มะนิลาต้องการขีปนาวุธเพิ่มเกือบ 60 ลูก ขณะที่การส่งมอบชุดแรกใกล้เสร็จสิ้น
อินเดียและฟิลิปปินส์อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาซื้อขีปนาวุธบราห์มอส ซึ่งอาจมีมูลค่า 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่ามะนิลาจะขอซื้อระบบประมาณ 5 ชุด รวมขีปนาวุธเกือบ 60 ลูก การเจรจานี้จะต่อยอดความร่วมมือด้านกลาโหมที่เริ่มจากข้อตกลงมูลค่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ซึ่งการส่งมอบใกล้เสร็จสิ้นแล้ว
สารบัญ
- มะนิลาต้องการขีปนาวุธเพิ่มเกือบ 60 ลูก ขณะที่การส่งมอบชุดแรกใกล้เสร็จสิ้น
- สิ่งที่เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์กล่าว
- การจัดซื้อครั้งต่อไปมีขนาดใหญ่กว่าข้อตกลงปี 2022 มาก
- เหตุใดบราห์มอสจึงสำคัญต่อการป้องกันชายฝั่ง
- แรงกดดันในทะเลจีนใต้มีผลต่อทางเลือกของมะนิลา
- ความทะเยอทะยานด้านการส่งออกของอินเดียขยายไปไกลกว่าฟิลิปปินส์
- เส้นทางการเจรจาจนถึงปัจจุบัน
- ประเด็นสำคัญ
การจัดซื้อที่เสนอ ซึ่งมีรายงานเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โดยอ้างข้อมูลจากบุคคล 3 คนที่ทราบรายละเอียดการเจรจาโดยตรง เกิดขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์กำลังเสริมกำลังป้องกันชายฝั่ง ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับจีนในทะเลจีนใต้ แหล่งข่าวอินเดีย 2 คนให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาประเมินและจำนวนที่คาดว่าจะจัดซื้อ
อาร์เซนิโอ อันดอลอง โฆษกกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แสดงความประสงค์ที่จะจัดหาขีปนาวุธบราห์มอสเพิ่มเติม กิลเบอร์โต เตโอโดโร รัฐมนตรีกลาโหม ก็กล่าวถึงความสนใจของมะนิลาต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยระบุว่าฟิลิปปินส์ได้ยื่นคำขอต่ออินเดียเพื่อปรับระบบให้เหมาะกับสภาพการใช้งานของฟิลิปปินส์
การเจรจานี้เชื่อมโยงเป้าหมาย 2 ประการเข้าด้วยกัน ได้แก่ มะนิลาต้องการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล ขณะที่นิวเดลีกำลังขยายการจำหน่ายขีปนาวุธที่พัฒนาร่วมกับรัสเซียไปยังต่างประเทศ การสั่งซื้อครั้งที่สองจากฟิลิปปินส์จะช่วยสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าปัจจุบัน แทนที่จะเป็นการเปิดตลาดใหม่
สัญญาที่เสนอมีขนาดใหญ่กว่าข้อตกลงฉบับแรกอย่างมาก มูลค่าประเมิน 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.9-2.1 เท่าของยอดจัดซื้อ 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ตกลงกันในปี 2022 ทั้งจำนวนและราคายังคงเป็นตัวเลขประเมินระหว่างการเจรจา ยังไม่มีการประกาศวันลงนาม กำหนดการส่งมอบ หรือรายละเอียดชุดอุปกรณ์และบริการ
สิ่งที่เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์กล่าว
เตโอโดโรเข้าร่วมการประชุม Delhi Defence Dialogue ผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน เขากล่าวว่าฟิลิปปินส์หวังว่าจะจัดหาบราห์มอสเพิ่มเติม และได้ส่งรายการความต้องการให้ทางการอินเดีย โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับระบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของฟิลิปปินส์มากขึ้น
คำกล่าวของเขาชี้ให้เห็นประเด็นเชิงปฏิบัติในการเจรจา นอกเหนือจากจำนวนขีปนาวุธ กล่าวคือ มะนิลาต้องการให้อุปกรณ์ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานเฉพาะของประเทศ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในรายการความต้องการดังกล่าว จึงยังไม่ทราบว่าฟิลิปปินส์ขอให้ปรับเปลี่ยนส่วนใดบ้าง
คำแถลงของอันดอลองระบุว่ามาร์กอสเป็นผู้สนับสนุนความพยายามจัดหาขีปนาวุธเพิ่มเติม แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นเกี่ยวกับการจัดซื้อที่เสนอ กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย รวมถึงบริษัทผู้ผลิต BrahMos Aerospace ไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความเห็น
คำแถลงของฟิลิปปินส์ยืนยันว่ารัฐบาลสนใจจัดซื้อเพิ่มเติมต่อสาธารณะ ส่วนตัวเลขประเมินที่ว่าราว 5 ระบบ ขีปนาวุธเกือบ 60 ลูก และมูลค่า 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาจากบุคคลที่คุ้นเคยกับการเจรจา ข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์จะระบุพันธกรณีของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องส่งมอบและกำหนดเวลา
การจัดซื้อครั้งต่อไปมีขนาดใหญ่กว่าข้อตกลงปี 2022 มาก
ข้อตกลงปี 2022 มูลค่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ฟิลิปปินส์เป็นลูกค้าของบราห์มอสสำหรับใช้งานทางเรือ ขณะนี้อินเดียใกล้ส่งมอบอุปกรณ์ภายใต้สัญญาดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ระหว่างที่รัฐบาลทั้งสองประเทศหารือเรื่องการจัดซื้อเพิ่มเติม
สัญญาฉบับที่สองตามตัวเลขประเมินจะมีมูลค่าสูงกว่าฉบับแรก 325-425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 87%-113% เมื่อคำนวณจากมูลค่าเดิม 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับช่วงราคาที่เสนอไว้ 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขที่ประกาศกล่าวถึงองค์ประกอบ 2 ส่วนของการจัดซื้อที่เสนอ ได้แก่ ระบบประมาณ 5 ชุด และขีปนาวุธเกือบ 60 ลูก ขีปนาวุธคืออาวุธที่ใช้ยิง ส่วนระบบขีปนาวุธประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งและใช้งานอาวุธ ยังไม่มีการเผยแพร่รายละเอียดการจัดชุดอุปกรณ์ที่ฟิลิปปินส์อาจได้รับ
สำหรับมะนิลา การขยายการจัดซื้อเดิมจะต่อยอดจากอุปกรณ์ที่กำลังส่งมอบอยู่ ส่วนอินเดีย การเจรจาครั้งนี้เปิดโอกาสให้เปลี่ยนสัญญาส่งออกฉบับแรกเป็นความสัมพันธ์ด้านกลาโหมที่ต่อเนื่องและมีขนาดใหญ่ขึ้น
เหตุใดบราห์มอสจึงสำคัญต่อการป้องกันชายฝั่ง
บราห์มอสเป็นขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงที่อินเดียและรัสเซียร่วมกันพัฒนา คำว่าเหนือเสียงหมายถึงเคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วเสียง ส่วนขีปนาวุธร่อนใช้แรงขับเคลื่อนระหว่างเดินทางไปยังเป้าหมาย โดยมีระบบนำวิถีช่วยให้เคลื่อนที่ตามเส้นทางที่กำหนด
ขีปนาวุธบราห์มอสมีหลายรุ่น ซึ่งยิงได้จากแท่นยิงบนบก ทางทะเล และทางอากาศ กล่าวอย่างง่ายคือ มีรุ่นที่ยิงจากอุปกรณ์บนพื้นดิน จากเรือ หรือจากเครื่องบิน การเจรจาของฟิลิปปินส์เกี่ยวข้องกับการจัดหาระบบบราห์มอสเพิ่มเติม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อเสริมการป้องกันชายฝั่ง
อุปกรณ์ขีปนาวุธชายฝั่งช่วยให้กองทัพมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการรับมือภัยคุกคามที่เข้ามาจากทะเล ประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวขีปนาวุธเพียงอย่างเดียว ลูกเรือต้องระบุเป้าหมาย ได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ และใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำขอของเตโอโดโรให้ปรับระบบจึงนำสภาพการใช้งานของฟิลิปปินส์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการหารือจัดซื้อ
บราห์มอสได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในขีปนาวุธร่อนที่เร็วที่สุดในโลก ความเร็วเป็นจุดเด่นทางการทหารประการหนึ่ง เพราะอาวุธที่พุ่งเข้าหาเป้าหมายได้เร็วทำให้ฝ่ายเป้าหมายมีเวลาตอบสนองน้อยลง การจัดซื้อที่ฟิลิปปินส์กำลังพิจารณาจะเพิ่มอาวุธให้กับโครงการปรับปรุงกองทัพ ซึ่งดำเนินไปพร้อมกับแรงกดดันต่อเนื่องในน่านน้ำพิพาท
แรงกดดันในทะเลจีนใต้มีผลต่อทางเลือกของมะนิลา
ฟิลิปปินส์และจีนเผชิญหน้ากันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ มะนิลากำลังเสริมกำลังทหารและการป้องกันชายฝั่ง ควบคู่กับการดำเนินมาตรการทางกฎหมายและการทูตเกี่ยวกับสิทธิทางทะเลของตน
ในเดือนกรกฎาคม 2026 ฟิลิปปินส์ได้ยื่น เอกสารเกี่ยวกับพื้นทะเลในทะเลจีนใต้ ต่อคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยขอบเขตไหล่ทวีป เอกสารดังกล่าวขอให้รับรองสิทธิเหนือพื้นทะเลและใต้ผิวดินนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะมาตรฐาน 200 ไมล์ทะเล นอกชายฝั่งตะวันตกของปาลาวัน จีนและมาเลเซียคัดค้าน โดยอ้างจุดยืนของแต่ละประเทศเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์และสิทธิประโยชน์ที่ทับซ้อนกัน
กระบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทรัพยากรใต้ทะเล ส่วนการเจรจาขีปนาวุธเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถทางทหาร เมื่อพิจารณาร่วมกัน ทั้งสองเรื่องสะท้อนว่ามะนิลากำลังปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลผ่านช่องทางต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยดำเนินการยื่นเอกสารทางวิทยาศาสตร์และการทูตควบคู่กับการจัดซื้ออาวุธ
ฟิลิปปินส์ยังผลักดัน ประมวลปฏิบัติในทะเลจีนใต้ ระหว่างดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2026 รัฐมนตรีต่างประเทศแสดงความหวังว่าการเจรจากับจีนจะได้ข้อสรุปภายในเดือนธันวาคม 2026 ข้อตกลงดังกล่าวจะกำหนดแนวทางปฏิบัติในทะเล ซึ่งเรือที่ปฏิบัติการใกล้กันมีความเสี่ยงต่อการชนและการเผชิญหน้าอันตราย
ความทะเยอทะยานด้านการส่งออกของอินเดียขยายไปไกลกว่าฟิลิปปินส์
ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า การส่งออกด้านกลาโหมของอินเดียมีมูลค่า 384.24 พันล้านรูปี หรือประมาณ 4.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นมากกว่า 62% จากปีก่อนหน้า
คำสั่งซื้อครั้งที่สองจากฟิลิปปินส์ ซึ่งมีมูลค่า 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นสัญญาขนาดใหญ่ในธุรกิจส่งออกที่กำลังขยายตัวนี้ มูลค่าจะกำหนดไว้ในสัญญาจัดซื้อ ส่วนกำหนดเวลาส่งมอบจะเป็นตัวกำหนดว่าอุปกรณ์จะไปถึงมะนิลาเมื่อใด
ความสนใจในบราห์มอสเพิ่มขึ้นหลังการสู้รบระหว่างอินเดียกับปากีสถานนาน 4 วันในปี 2025 ซึ่งอินเดียใช้ขีปนาวุธนี้ในการรบเป็นครั้งแรก การใช้งานจริงในสนามรบกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริบททางการค้า ขณะที่นิวเดลีพยายามหาลูกค้าในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
อินเดียประกาศส่งมอบขีปนาวุธบราห์มอสให้อินโดนีเซียในเดือนกรกฎาคม และลงนามข้อตกลงกับเวียดนามแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบดังกล่าวกับประเทศอื่น ๆ รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทย แอฟริกาใต้ และบราซิล การเจรจากับฟิลิปปินส์จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขายในวงกว้าง ซึ่งครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดที่อยู่ไกลออกไป
เส้นทางการเจรจาจนถึงปัจจุบัน
การขยายความร่วมมือที่กำลังพิจารณาเกิดขึ้นหลังจากมีการจัดซื้อและส่งมอบมาหลายปี พร้อมกับความสนใจในอาวุธชนิดนี้ที่เพิ่มขึ้น วันสำคัญต่าง ๆ แสดงให้เห็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับอินเดีย ควบคู่ไปกับการขยายการส่งออกของอินเดีย:
- 2022: ฟิลิปปินส์ตกลงจัดซื้อบราห์มอสสำหรับใช้งานทางเรือ มูลค่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- 2025: อินเดียใช้บราห์มอสในการรบเป็นครั้งแรก ระหว่างความขัดแย้งกับปากีสถานนาน 4 วัน
- กรกฎาคม 2026: อินเดียประกาศส่งมอบขีปนาวุธบราห์มอสให้อินโดนีเซีย
- 4 พฤศจิกายน 2026: เตโอโดโรกล่าวในการประชุม Delhi Defence Dialogue ว่ามะนิลาต้องการบราห์มอสเพิ่มเติม และได้ยื่นคำขอให้ปรับระบบ
- 5 พฤศจิกายน 2026: มีการเปิดเผยรายละเอียดการเจรจาขั้นสูงเพื่อจัดหาระบบราว 5 ชุดและขีปนาวุธเกือบ 60 ลูก มูลค่าที่อาจสูงถึง 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขั้นตอนสำคัญถัดไปในการจัดซื้อคือการลงนามข้อตกลงที่กำหนดรายละเอียดการซื้อ ขณะเดียวกัน การส่งมอบภายใต้สัญญาฉบับแรกของฟิลิปปินส์ใกล้เสร็จสิ้น ทำให้รัฐบาลทั้งสองมีโครงการเดิมเป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอด
ประเด็นสำคัญ
- อินเดียและฟิลิปปินส์อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาซื้อบราห์มอสเพิ่มเติม
- แพ็กเกจที่เสนอประกอบด้วยระบบประมาณ 5 ชุดและขีปนาวุธเกือบ 60 ลูก มูลค่าประเมิน 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มาร์กอสแสดงความสนใจในขีปนาวุธเพิ่มเติม และเตโอโดโรขอให้ปรับระบบให้เหมาะกับสภาพการใช้งานของฟิลิปปินส์
- มูลค่าสัญญาที่ประเมินไว้สูงกว่าข้อตกลงมูลค่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ลงนามในปี 2022 ราว 1.9-2.1 เท่า
- มะนิลากำลังเสริมการป้องกันชายฝั่ง ควบคู่กับการดำเนินการทางกฎหมายและการเจรจาเรื่องแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้
- การส่งออกด้านกลาโหมของอินเดียมีมูลค่า 384.24 พันล้านรูปีในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นมากกว่า 62%






