หกชั่วโมงที่อาจมอบโอกาสครั้งใหม่ให้คนแปลกหน้า
นิค เตียว นักแสดงชาวสิงคโปร์ ใช้เวลาราวหกชั่วโมงบริจาคสเต็มเซลล์ให้แก่ผู้ป่วยที่เขาไม่เคยพบหน้าที่โรงพยาบาลเมาท์เอลิซาเบธ หลังพักฟื้นไม่กี่วัน เขาก็กลับมาทำงานแสดง รวมถึงถ่ายทำฉากต่อสู้กับไทเลอร์ เทน นักแสดงร่วมในละครเรื่อง In His Hands ของ Mediacorp
สารบัญ
- หกชั่วโมงที่อาจมอบโอกาสครั้งใหม่ให้คนแปลกหน้า
- จากการป้ายกระพุ้งแก้มสู่การบริจาค
- ขั้นตอนการเก็บเซลล์
- การพักฟื้น กำลังใจจากครอบครัว และข้อกังวลเรื่องภาวะเจริญพันธุ์
- ยอดบริจาคเพิ่มขึ้น แต่การค้นหาจำนวนมากยังไม่พบผู้บริจาค
- เหตุใดการพร้อมติดต่อจึงสำคัญ
- ผู้รับบริจาคเล่าว่าเวลาที่เพิ่มขึ้นมีความหมายอย่างไร
- ขั้นตอนตั้งแต่ขึ้นทะเบียนจนถึงการรักษา
- ประเด็นสำคัญ
เตียว วัย 37 ปี เล่าประสบการณ์ดังกล่าวในโพสต์บนอินสตาแกรมเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เส้นทางของเขาเริ่มขึ้นเมื่อราวห้าปีก่อน ตอนที่เขากับภรรยา หง หลิง ซึ่งเป็นนักแสดงเช่นกัน เข้ารับการตรวจด้วยการป้ายกระพุ้งแก้มเพื่อขึ้นทะเบียนผู้บริจาค แรงสนับสนุนจากภรรยาช่วยให้เขาก้าวแรกนั้น
ไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้รับบริจาค เตียวเล่าถึงการบริจาคในฐานะโอกาสช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญโรคร้ายแรง แต่ไม่ได้เปิดเผยการวินิจฉัยโรคหรือผลการรักษาของผู้รับ
เรื่องราวของเขาทำให้เห็นภาพชัดขึ้นถึงความท้าทายที่โครงการผู้บริจาคไขกระดูกแห่งสิงคโปร์ (BMDP) กำลังเผชิญ นั่นคือการชวนคนมาขึ้นทะเบียนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ผู้ป่วยยังต้องการผู้บริจาคที่เข้ากันได้และพร้อมทั้งด้านความสมัครใจและสุขภาพที่จะดำเนินการต่อเมื่อได้รับการติดต่อ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นหลายปีหลังจากตรวจป้ายกระพุ้งแก้มครั้งแรก
ตัวเลขที่ประกาศในงานเดิน-วิ่ง Match for Life ของ BMDP เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2026 สะท้อนทั้งความคืบหน้าและความต้องการที่ยังมีอยู่ ในปีนั้นโครงการช่วยให้มีการบริจาค 71 ครั้ง เพิ่มจาก 57 ครั้งตลอดปี 2025 อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลของตัน ซี เลง ผู้อุปถัมภ์ BMDP การค้นหาผู้บริจาคในโรงพยาบาลราว 500 ครั้งต่อปี มีเพียงประมาณ 20% ที่นำไปสู่การปลูกถ่าย
จากการป้ายกระพุ้งแก้มสู่การบริจาค
เตียวและหง หลิงสมัครขึ้นทะเบียนหลังทราบว่าการหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้เป็นเรื่องยาก การป้ายกระพุ้งแก้มใช้เก็บเซลล์เพื่อนำไปตรวจตัวบ่งชี้เนื้อเยื่อที่ใช้ในการจับคู่ การขึ้นทะเบียนทำให้มีข้อมูลเหล่านี้ไว้ใช้ค้นหาในอนาคต ส่วนการบริจาคจะเกิดขึ้นภายหลัง หากมีผู้ป่วยต้องการผู้บริจาคที่เข้ากันได้
การจับคู่พิจารณาจากลักษณะเนื้อเยื่อที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไม่ใช่แค่กรุ๊ปเลือดเดียวกัน ลักษณะเหล่านี้ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแยกแยะได้ว่าเซลล์ใดเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย การจับคู่ที่ใกล้เคียงช่วยให้แพทย์ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหลังการปลูกถ่าย
เตียวกล่าวว่าเขาอาจไม่ได้ขึ้นทะเบียนหากไม่มีแรงสนับสนุนจากหง หลิง ราวห้าปีหลังการตรวจป้ายกระพุ้งแก้ม การตัดสินใจครั้งนั้นนำไปสู่การนัดหมายที่โรงพยาบาลและการบริจาคให้คนแปลกหน้า
ช่วงเวลาระหว่างการขึ้นทะเบียนกับการบริจาคมีความสำคัญ ผู้ที่สมัครไว้อาจได้รับการติดต่อในอีกนานหลังจากนั้น เมื่อสถานการณ์ด้านงาน สุขภาพ หรือครอบครัวเปลี่ยนไป BMDP ระบุว่าการที่ผู้บริจาคถอนตัวเป็นความท้าทายใหญ่ที่สุด แม้มีผู้ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 130,000 คน
ขั้นตอนการเก็บเซลล์
เตียวเตรียมตัวบริจาคด้วยการฉีดยาให้ตัวเองเพื่อเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์สร้างเม็ดเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด หง หลิงช่วยฉีดเข็มแรก ส่วนเข็มที่สองเขาฉีดเอง
สเต็มเซลล์สร้างเม็ดเลือดจะพัฒนาเป็นเซลล์ที่ลำเลียงออกซิเจน ต่อสู้กับการติดเชื้อ และช่วยให้เลือดหยุดไหล เซลล์เหล่านี้พบได้ในไขกระดูกซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนภายในกระดูก แต่แพทย์สามารถเก็บจากเลือดที่ไหลเวียนได้เช่นกัน หลังใช้ยาเพิ่มจำนวนเซลล์ในกระแสเลือด
ในการเก็บเซลล์จากกระแสเลือด เครื่องจะคัดแยกเซลล์ที่ต้องการและคืนส่วนประกอบอื่นของเลือดกลับสู่ร่างกายผู้บริจาค วิธีนี้อธิบายได้ว่าเหตุใดการบริจาคที่เรียกโดยรวมว่าการบริจาคไขกระดูกจึงอาจคล้ายกับการบริจาคเลือดตามที่เตียวเล่าถึงประสบการณ์ของตน แทนที่จะเป็นการเก็บไขกระดูกจากกระดูกโดยตรง
เตียวกล่าวว่าขั้นตอนใช้เวลาราวหกชั่วโมง เรื่องราวของเขายังครอบคลุมการเตรียมตัวก่อนหน้าและการพักฟื้นหลายวันหลังจากนั้น ทำให้ผู้ที่กำลังพิจารณาบริจาคเห็นภาพระยะเวลาที่ต้องใช้ได้ครบถ้วนกว่าการนับเฉพาะเวลานัดเก็บเซลล์
การพักฟื้น กำลังใจจากครอบครัว และข้อกังวลเรื่องภาวะเจริญพันธุ์
หง หลิงช่วยเตียวฉีดยา และต่อมากล่าวว่าเธอภูมิใจในตัวเขา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2023 และกำลังจะมีลูกคนแรกเมื่อมีการเผยแพร่เรื่องราวการบริจาคของเขา
เตียวกล่าวถึงความกลัวเกี่ยวกับการบริจาค รวมถึงคำกล่าวอ้างว่าการบริจาคส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์หรือทำให้ผู้บริจาคอ่อนเพลียทางร่างกาย เขาสนับสนุนให้ผู้คนหาข้อมูลที่ถูกต้อง แทนที่จะปล่อยให้ข่าวลือเป็นตัวตัดสินว่าจะพิจารณาขึ้นทะเบียนหรือไม่
การกลับไปถ่ายทำเป็นรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเขา หลังพักไม่กี่วัน เขากลับไปทำงานในเรื่อง In His Hands รวมถึงถ่ายฉากซ้อมต่อสู้กับไทเลอร์ เทน
ผู้ที่กำลังพิจารณาบริจาคยังควรรับคำแนะนำทางการแพทย์ที่เหมาะกับสถานการณ์ของตน วิธีเก็บเซลล์ การเตรียมตัว และการพักฟื้นอาจแตกต่างกันไป การประเมินผู้บริจาคเป็นโอกาสหารือเกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ความกังวลเรื่องภาวะเจริญพันธุ์ และการลางาน ประสบการณ์ของเตียวเป็นเรื่องเล่าจากบุคคลหนึ่ง ขณะที่ทีมแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าแต่ละคนสามารถบริจาคได้หรือไม่
ยอดบริจาคเพิ่มขึ้น แต่การค้นหาจำนวนมากยังไม่พบผู้บริจาค
ชาร์ลส์ โลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BMDP ประกาศตัวเลขการบริจาคปี 2026 ในงานเดิน-วิ่ง Match for Life ที่สวนสาธารณะบิดาดารี การบริจาค 71 ครั้งเพิ่มขึ้น 14 ครั้งจากยอด 57 ครั้งตลอดปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นราว 25% โดยประกาศตัวเลขปี 2026 ก่อนสิ้นปี
BMDP ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ดูแลทะเบียนอาสาสมัครผู้บริจาคไขกระดูกเพียงแห่งเดียวของสิงคโปร์ องค์กรระบุว่าจำนวนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความต้องการปลูกถ่ายที่สูงขึ้น การใช้ผู้บริจาคในประเทศมากขึ้น และความพยายามทำให้การปลูกถ่ายเข้าถึงได้มากขึ้น
ตัน ซี เลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การค้าและอุตสาหกรรม (ด้านพลังงานและอุตสาหกรรม) และผู้อุปถัมภ์ BMDP กล่าวว่าโรงพยาบาลส่งคำขอค้นหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้ราว 500 ครั้งต่อปี ในจำนวนนี้ประมาณ 20% นำไปสู่การปลูกถ่าย หรือคิดเป็นราว 100 ครั้ง
ตันอธิบายเหตุผลที่การค้นหาอาจจบลงโดยไม่มีการปลูกถ่ายว่า:
มีหลายเหตุผลที่ทำให้การปลูกถ่ายไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เช่น อาการของผู้ป่วยอาจเปลี่ยนแปลง ผู้บริจาคอาจไม่สามารถดำเนินการต่อ หรืออาจหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้ไม่พบ
เขาเรียกร้องให้ขยายทะเบียนและเพิ่มความหลากหลายของผู้บริจาค:
ดังนั้นเราจึงต้องขยายและเพิ่มความหลากหลายของทะเบียนผู้บริจาคต่อไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาผู้บริจาคที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องการ
เนื้อเยื่อที่หลากหลายขึ้นทำให้แพทย์มีทางเลือกมากขึ้นในการค้นหาผู้บริจาคให้ผู้ป่วย เป้าหมายในทางปฏิบัติคือการมีผู้บริจาคที่เข้ากันได้เมื่อจำเป็นต้องรักษา ควบคู่ไปกับการมีเงื่อนไขทางการแพทย์ที่เอื้อให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้
เหตุใดการพร้อมติดต่อจึงสำคัญ
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026 ผู้บริจาคที่มีศักยภาพ 247 คนตกลงว่าจะดำเนินการต่อหากได้รับการติดต่อ การตอบตกลงช่วยให้การค้นหาคืบหน้า แต่ยังต้องมีการประเมินเพิ่มเติมและจัดเตรียมขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนจะบริจาคได้
โลห์กล่าวว่าการที่ผู้บริจาคถอนตัวยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ที่สุดของ BMDP งานเดิน-วิ่งครั้งนี้ใช้แนวคิด Walk the Talk โดยมุ่งเน้นการทำตามคำมั่นตั้งต้นให้เกิดผล ด้วยการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเลือด
การสนับสนุนจากสถานที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง โครงการพันธมิตรภาคธุรกิจของ BMDP เติบโตจาก 26 องค์กรเมื่อเริ่มโครงการในปี 2025 เป็น 48 องค์กรในปี 2026 นายจ้างที่เข้าร่วมสนับสนุนพนักงานที่ต้องการบริจาค รวมถึงการให้ลางานหรือวันลาเพื่อทำกิจกรรมอาสาสมัคร
เรื่องราวของเตียวแสดงให้เห็นว่าเหตุใดการสนับสนุนดังกล่าวจึงสำคัญ ผู้บริจาคอาจต้องใช้เวลาเตรียมตัว เก็บเซลล์ และพักฟื้น สำหรับพนักงานที่กำลังตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อได้หรือไม่ การรู้ว่าสามารถลาได้ช่วยให้จัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
มีผู้เข้าร่วมงานเดิน-วิ่งระยะทาง 2.5 กิโลเมตรราว 800 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้บริจาคที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 262 คน โดย 12 คนเคยบริจาคไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์ให้ผู้ป่วย
ผู้รับบริจาคเล่าว่าเวลาที่เพิ่มขึ้นมีความหมายอย่างไร
แดเนียล เควก จิตแพทย์วัย 60 ปี เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมงานเดิน-วิ่ง ประสบการณ์ของเขาเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2018 เมื่อพบผื่นแดงที่หัวเข่า ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นเซลลูไลติสหรือการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
ผื่นดังกล่าวเป็นสัญญาณของมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันมัยอีลอยด์ ซึ่งเป็นมะเร็งรุนแรงที่ส่งผลต่อเซลล์สร้างเม็ดเลือดในไขกระดูก อาการอาจรวมถึงการเกิดรอยช้ำหรือจุดบนผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ
เควก ซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูกชายหนึ่งคน เล่าถึงความกลัวหลังได้รับการวินิจฉัยว่า:
สิ่งแรก ๆ ที่ผมทำหลังได้รับการวินิจฉัยคือโทรหาเพื่อนที่เป็นทนายความให้ช่วยร่างพินัยกรรม เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เคมีบำบัดยากกว่าที่เขาคาดไว้ เขากล่าวว่าหลังผ่านไปหลายเดือน เขาถึงกับทรุดลงเมื่อการรักษายิ่งยากขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งแนะนำให้ปลูกถ่ายไขกระดูก และการค้นหาผู้บริจาคผ่าน BMDP ก็พบผู้ที่เข้ากันได้
เควกเข้ารับการปลูกถ่ายและประสบความสำเร็จในเดือนมกราคม 2019 หลังจากนั้นเขารับประทานยาเคมีบำบัดเป็นเวลาหลายเดือนและเข้ารับการติดตามอาการทุกเดือนนานหกปี ปัจจุบันเขาตรวจติดตามทุกสี่ถึงหกเดือน
สำหรับเควก หนึ่งในผลลัพธ์ที่มีความหมายที่สุดคือการได้เห็นลูกชายแต่งงานในปี 2023 เขาอธิบายว่าสิ่งที่ได้รับจากการปลูกถ่ายคือ:
เหมือนได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้ง
ครั้งหนึ่งเควกเคยหลีกเลี่ยงอาสาสมัครที่ชวนคนขึ้นทะเบียนผู้บริจาคกับ BMDP ปัจจุบันเขาเป็นอาสาสมัครเสียเอง โดยแบ่งปันประสบการณ์เพื่อชักชวนให้ผู้อื่นขึ้นทะเบียน
ขั้นตอนตั้งแต่ขึ้นทะเบียนจนถึงการรักษา
การบริจาคของเตียวกับการปลูกถ่ายของเควกเป็นประสบการณ์คนละช่วงที่แสดงให้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ ของความพยายามทางการแพทย์เดียวกัน ตั้งแต่การหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้ การจัดการบริจาค ไปจนถึงการมอบโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา
- ตุลาคม 2018: แดเนียล เควกพบความเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันมัยอีลอยด์
- มกราคม 2019: เควกเข้ารับการปลูกถ่ายที่ประสบความสำเร็จ หลังพบผู้บริจาคที่เข้ากันได้ผ่าน BMDP
- ราวห้าปีก่อนที่เตียวจะเล่าเรื่องนี้: เตียวและหง หลิงตรวจป้ายกระพุ้งแก้มเพื่อขึ้นทะเบียนผู้บริจาค
- 2023: เตียวและหง หลิงแต่งงานกัน ในปีเดียวกันเควกได้เห็นลูกชายแต่งงาน
- 21 ตุลาคม: เตียวเล่าประสบการณ์บริจาค ตั้งแต่การเตรียมตัว การเก็บเซลล์ ไปจนถึงการพักฟื้น
- 31 ตุลาคม 2026: BMDP ประกาศว่ามีการบริจาค 71 ครั้งในปีนั้น ระหว่างงานเดิน-วิ่ง Match for Life
สารที่เตียวต้องการสื่อเริ่มจากการกระทำเล็ก ๆ ที่ทำให้เขาเข้ามามีส่วนร่วม นั่นคือการป้ายกระพุ้งแก้ม ตัวเลขของ BMDP ช่วยเติมเรื่องราวในขั้นต่อไป ผู้ป่วยต้องการให้ผู้คนขึ้นทะเบียน ติดต่อได้ และพิจารณาดำเนินการเมื่อพบผู้บริจาคที่เข้ากันได้ โดยมีการประเมินทางการแพทย์และการสนับสนุนในทางปฏิบัติตลอดกระบวนการ
ประเด็นสำคัญ
- นิค เตียวบริจาคสเต็มเซลล์ให้ผู้รับที่ไม่เปิดเผยตัวตน หลังขึ้นทะเบียนราวห้าปีก่อน โดยมีหง หลิงสนับสนุน
- เขาเล่าว่าการเก็บเซลล์ที่โรงพยาบาลเมาท์เอลิซาเบธใช้เวลาราวหกชั่วโมง และกลับไปถ่ายทำหลังพักฟื้นไม่กี่วัน
- BMDP ประกาศว่ามีการบริจาค 71 ครั้งภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 เทียบกับ 57 ครั้งตลอดปี 2025
- แม้มีผู้บริจาคขึ้นทะเบียนกว่า 130,000 คน การถอนตัวของผู้บริจาคยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ที่สุดของ BMDP
- ตามข้อมูลของตัน ซี เลง ผู้อุปถัมภ์ BMDP การค้นหาผู้บริจาคในโรงพยาบาลราว 500 ครั้งต่อปี มีประมาณ 20% ที่นำไปสู่การปลูกถ่าย
- แดเนียล เควก ผู้รับการปลูกถ่าย กล่าวว่าโอกาสได้เห็นลูกชายแต่งงานเป็นหนึ่งในของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากการรักษา






