แพทย์หายใจลำบาก ขณะที่ผู้ป่วยทยอยเข้ารับการรักษา
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่า มีผู้ป่วยด้วยปัญหาระบบทางเดินหายใจมากกว่า 280,000 คน ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคมถึง 13 ตุลาคม หลังไฟป่าที่ลุกไหม้มานานหลายเดือนทำให้เมืองปาลังการายาจมอยู่ใต้หมอกควัน และทำให้ติมอร์-เลสเตซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านต้องปิดโรงเรียนทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน
สารบัญ
- แพทย์หายใจลำบาก ขณะที่ผู้ป่วยทยอยเข้ารับการรักษา
- ตัวเลขผู้มีปัญหาระบบทางเดินหายใจบอกอะไร
- พ่อแม่เรียกร้องศูนย์พักพิงที่พร้อมดูแลเด็ก
- คนทำงานกลางแจ้งต้องเลือกระหว่างสัมผัสควันกับขาดรายได้
- ควันบดบังเส้นขอบฟ้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ติมอร์-เลสเตปิดโรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน
- พรุแห้งทำให้ไฟคุกรุ่นใต้ผิวดิน
- นักดับเพลิงยังทำงาน ขณะที่อินโดนีเซียวางแผนทดลองใช้น้ำแข็งแห้ง
- วันสำคัญที่กำหนดระยะต่อไปของวิกฤต
- ประเด็นสำคัญ
ที่เมืองปาลังการายา เมืองหลวงของจังหวัดกาลีมันตันกลางบนเกาะบอร์เนียว ทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตรในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม วงเวียนตาลาวังและรูปปั้นที่อยู่ใกล้เคียงแทบมองไม่เห็นผ่านหมอกควัน ท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีส้มเข้มเมื่อวันพุธยังคงเป็นสีเหลืองหม่นในวันถัดมา
ภายในคลินิกของรัฐ อีร์วาน เมาลานา แพทย์วัย 28 ปี กำลังรักษาผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับที่เขาเองกำลังเผชิญ เขาเล่าว่ายังคงทำงานต่อแม้จะไอและหายใจลำบาก:
ผมป่วย หายใจไม่ค่อยออก และไอด้วย แต่เพราะต้องดูแลผู้ป่วย... ผมก็ยังทำงานต่อไป
ไฟเผาผลาญพื้นที่ป่าและสวนเพาะปลูกหลายแสนเฮกตาร์ทั่วเกาะสุมาตรา กาลีมันตัน และปาปัว ควันลอยไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และติมอร์-เลสเต ทำให้เหตุไฟป่าที่ยืดเยื้อในอินโดนีเซียกลายเป็นวิกฤตด้านสุขภาพระดับภูมิภาค
สำหรับครอบครัวที่อยู่ใกล้ไฟป่าที่สุด ปัญหาเร่งด่วนคือการหาที่หายใจ ควันเล็ดลอดเข้าไปในบ้าน ผู้คนยังต้องทำงานกลางแจ้งเพราะครัวเรือนจำเป็นต้องมีรายได้ และพ่อแม่บอกว่าต้องเตรียมพร้อมพาลูกไปห้องฉุกเฉินอยู่เสมอ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ร้องขอแค่ความช่วยเหลือด้านอาหาร แต่ยังต้องการศูนย์พักพิงที่มีอากาศสะอาดกว่า ออกซิเจน และบุคลากรทางการแพทย์
ตัวเลขผู้มีปัญหาระบบทางเดินหายใจบอกอะไร
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้มีปัญหาระบบทางเดินหายใจมากกว่า 280,000 คนในช่วงเวลาที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ขณะที่อีกหลายคนอาจมีอาการแต่ไม่ได้เข้ารับการรักษา ทำให้ข้อมูลจากคลินิกและโรงพยาบาลสะท้อนภาพสถานการณ์ได้เพียงบางส่วน
อีร์วานกล่าวว่า ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเดินทางมาที่คลินิกทั่วไปบ่อยขึ้น เขาระบุว่าเด็กและผู้สูงอายุไวต่อผลกระทบเป็นพิเศษ โดยมีอาการไอ เป็นหวัด มีน้ำมูกและเสมหะในลำคอ รวมถึงเจ็บคอ
ควันมีอนุภาคขนาดเล็กที่สามารถเดินทางลึกเข้าไปในปอด บางส่วนเรียกว่า PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีความกว้างไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร การหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนเข้าไปอาจระคายเคืองทางเดินหายใจและทำให้อาการหายใจผิดปกติที่มีอยู่แล้วแย่ลง ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าทำไมเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหืดจึงได้รับผลกระทบจากการสัมผัสควันเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียบันทึกผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เชื่อมโยงกับไฟป่าและไฟพื้นที่ป่า 50,891 รายในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมากกว่า 12,000 คน ในช่วงภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพเดือนกันยายน ตัวเลขก่อนหน้านี้ครอบคลุมช่วงเวลาอื่นและจำกัดอยู่ในกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่แคบกว่า ส่วนตัวเลขล่าสุดของกระทรวงครอบคลุมปัญหาระบบทางเดินหายใจที่บันทึกไว้ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคมถึง 13 ตุลาคม
พ่อแม่เรียกร้องศูนย์พักพิงที่พร้อมดูแลเด็ก
เดอา โอตาเวีย พนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 30 ปี พาลูกสาวไปคลินิกเพราะหายใจแล้วเจ็บ เธอเล่าว่าควันเข้าไปในบ้านของครอบครัวและปกคลุมถนนด้วย:
เธอบอกว่าหายใจแล้วเจ็บ
เดอากล่าวว่าหมอกควันทำให้ครอบครัวของเธอไม่มีที่ให้หลบหนี:
มันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก โดยเฉพาะวันแบบนี้ ควันเข้าไปถึงในบ้านด้วย ไม่มีที่ให้หายใจได้อย่างเต็มที่
ซิกรี ยันโตพาลูกน้อยไปคลินิก ลูกวัย 4 ขวบของเขาก็ป่วยเช่นกัน โดยบ่นว่าปวดศีรษะและอ่อนเพลีย การทำงานกลายเป็นเรื่องที่ต้องคอยประคองระหว่างการหาเลี้ยงชีพกับการพร้อมไปช่วยเหลือเมื่อลูกต้องการ
ซิกรีเล่าถึงสายฉุกเฉินที่บางครั้งได้รับจากบ้าน:
ตอนทำงานผมก็ต้องคอยระวังอยู่ด้วย บางครั้งภรรยาโทรมาอย่างกะทันหัน บอกว่าเราต้องพาลูกไปห้องฉุกเฉิน
เขาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาความช่วยเหลือมากกว่าข้าวสารและสิ่งของจำเป็นทั่วไป โดยเสนอให้มีบ้านพักปลอดภัยที่ป้องกันหมอกควัน พร้อมออกซิเจน พยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับดูแลเด็กป่วย ความช่วยเหลือด้านอาหารช่วยให้ครัวเรือนประคองตัวผ่านช่วงที่ชีวิตประจำวันหยุดชะงัก ส่วนข้อเรียกร้องของเขามุ่งตอบโจทย์อีกด้าน คือการมีสถานที่ให้เด็กหายใจและรับการรักษา
คนทำงานกลางแจ้งต้องเลือกระหว่างสัมผัสควันกับขาดรายได้
เฮรี คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ใช้ชื่อเดียว กล่าวว่าเขาต้องฝ่าหมอกควันมานาน 4 เดือน งานทำให้เขาต้องอยู่กลางแจ้ง ซึ่งควันและเศษซากที่ถูกเผาทำให้ระคายเคืองตา แม้เขาจะพยายามป้องกันตัวเองแล้วก็ตาม
เฮรีบรรยายสภาพอากาศในช่วงหมอกควันหนาทึบล่าสุดว่า:
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ควันหนามาก และเพราะผมทำงานกลางแจ้ง จึงต้องสูดควันเข้าไปทั้งที่สวมหน้ากาก
อาการแสบตายิ่งเพิ่มความไม่สบาย ขณะที่ทัศนวิสัยซึ่งเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตรทำให้การเดินทางในเมืองยากขึ้น ถนนและสถานที่สำคัญที่ปกติช่วยให้คนขับรถหาทางได้หายไปในม่านควัน
เฮรีกล่าวว่าหากหยุดทำงาน เขาจะสูญเสียเงินที่จำเป็นต้องใช้:
ผมยังต้องทำงาน และต้องดิ้นรนอยู่กับหมอกควันมาสี่เดือนแล้ว ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้ ทุกคนถูกบีบให้ต้องสู้กับควันหนาทึบนี้
ประสบการณ์ของเขาและคำบอกเล่าของอีร์วานแสดงให้เห็นว่าผู้คนยังคงสัมผัสควันระหว่างทำกิจวัตรตามปกติ คนขับรถขนส่งยังอยู่บนถนน บุคลากรทางการแพทย์ยังคงตรวจรักษาผู้ป่วย และพ่อแม่ยังพาลูกไปคลินิก แม้อากาศจะทำให้พวกเขาป่วย
ควันบดบังเส้นขอบฟ้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หมอกควันบดบังอาคารมารีนา เบย์ แซนด์ส ในสิงคโปร์จนแทบมองไม่เห็น ขณะที่ถนน สะพาน และรถที่สัญจรถูกปกคลุมด้วยควัน มลพิษเดินทางไปไกลเกินกว่าป่า สวนเพาะปลูก และพื้นที่พรุที่ไฟกำลังลุกไหม้
กรุงกัวลาลัมเปอร์ครองอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในการจัดอันดับของ IQAir เมื่อวันพฤหัสบดี ตามด้วยสิงคโปร์ โดยมีเมดันและจาการ์ตาตามมาติด ๆ การจัดอันดับนี้สะท้อนการกระจายตัวของอากาศเสียในหลายเมืองระหว่างที่เกิดวิกฤตเดียวกัน
หมอกควันยังปกคลุมมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และติมอร์-เลสเตด้วย ลมพัดควันข้ามพรมแดน ทำให้ประชาชนที่อยู่ห่างจากเปลวไฟหลายร้อยกิโลเมตรได้รับผลกระทบ และทำให้รัฐบาลนอกอินโดนีเซียต้องตัดสินใจเรื่องโรงเรียนและสาธารณสุข
ปาลังการายายังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อยู่ใกล้วิกฤตที่สุด ภาพสถานที่สำคัญในเมืองที่เลือนหายไปกับเส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์ที่ถูกหมอกควันบดบังแสดงให้เห็นว่าควันแผ่ไปไกลเพียงใด ขณะที่คำบอกเล่าจากคลินิกเผยให้เห็นผลกระทบโดยตรงต่อผู้คน
ติมอร์-เลสเตปิดโรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน
รัฐบาลติมอร์-เลสเตประกาศปิดโรงเรียนทั่วประเทศเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม โดยเริ่มระงับการเรียนในวันถัดไปเป็นเวลา 3 วัน ทางการระบุว่ามาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองนักเรียน ครู และสมาชิกคนอื่น ๆ ในชุมชนการศึกษา
มีคำแนะนำให้ครอบครัวให้เด็กอยู่ในบ้าน และขอให้ประชาชนสวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน ผู้คนยังคงสัญจรไปมาในกรุงดิลีใต้ท้องฟ้าสีเหลือง โดยหลายคนสวมหน้ากากปิดหน้า
ซอนยา ดา คอสตา โซอาเรส ผดุงครรภ์วัย 30 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงดิลี บรรยายถึงมลพิษรุนแรงที่บดบังดวงอาทิตย์ว่า:
เรามองไม่เห็นดวงอาทิตย์ มลพิษหนักมาก
แม้ลูกของเธอจะยังเล็กเกินกว่าจะเข้าโรงเรียน แต่เธอก็ยินดีกับการปิดโรงเรียนเพื่อคุ้มครองเด็ก เฟลิซิดาด อัลเวส ดอส ซานโตส มาร์ตินส์ ซึ่งลูกสาวชื่อเฟบริอันตีหยุดเรียนอยู่ที่บ้านจากโรงเรียนมัธยมต้น กล่าวว่า ควันปกคลุมกรุงดิลีและภูเขาโดยรอบ ชาวบ้านกล่าวว่าสภาพอากาศเมื่อต้นสัปดาห์เลวร้ายยิ่งกว่านี้
วีตาลิอาโน ดา คอสตา กาลาเปส นักเรียนวัย 18 ปีจากวิทยาลัยเซนต์อิกเนเชียส โลโยลา กำลังเตรียมตัวสอบที่ใกล้จะมาถึง เขาหวังว่ามลพิษจะบรรเทาลงในอีกไม่กี่วัน เพื่อให้ชั้นเรียนกลับมาเป็นปกติ สำหรับนักเรียน ภาวะฉุกเฉินนี้ทำให้การเรียนสะดุดในช่วงที่ยังต้องเตรียมตัวสอบต่อไป
พรุแห้งทำให้ไฟคุกรุ่นใต้ผิวดิน
อินโดนีเซียเผชิญไฟป่าเป็นประจำในช่วงฤดูแล้ง ปีนี้ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงทำให้เกิดภัยแล้ง พืชพรรณแห้งลง และควบคุมไฟได้ยากขึ้น เอลนีโญเป็นรูปแบบการอุ่นขึ้นของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปไกลกว่าพื้นที่มหาสมุทร และมักทำให้ปริมาณฝนในบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง
การตัดไม้ทำลายป่าและการระบายน้ำออกจากพื้นที่พรุเพื่อใช้เพาะปลูกยังทำให้ภูมิประเทศเสี่ยงต่อไฟมากขึ้น พรุคือซากพืชที่ย่อยสลายไปบางส่วนและสะสมอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เมื่อผืนดินมีน้ำขังอยู่เสมอ ก็จะติดไฟได้ยากกว่ามาก การระบายน้ำทำให้สูญเสียปราการนี้และเปิดทางให้พรุเองกลายเป็นเชื้อเพลิง
ไฟพรุสามารถลุกลามใต้ดิน ทำให้ค้นหาและดับให้สนิทได้ยาก อาสาสมัครที่รับมือกับไฟพรุใต้ดินในกาลีมันตันขุดลงไปในดินและสูบน้ำเข้าสู่ช่องทางที่ฝังอยู่ใต้ดิน โดยรู้ว่าไฟอาจปะทุขึ้นอีกหลายวันหลังเปลวไฟที่มองเห็นได้ดับลง
มาร์ก พาร์ริงตัน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากศูนย์ติดตามบรรยากาศโคเปอร์นิคัส กล่าวว่า ค่าประมาณการปล่อยมลพิษสะสมจากไฟยังต่ำกว่าระดับที่เกิดขึ้นในปี 2015 แต่เขาเตือนว่าฤดูไฟป่ายังเหลืออีกหลายสัปดาห์ และบรรยายมลพิษในขณะนี้ว่า:
ผลกระทบต่อคุณภาพอากาศรุนแรงมากและยืดเยื้อ
การปล่อยมลพิษเป็นการวัดปริมาณมลพิษที่ไฟปล่อยออกมาตามช่วงเวลา ส่วนอากาศที่ผู้คนหายใจยังขึ้นอยู่กับว่าควันลอยไปทางไหนและปกคลุมชุมชนนานเพียงใด การสัมผัสควันในปาลังการายายังคงยืดเยื้อ แม้ค่าประมาณการปล่อยมลพิษสะสมจะต่ำกว่าระดับของปี 2015
นักดับเพลิงยังทำงาน ขณะที่อินโดนีเซียวางแผนทดลองใช้น้ำแข็งแห้ง
รัฐบาลอินโดนีเซียระบุว่ามีเจ้าหน้าที่หลายหมื่นคนกำลังต่อสู้กับไฟป่า ปฏิบัติการนี้ต่อเนื่องจากการส่งกำลังดับไฟในเดือนสิงหาคม ซึ่งระดมนักดับเพลิงและเจ้าหน้าที่รับมือภัยพิบัติเกือบ 50,000 คน พร้อมเฮลิคอปเตอร์หลายสิบลำ ในช่วงที่ฤดูแล้งทวีความรุนแรง
ดูดุง อับดูรัคมัน รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคง ประกาศเมื่อวันพุธว่า อินโดนีเซียวางแผนโปรยน้ำแข็งแห้งเหนือพื้นที่บางส่วนของสุมาตราใต้ในวันพฤหัสบดี เพื่อพยายามกระจายควัน น้ำแข็งแห้งคือคาร์บอนไดออกไซด์ในสถานะของแข็ง
ดูดุงกล่าวว่ารัฐบาลจะพิจารณาใช้แนวทางนี้ในพื้นที่สำคัญอื่น ๆ หากการทดลองได้ผล:
หากพระเจ้าประสงค์ หากได้ผล เราจะดำเนินการต่อในภูมิภาคสำคัญอื่น ๆ
รายงานการปฏิบัติงานเมื่อวันพฤหัสบดีไม่ได้ระบุผลการทดลองที่วางแผนไว้ ข้อเสนอนี้มุ่งกระจายหมอกควัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงต้องดับไฟที่เป็นต้นเหตุ รวมถึงไฟพรุที่ลุกไหม้อยู่ใต้ผิวดิน
ข้อเรียกร้องของประชาชนยังครอบคลุมมากกว่าการดับไฟ คำขอของซิกรีให้จัดตั้งศูนย์พักพิงทางการแพทย์เกี่ยวข้องกับการป้องกันระหว่างที่สัมผัสควัน ส่วนคลินิกของอีร์วานต้องรักษาผู้ที่ป่วยอยู่แล้วต่อไป ความต้องการทั้งสองด้านยังคงมีอยู่ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมไฟ
วันสำคัญที่กำหนดระยะต่อไปของวิกฤต
ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพก่อตัวมาหลายเดือน โดยตัวเลขผู้เข้ารับการรักษาล่าสุด การปิดโรงเรียน และแผนทดลองกระจายควันเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะเดียวกัน คดีในศาลกำลังตรวจสอบการเตรียมพร้อมและการรับมือของรัฐบาล
- 18 สิงหาคมถึง 13 ตุลาคม: กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้มีปัญหาระบบทางเดินหายใจมากกว่า 280,000 คน
- 14 ตุลาคม: กระทรวงประกาศตัวเลขด้านสุขภาพ ติมอร์-เลสเตประกาศปิดโรงเรียน และดูดุงประกาศแผนปฏิบัติการใช้น้ำแข็งแห้ง
- 15 ตุลาคม: ติมอร์-เลสเตเริ่มปิดโรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน ขณะที่หมอกควันหนาทึบยังปกคลุมปาลังการายาและเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาค
- 21 ตุลาคม: การพิจารณาคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการรับมือไฟป่าของอินโดนีเซียมีกำหนดกลับมาดำเนินต่อที่ปอนเตียนัก
ตัวแทนชนพื้นเมืองและกลุ่มภาคประชาสังคมยื่นคดีฟ้องร้องเรื่องการรับมือไฟป่าในกาลีมันตันตะวันตก โดยเรียกร้องให้ประกาศภัยพิบัติระดับชาติ เพิ่มความเข้มแข็งในการป้องกัน และจัดบริการสุขภาพให้ชุมชนกลุ่มเปราะบาง โจทก์กล่าวหาว่าทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งยืดเยื้อที่มีการคาดการณ์ไว้ไม่เพียงพอ
การไต่สวนครั้งต่อไปทำให้ข้อพิพาทนี้มีกำหนดวันหลังภาวะฉุกเฉินเฉพาะหน้า สำหรับครอบครัวในปาลังการายา สิ่งที่ต้องการเร่งด่วนกว่าคือการรักษา รายได้ และสถานที่หลบควัน คำบอกเล่าของเดอาที่ว่าแทบมองไม่เห็นดวงอาทิตย์สะท้อนให้เห็นว่าหมอกควันแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันลึกเพียงใด
ประเด็นสำคัญ
- กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้มีปัญหาระบบทางเดินหายใจมากกว่า 280,000 คนระหว่างวันที่ 18 สิงหาคมถึง 13 ตุลาคม
- ทัศนวิสัยในปาลังการายาลดลงเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตร ขณะที่ประชาชนเล่าว่ามีอาการไอ หายใจแล้วเจ็บ และมีควันเล็ดลอดเข้าบ้าน
- ติมอร์-เลสเตปิดโรงเรียนทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วันตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม และแนะนำให้ครอบครัวให้เด็กอยู่ในบ้าน
- ควันลอยไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และติมอร์-เลสเต ขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้ในหลายภูมิภาคของอินโดนีเซีย
- อินโดนีเซียส่งกำลังเจ้าหน้าที่หลายหมื่นคน และวางแผนทดลองใช้น้ำแข็งแห้งในสุมาตราใต้เพื่อกระจายหมอกควัน
- ครอบครัวต่างเรียกร้องศูนย์พักพิงที่มีอากาศสะอาดกว่าและการดูแลทางการแพทย์ ขณะที่คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการรับมือของรัฐบาลมีกำหนดกลับมาพิจารณาในวันที่ 21 ตุลาคม






