หนึ่งปีหลังเข้ารับตำแหน่ง เป้าหมายกู้ยืม 40 ล้านล้านเยนเผชิญแรงกดดัน
รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพยายามจำกัดการออกพันธบัตรใหม่ให้อยู่ใกล้ระดับ 40 ล้านล้านเยนในงบประมาณประจำปีฉบับถัดไป ขณะเดียวกันก็ต้องหาเงินสำหรับข้อเสนอปรับลดภาษีอาหาร การลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และงบประมาณกลาโหมที่เพิ่มขึ้น ความท้าทายนี้เกิดขึ้นเมื่อซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ครบรอบปีแรกในการดำรงตำแหน่งวันที่ 21 ตุลาคม 2026 หลังผ่านปีที่ตลาดเงินและตลาดพันธบัตรผันผวนรุนแรง
สารบัญ
- หนึ่งปีหลังเข้ารับตำแหน่ง เป้าหมายกู้ยืม 40 ล้านล้านเยนเผชิญแรงกดดัน
- เกิดอะไรขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม?
- เหตุใดเงินเยนและผลตอบแทนพันธบัตรจึงสำคัญควบคู่กัน
- ทาคาอิจิปฏิเสธคำเรียกว่านักกระตุ้นเงินเฟ้อ
- แรงกดดันจากสหรัฐฯ เพิ่มความเร่งด่วน
- การขยายกำลังกลาโหมต้องมีแหล่งเงินทุนระยะยาว
- การลดภาษีอาหารและการลงทุนต้องแย่งชิงงบประมาณ
- ธนาคารกลางญี่ปุ่นเผชิญบททดสอบเงินเฟ้อของตนเอง
- ความต้องการซื้อพันธบัตรสูงเป็นประวัติการณ์ช่วยผ่อนแรงกดดัน
- ประเด็นสำคัญ
เงินเยนอ่อนค่าจากราว 151 เยนต่อดอลลาร์เมื่อตอนรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ ลงไปเกือบ 164 เยนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดในราวสี่ทศวรรษ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งสะท้อนผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการเพื่อปล่อยกู้ให้รัฐ เพิ่มขึ้นจากราว 1.6% เป็น 3.115% ในช่วงปลายเดือนกันยายน สูงที่สุดในราว 30 ปี
ทาคาอิจิปฏิเสธข้อกล่าวหาว่านโยบายของเธอเป็นต้นเหตุของความเคลื่อนไหวดังกล่าว รัฐมนตรีในรัฐบาลของเธอให้คำมั่นเรื่องความยั่งยืนทางการคลังมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการควบคุมรายจ่าย รายรับ และการกู้ยืมให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ในระยะยาว ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตาการตัดสินใจด้านงบประมาณ เพื่อดูว่าคำมั่นเหล่านั้นสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของเธอที่เรียกว่า การใช้จ่ายทางการคลังอย่างรับผิดชอบและเชิงรุกอย่างไร
มีสัญญาณว่าความเชื่อมั่นกำลังฟื้นตัว การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมมีความต้องการซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม แหล่งเงินทุนสำหรับโครงการสำคัญหลายโครงการยังไม่ได้ข้อยุติ และมติด้านนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 30 ตุลาคมจะเป็นอีกบททดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้จ่ายภาครัฐ เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย
เกิดอะไรขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม?
สำนักงานคณะรัฐมนตรีบันทึกว่า รัฐบาลรับรองแนวทางนโยบายเศรษฐกิจปี 2026เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม หลังได้รับข้อเสนอแนะจากสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลัง คำโปรยของเอกสารระบุว่าปี 2026 เป็นปีแรกของนโยบายการคลังอย่างรับผิดชอบและเชิงรุก พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเริ่มเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้
ระหว่างจัดทำแนวนโยบายดังกล่าว ถ้อยคำในร่างที่ถูกตีความว่าไม่สนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นมีส่วนกระตุ้นให้เกิดแรงขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น นักลงทุนกังวลว่ารัฐบาลต้องการเพิ่มการใช้จ่ายและคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป ทั้งที่เงินเฟ้อกำลังกดดันครัวเรือนอยู่แล้ว
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน ดังนี้
- 21 กรกฎาคม: คณะรัฐมนตรีอนุมัติแนวทางนโยบายเศรษฐกิจและการคลังประจำปี
- ปลายเดือนกรกฎาคม: เงินเยนเข้าใกล้ระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ร่วมกันเข้าซื้อเงินเยน
- 1 กันยายน: สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยุตินโยบายกระตุ้นเงินเฟ้อ
- ปลายเดือนกันยายน: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอ้างอิงแตะ 3.115%
- 19 ตุลาคม: ทาคาอิจิปฏิเสธเสียงวิจารณ์เรื่องการบริหารเศรษฐกิจในรัฐสภา และให้คำมั่นว่าจะควบคุมการออกพันธบัตร
- 20 ตุลาคม: การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปีมีความต้องการซื้อสูงเป็นประวัติการณ์
- 30 ตุลาคม: ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประกาศมติด้านนโยบายครั้งถัดไป พร้อมปรับประมาณการเศรษฐกิจ
การตัดสินใจด้านการคลังครั้งสำคัญถัดไปจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 เมื่อรัฐบาลเตรียมงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่จะเริ่มในเดือนเมษายน 2027 และแผนใช้จ่ายด้านกลาโหมฉบับใหม่ซึ่งครอบคลุมห้าปี
เหตุใดเงินเยนและผลตอบแทนพันธบัตรจึงสำคัญควบคู่กัน
เงินเยนที่อ่อนค่าทำให้เชื้อเพลิง อาหาร และวัตถุดิบนำเข้ามีราคาแพงขึ้นเมื่อคิดเป็นเงินเยน ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและธุรกิจ บั่นทอนกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าจ้าง ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันอีกด้าน เพราะทำให้รัฐบาลกู้ยืมใหม่ได้แพงขึ้น และส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในส่วนอื่นของเศรษฐกิจ
ราคาพันธบัตรกับผลตอบแทนเคลื่อนไหวสวนทางกัน เมื่อนักลงทุนขายพันธบัตรที่ถืออยู่ ราคาพันธบัตรจะลดลง และผลตอบแทนที่ผู้ซื้อรายใหม่จะได้รับจะสูงขึ้น นักลงทุนอาจเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพราะคาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะออกพันธบัตรมากขึ้น หรือธนาคารกลางจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความกังวลทั้งสามด้าน แผนใช้จ่ายและภาษีของทาคาอิจิถูกจับตา ขณะเดียวกันแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นและความคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ยอีก ก็มีส่วนผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น
โทรุ ซูเอฮิโระ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไดวะ ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจระหว่างประเทศช่วยอธิบายต้นทุนการกู้ยืมของญี่ปุ่นได้ เขาคำนวณจากความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี 2026 ถึงเดือนสิงหาคมว่า ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอ้างอิงควรอยู่ที่ราว 3.36% เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เทียบเคียงกันอยู่ที่ 5.07% แต่ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นจริงตามการวิเคราะห์ของเขาอยู่ที่ 2.93% หรือต่ำกว่า 0.43 จุดเปอร์เซ็นต์ เขาประเมินว่าความกังวลเกินควรเรื่องการคลังคลี่คลายลงแล้ว แม้การตัดสินใจด้านงบประมาณที่กำลังจะมาถึงยังมีความเสี่ยง
ทาคาอิจิปฏิเสธคำเรียกว่านักกระตุ้นเงินเฟ้อ
ทาคาอิจิตอบเสียงวิจารณ์โดยตรงในรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงข้อกล่าวหาที่เชื่อมชื่อของเธอกับเงินเยนที่อ่อนค่าและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นว่า
จนถึงตอนนี้ ฉันถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องต่าง ๆ เช่น ‘เงินเยนอ่อนเพราะทาคาอิจิ’ และ ‘อัตราดอกเบี้ยสูงเพราะทาคาอิจิ’
จากนั้นเธอปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าวที่มีต่อผลงานของเธอว่า
ฉันปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง
รัฐบาลของเธอระบุว่า เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและฐานะการคลังที่ยั่งยืนจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในเงินเยน ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลัง กล่าวว่า ทาคาอิจิไม่ใช่นักกระตุ้นเงินเฟ้อ ขณะที่มิโนรุ คิอุจิ รัฐมนตรีนโยบายเศรษฐกิจ กล่าวเมื่อเดือนกันยายนว่า ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายกระตุ้นเงินเฟ้ออีกต่อไป
การกระตุ้นเงินเฟ้อหมายถึงการใช้จ่ายภาครัฐและนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นอุปสงค์และผลักดันให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ถ้อยคำล่าสุดของรัฐบาลให้น้ำหนักกับการลงทุนที่เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของญี่ปุ่น มากกว่าการส่งเสริมให้ประชาชนและบริษัทใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
โทชิฮิโระ นางาฮามะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจไดอิจิ ไลฟ์ แอสเซต แมเนจเมนต์ และกรรมการภาคเอกชนของสภานโยบายเศรษฐกิจ กล่าวว่า นักลงทุนเข้าใจเจตนาดังกล่าวผิด เขาระบุว่าสภาไม่ได้หารือเรื่องนโยบายการเงิน และทาคาอิจิสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำของบประมาณอย่างเข้มงวด
ทาคาฮิเดะ คิอุจิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายบริหารของสถาบันวิจัยโนมูระ และอดีตกรรมการกำหนดนโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่น ประเมินต่างออกไป เขามองว่าปฏิกิริยาของตลาดเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติต่อความเสี่ยงทางการคลังที่รับรู้กัน เขาเห็นว่ารัฐบาลให้ความเคารพต่อการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระของธนาคารกลางมากขึ้น และต้องการจำกัดการออกพันธบัตร แต่ระบุว่าผลลัพธ์ด้านงบประมาณจะแสดงให้เห็นว่านโยบายการคลังเปลี่ยนไปจริงหรือไม่
แรงกดดันจากสหรัฐฯ เพิ่มความเร่งด่วน
การเข้ามามีส่วนร่วมของวอชิงตันทำให้การถกเถียงด้านนโยบายของญี่ปุ่นกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ เบสเซนต์กังวลว่าการเทขายสินทรัพย์ญี่ปุ่นอาจลุกลามไปยังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะหากสถาบันหรือหน่วยงานของญี่ปุ่นขายสินทรัพย์ในต่างประเทศเมื่อเงินเยนอ่อนค่า
รัฐบาลทั้งสองประเทศตอบสนองด้วยการดำเนินปฏิบัติการร่วมซื้อเงินเยนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 เงินเยนฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ราว 155.23 เยนต่อดอลลาร์ภายในวันจันทร์หลังการแทรกแซง เทียบกับระดับเกือบ 164 เยนในเดือนกรกฎาคม ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีเหตุผลที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ของการดำเนินการร่วมกันเพิ่มเติม
ต่อมาเบสเซนต์ผลักดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วยิ่งขึ้น และกล่าวเมื่อวันที่ 1 กันยายนว่า เขาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยุตินโยบายกระตุ้นเงินเฟ้อ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็แสดงความกังวลเรื่องเงินเยนอ่อนค่าในการพบกับทาคาอิจิเมื่อวันที่ 22 กันยายน
การเข้าซื้อเงินตราสามารถทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการสร้างอุปสงค์ต่อเงินเยน แต่แรงจูงใจระยะยาวที่มีต่อนักลงทุนยังขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นต่อฐานะการคลังของรัฐบาลด้วย รัฐบาลญี่ปุ่นจึงพยายามจัดการทั้งนโยบายของตนและความเข้าใจของนักลงทุนที่มีต่อนโยบายเหล่านั้น รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น
การขยายกำลังกลาโหมต้องมีแหล่งเงินทุนระยะยาว
คาตายามะกล่าวว่ายังไม่มีการตัดสินใจเรื่องแหล่งเงินทุนสำหรับการเพิ่มงบประมาณกลาโหมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อวันอังคาร รัฐมนตรีคลังกล่าวถึงหลักการที่ใช้กำกับการพิจารณาเรื่องนี้ว่า
สำหรับวิธีจัดหาเงินทุน เราจะพิจารณามาตรการที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความยั่งยืนทางการคลังอย่างเหมาะสม และรับรองว่ามีแหล่งเงินทุนที่มั่นคง
ตามการประเมินที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่รัฐบาล แผนกลาโหมฉบับใหม่ซึ่งคาดว่าจะประกาศในช่วงปลายปี 2026 อาจมีวงเงินรวม 70-80 ล้านล้านเยนตลอดห้าปี หรือเฉลี่ยปีละ 14-16 ล้านล้านเยน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องการจัดสรรงบประมาณรายปีและขอบเขตของแผนในท้ายที่สุด
ปีงบประมาณล่าสุด ญี่ปุ่นใช้จ่ายราว 11 ล้านล้านเยน หรือ 1.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ สำหรับการป้องกันประเทศและกิจกรรมด้านความมั่นคงในวงกว้าง ตัวเลขดังกล่าวรวมรายจ่ายอย่างปฏิบัติการของหน่วยยามฝั่งด้วย รัฐบาลยังพิจารณาเพิ่มงบประมาณกลาโหมในระยะยาวเป็น 3.5% ของจีดีพี แต่ยังไม่ได้รับรองตัวเลขนี้เป็นข้อสรุปด้านการใช้จ่าย
การขึ้นภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติมเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านแหล่งเงินทุนที่กำลังหารือ การขึ้นภาษีช่วยสร้างรายรับประจำสำหรับรายจ่ายประจำได้ แต่ก็มีต้นทุนทางการเมือง การขึ้นภาษีเงินได้ซึ่งรวมอยู่ในแผนจัดหาเงินทุนกลาโหมของฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง และมีกำหนดเริ่มในปี 2027
การถกเถียงเรื่องการคลังเกิดขึ้นควบคู่กับการอภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาททางทหารของญี่ปุ่น การตัดสินใจของรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกอาวุธที่มีอานุภาพสังหาร เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การชุมนุมต่อต้านสงครามในเดือนพฤษภาคม ซึ่งรวมถึงการรวมตัวในกรุงโตเกียวที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50,000 คน คาตายามะกล่าวว่าการตัดสินใจเรื่องงบประมาณกลาโหมจะสะท้อนการพิจารณาอย่างเป็นอิสระของญี่ปุ่นเอง
การลดภาษีอาหารและการลงทุนต้องแย่งชิงงบประมาณ
งบประมาณที่เสนอไว้ยังรวมการลดภาษีการบริโภคสำหรับอาหารเป็นเวลาสองปี และโครงการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เป็นเวลา 14 ปี ทั้งสองโครงการต้องการเงินทุนควบคู่กับข้อผูกพันด้านกลาโหม ทำให้การรักษาการออกพันธบัตรใหม่ให้อยู่ที่ราว 40 ล้านล้านเยนเป็นเป้าหมายที่ยากจะทำได้
ซูเอฮิโระระบุว่า นักลงทุนจะจับตาการตัดสินใจสี่เรื่อง ได้แก่ วิธีจัดหาเงินทุนสำหรับการลดภาษีอาหาร ขนาดของงบประมาณเสริมฉบับที่สองสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน งบประมาณตั้งต้นสำหรับปี 2027 และทิศทางการคลังของรัฐบาลในช่วงหลายปีข้างหน้า
เงินอุดหนุนพลังงานอาจเพิ่มความต้องการใช้จ่ายอีกด้าน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม โคอิจิ ฮากิอุดะ รองเลขาธิการพรรคเสรีประชาธิปไตย เรียกร้องให้พิจารณาความช่วยเหลือสำหรับค่าไฟฟ้าและก๊าซในช่วงปลายปี เงินอุดหนุนช่วงฤดูร้อนสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือนตุลาคม กองทุนสำรองอาจนำมาใช้สนับสนุนความช่วยเหลือรอบใหม่ได้ ส่วนมาตรการวงเงินสูงขึ้นอาจต้องอาศัยงบประมาณเสริม
ซูเอฮิโระมองว่า การลงทุนเพื่อการเติบโตประมาณ 10-15 ล้านล้านเยนอาจเป็นระดับที่ตลาดยอมรับได้ หากรัฐบาลย้ายรายจ่ายที่เคยจัดไว้ในงบประมาณเสริมมาอยู่ในงบประมาณประจำปีตั้งต้น ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของเขา ไม่ใช่วงเงินที่รัฐบาลประกาศไว้
อากิโอะ มากาเบะ ศาสตราจารย์รับเชิญจากมหาวิทยาลัยทามะ กล่าวว่า การฟื้นความเชื่อมั่นจำเป็นต้องมีการตัดสินใจด้านนโยบายที่สอดคล้องกับคำมั่นของรัฐบาล เขาชี้ว่าเงินเยนยังอ่อนค่าและผลตอบแทนพันธบัตรยังเพิ่มขึ้นหลังทาคาอิจิกล่าวสุนทรพจน์ด้านนโยบายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม สำหรับครัวเรือน เขาเตือนว่าผลกระทบอาจปรากฏผ่านราคาสินค้านำเข้า อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน และผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญและประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไป
ธนาคารกลางญี่ปุ่นเผชิญบททดสอบเงินเฟ้อของตนเอง
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาว่า เงินเฟ้อพื้นฐานใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง เงินเฟ้อพื้นฐานหมายถึงแนวโน้มราคาที่ต่อเนื่อง ซึ่งผู้กำหนดนโยบายพยายามประเมินโดยแยกจากความเปลี่ยนแปลงชั่วคราวของสินค้าบางประเภท
อุเอดะยกต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตลาดแรงงานที่ตึงตัว และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระดับปานกลางขึ้นมาเป็นปัจจัย นอกจากนี้ อุปสงค์ทั่วโลกที่แข็งแกร่งต่อปัญญาประดิษฐ์ยังสนับสนุนการลงทุนและการส่งออกของญี่ปุ่น พร้อมเพิ่มแรงกดดันด้านราคา
ผู้ว่าการเตือนว่า การชะลอปรับอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวสูงขึ้น หากกระตุ้นให้เกิดความคาดหวังว่าเงินเฟ้อจะสูงเกินไป:
เมื่อเงินเฟ้อพื้นฐานเข้าใกล้ 2% และภาวะการเงินยังผ่อนคลาย การไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสมอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น เพราะกระตุ้นความกังวลของตลาดว่าเงินเฟ้อจะสูงเกินเป้าหมาย
อุเอดะกล่าวด้วยว่า การลงทุนที่เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอาจช่วยบรรเทาเงินเฟ้อได้ในระยะยาว เรื่องนี้ทำให้คำกล่าวอ้างของรัฐบาลที่ว่าการใช้จ่ายจะเพิ่มอุปทานมีความสำคัญในทางปฏิบัติ เพราะการพัฒนากำลังการผลิตใหม่ต้องใช้เวลา ขณะที่การใช้จ่ายอาจกระตุ้นอุปสงค์ได้เร็วกว่า
ตลาดคาดว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ในวันที่ 30 ตุลาคม หลังปรับขึ้นในเดือนกันยายน และอาจปรับขึ้นเป็น 1.5% ในเดือนธันวาคม ราคาตลาดรอบการประมูลพันธบัตรเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมสะท้อนโอกาสเพียงราว 6.2% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
กองทุนการเงินระหว่างประเทศเรียกร้องให้ดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป และจัดทำกรอบการคลังที่ครอบคลุมหลายปี กฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของกองทุนฯ ระบุว่า ความไม่แน่นอนเรื่องแหล่งเงินทุนสำหรับรายจ่ายเพิ่มเติมและการลดภาษีเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลด้านการคลัง
ความต้องการซื้อพันธบัตรสูงเป็นประวัติการณ์ช่วยผ่อนแรงกดดัน
การประมูลเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมมีคำสั่งซื้อคิดเป็น 5.84 เท่าของปริมาณพันธบัตรที่เสนอขาย เทียบกับ 4.01 เท่าในการประมูลครั้งก่อน และค่าเฉลี่ย 3.73 เท่าในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า หลังทราบผลประมูล ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปีลดลงสูงสุด 0.06 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 3.710%
เรียวทาโร คิมูระ นักกลยุทธ์อาวุโสด้านพันธบัตรของบีเอ็นพี พาริบาส์ แอสเซต แมเนจเมนต์ ระบุว่า ความต้องการซื้อจากนักลงทุนในประเทศฟื้นตัวเพราะผลตอบแทนสูงและความกังวลด้านการคลังคลี่คลายลง บริษัทประกันชีวิตฟุกุโอกุระบุว่า ยังมีโอกาสเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากพันธบัตรต่างประเทศไปเป็นพันธบัตรสกุลเงินเยนได้อีกเล็กน้อย
บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นบริหารสินทรัพย์ราว 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยประมาณหนึ่งในสี่ลงทุนในต่างประเทศ การตัดสินใจลงทุนของบริษัทเหล่านี้มีความสำคัญทั้งต่อต้นทุนการกู้ยืมของญี่ปุ่นและตลาดต่างประเทศ ข้อมูลกระทรวงการคลังที่อ้างถึงในเดือนตุลาคมระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นขายพันธบัตรต่างประเทศสุทธิไปแล้วกว่า 5 ล้านล้านเยนในปี 2026 โดยบริษัทประกันชีวิตคิดเป็นราว 289,000 ล้านเยน หรือน้อยกว่า 6% ของยอดรวม
เคอิตะ มัตสึโมโตะ หัวหน้าฝ่ายตลาดการเงินของเอสเอ็มบีซี นิกโก ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า บริษัทประกันกำลังทยอยซื้อพันธบัตรญี่ปุ่นด้วยความระมัดระวัง ขณะที่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น โชกิ โอโมริ นักกลยุทธ์ของดอยช์แบงก์คาดเช่นกันว่า บริษัทเหล่านี้จะซื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะขายสินทรัพย์ต่างประเทศเป็นวงกว้าง ผลประมูลที่แข็งแกร่งช่วยให้รัฐบาลมีเวลาหายใจ ส่วนมติธนาคารกลางในวันที่ 30 ตุลาคมและการตัดสินใจด้านงบประมาณในเดือนธันวาคมจะช่วยกำหนดเงื่อนไขที่นักลงทุนยินดีปล่อยกู้ต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลทาคาอิจิตั้งเป้าจำกัดการออกพันธบัตรใหม่ให้อยู่ใกล้ 40 ล้านล้านเยน ขณะจัดหาเงินทุนสำหรับการลดภาษี การลงทุนในอุตสาหกรรม และการขยายกำลังกลาโหม
- เงินเยนเข้าใกล้ระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอ้างอิงแตะ 3.115% ในเดือนกันยายน
- แหล่งเงินทุนสำหรับกลาโหมยังไม่ได้ข้อยุติ โดยกำลังหารือเรื่องการขึ้นภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติม
- การประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมมีความต้องการซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความสนใจของนักลงทุนที่ฟื้นตัว
- ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประกาศมติด้านนโยบายครั้งถัดไปในวันที่ 30 ตุลาคม ส่วนงบประมาณประจำปีและแผนกลาโหมฉบับใหม่คาดว่าจะประกาศในช่วงปลายปี 2026






