การถือหุ้นใหญ่ทำให้ผู้ผลิตรถบรรทุกสองรายมารวมกัน
Tata Motors เข้าซื้อหุ้นสามัญของ Iveco Group จำนวน 238,157,212 หุ้น ส่งผลให้ถือหุ้นสามัญ 89.42% ของบริษัท โดยไม่นับรวมหุ้นที่ Iveco ถือครองเอง การชำระราคาในรอบแรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ทำให้ผู้ผลิตรถบรรทุกและรถโดยสารจากยุโรปอยู่ภายใต้การควบคุมของ Tata ผ่าน TML CV Holdings B.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
สารบัญ
- การถือหุ้นใหญ่ทำให้ผู้ผลิตรถบรรทุกสองรายมารวมกัน
- สิ่งที่ Tata ซื้อ และส่วนที่อยู่นอกข้อตกลง
- เงื่อนไขเปลี่ยนจากข้อตกลงเดิมอย่างไร
- วันที่ผู้ถือหุ้นควรติดตาม
- เหตุใดอินเดียและยุโรปจึงสอดคล้องกับแผน
- รถ Iveco รุ่นใดอาจเข้ามาทำตลาดในอินเดีย
- เครือข่ายใหญ่ขึ้น พร้อมตัวชี้วัดขนาดธุรกิจที่เปลี่ยนไป
- ตูรินยังคงเป็นศูนย์กลาง ขณะที่ผู้บริหารเปลี่ยนผ่าน
- การจ้างงานและการลงทุนในอิตาลียังเป็นประเด็นสำคัญ
- ประเด็นสำคัญ
หุ้นดังกล่าวซื้อในราคาหุ้นละ 14.40 ยูโร คิดเป็นเงินชำระงวดแรกประมาณ 3.43 พันล้านยูโร ขณะนี้ Iveco เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ Tata Motors โดย Tata ตั้งใจซื้อหุ้นที่เหลือและนำ Iveco ออกจากตลาดหลักทรัพย์มิลาน พร้อมคงสำนักงานใหญ่ไว้ที่เมืองตูรินและรักษาแบรนด์ต่าง ๆ ไว้
ในการนำเสนอที่เมืองตูรินเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน Natarajan Chandrasekaran ประธาน Tata Sons และ Tata Motors กล่าวถึงแผนพิจารณาจำหน่ายรถยนต์ของแต่ละบริษัทในตลาดของอีกฝ่าย โดยอาจประกอบรถ Iveco บางรุ่นในอินเดีย ขณะที่รถยนต์และแพลตฟอร์มรถยนต์ของ Tata อาจเข้าสู่ตลาดที่ Iveco ให้บริการ
Tata ระบุว่ากิจการที่รวมกันอยู่อันดับสี่ของโลกในด้านยอดขายรถบรรทุกที่มีน้ำหนักมากกว่า 6 ตัน โดยมีขนาดธุรกิจต่อปีราว 590,000 คัน มีพนักงานกว่า 73,000 คน และดำเนินงานในกว่า 130 ประเทศ การจัดอันดับนี้ครอบคลุมเฉพาะรถบรรทุกประเภทดังกล่าว ไม่ใช่รถเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภท
สิ่งที่ Tata ซื้อ และส่วนที่อยู่นอกข้อตกลง
TML CV Holdings B.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ Tata ถือหุ้นทั้งหมด เป็นผู้ซื้อหุ้น Iveco การเสนอซื้อหุ้นเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นขายหุ้นแก่ผู้เสนอซื้อในราคาที่กำหนดภายในช่วงเวลาที่ระบุ ข้อเสนอของ Tata ได้รับหุ้นมากพอที่จะผ่านเกณฑ์การตอบรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 80%
การซื้อกิจการครอบคลุมธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์และระบบขับเคลื่อนของ Iveco ส่วนธุรกิจป้องกันประเทศไม่รวมอยู่ในข้อตกลง และถูกแยกไปอยู่ในธุรกรรมอีกฉบับกับ Leonardo เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงคือ Tata จะเข้าซื้อกิจการได้ก็ต่อเมื่อแยกธุรกิจป้องกันประเทศออกก่อน
Iveco มีรถบรรทุกขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ รถโดยสาร เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอื่น ๆ ธุรกิจประกอบด้วยแบรนด์รถบรรทุก IVECO, FPT Industrial, IVECO BUS, HEULIEZ และ IVECO CAPITAL ส่วนกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ของ Tata ครอบคลุมตั้งแต่รถบรรทุกขนส่งสินค้าขนาดเล็กไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถโดยสาร และรถขนส่งสาธารณะ
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงรวมผู้ผลิตที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและมีจุดแข็งทางภูมิศาสตร์แตกต่างกัน Tata ได้ธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ที่มีฐานมั่นคงในยุโรป ขณะที่ Iveco ได้เข้าถึงฐานอุตสาหกรรมและการดำเนินธุรกิจในตลาดอินเดียของ Tata
เงื่อนไขเปลี่ยนจากข้อตกลงเดิมอย่างไร
Tata Motors และ Iveco Group เปิดเผยข้อตกลงเดิมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2025 ผ่านประกาศร่วมเรื่องการเข้าซื้อกิจการ โดยเสนอซื้อหุ้นสามัญเป็นเงินสดหุ้นละ 14.10 ยูโร คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3.8 พันล้านยูโร ไม่รวมธุรกิจป้องกันประเทศและเงินที่ได้รับจากการแยกธุรกิจดังกล่าว การชำระราคาในเดือนตุลาคม 2026 ใช้ราคาหุ้นละ 14.40 ยูโร โดยไม่ได้ระบุเหตุผลที่ปรับราคา
ข้อตกลงเดือนกรกฎาคมยังกล่าวถึงเงินปันผลพิเศษที่อาจอยู่ระหว่าง 5.50 ถึง 6 ยูโรต่อหุ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับการขายธุรกิจป้องกันประเทศ เงินปันผลพิเศษคือการจ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้นนอกเหนือจากกำหนดการจ่ายปันผลตามปกติ เงินจ่ายโดยประมาณดังกล่าวแยกจากราคาเสนอซื้อหุ้นด้วยเงินสด และยังอาจมีการปรับเมื่อธุรกรรมธุรกิจป้องกันประเทศเสร็จสิ้น
คณะกรรมการของ Iveco มีมติเป็นเอกฉันท์แนะนำให้ตอบรับข้อเสนอเดิม Exor ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ให้คำมั่นว่าจะยื่นขายหุ้นที่คิดเป็นประมาณ 27.06% ของหุ้นสามัญ และ 43.11% ของสิทธิออกเสียง คำมั่นดังกล่าวทำให้ Tata ได้รับแรงสนับสนุนสำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการตอบรับจากผู้ถือหุ้นวงกว้าง
ข้อตกลงเบื้องต้นคาดว่าจะปิดธุรกรรมในไตรมาสสองของปี 2026 โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติและการแยกธุรกิจป้องกันประเทศ อย่างไรก็ตาม การชำระราคาเพื่อโอนหุ้นควบคุมเกิดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดเดิม
วันที่ผู้ถือหุ้นควรติดตาม
การโอนอำนาจควบคุมยังมีขั้นตอนต่อไปสำหรับผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ขายหุ้น ข้อเสนอเปิดรับอีกครั้งระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 พฤศจิกายน 2026 ในราคาหุ้นละ 14.40 ยูโร โดยกำหนดชำระเงินสำหรับหุ้นที่ซื้อในช่วงดังกล่าวในวันที่ 13 พฤศจิกายน
ขั้นตอนสำคัญของธุรกรรมมีดังนี้:
- 30 กรกฎาคม 2025: Tata Motors และ Iveco ประกาศข้อเสนอซื้อด้วยเงินสดที่ตกลงร่วมกัน โดยมีเงื่อนไขให้แยกธุรกิจป้องกันประเทศ
- 5 กันยายน 2026: Tata Motors CV และ Iveco ประกาศร่วมกันเริ่มเสนอซื้อหุ้นผ่าน TML CV Holdings B.V.
- 30 ตุลาคม 2026: การชำระราคาในรอบแรกโอนหุ้นสามัญของ Iveco จำนวน 89.42% ซึ่งไม่นับรวมหุ้นทุนซื้อคืน ให้แก่บริษัทย่อยของ Tata
- 2 ถึง 6 พฤศจิกายน 2026: เปิดรับข้อเสนออีกครั้งสำหรับผู้ถือหุ้นที่เหลือ
- 3 พฤศจิกายน 2026: บริษัทต่าง ๆ นำเสนอกิจการที่รวมกันในเมืองตูริน นอกจากนี้ Iveco ยังเลื่อนการเผยแพร่ผลประกอบการไตรมาสสามมาเป็นวันนี้ จากกำหนดเดิมวันที่ 5 พฤศจิกายน
- 13 พฤศจิกายน 2026: กำหนดชำระเงินสำหรับหุ้นที่ตอบรับข้อเสนอในช่วงเปิดรับอีกครั้ง
เป้าหมายสุดท้ายของ Tata คือถือหุ้นทั้งหมดและนำ Iveco ออกจาก Euronext Milan การเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์หมายถึงหุ้นจะหยุดซื้อขายในตลาดดังกล่าว โดยจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการซื้อหุ้นที่เหลือในภายหลัง
เหตุใดอินเดียและยุโรปจึงสอดคล้องกับแผน
ธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ของ Tata มีสถานะแข็งแกร่งในอินเดีย และดำเนินธุรกิจในบางพื้นที่ของเอเชียและแอฟริกา ส่วน Iveco มีการดำเนินงานที่มั่นคงในยุโรปและลาตินอเมริกา การเข้าถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของทั้งสองบริษัททำให้กิจการที่รวมกันเข้าถึงลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และเครือข่ายบริการ ซึ่งหากสร้างขึ้นแยกกันอาจต้องใช้เวลานาน
ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ประเมินว่ายุโรปจะมีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้รวม อินเดีย 35% และทวีปอเมริกา 15% ตามตัวเลขดังกล่าว ธุรกิจครึ่งหนึ่งจะอยู่ในยุโรป และอีกครึ่งกระจายอยู่ในอินเดียและทวีปอเมริกา ทำให้ธุรกิจกระจายการดำเนินงานในตลาดขนาดใหญ่หลายแห่ง
Chandrasekaran ประธาน Tata Motors กล่าวถึงการสร้างสมดุลทางภูมิศาสตร์ตามแผนไว้ในประกาศฉบับแรกว่า:
นี่คือก้าวต่อไปที่สมเหตุสมผลหลังการแยกธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ของ Tata Motors และจะทำให้กลุ่มบริษัทที่รวมกันสามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างแท้จริง โดยมีตลาดหลักเชิงยุทธศาสตร์สองแห่งคืออินเดียและยุโรป
บริษัทยังคาดหวังว่าจะกระจายต้นทุนการลงทุนไปยังรถยนต์จำนวนมากขึ้น การพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ เครื่องยนต์ หรือระบบแบตเตอรี่ต้องใช้เงินลงทุนก่อนเริ่มจำหน่าย การนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้กับรถหลายรุ่นและในหลายตลาดจะช่วยกระจายต้นทุนดังกล่าวไปยังรถยนต์จำนวนมากขึ้น
รถ Iveco รุ่นใดอาจเข้ามาทำตลาดในอินเดีย
Chandrasekaran กล่าวที่เมืองตูรินว่า Tata กำลังพิจารณาผลิตภัณฑ์ Iveco ที่เหมาะกับตลาดอินเดีย ขั้นแรกอาจนำเข้ารถบางรุ่นในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า SKD แล้วประกอบขั้นสุดท้ายในอินเดีย
การประกอบแบบ SKD หมายถึงรถยนต์ที่ส่งมาถึงในสภาพประกอบมาแล้วบางส่วน และประกอบต่อในประเทศปลายทาง Tata ยังต้องปรับผลิตภัณฑ์บางรุ่นให้เหมาะกับลูกค้าและสภาพการใช้งานในอินเดีย โดยยังไม่มีการประกาศรุ่นรถ ปริมาณการผลิต หรือกำหนดการเปิดตัวที่แน่ชัด
นอกจากนี้ยังมีการประเมินรถยนต์และแพลตฟอร์มของ Tata สำหรับตลาดที่ Iveco ให้บริการ แพลตฟอร์มรถยนต์คือโครงสร้างทางวิศวกรรมพื้นฐานที่รองรับการพัฒนารถได้หลายรุ่น การใช้แพลตฟอร์มร่วมกันที่เหมาะสมช่วยลดการออกแบบซ้ำ ขณะเดียวกันยังสามารถปรับรถให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันได้
บริษัทกำลังพิจารณาความร่วมมือด้านชิ้นส่วน แบตเตอรี่ และแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับรถยนต์ทั้งคัน สำหรับผู้ประกอบการฟลีทรถ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับว่าผลิตภัณฑ์ใดออกสู่ตลาด ราคาซื้อและต้นทุนการใช้งานเป็นอย่างไร ตลอดจนมีบริการสนับสนุนในพื้นที่ใช้งานหรือไม่
เครือข่ายใหญ่ขึ้น พร้อมตัวชี้วัดขนาดธุรกิจที่เปลี่ยนไป
บริษัทระบุว่ากิจการที่รวมกันมีโรงงานผลิต 27 แห่ง ศูนย์วิจัยและพัฒนา 25 แห่ง และจุดขายและบริการประมาณ 9,300 แห่ง มีพนักงานรวมกว่า 73,000 คน และดำเนินงานครอบคลุมกว่า 130 ประเทศ
การนำเสนอข้อมูลครั้งหลังระบุยอดขายรถยนต์ต่อปีประมาณ 590,000 คัน และรายได้ราว 2.28 ล้านล้านรูปี หรือ 2.28 แสนล้านรูปี ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ระบุตัวเลขไว้ที่รถยนต์ประมาณ 540,000 คัน และรายได้รวม 22,000 ล้านยูโร ตัวเลขรถยนต์ในข้อมูลชุดหลังสูงกว่าประมาณ 50,000 คัน หรือราว 9.3% เมื่อเทียบกับตัวเลขในข้อเสนอ แต่บริษัทไม่ได้ระบุช่วงเวลาการวัดที่ใช้ร่วมกันสำหรับการเปรียบเทียบนี้
Iveco มีพนักงานประมาณ 33,000 คน โรงงานอุตสาหกรรม 16 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา 22 แห่ง ส่วน FPT Industrial เพิ่มความเชี่ยวชาญด้านระบบขับเคลื่อนที่ครอบคลุมมากกว่ายานยนต์ทางถนน ทั้งภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง อุปกรณ์ทางทะเล และการผลิตพลังงาน
Iveco มีรายได้ 13,430 ล้านยูโรในปี 2025 เทียบกับ 14,420 ล้านยูโรในปี 2024 ลดลง 990 ล้านยูโร หรือประมาณ 6.9% รายได้ในปี 2023 อยู่ที่ 15,980 ล้านยูโร และรวมธุรกิจป้องกันประเทศด้วย Tata กำลังเข้าควบคุมกิจการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งตัวเลขยอดขายในช่วงหลังสะท้อนแรงกดดันต่อรายได้เช่นกัน
ตูรินยังคงเป็นศูนย์กลาง ขณะที่ผู้บริหารเปลี่ยนผ่าน
Chandrasekaran เข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการ Iveco Group ส่วน Olof Persson ยังคงเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการชุดใหม่ยังประกอบด้วย P. B. Balaji, Girish Wagh, Guenter Butschek และ Charles Nichols การให้ Persson ดำรงตำแหน่งต่อช่วยให้การบริหารงานประจำวันมีความต่อเนื่องในช่วงที่เปลี่ยนเจ้าของ
สำนักงานใหญ่ของ Iveco จะยังตั้งอยู่ในเมืองตูริน Tata ยังให้คำมั่นว่าจะรักษาแบรนด์ อัตลักษณ์องค์กร ตลอดจนโครงสร้างการดำเนินงานและการรายงานของ Iveco ไว้ คำมั่นเหล่านี้เปิดทางให้กลุ่มบริษัทประสานงานด้านการลงทุนและผลิตภัณฑ์ได้ พร้อมคงชื่อและองค์กรที่ลูกค้าคุ้นเคย
ข้อตกลงเดือนกรกฎาคมระบุคำมั่นเกี่ยวกับพนักงาน องค์กร ธรรมาภิบาล และกลยุทธ์ เป็นเวลาสองปีหลังการชำระราคา คาดว่าจะมีกรรมการอิสระสองคนคอยติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลง นอกจากนี้ยังต้องเคารพข้อผูกพันด้านรายจ่ายลงทุนตามสัญญาที่มีอยู่
ข้อตกลงระบุว่าตัวธุรกรรมจะไม่ทำให้โรงงานผลิตและสัญญากับลูกค้า รวมถึงสัญญากับหน่วยงานขนส่งท้องถิ่น เปลี่ยนแปลง ผู้ให้บริการรถโดยสารและผู้ประกอบการฟลีทรถบรรทุกต้องพึ่งพาการจัดหาอะไหล่ การบำรุงรักษา และการสนับสนุนตามสัญญาอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของรถ
การจ้างงานและการลงทุนในอิตาลียังเป็นประเด็นสำคัญ
สหภาพแรงงานอิตาลีเรียกร้องให้เปิดการหารือกับฝ่ายบริหารชุดใหม่โดยทันทีเกี่ยวกับการจ้างงานและหลักประกันสำหรับซัพพลายเออร์ ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Tata เข้าควบคุมกิจการ และสะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจเรื่องการใช้จ่ายของโรงงาน การผลิต และการจัดซื้อ มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์อิตาลีในวงกว้าง
ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่กระทรวงวิสาหกิจและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอิตาลีของอิตาลี Persson ยืนยันแผนลงทุนในโรงงานอิตาลีมากกว่า 76 ล้านยูโรในปี 2026 คำมั่นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคู่กับคำมั่นของ Tata ที่จะคงสำนักงานใหญ่ไว้ในตูรินและใช้ศักยภาพทางอุตสาหกรรมที่มีอยู่ของ Iveco
ข้อตกลงเดิมระบุว่า Tata ไม่มีแผนลดจำนวนพนักงานอันเป็นผลโดยตรงจากการรวมกิจการ ทั้งยังให้คำมั่นว่าจะเคารพสิทธิและสวัสดิการของพนักงานที่มีอยู่ รวมถึงข้อตกลงด้านการจ้างงานและบำนาญ ตลอดจนข้อตกลงกับผู้แทนพนักงาน
Tata ยังตกลงว่าจะไม่ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่หรือปิดโรงงาน Iveco อันเป็นผลโดยตรงจากการรวมกิจการ โดยคุ้มครองตามคำมั่นตลอดระยะเวลาสองปีด้วย ขณะนี้พนักงานและซัพพลายเออร์มีเจ้าของรายใหม่ที่ควบคุมกิจการ ซึ่งสามารถหารือได้ในช่วงที่เริ่มนำคำมั่นเหล่านั้นไปปฏิบัติ
ประเด็นสำคัญ
- บริษัทย่อยของ Tata เข้าซื้อหุ้น Iveco จำนวน 238,157,212 หุ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ทำให้ถือหุ้น 89.42% ด้วยมูลค่าประมาณ 3.43 พันล้านยูโร
- การซื้อกิจการครอบคลุมธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์และระบบขับเคลื่อน แต่ไม่รวมธุรกิจป้องกันประเทศของ Iveco
- ข้อเสนอสำหรับผู้ถือหุ้นที่เหลือเปิดรับระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 พฤศจิกายน โดยกำหนดชำระเงินในวันที่ 13 พฤศจิกายน
- Tata กำลังประเมินรถ Iveco บางรุ่นเพื่อประกอบในอินเดีย และประเมินผลิตภัณฑ์ของ Tata สำหรับตลาดของ Iveco
- กิจการที่รวมกันมียอดขายรถยนต์ต่อปีประมาณ 590,000 คัน โรงงานผลิต 27 แห่ง และพนักงานกว่า 73,000 คน
- Iveco จะคงสำนักงานใหญ่และแบรนด์ไว้ในตูริน โดยมี Chandrasekaran เป็นประธานและ Persson ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อ
- Tata ตั้งเป้าเข้าถือหุ้นทั้งหมดและนำ Iveco ออกจากตลาดหลักทรัพย์มิลาน






