ห้องเรียนที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางจักรเย็บผ้า
บุตรสาวของสมาชิกตอลิบานเข้าเรียนในโรงเรียนลับแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล โดยเด็กหญิงและผู้หญิงเรียนหนังสือในห้องที่มีจักรเย็บผ้า ตามคำกล่าวของซูซานนา ฟิโอเรตติ ผู้ก่อตั้งโนเว แคริง ฮิวแมนส์ องค์กรช่วยเหลือของอิตาลี เธอกล่าวว่าทราบถึงความเกี่ยวข้องของครอบครัวนักเรียนกับตอลิบานหลังโรงเรียนเปิดได้สองปี
สารบัญ
ฟิโอเรตติกล่าวว่า พ่อแม่ของเด็กต้องการให้ลูกได้รับการศึกษา แม้มีข้อจำกัดที่กำหนดโดยขบวนการที่ครอบครัวของพวกเขาสังกัดอยู่ เรื่องราวของเธอสะท้อนช่องทางการเรียนรู้แบบส่วนตัวในประเทศที่ห้ามเด็กหญิงเรียนต่อหลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และกีดกันผู้หญิงออกจากมหาวิทยาลัย
ห้องดังกล่าวมีจุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งด้วย คือสามารถทำให้ดูเหมือนเป็นห้องทำงานสำหรับผู้หญิง ผู้จัดการเรียนการสอนวางแผนซ่อนสมุดและปากกา แล้วนำอุปกรณ์เย็บผ้าออกมาแทนหากมีผู้ตรวจการมาถึง ฟิโอเรตติกล่าวว่า ในช่วงสองปีแรกไม่มีเจ้าหน้าที่ตอลิบานเข้าตรวจสถานที่
โรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กเรียนต่อ แต่การดำเนินงานต้องอยู่ภายใต้ความลับ ฟิโอเรตติกล่าวว่า หากมีผู้แจ้งเรื่องต่อสารวัตรศีลธรรมของตอลิบาน นักเรียนและผู้จัดชั้นเรียนอาจเผชิญผลกระทบร้ายแรง
พ่อแม่หาทางหลีกเลี่ยงข้อจำกัดอย่างเงียบ ๆ
ฟิโอเรตติ ซึ่งองค์กรตั้งอยู่ในกรุงโรม กล่าวว่า นักเรียนที่ครอบครัวเกี่ยวข้องกับตอลิบานมาเรียนเพราะพ่อแม่ต้องการให้พวกเธอศึกษา เธอกล่าวว่ามีบางคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ไม่เห็นด้วยกับข้อจำกัดบางประการ และยินดีหาทางหลีกเลี่ยงอย่างเงียบ ๆ
เรื่องราวของเธอวางการตัดสินใจส่วนตัวของครอบครัวเหล่านั้นไว้เคียงกับกฎที่บังคับใช้ทั่วอัฟกานิสถาน สำหรับลูกสาวที่เกี่ยวข้อง การเข้าถึงการศึกษาขึ้นอยู่กับการที่พ่อแม่หาห้องเรียนลับให้ได้ แทนที่จะสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปอย่างเปิดเผย
ไม่มีการเปิดเผยจำนวนนักเรียนที่ครอบครัวเกี่ยวข้องกับตอลิบาน รวมถึงตัวตนหรือตำแหน่งของพ่อแม่ ฟิโอเรตตีก็ไม่ได้ระบุวันที่โรงเรียนเปิดหรือรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานในปัจจุบัน
โรงเรียนใต้ดินแห่งอื่นยังคงเปิดสอนแม้มีข้อจำกัดดังกล่าว มีรายงานว่าโรงเรียนบางแห่งดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่ตอลิบานรับรู้หรือยอมให้ทำอย่างไม่เป็นทางการ ขณะที่บางแห่งถูกสั่งปิด การสอบสวนในปี 2022 ยังกล่าวถึงสมาชิกระดับสูงของตอลิบานที่จัดการศึกษาให้บุตรสาวผ่านโรงเรียนลับในอัฟกานิสถาน หรือส่งพวกเธอไปต่างประเทศ
การจัดการเช่นนี้ทำให้การเข้าถึงการศึกษาขึ้นอยู่กับทรัพยากรของครอบครัว ความสัมพันธ์ส่วนตัว และการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่แต่ละคน เด็กหญิงที่พ่อแม่หาที่เรียนในห้องเรียนลับให้ได้จึงมีโอกาสที่เด็กหญิงอีกจำนวนมากไม่มี
พัฒนาการของการห้ามเรียน
ตอลิบานกลับมามีอำนาจในเดือนสิงหาคม 2021 นับแต่นั้นมา ข้อจำกัดต่าง ๆ ได้กีดกันเด็กหญิงออกจากการศึกษาระดับมัธยม และผู้หญิงออกจากมหาวิทยาลัยกับงานส่วนใหญ่ ตามข้อมูลของยูเนสโก อัฟกานิสถานเป็นประเทศเดียวที่ห้ามเด็กหญิงเรียนต่อหลังระดับประถมศึกษา
ยูนิเซฟระบุว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2025 ครบรอบสามปีของการห้ามเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยในแถลงการณ์กล่าวว่า ปีการศึกษาใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเด็กหญิงเกือบ 400,000 คนที่ถูกตัดโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 2.2 ล้านคน
- สิงหาคม 2021: ตอลิบานกลับมามีอำนาจ และเริ่มช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและสถาบันที่ยูเนสโกศึกษา
- 2022: การสอบสวนรายงานว่าสมาชิกตอลิบานบางคนจัดการศึกษาให้บุตรสาว แม้เด็กหญิงคนอื่นเผชิญข้อจำกัด
- 7 มีนาคม 2025: ยูเนสโกจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยผู้หญิงและเด็กหญิงชาวอัฟกัน
- 21 มีนาคม 2025: ยูนิเซฟระบุว่า การห้ามเรียนระดับมัธยมศึกษาทำให้เด็กหญิง 2.2 ล้านคนถูกตัดโอกาสทางการศึกษา
- 26 มีนาคม 2025: ยูเนสโกเผยแพร่รายงานทบทวนสิทธิในการศึกษาในอัฟกานิสถาน โดยหน้าเผยแพร่ได้รับการปรับปรุงเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลายเป็นจุดสิ้นสุดสำหรับเด็กหญิงที่ควรได้เรียนต่อระดับมัธยม ทุกปีการศึกษาใหม่จะมีเด็กหญิงอีกกลุ่มหนึ่งไปถึงจุดนั้น ขณะที่ผู้ที่ถูกกีดกันไปก่อนแล้วต้องห่างจากการเรียนในระบบนานขึ้น
ตัวเลขทางการระบุว่าอย่างไร
แถลงการณ์ของยูนิเซฟเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ระบุว่า มีเด็กหญิง 2.2 ล้านคนถูกตัดโอกาสทางการศึกษาระดับมัธยม ส่วนรายงานทบทวนสิทธิด้านการศึกษาของยูเนสโกระบุว่า ณ ปี 2025 เด็กหญิงและหญิงสาว 1.5 ล้านคนยังไม่ได้เข้าเรียน ขณะที่ตัวเลขของสหประชาชาติซึ่งมีการอ้างถึงในรายงานข่าวเกี่ยวกับโรงเรียนลับระบุว่ามีเด็กหญิงมากกว่า 2.5 ล้านคน เอกสารเหล่านี้ใช้คำอธิบายกลุ่มประชากรที่นับแตกต่างกัน และไม่ได้ชี้แจงสาเหตุของตัวเลขที่ไม่ตรงกัน
ยูเนสโกศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และสถาบันที่กำกับดูแลการศึกษาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2021 รายงานทบทวนดังกล่าวอาศัยการค้นคว้าเอกสารและการสัมภาษณ์ โดยพิจารณาอุปสรรคต่อการเข้าเรียน คุณภาพการเรียนรู้ และผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง
รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นหลังการประชุมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ซึ่งยูเนสโกเรียกร้องให้มีการตอบสนองที่นำโดยผู้หญิงชาวอัฟกันและยึดหลักการไม่ก่อให้เกิดอันตราย แนวทางนี้มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาอย่างลับ ๆ เพราะการตัดสินใจว่าจะให้ใครเข้าถึงการเรียนและเปิดเผยให้คนอื่นรับรู้มากน้อยเพียงใด ส่งผลโดยตรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงที่เข้าร่วม
ยูนิเซฟยังเผยแพร่ประมาณการว่า หากการห้ามยังดำเนินต่อไปจนถึงปี 2030 เด็กหญิงมากกว่า 4 ล้านคนจะถูกตัดโอกาสทางการศึกษาหลังระดับประถมศึกษา ซึ่งจะมากกว่ายอด 2.2 ล้านคนในเดือนมีนาคม 2025 อยู่กว่า 1.8 ล้านคน
ผลกระทบต่อโรงพยาบาลและครอบครัว
แคเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารยูนิเซฟ เตือนว่าการกีดกันเด็กหญิงออกจากโรงเรียนจะส่งผลต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของอัฟกานิสถาน ตลอดจนตัวนักเรียนเอง เธอยังเชื่อมโยงการไม่ได้รับการศึกษากับความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อการแต่งงานในวัยเด็ก และผลเสียต่อสุขภาพกับความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กหญิง
รัสเซลล์อธิบายว่า หากมีเด็กหญิงเรียนจบน้อยลง จำนวนแพทย์และผดุงครรภ์หญิงในอนาคตก็จะลดลงด้วย ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 มีนาคม เธอกล่าวว่า
เมื่อมีแพทย์และผดุงครรภ์หญิงน้อยลง เด็กหญิงและผู้หญิงจะไม่ได้รับการรักษาพยาบาลและการสนับสนุนที่จำเป็น เราประเมินว่าจะมีมารดาเสียชีวิตเพิ่มอีก 1,600 คน และทารกเสียชีวิตมากกว่า 3,500 คน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่หมายถึงชีวิตที่สูญเสียและครอบครัวที่แตกสลาย
การฝึกอบรมแพทย์หรือผดุงครรภ์ต้องใช้เวลาหลายปีในโรงเรียน ตามด้วยการศึกษาต่อเฉพาะทาง เมื่อเด็กหญิงเสียโอกาสเข้าเรียนระดับมัธยม จำนวนผู้หญิงที่สามารถเข้าสู่เส้นทางการฝึกอบรมดังกล่าวก็ลดลง ในที่สุดครอบครัวอาจมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้การดูแลระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และช่วงวัยทารกน้อยลง
ตัวเลขของยูนิเซฟเป็นการประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลนบุคลากรตามที่คาดการณ์ไว้ คำเตือนของรัสเซลล์เชื่อมโยงการตัดสินใจด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นในวันนี้เข้ากับบุคลากรและบริการที่ครอบครัวจำเป็นต้องพึ่งพาในอนาคต
การเรียนรู้ยังดำเนินต่อผ่านช่องทางอื่น
ยูนิเซฟระบุว่าได้จัดให้เด็ก 445,000 คนเข้าถึงการศึกษาผ่านการเรียนรู้ในชุมชน โดยเด็กหญิงคิดเป็นร้อยละ 64 หรือประมาณ 284,800 คน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการสนับสนุนครูผู้หญิง เพื่อให้เด็กหญิงมีผู้หญิงเป็นแบบอย่าง
การเรียนรู้ในชุมชนทำให้การศึกษาอยู่ใกล้กับที่พักอาศัยของเด็กมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาโรงเรียนทั่วไปเพียงอย่างเดียว โครงการของยูนิเซฟให้บริการทั้งเด็กชายและเด็กหญิง ส่วนห้องเรียนลับในกรุงคาบูลที่ฟิโอเรตติเล่าถึงนั้นเป็นการจัดการอีกรูปแบบหนึ่ง โดยผู้จัดเตรียมซ่อนบทเรียนหากมีเจ้าหน้าที่มาถึง
รายการวิทยุก็นำเสนอเนื้อหาการศึกษาให้เด็กหญิงที่ถูกกีดกันออกจากโรงเรียนระดับมัธยม หลังจากมีการระงับการออกอากาศทางสถานีวิทยุเอฟเอ็มของบีบีซีทั่วอัฟกานิสถานในเดือนตุลาคม 2026 ผู้ฟังก็สูญเสียช่องทางกระจายเสียงในท้องถิ่นช่องทางหนึ่งของบริการที่รายการภาษาดารีและปาทานมีเนื้อหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การออกอากาศยังดำเนินต่อผ่านคลื่นวิทยุย่านอื่น แพลตฟอร์มออนไลน์ และดาวเทียม
สำหรับเด็กหญิงที่เข้าเรียนระดับมัธยมไม่ได้ ช่องทางเหล่านี้อาจช่วยให้ยังเข้าถึงการเรียนรู้ได้บางส่วน แต่การเข้าถึงยังขึ้นอยู่กับห้องเรียน รายการ หรือการออกอากาศที่แต่ละคนรับได้ ขณะที่ข้อจำกัดระดับชาติยังคงกำกับการเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ
เจรจาเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีรายได้
ฟิโอเรตติยังเล่าถึงความพยายามอีกด้านหนึ่งในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้หญิงชาวอัฟกัน เธอกล่าวว่า จากการหารือกับเจ้าหน้าที่ตอลิบาน เธอได้รับอนุมัติให้จัดโครงการยกย่องผู้ประกอบการหญิง
ตามคำบอกเล่าของเธอ ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ตั้งคำถามว่าเธอรู้หรือไม่ว่าตนอยู่ในประเทศใด เธอตอบโดยให้เหตุผลว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้หญิงสามารถสร้างรายได้ให้แก่อัฟกานิสถานได้ ในที่สุดทางการอนุมัติโครงการ และผู้หญิงที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมพิธีร่วมกับรัฐมนตรีตอลิบาน
การเจรจาแสดงให้เห็นเงื่อนไขในทางปฏิบัติที่ฟิโอเรตติใช้ขออนุญาต นั่นคือผู้หญิงที่ทำธุรกิจสามารถสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจของประเทศ สำหรับผู้เข้าร่วม การอนุมัติทำให้พวกเธอได้รับการยกย่องต่อสาธารณะต่อหน้าเจ้าหน้าที่ระดับสูง
โรงเรียนกับโครงการผู้ประกอบการมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจคนละรูปแบบ บทเรียนต้องดำเนินไปอย่างลับ ๆ ส่วนโครงการมอบรางวัลเกิดขึ้นหลังการเจรจาและได้รับอนุมัติ ผู้หญิงที่ต้องการเรียนหรือหารายได้เผชิญเงื่อนไขแตกต่างกัน แม้จะอยู่ในกิจกรรมขององค์กรช่วยเหลือเดียวกัน
การอนุญาตขึ้นอยู่กับการพบปะเป็นการส่วนตัว
ฟิโอเรตติกล่าวว่า ทางการตอลิบานปฏิบัติต่อเธอด้วยความเคารพเพราะเธอเป็นชาวอิตาลี และเธอสามารถแสดงความคิดเห็นในอัฟกานิสถานได้ เธอเล่าว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งถามว่าเธอคิดเห็นอย่างไรกับรัฐบาลตอลิบาน
เธอบอกเขาว่า หากเติบโตภายใต้รัฐบาลแบบเขา เธอคงไม่สามารถทำงานกับองค์กรในปัจจุบันได้ ตามคำบอกเล่าของฟิโอเรตติ เขากล่าวหาว่าเธอมีแนวคิดแบบอาณานิคม ก่อนจะเชิญเธอร่วมรับประทานอาหาร เธอกล่าวว่าไม่ได้พบเขาอีกเลย
เรื่องราวของเธอสะท้อนว่ามีพื้นที่สำหรับการพูดคุยเป็นการส่วนตัวและการเจรจาขอยกเว้น ควบคู่ไปกับข้อจำกัดที่ยังคงกำหนดชีวิตประจำวันของผู้หญิงชาวอัฟกัน ที่โรงเรียนในกรุงคาบูล พ่อแม่บางคนที่เกี่ยวข้องกับตอลิบานพยายามหาทางให้ลูกสาวได้เรียน ส่วนเด็กหญิงหลายล้านคนทั่วประเทศยังไม่สามารถศึกษาต่อในระบบได้
ยูนิเซฟเรียกร้องให้ทางการยกเลิกการห้ามเรียนโดยทันที ส่วนรายงานทบทวนของยูเนสโกเน้นบทบาทนำของผู้หญิงชาวอัฟกันในการแก้ปัญหา ประเด็นเร่งด่วนสำหรับนักเรียนตรงไปตรงมา นั่นคือพวกเธอจะกลับเข้าห้องเรียนได้อย่างเปิดเผย เรียนต่อ และเตรียมตัวทำงานโดยไม่ต้องซ่อนหนังสือได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ซูซานนา ฟิโอเรตติ เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือชาวอิตาลี กล่าวว่า บุตรสาวของสมาชิกตอลิบานเข้าเรียนในโรงเรียนลับสำหรับเด็กหญิงแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล
- ชั้นเรียนจัดขึ้นท่ามกลางจักรเย็บผ้า และมีแผนซ่อนอุปกรณ์การเรียนหากผู้ตรวจการมาถึง
- ฟิโอเรตติกล่าวว่า ในช่วงสองปีแรกไม่มีเจ้าหน้าที่ตอลิบานเข้าตรวจสถานที่
- ยูนิเซฟระบุว่า ในเดือนมีนาคม 2025 มีเด็กหญิง 2.2 ล้านคนถูกตัดโอกาสทางการศึกษาระดับมัธยม และคาดการณ์ว่าจะมีมากกว่า 4 ล้านคนภายในปี 2030 หากยังคงห้ามเรียน
- ยูนิเซฟเตือนว่า การมีบุคลากรสาธารณสุขหญิงลดลงอาจทำให้มารดาเสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 1,600 คน และทารกเสียชีวิตมากกว่า 3,500 คน
- ฟิโอเรตติกล่าวด้วยว่า เธอได้รับอนุมัติจากตอลิบานให้จัดโครงการยกย่องผู้ประกอบการหญิงชาวอัฟกัน






