห่งของจีนแผ่นดินใหญ่ร่วงลงราว 2% ถึงกว่า 5% ในช่วงเช้าก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ราคาน้ำมันที่ต่ำลงทำให้รายได้ที่ผู้ผลิตได้รับต่อบาร์เรลลดลง แม้จะช่วยบรรเทาต้นทุนให้ธุรกิจขนส่งและผู้บริโภคได้
ราคาหุ้นช่วงเปิดตลาดแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อขยายวงกว้างเกินกว่าบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ ผู้ผลิตเครื่องมือไฟฟ้า Techtronic Industries พุ่งขึ้น 10% มาอยู่ที่ 151.80 ดอลลาร์ฮ่องกง แตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ส่วน Hua Hong ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลง 5.46% มาอยู่ที่ 64.95 ดอลลาร์ฮ่องกงตอนเปิดตลาด เป็นอีกสัญญาณที่สะท้อนความแตกต่างระหว่างหุ้นผู้บริโภคกับหุ้นชิป
ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ปรับทิศทางการซื้อขายน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงเกือบ 9% ในชั่วข้ามคืน และซื้อขายอยู่ที่ราว 93.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงเช้าของเอเชีย ราคาลดลงเกือบ 20% ในรอบสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มการเดิมพันว่าผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะลดโอกาสที่สงครามกับอิหร่านจะบานปลายต่อไป
โดนัลด์ ทรัมป์ยอมรับว่าสงครามมีส่วนทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวโดยตรงในแถลงการณ์บน X:
เหตุผลที่เราแพ้คือสงคราม
คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ Pepperstone ในเมลเบิร์น กล่าวถึงความประหลาดใจของนักลงทุนว่า:
ขนาดของชัยชนะต่างหากที่ทำให้ตลาดตั้งรับไม่ทัน
ราคาพลังงานที่ต่ำลงช่วยบรรเทาเงินเฟ้อได้ ด้วยการลดต้นทุนเชื้อเพลิง การขนส่ง และการผลิต ราคาพันธบัตรปรับขึ้นและอัตราผลตอบแทนลดลง ขณะที่นักลงทุนประเมินแรงกดดันให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใหม่ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลง โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบเดือนเมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.1273 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมหุ้นจึงปรับขึ้นอย่างมากได้ แม้หุ้นบริษัทน้ำมันและบางส่วนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะร่วงลง นักลงทุนกำลังปรับคาดการณ์เกี่ยวกับต้นทุน อัตราดอกเบี้ย และการใช้จ่ายภาคธุรกิจไปพร้อมกัน
ตลาดฮ่องกงทำผลงานเหนือกว่าตลาดเพื่อนบ้าน
ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เปิดลดลง ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 1.1% มาอยู่ที่ 3,646 จุด ดัชนีเซินเจิ้นคอมโพเนนต์ร่วง 1.1% มาอยู่ที่ 11,216 จุด และดัชนี ChiNext ลดลง 2% มาอยู่ที่ 2,493 จุด
ดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้เปิดลดลง 1.82% ที่ 5,580 จุด จากความกังวลเกี่ยวกับหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งกดดันการซื้อขาย ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นเปิดเพิ่มขึ้น 0.32% ที่ 62,384 จุด โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ถูกลง แต่ต่อมาเคลื่อนไหวเข้าสู่แดนลบในช่วงเช้า
การซื้อขายในสหรัฐฯ ช่วยหนุนหุ้นอินเทอร์เน็ตของฮ่องกงได้มากกว่า ดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ซึ่งติดตามบริษัทจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.49% ในชั่วข้ามคืน มาอยู่ที่ 5,722.71 จุด หุ้น Alibaba, NetEase, Baidu และ Bilibili เป็นหนึ่งในหุ้นจีนที่ปรับขึ้นในช่วงดังกล่าว
ตลาดฮ่องกงจึงโดดเด่นแตกต่างจากตลาดเพื่อนบ้านหลายแห่งในภูมิภาค ความแตกต่างนี้สะท้อนความต้องการของนักลงทุนในวันดังกล่าวที่มุ่งไปยังบริการอินเทอร์เน็ตและธุรกิจผู้บริโภค มากกว่าผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์บางรายซึ่งมีน้ำหนักมากในตลาดเอเชียอื่น ๆ
ข่าวบริษัทเสริมแรงจูงใจในการซื้อ
การปรับขึ้นของ Meituan เกิดขึ้นหลัง JPMorgan เปิดเผยการเพิ่มสถานะถือหุ้นระยะยาวจำนวนมาก ธนาคารซื้อหุ้นเพิ่มราว 49.7671 ล้านหุ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 65.9604 ดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นมูลค่าราว 3,283 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยทั่วไปสถานะถือหุ้นระยะยาวจะได้ประโยชน์เมื่อราคาหุ้นปรับขึ้น
ข่าวของบริษัทยังทำให้ Tencent เป็นที่จับตา ทีม Hunyuan ของบริษัทเปิดตัวโมเดล AI Hy4 ซึ่งระบุว่ามีพารามิเตอร์ 770,000 ล้านตัว พร้อมเพิ่มความสามารถด้านภาพ พารามิเตอร์คือค่าตัวเลขที่โมเดลเรียนรู้ระหว่างการฝึก ส่วนความสามารถด้านภาพทำให้โมเดลประมวลผลภาพได้เช่นเดียวกับข้อความ
Tencent ระบุว่ามีแผนเปิดเผยน้ำหนักโมเดล ซึ่งเป็นค่าที่เรียนรู้และจำเป็นต่อการใช้งานโมเดล พร้อมเผยตัวอย่างโมเดลรุ่นถัดไปที่มีขนาดใหญ่กว่าในชื่อ Hy5 บริษัท CICC ยังคงคำแนะนำ Outperform สำหรับ Tencent พร้อมราคาเป้าหมาย 666 ดอลลาร์ฮ่องกง
บริษัทอื่น ๆ รายงานความคืบหน้าที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการโดยตรงมากกว่า ผู้ประกอบการโรงแรม Peninsula ระบุว่ารายได้ต่อห้องว่างในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น 18% ในไตรมาสสาม สูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหาร Cafe de Coral คาดว่ากำไรระหว่างงวดจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็นอย่างน้อย 95.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หุ้นทั้งสองบริษัทเปิดตลาดสูงขึ้น
มูลค่าหุ้นต่ำบรรจบกับการฟื้นตัวทางเทคนิคอย่างรวดเร็ว
การคำนวณของ China Securities ระบุว่า อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าของดัชนีฮั่งเส็งเทคโนโลยีอยู่ที่ราว 14.5 เท่า ณ วันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งอยู่ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ที่ 7 ของช่วงข้อมูลย้อนหลัง อัตราส่วนนี้เปรียบเทียบราคาหุ้นกับกำไรที่คาดการณ์ไว้ การอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 7 หมายความว่ามูลค่าหุ้นต่ำกว่าราว 93% ของข้อมูลในช่วงเปรียบเทียบ
ดัชนีความเชื่อมั่นหุ้นเทคโนโลยีของ CICC ลดลงมาอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 2 ของช่วงตั้งแต่ปี 2021 ณ วันที่ 30 ตุลาคม ขณะนั้นมีหุ้นในดัชนีเทคโนโลยีเพียง 13.33% ที่ซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน แสดงให้เห็นว่าราคาหุ้นอ่อนตัวลงในวงกว้างเพียงใดก่อนฟื้นตัว
ณ ช่วงพักเที่ยงวันที่ 5 พฤศจิกายน ดัชนีฮั่งเส็งทะลุขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 100 วัน ส่วนดัชนีเทคโนโลยีขยับขึ้นเหนือค่าเฉลี่ย 20 วัน ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยปรับเรียบราคาประจำวัน เพื่อให้ผู้ซื้อขายมองเห็นทิศทางตลาดในระยะหลังได้ชัดเจนขึ้น
มาตรการสนับสนุนของรัฐบาลปักกิ่งเป็นอีกแรงหนุนความต้องการซื้อ กองทุนที่รัฐสนับสนุนจัดสรรเงินราว 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 9 กองทุน ขณะที่ยอดคำขอสินเชื่อที่ธนาคารกลางสนับสนุนเพื่อใช้ซื้อหุ้นคืนเกิน 200,000 ล้านหยวน กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ถือครองหลักทรัพย์หลายรายการ ส่วนการซื้อหุ้นคืนหมายถึงบริษัทเข้าซื้อหุ้นของตนเองกลับมา
การปิดตลาดช่วงบ่ายยังมาไม่ถึง ณ เที่ยงวัน ภาพเฉพาะหน้าคือราคาหุ้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว มีหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมปรับขึ้นในวงกว้าง และนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงขายสุทธิผ่านช่องทางเชื่อมโยงทางใต้
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 739 จุด หรือ 3.09% มาอยู่ที่ 24,659 จุด ณ เที่ยงวันวันที่ 5 พฤศจิกายน
- ดัชนีฮั่งเส็งเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น 4.79% มาอยู่ที่ 4,124 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในกระดานหลักอยู่ที่ราว 198,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- นักลงทุนผ่านช่องทางทางใต้ขายสุทธิ 4,964 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ทำให้ยอดเงินไหลออกในสองช่วงการซื้อขายอยู่ที่ 8,241 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- หุ้น Laopu Gold และ Li Auto เพิ่มขึ้นกว่า 8% ส่วน Lenovo ลดลง 7.58%
- ราคาน้ำมันที่ลดลงและผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ หนุนหุ้นผู้บริโภคและหุ้นอินเทอร์เน็ต แต่กดดันผู้ผลิตน้ำมันและธุรกิจฮาร์ดแวร์ AI บางส่วน
- ดัชนีหลักของจีนแผ่นดินใหญ่และเกาหลีใต้เปิดตลาดลดลง แม้ตลาดฮ่องกงปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง






