การเจรจาหลายเดือนสิ้นสุดลงด้วยการถอนตัว
ไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ว่าจะปิดสำนักงานผู้แทนในพอร์ตมอร์สบี ถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ประจำอยู่ และยุติโครงการช่วยเหลือในปาปัวนิวกินี หลังการเจรจาหลายเดือนเพื่อรับมือข้อเรียกร้องให้ปิดสำนักงานไม่ประสบผลสำเร็จ การตัดสินใจดังกล่าวยังยืนยันการระงับการซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากปาปัวนิวกินีผ่านตลาดจร ซึ่งกระทบความสัมพันธ์ทางการค้าที่ไต้หวันระบุว่าคิดเป็นราวหนึ่งในสามของการส่งออก LNG ของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกแห่งนี้
สารบัญ
- การเจรจาหลายเดือนสิ้นสุดลงด้วยการถอนตัว
- ข้อพิพาทดำเนินมาอย่างไร
- ปาปัวนิวกินีและไต้หวันกล่าวอย่างไร
- เหตุใดสำนักงานจึงสำคัญแม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
- โครงการด้านเกษตร การแพทย์ และการศึกษาจะยุติลง
- การหยุดซื้อ LNG ในตลาดจรหมายความว่าอย่างไร
- การตัดสินใจเรื่องก๊าซสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจมากเพียงใด
- ไต้หวันระบุว่าจัดหาแหล่งก๊าซทดแทนได้แล้ว
- ออสเตรเลียและจีนมีบทบาทต่อการคำนวณภาพรวม
- ประเด็นสำคัญ
ปาปัวนิวกินีประกาศให้ปิดสำนักงานดังกล่าวทันทีเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม โดยอ้างนโยบายจีนเดียว ไต้หวันคัดค้าน ยังคงเปิดสำนักงานและเดินหน้าเจรจาต่อ แต่ข้อเรียกร้องรอบใหม่ให้เจ้าหน้าที่เดินทางออกภายในกำหนดเส้นตายทำให้ความพยายามดังกล่าวสิ้นสุดลง
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่า รัฐบาลตัดสินใจถอนตัวทันทีหลังประเมินศักดิ์ศรีของชาติ อิสระทางการทูต และผลประโยชน์ของชาติ เสี่ยว กวงเหว่ย โฆษกกระทรวงฯ ระบุว่าการปิดสำนักงานเป็นการตัดสินใจทางการทูตของไต้หวันเอง และกล่าวว่าจะจัดสรรทรัพยากรตามลำดับความสำคัญทางการทูตและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือ
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวสำนักงาน โครงการช่วยเหลือด้านเกษตร บริการทางการแพทย์ ทุนการศึกษา และการฝึกอบรมจะยุติลง ขณะที่ไต้หวันจะหันไปซื้อก๊าซจากผู้จัดหารายอื่น ปาปัวนิวกินีสูญเสียช่องทางความร่วมมือกับคู่ค้ารายสำคัญ ส่วนไต้หวันสูญเสียสถานะการมีสำนักงานอยู่ในพื้นที่จริงในภูมิภาคที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของตนมีอยู่อย่างจำกัดอยู่แล้ว
ข้อพิพาทดำเนินมาอย่างไร
ประกาศในเดือนกรกฎาคมไม่ได้ทำให้สำนักงานปิดลงทันที ในช่วงแรก ไต้หวันระบุว่าจะดำเนินงานตามปกติ ปกป้องผลประโยชน์ของตน และให้บริการที่จำเป็นแก่พลเมือง เจ้าหน้าที่ยังขอแรงสนับสนุนจากประเทศที่มีจุดยืนทางการทูตคล้ายกัน พร้อมพยายามโน้มน้าวให้ปาปัวนิวกินีทบทวนการตัดสินใจ
ลำดับเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าไต้หวันเปลี่ยนจากการคัดค้านการปิดสำนักงาน มาเป็นการยุติกลไกหลักในการดำเนินความสัมพันธ์ดังกล่าวอย่างไร:
- ในปี 2023 ปาปัวนิวกินีปิดสำนักงานการค้าในไต้หวัน และแทนที่ด้วยสำนักงานที่มีบทบาทลดลงชื่อสำนักงานเศรษฐกิจปาปัวนิวกินีประจำไทเป (PNG Taipei Economic Office)
- ในเดือนกรกฎาคม 2026 ปาปัวนิวกินีประกาศว่าไต้หวันควรปิดสำนักงานผู้แทนทันที
- เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ไต้หวันระบุว่าได้หยุดซื้อ LNG ในตลาดจรภายในหนึ่งสัปดาห์หลังได้รับแจ้งเรื่องการปิดสำนักงาน แต่ยังคงให้ความช่วยเหลือและเปิดสำนักงานต่อไป
- ในเดือนกันยายน ฉิว เฉินอวี่ ผู้แทนไต้หวันที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง เข้าพิธีปฏิญาณตนผ่านวิดีโอหลังเดินทางถึงปาปัวนิวกินี
- เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ไต้หวันระบุว่าคณะผู้แทนยังคงปฏิบัติงาน และการประชุมตามปกติกับเจ้าหน้าที่ปาปัวนิวกินียังดำเนินต่อไป
- เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ไต้หวันประกาศถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ประจำอยู่และยุติโครงการช่วยเหลือ หลังได้รับข้อเรียกร้องรอบใหม่ให้เดินทางออก
ดังนั้น การตัดสินใจในเดือนพฤศจิกายนจึงยุติความพยายามหลายเดือนในการรักษาคณะผู้แทนไว้ผ่านการเจรจา ไต้หวันยังคงมีเจ้าหน้าที่ประจำและดำเนินความร่วมมือด้านการพัฒนาต่อไป แม้จะเริ่มจำกัดการซื้อก๊าซไปก่อนแล้ว
ปาปัวนิวกินีและไต้หวันกล่าวอย่างไร
จัสติน ทคัตเชนโก รัฐมนตรีต่างประเทศปาปัวนิวกินี นำเสนอการถอนสำนักงานของไต้หวันว่าเป็นก้าวหนึ่งในการเสริมสร้างความไว้วางใจกับปักกิ่งและยืนยันนโยบายจีนเดียวของรัฐบาล ในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการปิดสำนักงาน เขาอธิบายสถานะของไต้หวันว่า:
ไม่ได้รับการยอมรับหรือมีความจำเป็นอีกต่อไป
ไต้หวันคัดค้านทั้งการตัดสินใจและกระบวนการ หลิน เฉาหง อธิบดีกรมกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า ทคัตเชนโกออกหนังสือโดยไม่ได้หารือกับไต้หวันล่วงหน้า และข้ามขั้นตอนการตัดสินใจตามปกติของข้าราชการ ขณะที่ทคัตเชนโกกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศปาปัวนิวกินีได้ติดต่อสำนักงานไทเปก่อนประกาศแล้ว
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันกล่าวโทษแรงกดดันจากปักกิ่ง ในแถลงการณ์ประกาศถอนตัว กระทรวงฯ ระบุว่าการดำเนินการของปาปัวนิวกินี:
สะท้อนให้เห็นว่าจีนยังคงใช้แรงกดดันทางการเมืองและอิทธิพลทางเศรษฐกิจเพื่อแทรกแซงการตัดสินใจทางการทูตของประเทศอื่น และจำกัดพื้นที่ระหว่างประเทศของไต้หวัน
จีนยินดีกับประกาศปิดสำนักงานก่อนหน้านี้ ขณะที่วอชิงตันแสดงความกังวล กระทรวงการต่างประเทศของปาปัวนิวกินีและจีนยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจของไต้หวันในเดือนพฤศจิกายนในทันที ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่ากำหนดเส้นตายเดินทางออกและขั้นตอนการถอนกำลังจะเป็นอย่างไร
เหตุใดสำนักงานจึงสำคัญแม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
ปาปัวนิวกินีมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวันช่วงสั้น ๆ ในปี 1999 ต่อมาคณะผู้แทนในพอร์ตมอร์สบีเป็นช่องทางให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และด้านอื่น ๆ ในทางปฏิบัติ โดยไม่ต้องมีความสัมพันธ์ในลักษณะที่สองประเทศแลกเปลี่ยนสถานทูตที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเพียง 12 ประเทศ ซึ่งรวมถึงรัฐหมู่เกาะแปซิฟิก 3 ประเทศ ได้แก่ ปาเลา ตูวาลู และหมู่เกาะมาร์แชลล์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานผู้แทนในฟิจิ การสูญเสียสำนักงานในพอร์ตมอร์สบีทำให้พื้นที่ในแปซิฟิกที่ไต้หวันสามารถมีเจ้าหน้าที่ดูแลความร่วมมือและช่วยเหลือพลเมืองลดลง
ปักกิ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนและคัดค้านการจัดการใด ๆ ที่ทำให้ไต้หวันมีสถานะเป็นรัฐแยกต่างหาก รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว ในการประกาศปิดสำนักงาน กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำว่าไต้หวันเป็นรัฐเอกราชและมีอธิปไตย ไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของสาธารณรัฐประชาชนจีน และประชาชนไต้หวันมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเอง
ข้อพิพาทนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเลือกพันธมิตรของปาปัวนิวกินีด้วย ไทเประบุว่าประเทศต่าง ๆ ควรมีอิสระร่วมมือกับไต้หวันได้โดยไม่ถูกบุคคลที่สามกดดัน ส่วนพอร์ตมอร์สบีวางนโยบายจีนเดียวไว้เป็นหัวใจของคำชี้แจงเรื่องการถอนคณะผู้แทน
โครงการด้านเกษตร การแพทย์ และการศึกษาจะยุติลง
การถอนตัวของไต้หวันมีขอบเขตกว้างกว่าการปิดสำนักงานบริหาร กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าจะยุติความร่วมมือทางเทคนิคและความช่วยเหลือ รวมถึงคณะทำงานด้านเทคนิคและการแพทย์ ทุนการศึกษา และโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ
การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการกลับทิศจากจุดยืนของไต้หวันในเดือนกรกฎาคม ขณะนั้นหลินกล่าวว่า ความช่วยเหลือด้านเกษตร การส่งต่อผู้ป่วย และทุนการศึกษายังคงดำเนินต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของไต้หวันที่จะร่วมมือ เขายังเตือนว่าโครงการเหล่านี้จะได้รับการทบทวนตามท่าทีที่ปาปัวนิวกินีแสดงต่อจากนั้น
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหล่านี้ ประกาศในเดือนพฤศจิกายนทำให้ข้อพิพาททางการทูตกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลในทางปฏิบัติ ความร่วมมือด้านการแพทย์ต้องมีการจัดเตรียมสำหรับผู้ป่วยและผู้ให้บริการ ทุนการศึกษาเกี่ยวข้องกับนักศึกษาและสถาบัน ส่วนโครงการด้านเทคนิคต้องอาศัยเจ้าหน้าที่และพันธมิตรในพื้นที่ กระทรวงฯ ระบุว่าจะจัดการโครงการที่มีอยู่ให้เหมาะสม และคุ้มครองความปลอดภัยกับสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ
ไต้หวันไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสาธารณะสำหรับการทยอยยุติแต่ละโครงการ หรือแจ้งรายละเอียดว่าจะดูแลผู้รับทุนและผู้ป่วยที่อยู่ในโครงการอย่างไร คำมั่นว่าจะจัดการภาระผูกพันที่มีอยู่ให้เหมาะสมจะเป็นตัวกำหนดว่าการถอนตัวส่งผลต่อผู้ที่ได้รับความช่วยเหลืออยู่แล้วมากน้อยเพียงใด
การหยุดซื้อ LNG ในตลาดจรหมายความว่าอย่างไร
ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG คือก๊าซธรรมชาติที่ทำให้เย็นจนอยู่ในรูปของเหลว เพื่อให้เรือขนส่งได้ในปริมาณมาก ผู้ซื้อสามารถซื้อผ่านสัญญาระยะยาวหลายปี หรือตลาดจรซึ่งซื้อก๊าซเป็นรายเที่ยวเพื่อรับมอบในช่วงเวลาที่สั้นกว่า
ข้อจำกัดที่ไต้หวันประกาศใช้ครอบคลุมตลาดจร โดยไต้หวันหยุดซื้อ LNG จากปาปัวนิวกินีผ่านช่องทางนี้ และจะไม่ทำสัญญาซื้อในตลาดจรฉบับใหม่กับประเทศดังกล่าว ประกาศในเดือนพฤศจิกายนยืนยันมาตรการที่เริ่มใช้ไปแล้วในเดือนกรกฎาคม
คำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศในเดือนพฤศจิกายนระบุว่า ปริมาณในตลาดจรที่วางแผนไว้เดิมสำหรับครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 500,000 เมตริกตัน ส่วนการแถลงของหลินเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งอ้างตัวเลขจากกระทรวงเศรษฐกิจและ CPC Corporation บริษัทพลังงานของรัฐไต้หวัน ระบุว่ามีการซื้อไปแล้ว 500,000 ตันในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลทั้งสองชุดจึงยังไม่ชัดเจนว่าปริมาณที่ซื้อเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นเท่าใด
หลินยังกล่าวถึงสัญญารายปีกับ ExxonMobil สำหรับก๊าซปริมาณ 1.2 ล้านเมตริกตัน ซึ่งจัดหาจากหลายแหล่ง ไม่ได้มาจากปาปัวนิวกินีเพียงแห่งเดียว มาตรการที่ไต้หวันประกาศระบุถึงการซื้อในตลาดจรรอบใหม่ ขณะที่ข้อตกลงกับ ExxonMobil เป็นการจัดหาคนละประเภท กระทรวงฯ ไม่ได้ประกาศยกเลิกสัญญารายปีดังกล่าว
การตัดสินใจเรื่องก๊าซสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจมากเพียงใด
ไต้หวันเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับห้าของปาปัวนิวกินี โดยการส่งออกของปาปัวนิวกินีไปยังไต้หวันมีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และส่วนใหญ่เป็น LNG กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่า การซื้อของไต้หวันคิดเป็นราวหนึ่งในสามของการส่งออก LNG ทั้งหมดของปาปัวนิวกินี
สัดส่วนดังกล่าวอธิบายว่าเหตุใดไทเปจึงเลือกใช้การจัดซื้อพลังงานเป็นมาตรการตอบโต้ในระยะแรก การสูญเสียลูกค้ารายสำคัญอาจทำให้ผู้ส่งออกต้องหาผู้ซื้อรายใหม่ เจรจาขายก๊าซ และปรับแผนการส่งมอบ รายได้จากเงินตราต่างประเทศคือเงินที่ได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศในสกุลเงินต่างชาติ ซึ่งช่วยให้ประเทศชำระค่าสินค้านำเข้าและภาระผูกพันระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้
กระทรวงฯ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงการซื้อจะส่งผลอย่างมากต่อการส่งออกก๊าซและรายได้จากเงินตราต่างประเทศของปาปัวนิวกินี แต่ไม่ได้ประเมินรายได้ที่จะสูญเสียไป ผลกระทบทางการเงินจะขึ้นอยู่กับว่าก๊าซจะถูกส่งต่อไปยังลูกค้ารายอื่นได้มากเพียงใด และขายได้ในราคาเท่าใด
ตัวเลขทั้งสองบอกถึงคนละส่วนของความสัมพันธ์ โดยสัดส่วนราวหนึ่งในสามหมายถึงส่วนแบ่งของไต้หวันในการส่งออก LNG ของปาปัวนิวกินี ส่วนปริมาณ 500,000 ตันเกี่ยวข้องเฉพาะการซื้อในตลาดจรช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การเปลี่ยนแปลงทางการค้าในทันทีคือไต้หวันจะไม่เป็นผู้ซื้อ LNG เที่ยวใหม่ในตลาดจรจากปาปัวนิวกินีอีกต่อไป
ไต้หวันระบุว่าจัดหาแหล่งก๊าซทดแทนได้แล้ว
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่าได้ประเมินอุปสงค์และอุปทานก๊าซภายในประเทศ ปรับแผนการจัดซื้อ และหาแหล่งก๊าซทดแทนแล้ว โดยกล่าวว่าการจัดหาพลังงานจะยังคงมีเสถียรภาพและเพียงพอ แม้จะยุติการซื้อในตลาดจรจากปาปัวนิวกินี
หลินระบุว่า CPC ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่แล้วในเดือนกรกฎาคมว่าปริมาณก๊าซมีเพียงพอ ก่อนจะมีการใช้ข้อจำกัดการซื้อ เขากล่าวว่าสามารถซื้อก๊าซเที่ยวในตลาดจรจากประเทศอื่นได้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าผู้จัดหารายใหม่เป็นรายใด หรือการเปลี่ยนแปลงนี้มีต้นทุนเท่าใด
ไต้หวันยังเดินหน้าหาแหล่งจัดหาก๊าซที่มีกำหนดเวลายาวกว่านั้น แผน ซื้อ LNG จากอะแลสกา ซึ่งประกาศในเดือนตุลาคม มีปริมาณ 6 ล้านเมตริกตันต่อปี และอาจมีเงินลงทุนสูงสุด 4.4 พันล้านดอลลาร์ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันระบุว่า การส่งมอบอาจเริ่มเร็วที่สุดในปี 2032 โดยยังต้องกำหนดเงื่อนไขทางการค้าและดำเนินการทบทวนกับขออนุมัติให้ครบถ้วน
การซื้อก๊าซทดแทนสำหรับความต้องการในปัจจุบัน กับการส่งมอบ LNG จากอะแลสกาที่อาจเริ่มในปี 2032 เป็นแผนสำหรับคนละช่วงเวลา คำยืนยันในระยะสั้นของไต้หวันตั้งอยู่บนการปรับแผนจัดซื้อที่ระบุว่าจัดเตรียมไว้แล้ว ส่วนแผนจากอะแลสกาจะเพิ่มแหล่งก๊าซอีกแห่งในอนาคต หากการเจรจาและการพัฒนาโครงการเดินหน้าต่อไป
ออสเตรเลียและจีนมีบทบาทต่อการคำนวณภาพรวม
ความสัมพันธ์ระหว่างปาปัวนิวกินีกับออสเตรเลียเป็นอีกส่วนหนึ่งของบริบททางการทูต สนธิสัญญาปุกปุกกำหนดให้ทั้งสองประเทศปกป้องซึ่งกันและกันหากถูกโจมตีทางทหาร มิไฮ โซรา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของสถาบันโลวี มองว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับสำนักงานไต้หวันเป็นการสร้างความมั่นใจให้ปักกิ่ง ขณะที่ปาปัวนิวกินีกำลังเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงกับออสเตรเลีย
โซรากล่าวว่า ปาปัวนิวกินีต้องการส่งสัญญาณว่าให้ความสำคัญกับการค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน และยังคงมีทางเลือกด้านนโยบายต่างประเทศของตนเอง การประเมินของเขาช่วยอธิบายว่าเหตุใดพอร์ตมอร์สบีอาจยอมตามข้อเรียกร้องของปักกิ่ง ขณะเดียวกันก็ใกล้ชิดกับแคนเบอร์รามากขึ้นในด้านการป้องกันประเทศ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทคัตเชนโกยังวิจารณ์การทดสอบขีปนาวุธของจีนในมหาสมุทรแปซิฟิกต่อสาธารณะ ก่อนประกาศปิดสำนักงานรอบก่อนหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างปาปัวนิวกินีกับจีนจึงมีทั้งความเห็นต่างด้านความมั่นคงที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และความพยายามเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง
การตอบสนองของไต้หวันในขณะนี้ประกอบด้วยการถอนตัว การยุติความช่วยเหลือ และการเปลี่ยนแปลงการจัดซื้อพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่าจะจัดสรรทรัพยากรทางการทูตที่มีจำกัดไปยังพันธมิตรเดิม ประเทศที่มีมุมมองสอดคล้องกับไต้หวัน และพื้นที่อื่น ๆ ที่ความร่วมมือให้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือไต้หวันมีสถานะในปาปัวนิวกินีลดลง และช่องทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจและประชาชนของทั้งสองฝ่ายมีน้อยลง
ประเด็นสำคัญ
- ไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ว่าจะปิดสำนักงานในพอร์ตมอร์สบีและถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ประจำอยู่
- ปาปัวนิวกินีเรียกร้องให้ปิดสำนักงานเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม แต่สำนักงานยังคงเปิดทำการระหว่างการเจรจาหลายเดือน
- ไต้หวันจะยุติคณะทำงานด้านเทคนิคและการแพทย์ ทุนการศึกษา และความช่วยเหลืออื่น ๆ พร้อมจัดการโครงการที่มีอยู่
- ไต้หวันหยุดซื้อ LNG ในตลาดจรเมื่อเดือนกรกฎาคม และระบุว่าจะไม่ทำสัญญาซื้อในตลาดจรฉบับใหม่กับปาปัวนิวกินี
- ไต้หวันระบุว่าการซื้อของตนคิดเป็นราวหนึ่งในสามของการส่งออก LNG ของปาปัวนิวกินี และจัดหาแหล่งก๊าซทดแทนไว้แล้ว
- ไทเปกล่าวโทษแรงกดดันจากจีน ขณะที่ปาปัวนิวกินีอ้างนโยบายจีนเดียว






