แว่นตา AI พร้อมกล้องและระบบสั่งงานด้วยเสียง 4 รุ่นย่อย เตรียมเปิดตัวในไทย
แว่น Ray-Ban Meta และ Oakley Meta จะวางจำหน่ายทั่วประเทศไทยในวันที่ 20 ตุลาคม 2026 โดยราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่ 16,290 บาทสำหรับ Oakley Meta HSTN ไปจนถึง 20,390 บาทสำหรับ Vanguard ซึ่งเน้นการใช้งานด้านกีฬา การเปิดตัวครั้งนี้นำ Meta AI กล้อง ไมโครโฟน และลำโพงมาไว้ในแว่นตาที่จำหน่ายผ่านช่องทางร้านแว่นและร้านอุปกรณ์กีฬา
สารบัญ
- แว่นตา AI พร้อมกล้องและระบบสั่งงานด้วยเสียง 4 รุ่นย่อย เตรียมเปิดตัวในไทย
- แว่นทำงานอย่างไรเมื่อไม่มีหน้าจอ
- ฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยจะพร้อมเมื่อใด?
- Ray-Ban Meta Gen 3 มีตัวเลือกมากขึ้นและแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น
- ผู้ใช้แว่นสายตามีผลิตภัณฑ์ Optics โดยเฉพาะ
- Oakley มีสองรุ่นที่ตอบโจทย์การเล่นกีฬาต่างกัน
- ราคาและช่องทางจำหน่ายในไทย
- การขยายตลาดทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากที่เปิดตัวในไทย
- กล้องทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ทั่วไป
- ประเด็นสำคัญ
EssilorLuxottica และ Meta เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 4 รุ่นย่อยที่ตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน ได้แก่ Ray-Ban Meta Gen 3 สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน, Ray-Ban Meta Optics Gen 2 สำหรับผู้ที่ต้องใช้แว่นสายตา และ Oakley Meta HSTN กับ Vanguard สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกาย ผู้ซื้อเลือกได้ทั้งดีไซน์แว่นกันแดดที่คุ้นเคยและกรอบแว่นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้เลนส์สายตาเป็นประจำ
แว่นตอบคำถามผ่านลำโพงแทนการแสดงผลบนหน้าจอ ผู้สวมใส่ถามเกี่ยวกับสิ่งของตรงหน้า ถ่ายภาพ ฟังข้อความ หรือแปลบทสนทนาได้โดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ทั้งนี้ยังต้องใช้สมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่ออยู่และแอปคู่หูร่วมด้วย
ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตลาดวงกว้างขึ้น ซึ่งประกาศไว้ใน ประกาศเมื่อวันที่ 24 กันยายน EssilorLuxottica ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งใน 10 ตลาดที่จะได้รับแว่นตา AI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ร่วมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส อิสราเอล และแอฟริกาใต้
แพร ดำรงมงคลกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ Facebook ประเทศไทย ในเครือ Meta กล่าวถึงเป้าหมายของการเปิดตัวในไทยว่า:
เรากำลังสร้างปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคลระดับสูงสำหรับทุกคน และเรายินดีที่ได้นำสิ่งนี้มาใกล้ชิดกับผู้คนในประเทศไทยมากขึ้น
สำหรับผู้ซื้อในไทย สิ่งที่ต้องพิจารณาในตอนนี้เป็นเรื่องใช้งานจริงมากกว่า ได้แก่ กรอบแบบไหนพอดี ต้องใช้เลนส์ชนิดใด ให้ความสำคัญกับกล้องและฟังก์ชันกีฬามากแค่ไหน และบริการใดบ้างที่จะเปิดให้ใช้ในไทย
แว่นทำงานอย่างไรเมื่อไม่มีหน้าจอ
Ray-Ban Meta และ Oakley รุ่นที่ประกาศเปิดตัวในไทยใช้ไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง และใช้ลำโพงที่ติดตั้งอยู่ในกรอบแว่นเพื่อส่งคำตอบ การออกแบบแบบเปิดหูไม่ปิดช่องหู ทำให้ผู้สวมใส่ได้ยินเสียงโดยไม่ต้องใส่หูฟัง
กล้องทำหน้าที่สองอย่าง คือบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอจากมุมมองของผู้สวมใส่ และถ่ายภาพเพื่อใช้กับ AI ด้านการมองเห็น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ถามเกี่ยวกับสิ่งของหรือสถานที่ตรงหน้าได้ คำตอบที่พูดออกมาจะมาแทนข้อมูลที่ปกติแสดงบนหน้าจอโทรศัพท์
ฟีเจอร์ที่ระบุสำหรับการเปิดตัวนี้ยังรวมถึงการฟังเพลง พอดแคสต์ การโทร การอ่านข้อความและส่งข้อความ การตั้งเตือน และการบอกเส้นทาง GPS ด้วยเสียง ส่วนการแปลภาษาทำงานผ่านโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อ ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามบทสนทนาได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาซ้ำๆ
จำเป็นต้องใช้แอปคู่หูบนสมาร์ตโฟนเพื่อตั้งค่าและจัดเก็บไฟล์จากกล้อง ประสบการณ์การใช้งานจึงย้ายกิจกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างจากโทรศัพท์มาไว้บนแว่น ขณะที่ยังต้องใช้โทรศัพท์เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อและจัดการระบบ
ฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยจะพร้อมเมื่อใด?
ประกาศเปิดตัวในไทยของ Meta ระบุว่า Meta AI จะรองรับภาษาไทย และข้อมูลการเปิดตัวในประเทศระบุว่าจะรองรับภาษาไทยตั้งแต่เริ่มจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนหน้านี้ระบุว่าการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยจะเปิดให้ใช้ในอนาคตอันใกล้ โดยยังไม่มีการแจ้งวันเปิดใช้งานที่แน่ชัดหรือรายละเอียดรายชื่อฟังก์ชันเสียงภาษาไทยที่รองรับ
การรองรับภาษาไทยมีความสำคัญ เพราะแว่นเหล่านี้อาศัยการสนทนาเป็นหลัก การถามคำถาม บอกข้อความ และทำความเข้าใจคำตอบที่พูดออกมาจะสะดวกยิ่งขึ้นเมื่อผู้สวมใส่ใช้ภาษาของตนเองได้
ศุภชัย อชิวรางกูร ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ EssilorLuxottica Thailand ระบุว่าผลิตภัณฑ์ในไทยมีทั้งแว่นกันแดดและแว่นสายตาที่ตอบโจทย์ความต้องการต่างกัน ตั้งแต่การถ่ายภาพและวิดีโอโดยไม่ต้องใช้มือ ไปจนถึงการติดตามสมรรถนะระหว่างออกกำลังกาย
การเปิดตัวครอบคลุมหมุดหมายสำคัญหลายรายการที่ประกาศไว้:
- 24 กันยายน 2026: EssilorLuxottica และ Meta ประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดต่างประเทศที่งาน Meta Connect
- 20 ตุลาคม 2026: กำหนดวางจำหน่าย Ray-Ban Meta และ Oakley Meta ทั่วประเทศไทย
- ภายในสิ้นปี 2026: บริษัทตั้งเป้าเสนอทางเลือกแว่นตา AI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วโลกมากกว่า 100 แบบ
Ray-Ban Meta Gen 3 มีตัวเลือกมากขึ้นและแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น
Ray-Ban Meta Gen 3 ราคาเริ่มต้น 16,690 บาทในไทย มีดีไซน์ Wayfarer, Aviator และ Zena คอลเลกชันทั่วโลกมีให้เลือก 27 แบบจากการจับคู่สีและเลนส์ โดย Wayfarer มีทั้งขนาดมาตรฐานและขนาดใหญ่ ส่วน Zena มาพร้อมทรงแคตอาย และ Aviator เข้าร่วมคอลเลกชันในปีครบรอบ 90 ปีของดีไซน์นี้
ประกาศผลิตภัณฑ์ของ Meta ระบุกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและการบันทึกวิดีโอ 3K Ultra HD จำนวนเมกะพิกเซลบ่งบอกปริมาณรายละเอียดของภาพที่กล้องบันทึกได้ ส่วน 3K หมายถึงความละเอียดของวิดีโอที่บันทึก
Gen 3 มีไมโครโฟน 6 ตัว ลำโพงแบบเปิดหู และปุ่ม Action Button ที่ปรับแต่งได้เพื่อเรียกใช้ Meta AI อย่างรวดเร็ว Meta ระบุว่าชุดไมโครโฟนช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้มากกว่า 90% ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างของบริษัทที่มุ่งปรับปรุงการโทรและคำสั่งเสียงบนถนนที่มีเสียงดังหรือลมแรง
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง เทียบกับ 8 ชั่วโมงใน Gen 2 เพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง หรือ 12.5% เมื่อเทียบกับระยะเวลาสูงสุดที่ระบุไว้ คำว่า "สูงสุด" เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินการใช้งาน เพราะตัวเลขที่โฆษณาเป็นระยะเวลาสูงสุด ไม่ใช่การรับประกันว่าการบันทึก การโทร และการใช้ AI ทุกรูปแบบจะใช้งานได้นานเท่านั้น
ปลายขาแว่นปรับได้ออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ได้พอดีและสบายขึ้น สำหรับอุปกรณ์ที่สวมบนใบหน้าและมีทั้งกล้อง แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เสียง ความพอดีในการสวมใส่จึงสำคัญต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันไม่น้อยไปกว่ารูปลักษณ์
ผู้ใช้แว่นสายตามีผลิตภัณฑ์ Optics โดยเฉพาะ
Ray-Ban Meta Optics Gen 2 ราคาเริ่มต้น 17,490 บาท มาพร้อมกรอบ Blayzer Optics และ Scriber Optics ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้เปิดทางให้ผู้ที่ต้องใช้เลนส์แก้ไขสายตาเข้าถึงฟังก์ชันเสียง กล้อง และ AI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน
ตัวเลือกเลนส์ประกอบด้วยเลนส์ใส เลนส์กันแดด เลนส์ Transitions เลนส์โพลาไรซ์ เลนส์กรองแสงสีฟ้า และเลนส์สายตา เลนส์ Transitions เปลี่ยนสีตามสภาพแสง ส่วนเลนส์โพลาไรซ์ช่วยลดแสงสะท้อน
ราคาเริ่มต้นของ Optics สูงกว่า Ray-Ban Meta Gen 3 อยู่ 800 บาท ผู้ซื้อที่เลือกระหว่างสองรุ่นจึงควรพิจารณากรอบและชุดเลนส์ที่ต้องการควบคู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ควรมองว่าแว่นทุกคู่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันที่ต่างกันเพียงรูปทรง
Oakley มีสองรุ่นที่ตอบโจทย์การเล่นกีฬาต่างกัน
Oakley Meta HSTN เป็นรุ่นราคาต่ำสุดในการเปิดตัวในไทย โดยเริ่มต้นที่ 16,290 บาท มาพร้อมการบันทึกภาพ 3K Ultra HD ลำโพงแบบเปิดหู และการกันน้ำระดับ IPX4 IPX4 หมายถึงการป้องกันน้ำกระเซ็นใส่ ระดับนี้ช่วยให้เข้าใจได้ว่ากรอบแว่นออกแบบมาให้รองรับการสัมผัสน้ำในลักษณะใด
HSTN มีตัวเลือกเลนส์ Oakley PRIZM ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มคอนทราสต์และช่วยให้แยกรายละเอียดของภาพได้ง่ายขึ้น รุ่นสีดำ Gen 2 ที่ใช้เลนส์ Amethyst Transitions เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ระบุไว้สำหรับการเปิดตัวในไทย
Oakley Meta Vanguard ราคา 20,390 บาท ออกแบบมาสำหรับการวิ่ง ปั่นจักรยาน และกิจกรรมอื่นที่ต้องใช้ความเร็วและเคลื่อนไหว กล้องมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและมุมมองภาพ 122 องศา ช่วยเก็บภาพมุมกว้างจากมุมมองของผู้สวมใส่
Vanguard ยังมีระบบลดเสียงลมและมาตรฐาน IP67 ตามระดับนี้ เลข 6 หมายถึงการป้องกันฝุ่นเข้าสู่อุปกรณ์ ส่วนเลข 7 หมายถึงการทนต่อการแช่น้ำชั่วคราวภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด จึงมีระดับการป้องกันสภาพแวดล้อมที่ระบุไว้สูงกว่า HSTN
ระบบ Three-Point Fit มาพร้อมแป้นรองจมูกแบบเปลี่ยนได้ 3 ขนาด เพื่อรองรับความสูงของสันจมูกที่แตกต่างกัน กรอบยังออกแบบมาให้ใช้ร่วมกับหมวกปั่นจักรยานได้ ความพอดีในการสวมใส่จึงเป็นจุดแตกต่างสำคัญสำหรับนักปั่นที่เลือกแว่นกีฬาแทนกรอบแว่นทั่วไป
Vanguard รองรับการเชื่อมต่อกับ Strava และ Garmin และแว่น Oakley Meta สามารถทำงานร่วมกับสมาร์ตวอตช์เพื่อใช้ฟังก์ชันออกกำลังกายได้ ข้อมูลและการควบคุมการออกกำลังกายที่ใช้งานได้ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันและการเชื่อมต่อที่แต่ละระบบรองรับ ผู้ซื้อที่ใช้สมาร์ตวอตช์หรือบริการติดตามการออกกำลังกายโดยเฉพาะควรตรวจสอบว่าใช้งานร่วมกันได้หรือไม่
ราคาและช่องทางจำหน่ายในไทย
ราคาเริ่มต้นของทั้ง 4 รุ่นที่ประกาศไว้มีส่วนต่างรวม 4,100 บาท Vanguard มีราคาสูงกว่า HSTN ราว 25% เมื่อคำนวณจากราคาของทั้งสองรุ่นที่ 20,390 และ 16,290 บาท จุดแตกต่างหลักคือมุมมองภาพจากกล้องที่กว้างขึ้น มาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นที่สูงกว่า ความกระชับสำหรับการเล่นกีฬา และการเชื่อมต่อกับบริการติดตามการออกกำลังกาย
- Oakley Meta HSTN: เริ่มต้น 16,290 บาท
- Ray-Ban Meta Gen 3: เริ่มต้น 16,690 บาท
- Ray-Ban Meta Optics Gen 2: เริ่มต้น 17,490 บาท
- Oakley Meta Vanguard: เริ่มต้น 20,390 บาท
จำหน่ายผ่านร้าน Ray-Ban และ Sunglass Hut ร้าน Oakley และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ สาขา Oakley ที่ระบุไว้ ได้แก่ CentralWorld ชั้น 3 โซน Eden ห้อง E307; ICONSIAM ชั้น 2; และ Siam Paragon ชั้น 2
เครือข่ายร้านแว่นเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อทดลองประเมินขนาดกรอบ ความพอดีบริเวณจมูก และความต้องการด้านเลนส์ก่อนซื้อ สิ่งเหล่านี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องใช้แว่นสายตาและนักปั่นจักรยานที่ตั้งใจสวมแว่นเป็นเวลานาน
การขยายตลาดทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากที่เปิดตัวในไทย
Meta และ EssilorLuxottica ระบุว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มทั่วโลกจะมีตัวเลือกแว่นตามากกว่า 100 แบบภายในสิ้นปี 2026 การขยายตัวนี้รวมถึงสไตล์เพิ่มเติม การจับคู่เลนส์ และผลิตภัณฑ์นอกเหนือจาก 4 รุ่นที่กำหนดราคาไว้สำหรับประเทศไทย
Ray-Ban Meta Audio เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ไม่มีกล้อง น้ำหนักเบาสุดเพียง 43 กรัม มีดีไซน์ Clubmaster และ Burbank และรองรับเลนส์สายตาหลายรูปแบบ Meta ระบุว่าใช้งานได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง และเคสชาร์จเพิ่มระยะเวลาใช้งานได้อีกสูงสุด 48 ชั่วโมง
บริษัทยังเพิ่มดีไซน์ Capri และ Nova ให้กับคอลเลกชัน Meta Glasses และเปิดตัว 2 รุ่นที่ออกแบบร่วมกับ LISA ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือกำลังขยายไปทั้งด้านแฟชั่นและความพอดีในการสวมใส่ ควบคู่ไปกับฟีเจอร์ทางเทคนิค
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta อธิบายถึงการให้ความสำคัญกับความหลากหลายว่า:
แว่นตา AI ต้องเข้ากับสไตล์เฉพาะตัวของผู้คน พร้อมทั้งดูดีและสวมใส่สบายกับใบหน้าทุกรูปแบบ Meta และ EssilorLuxottica กำลังร่วมกันทำให้ทุกคนหาแว่นคู่ที่ใช่สำหรับตัวเองได้ และผลิตภัณฑ์ที่เราประกาศในวันนี้ก็เพิ่มตัวเลือกใหม่ให้ทุกคน
ซอฟต์แวร์บางรายการที่ประกาศมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ให้บริการโดยเฉพาะ Muse ซึ่งเป็น AI ส่วนบุคคลของ Meta และ Hearing Enhancement ระบุว่าให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯ EssilorLuxottica อธิบายว่า Hearing Enhancement เป็นซอฟต์แวร์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ อนุมัติสำหรับผู้ใหญ่ที่รู้สึกว่ามีภาวะสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยจะเปิดให้ใช้งานผ่านการชำระเงินหรือสมัครสมาชิกในช่วงปลายปี
พัฒนาการอื่นที่ประกาศ ได้แก่ Dynamic Photo ซึ่งให้ผู้ใช้เลือกกรอบภาพที่ต้องการ Landscape Crop Mode และการรองรับ Dolby Atmos สำหรับเสียงเชิงพื้นที่ บริษัทยังมีแผนเพิ่มฟังก์ชันออกกำลังกายแบบมีคำแนะนำ ฟังก์ชันด้านโภชนาการ และการนำทางที่ครอบคลุมขึ้น รวมถึงเส้นทางปั่นจักรยานและขนส่งสาธารณะ
กล้องทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ทั่วไป
Meta ระบุว่า Ray-Ban Meta Gen 3 มีไฟ LED ในตัวเพื่อแจ้งคนที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อกำลังถ่ายภาพหรือวิดีโอ ไฟแสดงสถานะนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้สวมแว่นรับรู้ว่ากล้องกำลังทำงาน
ศาลในนิวยอร์ก อังกฤษ และเวลส์ ห้ามใช้แว่นอัจฉริยะระหว่างการพิจารณาคดี เนื่องจากกังวลเรื่องการบันทึกภาพโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ ผับ โรงภาพยนตร์ และร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรก็ห้ามใช้เช่นกัน ขณะที่ข้อเสนอจำกัดการใช้งานในนอร์เวย์มุ่งเป้าไปที่การใช้ในพื้นที่สาธารณะ
ผู้สวมใส่ในไทยควรใส่ใจกฎของสถานที่ที่เข้าไปและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นขณะบันทึกภาพ กล้องที่ติดอยู่บนใบหน้าอาจสังเกตเห็นได้ยากกว่าโทรศัพท์ที่ยกขึ้นเพื่อถ่ายภาพ
Meta ยังมีแผนเปิดตัวสิ่งที่เรียกว่า private processing สำหรับแว่น AI ในช่วงปลายปี 2026 บริษัทระบุว่าสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้านความเป็นส่วนตัวในขณะที่เพิ่มฟังก์ชัน AI สำหรับผู้ซื้อแล้ว ไฟแสดงสถานะการบันทึก กฎของสถานที่ และการจัดการภาพถ่าย ล้วนเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับอายุแบตเตอรี่ ความพอดี และราคา
ประเด็นสำคัญ
- กำหนดวางจำหน่ายแว่น Ray-Ban Meta และ Oakley Meta ทั่วประเทศไทยในวันที่ 20 ตุลาคม 2026
- ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 16,290 บาทสำหรับ HSTN, 16,690 บาทสำหรับ Ray-Ban Meta Gen 3, 17,490 บาทสำหรับ Optics Gen 2 และ 20,390 บาทสำหรับ Vanguard
- แว่นรุ่นที่ประกาศเปิดตัวในไทยใช้กล้อง ไมโครโฟน และลำโพงแทนหน้าจอ โดยต้องใช้แอปสมาร์ตโฟนเพื่อตั้งค่าและจัดเก็บไฟล์จากกล้อง
- มีการประกาศรองรับ Meta AI ภาษาไทย แม้ข้อมูลเรื่องช่วงเวลาเปิดใช้งานจะระบุแตกต่างกันระหว่างพร้อมใช้ตั้งแต่เปิดตัวกับจะเปิดให้ใช้เร็วๆ นี้
- Gen 3 มีกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล วิดีโอ 3K ไมโครโฟน 6 ตัว และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง
- Vanguard เพิ่มมุมมองภาพจากกล้อง 122 องศา มาตรฐาน IP67 และการเชื่อมต่อกับ Strava และ Garmin
- ระบุว่า Muse และ Hearing Enhancement ให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์แว่นตาทั่วโลกจะมีตัวเลือกมากกว่า 100 แบบภายในสิ้นปี 2026






