ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหมวดรถยนต์ขนาดเล็ก
ราคาใบรับรองสิทธิการครอบครองรถยนต์ (COE) หมวด A ของสิงคโปร์พุ่งแตะ 139,001 ดอลลาร์สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ทำสถิติสูงสุดและสูงกว่าทั้งหมวดรถยนต์ขนาดใหญ่และหมวดเปิดที่เลือกใช้ได้ ผลดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ผู้ซื้อแข่งขันกันประมูลใบรับรองก่อนการลดสิทธิประโยชน์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และในช่วงที่รัฐบาลกำลังพิจารณาปรับวิธีคิดราคา COE
สารบัญ
- ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหมวดรถยนต์ขนาดเล็ก
- ผลราคาปิดของทั้งห้าหมวด
- อุปสงค์กระจุกตัวอยู่ในหมวด A
- ยอดจองจากงานแสดงรถยนต์เพิ่มแรงกดดัน
- สิทธิประโยชน์รถยนต์ไฟฟ้ากำหนดเส้นตายอีกครั้ง
- จำนวนใบรับรองเพิ่มขึ้น แต่หมวด A ไม่ได้เพิ่ม
- เหตุใดรัฐบาลจึงทบทวนการแบ่งหมวด
- ข้อสรุปจากการรับฟังความคิดเห็น
- กำหนดการที่มีผลต่อการตัดสินใจครั้งต่อไป
- ประเด็นสำคัญ
ราคาเพิ่มขึ้น 6,997 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 5.3% จาก 132,004 ดอลลาร์สิงคโปร์ในการประมูลรอบก่อนหน้า โดยทำลายสถิติเดิมที่ 133,009 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 9 กันยายน อยู่ 5,992 ดอลลาร์สิงคโปร์ การประมูลรอบแรกของเดือนพฤศจิกายนปิดลงเมื่อเวลา 16.00 น. วันพุธ
ราคาหมวด A ปิดสูงกว่าหมวด B ซึ่งครอบคลุมรถยนต์ขนาดใหญ่และกำลังเครื่องยนต์สูงกว่า 6,667 ดอลลาร์สิงคโปร์ และสูงกว่าหมวด E ซึ่งเป็นหมวดเปิด 3,003 ดอลลาร์สิงคโปร์ นี่เป็นครั้งแรกที่หมวด A มีราคาสูงกว่าหมวด E และเป็นครั้งที่ห้าในปีนี้ที่ราคาปิดสูงกว่าหมวด B
สำหรับผู้ซื้อ เงิน 139,001 ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นค่าใบอนุญาตให้ครอบครองและใช้รถยนต์เป็นเวลา 10 ปี ส่วนราคารถยนต์ ภาษี และค่าจดทะเบียนอื่น ๆ จะทำให้ยอดซื้อทั้งหมดสูงขึ้น หมวดที่ตั้งใจไว้สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กและกำลังเครื่องยนต์ต่ำกว่าจึงกลายเป็นหมวดที่มีค่าใบรับรองรถยนต์แพงที่สุดในการประมูลรอบนี้
ผลราคาปิดของทั้งห้าหมวด
ราคาหมวด B เพิ่มขึ้นช้ากว่าหมวด A มาก โดยเพิ่มขึ้น 433 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 0.3% จาก 131,901 เป็น 132,334 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนหมวด E เพิ่มขึ้น 208 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 0.2% จาก 135,790 เป็น 135,998 ดอลลาร์สิงคโปร์
ใบรับรองในหมวดเปิดสามารถโอนสิทธิได้และใช้จดทะเบียนรถยนต์ได้ทุกประเภท ยกเว้นรถจักรยานยนต์ ผู้จำหน่ายมักประมูลใบรับรองหมวดนี้เพราะมีความยืดหยุ่นในการจดทะเบียนรถโดยไม่ต้องรอการประมูลรอบถัดไป โดยส่วนใหญ่ใช้กับรถยนต์ขนาดใหญ่
ใบรับรองรถจักรยานยนต์ในหมวด D ลดลง 89 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 0.8% จาก 10,778 เหลือ 10,689 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนใบรับรองรถเพื่อการพาณิชย์ในหมวด C ปิดที่ 92,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ รายละเอียดราคาแสดงว่าราคาในรอบก่อนหน้าอยู่ที่ 92,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ ลดลง 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 0.2% อย่างไรก็ตาม มีการระบุตัวเลขรอบก่อนหน้าไว้ที่ 92,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เช่นกัน ทำให้ข้อมูลเปรียบเทียบไม่สอดคล้องกัน
อุปสงค์กระจุกตัวอยู่ในหมวด A
การประมูลรอบนี้มีผู้ยื่นประมูล 4,722 ราย สำหรับใบรับรองที่เปิดให้ประมูล 3,259 ใบในทุกหมวด หมายความว่ามีผู้ประมูลมากกว่าจำนวนใบรับรอง 1,463 ราย หรือมีผู้ประมูลราว 1.45 รายต่อ COE ที่เปิดให้ประมูลหนึ่งใบ
การแข่งขันในหมวด A สูงกว่า โดยมีผู้ยื่นประมูล 2,018 ราย สำหรับใบรับรอง 1,189 ใบ คิดเป็นผู้ประมูลราว 1.70 รายต่อใบ และมีผู้ประมูลเกินจำนวนใบรับรองที่มีอยู่ 829 ราย หมวด A คิดเป็นผู้ประมูลทั้งหมดราว 43% แต่มีใบรับรองที่เปิดให้ประมูลเพียงราว 36%
สำนักงานขนส่งทางบก (LTA) ระบุว่า ราคาที่อยู่ในระดับสูงน่าจะเกี่ยวข้องกับอุปสงค์ที่แข็งแกร่งต่อรถยนต์ไฟฟ้าตลาดมวลชนที่เข้าเกณฑ์หมวด A นอกจากนี้ยังระบุว่า Car Expo ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 และ 25 ตุลาคม อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
โฆษก LTA เรียกร้องให้ยับยั้งชั่งใจหลังทราบผลประมูล:
เราขอให้ผู้ซื้อและผู้จำหน่ายพิจารณาอย่างรอบคอบในการประมูล COE
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดราคาหมวด A จึงขยับขึ้นมากกว่าหมวดอื่นอย่างชัดเจน ผู้ซื้อที่ต้องการใบรับรองในหมวดนี้ต้องแข่งขันกับผู้ประมูลต่อใบรับรองที่มีอยู่มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด
ยอดจองจากงานแสดงรถยนต์เพิ่มแรงกดดัน
ชอง คาห์ เว่ย กรรมการผู้จัดการของ BMW Eurokars กล่าวว่า ผู้จำหน่ายคาดว่าราคาหมวด A จะเพิ่มขึ้น แม้ผลที่ทำสถิติสูงสุดจะทำให้เขาประหลาดใจ เขามองว่างานแสดงรถยนต์ในเดือนตุลาคมน่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อน หลังมียอดสั่งซื้อรถยนต์สะสม
ยอดสั่งซื้อที่ได้จากงานแสดงรถยนต์อาจส่งผลต่อการประมูล COE รอบต่อ ๆ มา เพราะผู้จำหน่ายจำเป็นต้องมีใบรับรองเพื่อนำรถไปจดทะเบียนให้ลูกค้า งานวันที่ 24 และ 25 ตุลาคมจัดขึ้นไม่นานก่อนการประมูลวันที่ 4 พฤศจิกายน ทำให้อุปสงค์ดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในช่วงประมูลที่จำกัด
ชองยังคาดว่าผู้ซื้อบางรายกำลังเข้าสู่ตลาดก่อนอาจมีการเปลี่ยนแปลงระบบ COE เมื่อหมวด B มีราคาถูกกว่าหมวด A ในขณะนี้ เขาคาดว่าอุปสงค์บางส่วนอาจย้ายระหว่างสองหมวดในการประมูลรอบหน้า
การเปลี่ยนหมวดขึ้นอยู่กับรถที่ผู้ซื้อเลือก เพราะข้อมูลจำเพาะของรถเป็นตัวกำหนดว่ารถเข้าข่ายหมวดใด ส่วนต่าง 6,667 ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นเหตุผลให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบราคารวมของรถรุ่นที่เข้าเกณฑ์ แทนที่จะคิดไปเองว่าหมวดรถยนต์ขนาดเล็กต้องมีค่าใบรับรองถูกกว่า
สิทธิประโยชน์รถยนต์ไฟฟ้ากำหนดเส้นตายอีกครั้ง
เรย์มอนด์ อึ้ง กรรมการผู้จัดการของ Eurokars EV ซึ่งจัดจำหน่ายรถยนต์ MG และ IM Motors ชี้ให้เห็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ซื้อควรตัดสินใจก่อนสิ้นปี 2026 นั่นคือเงินคืนสูงสุดรวมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์มีกำหนดลดจาก 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เหลือ 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม 2027
การลดวงเงินสนับสนุนสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นเส้นตายอีกประการสำหรับผู้ซื้อและผู้จำหน่าย นอกเหนือจากการประมูล COE รอบถัดไป อึ้งกล่าวว่าหลังวันที่ 4 พฤศจิกายนจะเหลือการประมูลอีกเพียงสามรอบ ทำให้โอกาสในการ 확보ใบรับรองก่อนการเปลี่ยนแปลงมีจำกัด
อึ้งอธิบายว่าเส้นตายเรื่องเงินคืนและการเปลี่ยนแปลง COE ที่เสนอไว้ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอย่างไร:
ทั้งหมดนี้กำลังผลักดันให้คนตัดสินใจซื้อกันตอนนี้ เพราะมีความแน่นอนมากกว่า และพวกเขาก็รู้ด้วยว่าสามารถประหยัดได้ 10,000 ดอลลาร์ หากเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
การลดเงินคืนสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์มากกว่าราคาหมวด A ที่เพิ่มขึ้น 6,997 ดอลลาร์สิงคโปร์ในการประมูลรอบนี้ ตัวเลขทั้งสองช่วยอธิบายแรงกดดันให้รีบซื้อ แม้ค่าใช้จ่ายสุดท้ายของผู้ซื้อแต่ละรายจะขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ และราคาขายของผู้จำหน่าย
จำนวนใบรับรองเพิ่มขึ้น แต่หมวด A ไม่ได้เพิ่ม
โควตา COE สำหรับช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 จะเพิ่มขึ้น 1.1% เป็น 19,298 ใบ ตามข้อมูลของ LTA โดยจำนวนที่จัดสรรให้หมวด A จะคงเดิม ขณะที่โควตาหมวด B จะเพิ่มขึ้นราว 3.3%
หมวด C จะได้รับใบรับรองเพิ่มขึ้นราว 2% และหมวด E เพิ่มขึ้นราว 3.7% ส่วนจำนวนใบรับรองรถจักรยานยนต์ในหมวด D จะลดลงราว 2%
สำหรับผู้ซื้อหมวด A การเพิ่มโควตาโดยรวมไม่ได้ทำให้จำนวนใบรับรองในหมวดของตนเพิ่มขึ้นโดยตรง การจัดสรรที่ไม่เปลี่ยนแปลง อุปสงค์จากงานแสดงรถยนต์ และการลดสิทธิประโยชน์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใกล้เข้ามา ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดจำนวนใบรับรองทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจึงเกิดขึ้นพร้อมกับราคาที่ทำสถิติสูงสุดได้
ผู้ซื้อหมวด B เผชิญปัจจัยอีกแบบหนึ่ง ได้แก่ ราคาที่ต่ำกว่าหมวด A ในการประมูลรอบล่าสุด และโควตาที่เพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป การตอบสนองของผู้ซื้อต่อส่วนต่างนี้จะเป็นปัจจัยหนึ่งในการประมูลครั้งต่อ ๆ ไป
เหตุใดรัฐบาลจึงทบทวนการแบ่งหมวด
สิงคโปร์กำลังพิจารณารวมหมวด A และ B เป็นหมวดเดียวสำหรับรถยนต์นั่ง จากนั้นจึงปรับจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องจ่ายผ่านเงินคืนหรือเงินเรียกเก็บเพิ่มเติม ซึ่งอิงกับมูลค่าตลาดเปิดของรถยนต์ (OMV) โดย OMV คือมูลค่าประเมินของรถยนต์นำเข้าก่อนคิดภาษีและค่าจดทะเบียนในสิงคโปร์
ปัจจุบันหมวด A ครอบคลุมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีความจุไม่เกิน 1,600 ซีซี และกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 130 แรงม้า ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าใช้เกณฑ์กำลังไฟฟ้าไม่เกิน 110 กิโลวัตต์ รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือกำลังสูงกว่าจะอยู่ในหมวด B
เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างข้อจำกัดทางเทคนิคเหล่านี้กับมูลค่าตลาดของรถยนต์ลดลง ผู้ผลิตสามารถปรับกำลังเครื่องยนต์ได้ รวมถึงผ่านซอฟต์แวร์ ทำให้รถรุ่นที่มีราคาแพงกว่าสามารถเข้าเกณฑ์หมวด A ร่วมกับรถยนต์ราคาถูกกว่าได้
หมวด A มีราคาสูงกว่าหมวด B สามครั้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน 2026 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ราคาของสองหมวดปิดห่างกันเพียง 99 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยอยู่ที่ 130,001 และ 130,100 ดอลลาร์สิงคโปร์ตามลำดับ ผลล่าสุดพลิกส่วนต่างเล็กน้อยดังกล่าวให้กลายเป็นราคาหมวด A ที่สูงกว่า 6,667 ดอลลาร์สิงคโปร์
ข้อเสนอให้รวมรถยนต์เป็นหมวดเดียวจะยกเลิกการแบ่งหมวดในปัจจุบันและใช้การประมูลร่วมกัน พร้อมปรับยอดตามมูลค่ารถยนต์ ภายใต้ข้อเสนอนี้ เงินคืนสูงสุดและเงินเรียกเก็บเพิ่มเติมสูงสุดจะอยู่ที่ 15,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่ากัน ทำให้ผู้ซื้อที่อยู่คนละปลายของช่วงมูลค่าต้องจ่ายต่างกัน 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
ข้อสรุปจากการรับฟังความคิดเห็น
การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะของ LTA ปิดลงเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน เจฟฟรีย์ ซิ่ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แจ้งต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า หน่วยงานกำลังศึกษาความเห็นที่ได้รับและยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงขั้นสุดท้าย
ความเห็นต่อการรับฟังความคิดเห็นที่แจ้งต่อรัฐสภามีมากกว่า 4,000 รายการ ผู้ตอบส่วนใหญ่สนับสนุนเงินคืนสำหรับรถยนต์ราคาถูกและการเรียกเก็บเงินเพิ่มสำหรับรถรุ่นที่มีราคาแพงกว่า ขณะที่ผู้ตอบส่วนใหญ่ต้องการแบ่งช่วงมูลค่าเป็นห้าระดับแทนสามระดับ
เงินคืนจะช่วยลดการชำระ COE ของผู้ซื้อจากราคาประมูลร่วม ส่วนเงินเรียกเก็บเพิ่มเติมจะทำให้ยอดที่ต้องจ่ายสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การประมูลยังคงเป็นตัวกำหนดราคาเริ่มต้นผ่านการแข่งขันเพื่อให้ได้ใบรับรองที่มีอยู่ ดังนั้น ผู้ซื้อจึงต้องพิจารณาทั้งผลการประมูลและช่วงมูลค่าของรถยนต์เมื่อประเมินค่าใช้จ่าย
กำหนดการของ LTA คือจะทบทวนให้เสร็จภายในสิ้นปี 2026 และเผยแพร่ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 โดยยังไม่มีการประกาศรูปแบบสุดท้ายและวันที่เริ่มใช้
กำหนดการที่มีผลต่อการตัดสินใจครั้งต่อไป
การประมูลที่ทำสถิติสูงสุดเกิดขึ้นหลังมีพัฒนาการหลายอย่างตามมาอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่งานแสดงรถยนต์ไปจนถึงการปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ขณะนี้ผู้ซื้อกำลังชั่งน้ำหนักการประมูลที่เหลือในปี 2026 กับการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ในเดือนมกราคม และข้อเสนอแนะเรื่องการปฏิรูป COE ในปี 2027
- 9 กันยายน 2026: หมวด A ทำสถิติเดิมที่ 133,009 ดอลลาร์สิงคโปร์
- 7 ตุลาคม: ราคาหมวด A และหมวด B ปิดห่างกันเพียง 99 ดอลลาร์สิงคโปร์
- 24 และ 25 ตุลาคม: งาน Car Expo ทำให้เกิดยอดสั่งซื้อก่อนการประมูลเดือนพฤศจิกายน
- 2 พฤศจิกายน: ปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเรื่องการจัดหมวด COE
- 3 พฤศจิกายน: เจฟฟรีย์ ซิ่ว รายงานความเห็นต่อรัฐสภา
- 4 พฤศจิกายน: หมวด A ทำราคาได้ 139,001 ดอลลาร์สิงคโปร์เมื่อปิดประมูล
- มกราคม 2027: เงินคืนสูงสุดรวมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามีกำหนดลดจาก 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เหลือ 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
- ครึ่งแรกของปี 2027: LTA คาดว่าจะเผยแพร่ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ
ประเด็นเร่งด่วนสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถคือค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองภายใต้กฎปัจจุบัน การปฏิรูปที่เสนอเกี่ยวข้องกับวิธีแบ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวระหว่างผู้ซื้อในหมวดร่วมในอนาคต ขณะที่การลดเงินคืนรถยนต์ไฟฟ้าที่ใกล้เข้ามากำลังส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ราคาหมวด A เพิ่มขึ้น 5.3% แตะสถิติสูงสุดที่ 139,001 ดอลลาร์สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026
- ราคาปิดสูงกว่าหมวด B อยู่ 6,667 ดอลลาร์สิงคโปร์ และสูงกว่าหมวด E เป็นครั้งแรก
- หมวด A มีผู้ยื่นประมูล 2,018 ราย สำหรับใบรับรอง 1,189 ใบ หรือราว 1.70 รายต่อใบ
- LTA ระบุว่าอุปสงค์ที่แข็งแกร่งต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์และงานแสดงรถยนต์ในเดือนตุลาคมน่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อน
- โควตารวมรายไตรมาสจะเพิ่มเป็น 19,298 ใบ แต่การจัดสรรให้หมวด A จะคงเดิม
- เงินคืนสูงสุดรวมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามีกำหนดลดลง 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม 2027
- การรวมหมวดรถยนต์ยังอยู่ระหว่างการทบทวน โดยคาดว่าจะมีผลการศึกษาและข้อเสนอแนะในช่วงครึ่งแรกของปี 2027






